ฮาวล์สมูฟวิงแคสเสิล
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| ชื่อต้นฉบับ | Howl's Moving Castle |
| ผู้แปล | เศรษฐศิริ วงศ์ศรานนท์ |
| ประเทศ | อังกฤษ |
| ภาษา | อังกฤษ |
| ประเภทหนังสือ | นวนิยายแฟนตาซี |
| สำนักพิมพ์ | |
| วันที่พิมพ์ |
ฮาวล์สมูฟวิงแคสเสิล (Howl's Moving Castle) เป็นนิยายสำหรับเด็กแนวแฟนตาซี เขียนโดยนักเขียนชาวอังกฤษ ไดแอนา ไวนน์ โจนส์ (Diana Wynne Jones) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1986 และมีการดัดแปลงทำเป็นภาพยนตร์อะนิเมะชั่นในปี ค.ศ. 2004 โดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่น ฮายาโอะ มิยาซากิในสตูดิโอจิบลิ
ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยครั้งแรกในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 โดยสำนักพิมพ์มติชน แปลโดยเศรษฐศิริ วงศ์ศรานนท์ และใช้ชื่อภาษาไทยว่า ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์
[แก้] ภาพยนตร์แอนิเมชัน
ได้มีการทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนโดยสตูดิโอจิบลิ ภายใต้การกำกับโดย ฮายาโอะ มิยาซากิ ซึ่งดัดแปลงจากเนื้อหาในหนังสือของไดอาน่า ไวนน์ โจนส์ ใช้ชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า ฮาอุรุโนะอุโงะกุชิโระ (ハウルの動く城, ハウルのうごくしろ) และในชื่อภาษาอังกฤษว่า ฮาวล์สมูฟวิงแคสเสิล (Howl's Moving Castle)
ในตอนแรก ผู้กำกับดิจิมอนในภาคที่ฉายทางทีวีและในภาพยนตร์ มาโมรุ โฮโซดะ (Mamoru Hosoda) ได้รับการคัดเลือกให้มากำกับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ แต่ภายหลังได้ออกจากการเข้าร่วมโปรเจกต์นี้[ต้องการแหล่งอ้างอิง] และมิยาซากิได้เข้ามารับหน้าที่แทน ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 และฉายสู่สายตาชาวโลกในงาน เทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิส (Venice Film Festival) ในวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2004 และจัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือโดย บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส และได้ออกฉายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาประมาณวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2005
ไดอาน่า ไวนน์ โจนส์ ผู้แต่ง ได้พบกับตัวแทนของสตูดิโอจิบลิ แต่ไม่ได้มีส่วนในการสร้างภาพยนตร์ เธอได้กล่าวว่า 'มันเยี่ยมมาก ไม่ ฉันไม่ได้ออกความเห็นในภาพยนตร์ ฉันเขียนหนังสือ ไม่ใช่ภาพยนตร์ ใช่ มันจะต่างจากในหนังสือ จริงๆแล้วก็แตกต่างมากทีเดียว แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรจะเป็น มันจะเป็นหนังที่เยี่ยมมาก'[ต้องการแหล่งอ้างอิง] มิยาซากิได้เดินทางไปอังกฤษในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ. 2004 เพื่อให้โจนส์ดูภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการส่วนตัวด้วย
อย่างที่โจนส์ได้กล่าวไว้ เนื้อหาในภาพยนตร์แตกต่างจากในหนังสือมากทีเดียว ภาพยนตร์ยังเน้นไปที่โซฟี และการผจญภัยต่างๆของเธอในขณะที่ถูกสาปเป็นหญิงชราเหมือนในหนังสือ แต่เหตุการณ์ในภาพยนตร์เกิดขึ้นในช่วงสงคราม ซึ่งทำให้นึกถึงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และอยู่ในประเทศเยอรมนี ฮาวล์ก็พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมสงครามเพื่อพระราชา และต้องจัดการกับการตัดสินใจต่างๆ ของเขา ภาพยนตร์ นอกจากนี้ ฉากต่างๆ ในภาพยนตร์ได้รวมฉากของสงครามและฉากตามในหนังสือ
