Piaget SA

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่กระชับ เหมาะสม หรือไม่รู้วิธีอ่านในภาษาไทย


Piaget (ไทย: เพียเจต์) เป็นผู้ประดิษฐ์นาฬิกาและเครื่องประดับอัญมณีหรูของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2417 โดย Georges Piaget (จอร์จ เพียเจต์) ในหมู่บ้าน La Côte aux Fées (ลา โก๊ต โอ เฟส์) Piaget เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท Swiss Richemont (สวิส ริชมอนต์) ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสินค้าหรูหรา

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

ยกเว้นกรณีที่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ข้อมูลทั้งหมดได้มาจากเว็บไซต์ของแบรนด์ [1].

ต้นกำเนิดของบริษัท (พ.ศ. 2417-2485)[แก้]

ในปีพ.ศ. 2417 Georges Edouard Piaget (จอร์จ เอดูอาร์ด เพียเจต์) ตั้งห้องประดิษฐ์นาฬิกาแห่งแรกของเขาที่ฟาร์มของครอบครัวซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆชื่อ La Côte aux Fées (ลา โก๊ต โอ เฟส์) ที่เชิงเขา Jura (จูร่า) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ [2]. ด้วยการทุ่มเทสร้างสรรค์งานฝีมือในการประดิษฐ์นาฬิกาพกและกลไกนาฬิกาที่ทำงานได้เที่ยงตรงให้กับนาฬิกาแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียง ในเวลาไม่นานชื่อเสียงของ Piaget ก็ขจรไกลไปจนถึงชายแดนเขตมณฑล Neuchâtel (เนอชาแตล) ในปีพ.ศ. 2454 Timothée Piaget (ทิโมเธ เพียเจต์) บุตรชายของ Georges Piaget (จอร์จ เพียเจต์) รับช่วงต่อกิจการของครอบครัว โรงงานประดิษฐ์นาฬิกาของ Piaget ทุ่มเทให้กับการประดิษฐ์นาฬิกาข้อมือนับแต่นั้นเป็นต้นมา[3].

เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว (พ.ศ. 2486-2498)[แก้]

โดยการแนะนำของหลานชายของผู้ก่อตั้งบริษัท Gérald (เฌราล์ด) และ Valentin Piaget (วาลองแตง เพียเจต์) Piaget ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปีพ.ศ. 2486 นับจากนั้นมา โรงงานผลิตที่ La Côte aux Fées ได้ผลิตนาฬิกาของตนเองและขยายตัวไปยังต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จากความสำเร็จดังกล่าว ธุรกิจภายในครอบครัวก็ได้เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ขึ้นอีกแห่งหนึ่งในปีพ.ศ. 2488 ที่เมือง La Côte aux Fées โดยโรงงานแห่งใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่การประดิษฐ์นาฬิการูปแบบใหม่ๆและกลไกการทำงานที่บางเฉียบ


กลไกบางเฉียบ และเครื่องประดับอัญมณี (พ.ศ. 2499-2506)[แก้]

ในปีพ.ศ. 2500 โรงงานผลิตที่ La Côte aux Fées ได้ผลิตกลไก Calibre 9P (คาลิเบอร์ 9P) ซึ่งเป็นระบบไขลานด้วยมือรุ่นแรกที่บางเฉียบ (2 มม.) จากนั้นในปีพ.ศ. 2503 ผู้ผลิตนาฬิกา Piaget ได้พัฒนาคิดค้น Calibre12P (คาลิเบอร์ 12P) ที่มีกลไกอัตโนมัติที่บางเฉียบที่สุดในโลกเพียง 2.3 มม. (ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการในสถิติโลกของกินเนสใน Guinness Book of Records) คอลเลกชันของ Piaget มีให้เลือกหลากหลาย นอกจากนาฬิกาเหรียญ นาฬิกาแหวน นาฬิกาเข็มกลัด และนาฬิกากระดุมกลัดแล้ว Piaget ยังสร้างสรรค์ออกแบบเครื่องประดับอัญมณีที่งดงามเป็นครั้งแรกอีกด้วย ในปีพ.ศ. 2500 นาฬิกาชายรุ่น Emperador (เอ็มเพอราดอร์) ถูกนำสู่ตลาดเป็นครั้งแรก และนับจากนั้นมาก็กลายเป็นรุ่นที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของยี่ห้อ Piaget จากการขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงเปิดโรงงานแห่งใหม่ที่นครเจนีวาเพื่อสร้างสรรค์เครื่องประดับและอัญมณี และในปีพ.ศ. 2502 Piaget ก็ได้เปิดบูติกแห่งแรกขึ้นมา

ความสำเร็จและการขยายตัวอย่างรวดเร็ว (พ.ศ. 2507-2530)[แก้]

เครื่องประดับและอัญมณีของ Piaget มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในระยะเวลาอันสั้น จากการที่ได้รับความนิยมจากบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงเช่น แจ็คกี้ เคนเนดี จีนา โลลโลบริจิด้า และ แอนดี้ วอร์ฮอล์ ในปีพ.ศ. 2507 Piaget ออกแบบนาฬิกาเรือนแรกที่ตกแต่งประดับพื้นหน้าปัดด้วยอัญมณีล้ำค่า เช่น ไพฑูรย์ เทอร์คอยซ์ นิล และพลอยตาเสือ หลังจากนั้น Piaget ได้ออกแบบนาฬิกากระดุมกลัด ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการประดิษฐ์นาฬิกาอันประณีตวิจิตร ปีพ.ศ. 2519 ประดิษฐ์ Calibre 7P (คาลิเบอร์ 7P) กลไกระบบควอตซ์ที่เล็กที่สุดในเจนเนอเรชั่นนั้น นาฬิกา Piaget โปโล ที่มีสไตล์ศิลปะอันวิจิตรงดงามถูกประดิษฐ์ขึ้นในปีพ.ศ. 2522 และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของแบรนด์ Piaget ในขณะที่คอลเลคชั่น[4] Dancer (แดนเซอร์) ที่ประดิษฐ์ขึ้นในปีพ.ศ. 2529 ก็ประสบความสำเร็จเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน ภายใต้การบริหารของ Yves Piaget (อีฟส์ เพียเจต์) ในตำแหน่งประธานบริษัท ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2523 Piaget ยังสร้างสรรค์การออกแบบที่มีรสนิยมความงามเลิศล้ำและได้รับการยกย่องว่าเป็นแบรนด์แห่ง "ผู้ประดิษฐ์นาฬิกา-เครื่องประดับอัญมณี"

การควบรวมกิจการ (พ.ศ. 2531-2543)[แก้]

กลุ่มธุรกิจสินค้าหรูหรา Vendôme (วองโดม) หรือ Richemont (ริชมองต์) ในปัจจุบันได้ซื้อกิจการโรงงานผลิตนาฬิกาของ Piaget ในปีพ.ศ. 2531 ในปีพ.ศ. 2533 Piaget ออกคอลเลคชั่นใหม่ๆอีกหลายแบบ เช่น Possession (พอสเซสชั่น) , Tanagra (ทานากรา) , Limelight (ไลม์ไลท์) และ Miss Protocole (มิสโปรโตโคล) ในส่วนของนาฬิกา Piaget ยังได้ออกรุ่น Altiplano (อัลติพลาโน) ออกมาใหม่ และในปีพ.ศ. 2542 ได้นำรุ่นคลาสสิก คอลเลคชั่น Emperador (เอ็มเพอราดอร์) ออกมาสร้างสรรค์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง นาฬิการุ่นประณีตที่มีความสลับซับซ้อนรวมอยู่ในคอลเลคชั่นเดียวคือ Black Tie (แบล็ค ไท)


กลไกแบบใหม่ (พ.ศ. 2544-2551)[แก้]

ในปีพ.ศ. 2544 เปิดโรงงานแห่งใหม่ Piaget Haute Horlogerie (เพียเจต์ โอ๊ต ออร์โลเฌอรี) ที่ Plan-les-Ouates (ปลอง-เลส์-อูวาตส์) ใกล้กับนครเจนีวา กลไกการทำงานของตัวเครื่องยังคงผลิตที่ La Côte aux Fées ที่โรงงานต้นกำเนิดของครอบครัวที่มีชื่อในประวัติศาสตร์ ที่อาคารแห่งใหม่นี้มีช่างผู้ชำนาญชั้นยอดด้านการประดิษฐ์นาฬิกาและเครื่องประดับและอัญมณีกว่า 40 คน ในปีเดียวกัน Piaget ได้เติมแต่งความสนุกสนานอ่อนเยาว์ให้กับนาฬิการุ่นโปโลจากปีพ.ศ. 2513 อีกครั้งและเปิดตัวคอลเลคชั่น Magic Reflections (แมจิค รีเฟลคชั่นส์) โรงงานประดิษฐ์ของ Piaget ได้พัฒนากลไกการทำงานอีกหลายแบบ และในปีพ.ศ. 2545 ได้แนะนำเปิดตัวกลไกตูร์บิญองที่ผลิตโดย Piaget เป็นครั้งแรกสู่ตลาดคือ Calibre 600P (คาลิเบอร์ 600P) ซึ่งเป็นกลไกตูร์บิญองที่บางที่สุดในโลกด้วยความหนาเพียง 3.5 มม. ในปีพ.ศ. 2547 Piaget ฉลองครบรอบ 130 ปีในการสร้างสรรค์ประดิษฐ์นาฬิกา

ความประณีตงดงามของงานฝีมือ[แก้]

Piaget ออกแบบสรรค์สร้าง พัฒนาและผลิตกลไกการทำงานของนาฬิกาจากโรงงานของตนเอง โรงงานผลิตของ Piaget ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2417 และมีกลุ่มช่างฝีมือชั้นเลิศมืออาชีพมากกว่า 40 คนที่ออกแบบสร้างสรรค์แนวความคิดจนถึงการประดิษฐ์นาฬิกาที่มีกลไกการทำงานที่สลับซับซ้อนหรือสร้างสรรค์เครื่องประดับและอัญมณีอันล้ำค่าสง่างาม [5].

กลไกบางเฉียบ[แก้]

Piaget เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มการประดิษฐ์กลไกการทำงานอันบางเฉียบด้วยกลไก 9P ที่ทำงานด้วยมือและ 12P ที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลไกการทำงานที่บางที่สุดในโลกในกลุ่มประเภทนั้นๆในปีพ.ศ. 2500 และ 2503 ตามลำดับ [6] กลไกการทำงานอันบางเฉียบนี้ได้นำไปสู่การพัฒนารุ่นใหม่ๆเมื่อไม่นานมานี้คือรุ่น 430P, 450P และ 438P ที่มีความหนาเพียง 2.1 มิลลิเมตร นวัตกรรมประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดนี้ถูกนำไปใช้ในนาฬิการุ่น Altiplano (อัลติพลาโน) เป็นส่วนใหญ่

กลไกตูร์บิญอง[แก้]

กลไกการทำงานตูร์ปิญองใช้เวลาในการพัฒนาคิดค้นนานกว่า 3 ปี ผลที่ได้จากการวิจัยพัฒนานี้คือ calibre 600P (คาลิเบอร์ 600P) ซึ่งเป็นกลไกตูร์ปิญองที่บางที่สุดในโลก (3.5 มม.) โครงกรอบของกลไกมีความสลับซับซ้อนเป็นพิเศษกล่าวคือ ประกอบด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็กจิ๋ว 42 ชิ้น รวมทั้ง สะพานเชื่อมไททาเนี่ยม 3 ชิ้น ด้วยน้ำหนักเพียง 0.2 กรัม กลไกฟลายอิ้ง ตูร์ปิญอง ที่เชื่อมติดบนแกนเพลาเดี่ยว มีตัวอักษรย่อ “P” ประทับอยู่ด้านบนซึ่งทำให้กลไกความสมดุลมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น เพื่อรับประกันความเที่ยงตรงสูงสุดในการทำงาน การประกอบและบรรจุ กลไก 600P แต่ละชิ้นจะถูกมอบหมายให้ทำโดยช่างประดิษฐ์นาฬิกาผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวเท่านั้น

กลไกตูร์บิญอง หน้าปัดเปลือยใส (Skeleton)[แก้]

กลไกฟลายอิ้ง ตูร์ปิญอง สัญลักษณ์แห่งความสลับซับซ้อนของกลไก เป็นกลไกที่บางเฉียบที่สุดในโลกในกลุ่มนี้ (3.5 มม.) กลไกนี้ถูกแยกออกเป็นส่วนๆในการบอกเวลาในแต่ละ 60 นาที ลวดลายสวยงามของงานช่างฝีมือสัญลักษณ์พระอาทิตย์เผยโฉมความงามจากกรอบโครงสร้างตูร์ปิญอง ตกแต่งหุ้มด้วยทองและประดับด้วยอัญมณีล้ำค่า กลไกตูร์ปิญองที่ตกแต่งหน้าปัดเปลือยใสแบบสเกเลตันเผยให้เห็นกลไกการทำงานที่ซับซ้อนประณีตสวยงามนี้ได้รับการประกอบและบรรจุโดยช่างประดิษฐ์นาฬิกาผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวเท่านั้น และเป็นรุ่นที่ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรหลายฉบับ

กลไกเข็มกวาดครึ่งวงกลมรีโทรเกรด[แก้]

Calibre 560P (คาลิเบอร์ 560P) (กลไกการทำงานแบบไขลานอัตโนมัติถูกออกแบบ พัฒนาและผลิตที่ศูนย์กลางการผลิตของ Piaget เป็นกลไกที่เรียกได้ว่ามีเข็มแสดงเวลาวินาทีแบบรีโทรเกดผ่านหน้าปัดครึ่งวงกลมที่สลับซับซ้อนสวยงาม ด้วยเข็มวินาทีกวาดโค้งจาก 0 ถึง 30 วินาที ณ ตำแหน่ง 12-นาฬิกา แล้วตีกลับมาจุดเริ่มต้น การออกแบบสร้างสรรค์รายละเอียดในขั้นสุดท้ายของงานฝีมือที่ประณีตซับซ้อนนี้ใช้เวลานานถึง 24 เดือน โดยเป็นการตกแต่งด้วยลวดลายเจนีวาทรงกลมสวยงาม แกะลวดลายฉลุบนแผ่นโลหะ ชิ้นส่วนสะพานเชื่อมกลไกหลักตัดมุมและวาดด้วยมือ รวมทั้งสกรูสีฟ้า

กลไกไขลานอัตโนมัติ[แก้]

กลไกการทำงานแบบไขลานอัตโนมัติเจนเนอเรชั่นใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อปีพ.ศ. 2549 กลไก 800P ที่มีเข็มนาฬิกาตรงกลาง เข็มนาทีและเข็มวินาทีที่บรรจุตลับลานแบบคู่ เพื่อให้สามารถสำรองพลังงานได้นาน 72 ชั่วโมง กลไกคาลิเบอร์ 12-ligne มีเส้นผ่าศูนย์กลางวัดได้ 26.8 มิลลิเมตร และเดินด้วยความถี่แบบดั้งเดิมที่ 21’600 ครั้งต่อชั่วโมง (3 เฮิรตซ์) และบอกเวลาได้เที่ยงตรงด้วยตัวบาลานซ์ที่มีสกรู เวอร์ชัน 850P แสดงเข็มวินาทีเล็ก และเวลาไทม์โซนที่สองผ่านหน้าปัดย่อยสองอัน พร้อมแสดงสัญลักษณ์กลางวัน/กลางคืนเป็นจังหวะเดียวกันกับเวลาไทม์โซนกลาง

ศิลปะแห่งการเคลือบสีลงยา[แก้]

Piaget ยังคงใช้ศิลปะการตกแต่งลวดลายภาพวาดอันวิจิตรขนาดเล็กแบบดั้งเดิมด้วยเทคนิคเก่าแก่ดั้งเดิม ช่างเคลือบลงยาจะเริ่มโดยการบดและทำความสะอาดวัสดุ อีนาเมลเพื่อให้ได้ผงสีที่ละเอียด จากนั้นจึงนำไปผสมกับน้ำมันเพื่อให้ได้สีตามที่ต้องการ ช่างลงยาจะใช้แปรงวาดระบายสีเป็นชั้นบางๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า สลับกับการเข้าเตาอบในแต่ละชั้นที่อุณหภูมิสูงกว่า 800° เซลเซียส การลงยาแต่ละชิ้นจะต้องผ่านความร้อนจากเตาเผาเกือบยี่สิบครั้ง ผงสีลงยาจะติดกับวัสดุหรือชิ้นส่วนประดับบนนาฬิกาตลอดไป

การประดับตกแต่งและอัญมณี[แก้]

Piaget มีโรงงานเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดของตนเองในนครเจนีวา อัญมณีทุกชิ้นได้รับการเจียระไน ตกแต่งและประดับลงบนนาฬิกาด้วยมืออย่างวิจิตรงดงาม Piaget บรรจงคัดสรรเพชรและอัญมณีล้ำค่าด้วยความพิถีพิถันและประณีต เช่น เพชรที่เลือกสรรมาใช้จะต้องได้มาตรฐานเฉดสีที่สูงที่สุด (D ถึง G) และความบริสุทธิ์ของเพชร (IF - เพชรชั้นยอดน้ำงามที่สุด ไม่มีตำหนิหรือมลทินใดๆในทั้งเนื้อเพชรและผิวของเพชร ถึง VVS - เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรให้เห็นได้น้อยมาก) คุณภาพเพชรจะถูกทดสอบตามมาตรฐานภายในที่เข้มงวดของ Piaget โดยดูจาก สี ขนาด ความบริสุทธิ์ และกะรัต Piaget เป็นสมาชิกของ “สมาคมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจเพชรอย่างมีความรับผิดชอบ” (Council for Responsible Jewellery Practices) และปฏิบัติตาม “มาตรการออกหนังสือรับรองเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน” (Kimberley Process Certification Scheme) ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการผลิตเพชรดังกล่าวไม่ได้มีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศที่มีความขัดแย้ง

คอลเลคชั่น[แก้]

นาฬิกา [7][แก้]

  • Black Tie (แบลค ไท)
  • Altiplano (อัลติพลาโน)
  • Upstream (อัพสตรีม)
  • Piaget Polo (เพียเจต์ โปโล)
  • Dancer (แดนเซอร์)
  • Possession (พอสเซสชั่น)
  • Miss Protocole (มิสโปรโตโคล)
  • Limelight (ไลม์ไลท์)
  • Exceptional Pieces
  • Creative Collection (ครีเอทีฟ คอลเลคชั่น)

เครื่องประดับ [8][แก้]

  • Possession (พอสเซสชั่น)
  • Wedding (เวดดิ้ง)
  • Hearts & Charms (ฮาร์ท & ชาร์มส์)
  • Miss Protocole (มิสโปรโตโคล)
  • Magic Gardens of Piaget (แมจิค การ์เดน ออฟ เพียเจต์)
  • Limelight (ไลม์ไลท์)
  • Creative Collection (ครีเอทีฟ คอลเลคชั่น)
  • For Men

กิจกรรมและการสนับสนุน[แก้]

รางวัลสปิริต[แก้]

ในปีพ.ศ. 2551 Piaget เป็นสปอนเซอร์ให้การสนับสนุนรางวัลสปิริต เทศกาลรางวัลภาพยนตร์อิสระของอเมริกัน ซึ่งจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ที่เมืองซานตา โมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย [9].


  • รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: Juno โดย Jason Reitman (เจสัน เรตแมน)
  • รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม: Julian Schnabel (จูเลียน ชนาเบล) – The Diving Bell and the Butterfly
  • รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: Tamara Jenkins (ทามารา เจนกินส์) – The Savages
  • รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม: Ellen Page (เอลเลน เพจ) – Juno
  • รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม: Philip Seymour Hoffman (ฟิลลิป เซย์มัวร์ ฮอพแมน) – The Savages
  • รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม: Cate Blanchett (เคท แบลนเชตต์) – I’m Not There
  • รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม: Chiweteil Ejiofor (ชิเวเทล เอจิโอโฟร์)
  • รางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม: Once (ประเทศไอร์แลนด์) โดย John Carney (จอห์น คาร์นีย์)
  • รางวัลภาพยนตร์ใหม่เรื่องแรกยอดเยี่ยม: The Look Out โดย Scott Frank (สก็อต แฟรงค์)

Piaget บูติก[แก้]

ผลิตภัณฑ์ของ Piaget มีวางจำหน่ายใน 84 ประเทศ ในบูติกมากกว่า 800 แห่งทั่วโลก ตัวแทนบูติกเหล่านี้ตั้งอยู่ในใจกลางมหานคร:

  • Piaget ปารีส - จัตุรัส Place Vendôme (ปลาส วองโดม) - เปิดในปีพ.ศ. 2535 Piaget ปารีส บูติก ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองย่านหรูหราแห่งเมืองหลวงของฝรั่งเศส
  • Piaget โมนาโก - Beaux Arts (โบซารต์) - Piaget โมนาโก บูติก เปิดในปีพ.ศ. 2523 อยู่ที่ถนน des Beaux Arts (เดส์ โบซารต์)
  • Piaget เบอร์ลิน – Kurfürstendamm (คูฟองซ์สเตนแดมน์) - ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2545 Piaget บูติกในเบอร์ลินเปิดให้บริการในย่าน Kurfürstendamm ในกรุงเบอร์ลิน
  • Piaget ปาล์ม บีช- South County Road (ถนน เซาธ์ เคานท์ตี้) - Piaget เปิดบูติกที่เมืองปาล์ม บีช แถบชายทะเลรัฐฟลอริด้า
  • Piaget ไมอามี่ - Collins Avenue (ถนน คอลลินส์) - ที่รัฐฟลอริด้า Piaget บูติกตั้งอยู่ที่ Collins Avenue (ถนน คอลลินส์)

ศูนย์กลางเมืองและธุรกิจของไมอามี่

  • Piaget นิวยอร์ก – Fifth Avenue (ฟิฟธ์ อเวนิว) - Piaget บูติกตั้งอยู่ที่ย่านแมนฮัตตันบนถนนสายสำคัญที่โด่งดังที่สุดในมหานครนิวยอร์ก
  • Piaget ลาส เวกัส - Hotel Palazzo (โรงแรมพาลาซโซ) - บูติกของ Piaget แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงแห่งการพนันและบันเทิงของโลก เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการพัฒนาก้าวสู่ความเป็นนานาชาติของ Piaget

การประกวดและรางวัล[แก้]

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

Piaget ได้รับรางวัลมากมายตลอดประวัติแห่งการประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกาแบรนด์ Piaget ที่ผ่านมา:

  • ในปีพ.ศ. 2543 คณะกรรมการ Montres Passion มอบรางวัล “สุดยอดนาฬิกาแห่งปี” ให้กับนาฬิการุ่น Emperador (เอ็มเพอราดอร์) [10].
  • ในงานประกวดชิงรางวัลผู้ผลิตนาฬิกาที่กรุงเจนีวา (Geneva Watchmaking Grand Prix) นาฬิกา Piaget รุ่นปีพ.ศ. 2510 ได้รับรางวัล “สุดยอดแห่งการดีไซน์นาฬิกา” ในปีพ.ศ. 2545 [11] และนาฬิกา Altiplano XL (อัลติพลาโน XL) ได้รับรางวัล “นาฬิกาที่บางที่สุด” ในปีพ.ศ. 2546 [12].
  • ในงานประกวดชิงรางวัลผู้ผลิตนาฬิกาที่กรุงเจนีวา (Geneva Watchmaking Grand Prix) Piaget ได้รับรางวัลสุดยอดนาฬิกาประดับอัญมณีสำหรับสุภาพสตรีในปีพ.ศ. 2549 สำหรับนาฬิการุ่น Limelight Party (ไลม์ไลท์ ปาร์ตี้) [13].
  • ในปีพ.ศ. 2549 นาฬิการุ่น Limelight Party (ไลม์ไลท์ ปาร์ตี้) ยังได้รับเลือกให้เป็น “สุดยอดนาฬิกาที่สวยที่สุดแห่งปี 2549” โดยนิตยสาร โว้ก โฮยาส์ สเปน [14].
  • นาฬิกา Piaget Polo Chronograph (โปโล โครโนกราฟ) ได้รับเลือกให้เป็น “สุดยอดนาฬิกาแห่งปี 2550 ” ในกลุ่มประเภทโครโนกราฟ โดยคณะกรรมการจากนิตยสารฝรั่งเศส La Revue des Montres [15].
  • นาฬิการุ่น Emperador (เอ็มเพอราดอร์) ได้รับรางวัลสุดยอดนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษแห่งปี 2550 (รางวัลนาฬิกาแห่งตะวันออกกลางประจำปี 2550) ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Alam Assaat Wal Moujawharat [16].
  • นาฬิการุ่น Limelight Party Secret (ไลม์ไลท์ ปาร์ตี้ ซีเคร็ต) ได้รับฉายาว่าเป็น “สุดยอดนาฬิกาแห่งปี 2550 ” ในกลุ่มนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี โดยนิตยสารในเบลเยียมชื่อ Passion des Montres [17].

Piaget กับรางวัลผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณียอดเยี่ยม[แก้]

ในปีพ.ศ. 2548 Piaget สร้างผลงานที่ได้รับรางวัลผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณียอดเยี่ยม รางวัลนี้มอบให้กับนักเรียนที่มีผลงานดีเด่นที่สุดสำหรับประกาศนียบัตร Certificat Fédéral de Capacité ด้านประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกา Dorian Recordon (โดเรียน เรคอร์ดอน) เป็นผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้

หมายเหตุ[แก้]

  1. Piaget.com
  2. Piaget และ la Côte-aux-fées [1] [2].
  3. อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของ Piaget the history of Piaget.
  4. Piaget - Polo (1979) [3].
  5. เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Piaget ความประณีตงดงามของงานฝีมือ.
  6. กลไกบางเฉียบ [4]
  7. ดูคอลเลคชั่น Piaget นาฬิกา.
  8. ดูคอลเลคชั่น Piaget เครื่องประดับ.
  9. ดู http://filmindependent.org/spiritawards/sponsorship.php.
  10. อ่านบทความภาษาฝรั่งเศส Montres de Luxe .com.
  11. ดูบทความ the Prizes winner 2002 on WorldTempus.com
  12. ดูบทความ Geneva Watchmaking Grand Prix 2003 on WorldTempus.com.
  13. ดู http://www.worldtempus.com/wt/1/11682.
  14. ดูบทความเกี่ยวกับ WorldTempus.com .
  15. ดู Prix officiels de La Revue des Montres.
  16. ดูบทความ The Middle East Watch of the Year Award.
  17. อ่านบทความภาษาฝรั่งเศส La montre dame de l'année, la limelight Party (lesoir.be).

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]