โรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมซิสติส จิโรเวซิไอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Pneumocystis jirovecii)
โรคปอดอักเสบ
จากเชื้อนิวโมซิสติส จิโรเวซิไอ
(Pneumocystis jirovecii pneumonia)
Pneumocystis.jpg
ซิสต์ของเชื้อ Pneumocystis jirovecii ในน้ำล้างหลอดลมและถุงลม ย้อมด้วยสีย้อม Toluidin blue O stain
การจำแนก และแหล่งข้อมูลอื่น
ICD-10 B20.6
ICD-9 136.3
DiseasesDB 10160
MedlinePlus 000671
eMedicine med/1850
MeSH D011020

โรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมซิสติส จิโรเวซิไอ หรือ พีซีพี (อังกฤษ: pneumocystis jirovecii pneumonia, pneumocystis pneumonia, pneumocystosis, PCP) เป็นโรคปอดบวมอย่างหนึ่งที่เกิดจากเชื้อราลักษณะคล้ายยีสต์ชื่อ นิวโมซิสติส จิโรเวซิไอ (Pneumocystis jirovecii) เชื้อนี้เป็นเชื้อพบเฉพาะมนุษย์ ไม่ติดในสัตว์ ในขณะที่สปีชีส์อื่นของ Pneumocystis สามารถพบเป็นปรสิตในสัตว์ได้ (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น) แต่ไม่พบติดเชื้อในมนุษย์[1]

เชื้อนี้พบได้ทั่วไปในปอดของคนปกติ แต่จะเป็นแหล่งทำให้เกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติ โรคพีซีพีนี้พบบ่อยในผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเอดส์ และผู้ป่วยที่ใช้ยาที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

เชื้อก่อโรคของโรคนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ P. jiroveci หรือ P. jirovecii ชื่อเดิมของเชื้อคือ Pneumocystis carinii ซึ่งเป็นชื่อที่ไม่ถูกต้องสำหรับสายพันธุ์ที่พบในมนุษย์ แต่ยังเป็นชื่อที่นิยมใช้เรียกอยู่ ทำให้โรคนี้เป็นที่รู้จักในชื่อต่างๆ ได้แก่ Pneumocystis pneumonia (PCP) , Pneumocystis jiroveci[i] pneumonia และ Pneumocystis carinii pneumonia.[2][3][4]

Pneumocystis เป็นจีนัสหนึ่งของเชื้อราชนิดเซลล์เดียวที่พบในทางเดินหายใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดรวมทั้งมนุษย์ มีความแตกต่างทางพันธุกรรมอย่างมากในสมาชิกของจีนัสต่างๆ ที่ทำให้มีความจำเพาะต่อโฮสต์แตกต่างกัน เชื้อนี้ได้รับการอธิบายครั้งแรกในปี ค.ศ. 1909 โดย Chagas และหลักจากนั้นโดย Delanöes ซึ่งได้ตั้งชื่อเชื้อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. Carini ที่ได้แยกเชื้อนี้จากหนูที่ติดเชื้อ หลายปีต่อมา Dr. Otto Jirovec และคณะได้แยกเชื้อนี้ได้จากมนุษย์ เชื้อที่ก่อโรคพีซีพีจึงได้รับการตั้งชื่อตามเขา

เชื้อ Pneumocystis ได้รับความสนใจครั้งแรกหลังจากถูกพบเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคปอดอักเสบของเนื้อปอด (interstitial pneumonia) ในยุโรปตอนกลางและทางตะวันออกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของทารกที่ขาดสารอาหารอย่างมากและทารกคลอดก่อนกำหนด ก่อนทศวรรษ 1980 มีรายงานผู้ป่วยพีซีพีในสหรัฐอเมริกาน้อยกว่า 100 รายต่อปี โดยพบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเช่นผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือผู้ป่วยรับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะที่ต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน ในปี ค.ศ. 1981 Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ได้รายงานโรคพีซีพีในชายรักร่วมเพศ 5 คนที่มีสุขภาพดีมาตลอด ในอเมริกา บริเวณลอสแอนเจลิส

ปัจจุบัน P. jirovecii เป็นหนึ่งในเชื้อก่อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อฉวยโอกาสที่มีความรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก ช่วงสิบปีแรกหลังจากมีการระบาดทั่วของเชื้อเอชไอวีมีรายงานโรคพีซีพีกว่า 100,000 รายในสหรัฐอเมริกา เฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่มีคำอธิบายอื่นสำหรับภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

อุบัติการณ์[แก้]

โรคพีซีพีพบได้น้อยมากในคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติ แต่พบได้บ่อยในคนที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อย่างเช่นทารกคลอดก่อนกำหนด เด็กขาดสารอาหาร คนชรา และผู้ป่วยเอดส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบบ่อยในปัจจุบัน[1][5] พีซีพียังพบได้ในผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่นผู้ที่รับการปลูกถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูก และผู้ป่วยหลังผ่าตัดก็พบได้[6]

ระบาดวิทยา[แก้]

พีซีพีกับเอดส์[แก้]

มีการศึกษาพบความสัมพันธ์ระหว่าง PCP กับเอดส์มาตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดของเอดส์ ด้วยความที่ PCP มักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเท่านั้น จึงเป็นข้อสงสัยสำคัญที่จะนำไปสู่การให้การวินิจฉัยโรคเอดส์ในผู้ป่วย ซึ่งไม่มีเหตุอื่นที่จะทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เช่น ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เนื่องจากรับการปลูกถ่ายอวัยวะ) ช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 มีการเก็บข้อมูลพบว่ามีจำนวนผู้ป่วย PCP ในเขตอเมริกาเหนือเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ซึ่งทราบได้จากการที่มีการสั่งยาเพนตาไมดีนซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่ไม่ค่อยมีที่ใช้อื่นมากขึ้น ข้อมูลนี้เป็นสัญญาณแรกของการระบาดของเอดส์ในช่วงเวลาดังกล่าว[7][8]

ในช่วงเวลาก่อนที่จะมีการค้นพบวิธีรักษาที่ได้ผลดีนั้น PCP เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยและรุนแรงอย่างหนึ่งของผู้ป่วยเอดส์ อุบัติการณ์ของการเกิด PCP ลดลงเป็นอย่างมากหลังจากมีการนำยาโคไทรมอกซาโซลแบบกินมาใช้เป็นวิธีมาตรฐานในการป้องกัน PCP ในผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีระดับ CD4 ต่ำกว่า 200/mm³ ส่วนในผู้ป่วยเอดส์ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการป้องกันการติดเชื้อด้วยยาได้เช่นนี้ PCP ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักๆ อยู่

อาการ[แก้]

การวินิจฉัย[แก้]

ภาพถ่ายรังสีทรวงอกของผู้ป่วยโรคพีซีพี พบมีลักษณะขาวขุ่น (increase opacity) ในปอดช่วงล่างทั้งสองข้าง เป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้

การดำเนินโรค[แก้]

วงจรชีวิต[แก้]

การกำหนดชื่อ[แก้]

Pneumocystis
ซิสต์ของ P. jirovecii ในชิ้นเนื้อ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Fungi
R.T. Moore, 1980
อาณาจักรย่อย: Dikarya
Dikarya Hibbett, T. Y. James & Vilgalys, 2007
ไฟลัม: Ascomycota
Caval.-Sm., 1998
ไฟลัมย่อย: Taphrinomycotina
O. E. Eriksson & Winka, 1997
ชั้น: Pneumocystidomycetes
O. E. Eriksson & Winka, 1997
อันดับ: Pneumocystidales
O. E. Eriksson, 1994
วงศ์: Pneumocystidaceae
O. E. Eriksson
สกุล: Pneumocystis
P. Delanoë & Delanoë, 1912
Species

P. carinii P. Delanoë & Delanoë
P. jirovecii J.K. Frenkel
P. murina Keely, J.M. Fisch., Cushion & Stringer
P. oryctolagi Dei-Cas et al.
P. wakefieldiae Cushion, Keely & Stringer

Pneumocystis Genome Project[แก้]

ประวัติศาสตร์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Aliouat-Denis, C-M. et al. (2008). "Pneumocystis species, co-evolution and pathogenic power". Infection, Genetics & Evolution 8: 708–726. doi:10.1016/j.meegid.2008.05.001. 
  2. Cushion MT . (1998). Chapter 34. Pneumocystis carinii. In: Collier, L., Balows, A. & Sussman, M. (ed.), Topley and Wilson's Microbiology and Microbial Infections 9th ed. Arnold and Oxford Press, New York. pp. 645–683. 
  3. Cushion MT (1998). "Taxonomy, genetic organization, and life cycle of Pneumocystis carinii". Semin. Respir. Infect 13 (4): 304–312. PMID 9872627. 
  4. Cushion MT (2004). "Pneumocystis: unraveling the cloak of obscurity". Trends Microbiol 12 (5): 243–249. doi:10.1016/j.tim.2004.03.005. PMID 15120144. 
  5. Ryan KJ; Ray CG (editors) (2004). Sherris Medical Microbiology (4th ed.). McGraw Hill. ISBN 0838585299. 
  6. Puzio et al. Atypical and opportunistic pulmonary infections after cardiac surgery. Anestezjol Intens Ter. 2009 Jan-Mar;41(1):38-41.
  7. Fannin S, Gottlieb MS, Weisman JD, et al. (1982). "A Cluster of Kaposi's Sarcoma and Pneumocystis carinii pneumonia among homosexual male residents of Los Angeles and Range Counties, California". MMWR Weekly 31 (32): 305–7. 
  8. Masur H, Michelis MA, Greene JB, et al. (10 December 1981). "An outbreak of community-acquired Pneumocystis carinii pneumonia". N Engl J Med 305 (24): 1431–8. doi:10.1056/NEJM198112103052402. PMID 6975437.