[แก้] โครงเรื่อง
| ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ |
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิง ชื่อ โซฟี แฮตเตอร์ (Sophie Hatter) ซึ่งเป็นพี่คนโตของน้องสาวอีกสองคน อาศัยอยู่ในอาณาจักรที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และเรื่องราวของเทพนิยายแห่งอินการี (Ingary) น้องสาวคนรองของโซฟีชื่อ เล็ตตี้ เป็นคนที่สวย ในขณะที่น้องคนเล็กชื่อ มาร์ทา เป็นคนที่ฉลาด โซฟีจึงมักจะคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่น่าสนใจและไม่ฉลาด โซฟีได้สืบทอดกิจการร้านขายหมวกของครอบครัว จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อแม่มดแห่งทุ่งร้าง ได้สาปให้โซฟีกลายเป็นหญิงชราอายุ 90 ปี เพราะไปทำให้แม่มดโกรธ โซฟีเลยต้องออกจากบ้าน และได้ไปพบกับปราสาทเคลื่อนที่ของพ่อมดฮาวล์ ผู้ซึ่งถูกร่ำลือว่าชอบสะสมหัวใจของเด็กผู้หญิง แต่โซฟีในสภาพหญิงชราก็ได้เป็นแม่บ้านในปราสาทแห่งนี้ และได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วพ่อมดฮาวล์เป็นคนดีชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ก็เป็นคนเจ้าชู้ และชอบปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับตัวเองในแง่ลบ เพื่อความเป็นส่วนตัวของตัวเองโดยป้องกันไม่ให้ผู้คนมาให้ความสนใจมากนัก ปราสาทของฮาวล์ประกอบด้วยประตูสี่ด้าน ซึ่งแต่ละประตูเปิดออกสู่สถานที่ต่างกันถึงสี่แห่ง คือ ส่วนที่โซฟีเข้ามา บ้านเกิดของฮาวล์ในเวลส์ (ชื่อจริงของฮาวล์คือ โฮเวลล์ เจนกินส์) เมืองชายทะเลซึ่งฮาวล์ได้ค่าจ้างจากการทำมนตร์วิเศษต่างๆ และด้านที่เปิดออกสู่เมืองหลวงของอาณาจักร
โซฟีได้ต่อรองกับปิศาจไฟ ชื่อ คาลซิเฟอร์ (Calcifer) ว่า ถ้าโซฟีสามารถทำลายสัญญาระหว่างคาลซิเฟอร์และฮาวล์ได้ คาลซิเฟอร์จะต้องทำให้โซฟีกลับไปเป็นเด็กดังเดิม แต่ในสัญญาระบุว่าทั้งฮาวล์และคาลซิเฟอร์ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสัญญาให้บุคคลอื่นรับรู้ได้ โซฟีจึงต้องเดาเอาเองว่าสัญญานั้นเป็นอย่างไร
ไมเคิล (Michael) เด็กฝึกงานของฮาวล์ เป็นผู้ทำหน้าที่จัดการกิจการต่างๆ ของฮาวล์ ซึ่งได้มาหลงรักผู้หญิงคนเดียวกับฮาวล์ คือ เล็ตตี้ (Lettie) น้องสาวคนรองของโซฟี ซึ่งเล็ตตี้ของไมเคิลจริงๆ แล้วคือ มาร์ทา (Martha) น้องสาวคนเล็กของโซฟี ที่ได้ใช้เวทมนตร์ให้ตัวเองดูคล้ายเล็ตตี้
เมื่อเจ้าชายจัสติน (Prince Justin) ได้หายสาบสูญไปจากการตามหาตัวพ่อมดซูลิมาน (Wizard Suliman) พระราชาจึงแต่งตั้งให้ฮาวล์ไปตามหาตัวทั้งสองคน พร้อมกับกำจัดแม่มดแห่งทุ่งร้าง แต่ฮาวล์พยายามหลีกเลี่ยงภารกิจนี้ โดยการให้โซฟีแสร้งเป็นแม่ของฮาวล์และไปพูดกับพระราชาเพื่อเปลี่ยนแปลงการแต่งตั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ฮาวล์มีเหตุผลที่จะตามหาบุคคลทั้งสามอยู่แล้ว เนื่องจากแม่มดแห่งการทำลายได้สาปฮาวล์ให้เป็นคนมากรักและฆ่าอาจารย์ของฮาวล์
ฮาวล์ได้สู้กับแม่มดแห่งการทำลาย และชนะในที่สุด โซฟีก็คืนร่างเป็นเด็กดังเดิมและแต่งงานกับฮาวล์ โซฟีก็ได้ช่วยให้คาลซิเฟอร์หลุดพ้นจากสัญญาได้ด้วย
| จบเนื้อหาส่วนที่เสียอรรถรสแล้ว ข้อความด้านบนนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ |
