วาฬสเปิร์มแคระ
| วาฬสเปิร์มแคระ | |
|---|---|
| ขนาดเมื่อเทียบกับมนุษย์ | |
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Mammalia |
| อันดับ: | Cetacea |
| อันดับย่อย: | Odontoceti |
| วงศ์: | Kogiidae |
| สกุล: | Kogia |
| ชนิด: | K. sima |
| ชื่อทวินาม | |
| Kogia sima Owen, 1866 |
|
| แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ | |
| ชื่อพ้อง[2] | |
|
|
วาฬสเปิร์มแคระ[3] หรือ วาฬหัวทุยแคระ[4] (อังกฤษ: Dwarf sperm whale; ชื่อวิทยาศาสตร์: Kogia sima) เป็นวาฬขนาดเล็กชนิดหนึ่ง จัดเป็น 1 ใน 2 ชนิดเท่านั้นที่อยู่ในวงศ์วาฬสเปิร์มเล็ก (Kogiidae)
มีลักษณะทั่วไปคล้ายวาฬสเปิร์มเล็ก (K. breviceps) ที่อยู่ในวงศ์และัสกุลเดียวกัน แต่มีจำนวนฟันน้อยกว่าและมีครีบหลังสูงกว่าเล็กน้อย (ประมาณร้อยละ 5 ของความยาวลำตัว) ลำตัวสีเทาดำท้องขาว ปากขนาดเล็กด้านอยู่ล่าง ลักษณะแคบ มีฟันเป็นเขี้ยวแหลมโค้งจำนวน 7-11 คู่บนขากรรไกรล่าง ขากรรไกรบนไม่เห็นฟันออกมา แต่ในบางตัวที่มีอายุมาก ๆ จะมีฟันซ่อนอยู่ใต้เหงือก ลูกแรกเกิดยาวประมาณ 1 เมตร ขนาดโตเต็มที่ยาวเพียง 2.7 เมตร น้ำหนักประมาณ 210 กิโลกรัม จัดเป็นวาฬขนาดเล็กชนิดหนึ่ง กินอาหารได้แก่ กุ้ง, หมึก และปลา[5]
พบกระจายพันธุ์ฺในทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก ปกติจะอาศัยอยู่เป็นฝูงในทะเลเปิด จะเข้าใกล้ชายฝั่งเมื่อเวลาป่วยหรือใกล้ตายเท่านั้น ในน่านน้ำไทยพบรายงานเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น คือ ที่จังหวัดภูเก็ต ในปี พ.ศ. 2530, จังหวัดสตูล ในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเกยตื้นเป็นคู่แม่ลูก และในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2551 ที่จังหวัดภูเก็ต เป็นซากตัวเมียเกยตื้น อายุราว 2 ปี หลังจากผ่าพิสูจน์การตายในช่องท้องแล้วพบว่า กินถุงพลาสติกและเศษขยะเข้าไปเป็นจำนวนมาก[4][5]
จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2535[3]
อ้างอิง [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Kogia sima จากวิกิสปีชีส์
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Kogia sima |