ดรูปัล
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพตัวอย่างของซอฟต์แวร์ |
|
| รุ่นล่าสุด | 6.11 / 30 เมษายน พ.ศ. 2552 |
|---|---|
| เขียนด้วย | PHP |
| ระบบปฏิบัติการ | หลายระบบปฏิบัติการ |
| ชนิด | Content Management System |
| สัญญาอนุญาต | GPL |
| เว็บไซต์ | drupal.org |
ดรูปัล (อังกฤษ: Drupal; สัท. /ˈdruː-pʌl/) เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับมอจูลในการสร้างเว็บไซต์และระบบจัดการเนื้อหาเว็บในลักษณะโอเพนซอร์ซ เขียนขึ้นด้วยภาษาพีเอชพี โดยเริ่มพัฒนาใน พ.ศ. 2543 และกลายมาเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซในปี พ.ศ. 2544[1] ดรูปัลถูกใช้งานเป็นระบบเบื้องหลังของเว็บไซต์หลายเว็บทั่วโลก ตั้งแต่เว็บไซต์ขนาดเล็กจนถึงเว็บไซต์หน่วยงานขนาดใหญ่ รวมถึงเว็บไซต์ราชการหลายแห่ง[2][3] และได้รับรางวัลชนะเลิศซอฟต์แวร์ระบบจัดการเนื้อหาเว็บยอดเยี่ยมแห่งปี ในปี 2550 และ 2551[4]
ระบบศูนย์กลางของดรูปัลที่รู้จักในชื่อ "ดรูปัลคอร์" (Drupal core)เป็นส่วนที่รวมการทำงานพื้นฐานของระบบจัดการเนื้อหาเว็บ ซึ่งได้แก่การลงทะเบียนผู้ใช้ การบริหารระบบ การจัดการเมนู ฟีด บล็อก ฟอรั่ม และการสร้างหน้าตาพื้นฐาน โดยในการทำงานของดรูปัลนั้น มักจะทำงานร่วมกับมอจูลตัวอื่นที่เพิ่มเข้ามาตามความต้องการของผู้ใช้งาน ดรูปัลสามารถติดตั้งได้ในพีเอชพี (รุ่น 4.3.5+) และฐานข้อมูล MySQL หรือ PostgreSQL[5]
รุ่นที่รองรับปัจจุบันคือ ดรูปัล 5.x และ 6.x และรุ่นในอนาคต 7.x อยู่ในระหว่างการทดสอบและพัฒนา
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
ดรูปัลเริ่มต้นเขียนขึ้นโดย ดรีส เบยทาร์ท (Dries Buytaert) โปรแกรมเมอร์ชาวเบลเยียมในปี พ.ศ. 2543 และได้กลายมาเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซในปี 2544 โดยชื่อของ Drupal เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่รับจากภาษาดัตช์คำว่า "Druppel" ที่หมายถึง "หยดน้ำ" โดยชื่อที่ดรีส์ต้องการตั้งคือ "dorp" (หมายถึง หมู่บ้าน ในภาษาดัตช์) ซึ่งกล่าวถึงชุมชนผู้ใช้งาน แต่ได้สะกดผิดเป็น drop ในขณะที่ตรวจสอบ และคิดว่าชื่อนี้ฟังดูดีกว่า[1]
ระหว่างช่วง พฤษภาคม 2550-เมษายน 2551 ดรูปัลได้ถูกดาวน์โหลดมากกว่า 1.4 ล้านครั้ง และถูกนำไปใช้งานในเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ดรูปัลได้รับรางวัลชนะเลิศระบบจัดการเนื้อหาเว็บยอดเยี่ยมสำหรับระบบพีเอชพี ในปี 2550 และ 2551 ซึ่งจัดอันดับโดยแพกต์พับลิชิง (Packt Publishing)[4]
[แก้] การทำงาน
ดรูปัลทำงานโดยบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ ใช้เป็นโปรแกรมเบื้องหลังของเว็บไซต์ในการจัดการระบบและฐานข้อมูลโดยความสามารถหลักทำงานผ่านดรูปัลคอร์ และความสามารถอื่นเพิ่มเติมทำงานผ่านมอจูลที่ติดตั้งเพิ่ม และธีมสำหรับการจัดการการแสดงผล ดรูปัลรองรับการทำงานในภาษาอื่นนอกเหนือภาษาอังกฤษจำนวนมากกว่า 44 ภาษา[6] นอกจากมอจูลและธีมที่เปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์แล้ว ดรูปัลเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปร่วมพัฒนาและแปลภาษา
- ดรูปัลคอร์ (Drupal core)
- เป็นกลุ่มของชุดคำสั่งพื้นฐานที่พร้อมใช้งานในการสร้างเว็บไซต์ ที่รวมถึงความสามารถในการบริหารผู้ใช้งาน การลงทะเบียน การจัดหมวดหมู่ ระบบค้นหา และความสามารถพื้นฐานของการจัดหน้าตาเว็บ หรือบล็อก
- มอจูล (module)
- เป็นกลุ่มของชุดคำสั่งเพิ่มเติม เพิ่มความสามารถเข้าไปเพิ่มจากคำสั่งพื้นฐานที่มี ซึ่งในเว็บไซต์ทั่วไปที่ใช้งานดรูปัลมักจะมีการติดตั้งมอจูลเพิ่มเสมอ โดยตัวอย่างความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาได้แก่ ระบบอีคอมเมิร์ซ ระบบการแสดงภาพสไลด์โชว์ การเชื่อมต่อกับระบบอื่น
- ธีม (theme)
- เป็นชุดของคำสั่งที่ควบคุมการแสดงผลทั้งในส่วนของเนื้อหาและหน้าตา โดยหน้าตาของเว็บจะจัดการผ่านซีเอสเอส แสดงลักษณะของตำแหน่ง สี และการจัดวางเนื้อหา และส่วนจัดการเนื้อหาทำงานผ่านเทมเพลต ที่แสดงผลตามความต้องการของผู้ใช้คร่อมทับการแสดงผลหลักของระบบผ่านภาษาพีเอชพี
[แก้] ชุมชน
ดรูปัลมีการใช้งานในหลายเว็บไซต์ทั่วโลก ทั้งในเว็บไซต์ขนาดเล็กจนถึงเว็บไซต์ขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์รางวัลพูลิตเซอร์[7] (เว็บไซต์องค์กร) Popular Science (เว็บไซต์ข่าว) Yahoo! Research (เว็บไซต์หน่วยงาน) Ubuntu.org (เว็บไซต์ชุมชน) MTV United Kingdom และ Sony Music (เว็บไซต์บันเทิง) มหาวิทยาลัยแอมเฮิรตซ์ (เว็บไซต์สถานศึกษา) [2][3] Recovery.org (เว็บไซต์หน่วยงานราชการ)[8] สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (เว็บไซต์องค์กร)[9] FukDuk (เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ออนไลน์ไทย)[10]
ดรูปัลมีผู้ใช้งานทั่วโลก โดยมีผู้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ Drupal.org กว่า 350,000 ชื่อบัญชี โดยมีมากกว่า 2,000 คนที่ลงชื่อเป็นนักพัฒนาอาสาสมัคร[11] โดยทางดรูปัลมีการจัดสัมมนาหลายครั้ง ในชื่อ ดรูปัลคอน (DrupalCon) โดยในปี 2551 จัดขึ้นที่บอสตัน มีผู้เข้ามาร่วมงานกว่า 800 คน และในปี 2552 จัดขึ้นที่ วอชิงตัน ดี.ซี. มีผู้เข้าชมกว่า 1,400 คน[12][13] และปารีส ในประเทศไทยมีการจัด ดรูปัลแคมป์บางกอก ในปี 2551[14]
ดรูปัลถูกวิจารณ์ว่าเป็นระบบที่ซับซ้อนและยากต่อการเรียนรู้ในช่วงเริ่มต้น โดยดรูปัลเป็นซอฟต์แวร์ที่มีเส้นโค้งการเรียนรู้ที่สูงชัน[15] ส่งผลให้ผู้ใช้ใหม่เลิกสนใจดรูปัลและหันไปใช้ซอฟต์แวร์ที่มีการใช้งานง่ายแทนที่ โดยดรีส์ผู้ก่อตั้งดรูปัลได้กล่าวว่าระบบการใช้งานที่ยากนี้จะถูกปรับปรุงในรุ่น ดรูปัล 7 ที่จะออกมา โดยซอฟต์แวร์จะไม่ถูกเปิดให้ใช้งานจนกว่า 90% ของปัญหาด้านนี้จะถูกแก้ไข[16]
[แก้] อ้างอิง
- ^ 1.0 1.1 ประวัติอย่างเป็นทางการ
- ^ 2.0 2.1 Drupal case studies
- ^ 4.0 4.1 Drupal ชนะเลิศ CMS 2551
- ^ Drupal System Requirements
- ^ Drupal Translations
- ^ รายละเอียดเว็บไซต์พูลิตเซอร์
- ^ Obama using Drupal
- ^ Thaihealth.or.th
- ^ FuKDuK.tv V.2 - turn fukduk to Web2.0 (Drupal+AJAX)
- ^ Drupal.org stats
- ^ Washington Post. Rediscovering the Internet
- ^ Drupalcon D.C.
- ^ Drupalcamp Bangkok
- ^ Harnessing Drupal for Citizen Journalism
- ^ "Starting to work on Drupal 7"
[แก้] หนังสืออ่านเพิ่มเติม
- Douglass, Robert T., Mike Little, and Jared W. Smith. Building Online Communities With Drupal, phpBB, and WordPress. New York: Springer Verlag/Apress, 2005. ISBN 1590595629.
- Gillmor, Dan. We the Media: Grassroots Journalism by the People for the People. Sebastopol, Calif.: O’Reilly, 2004. ISBN 0-596-00733-7.
- Graf, Hagen. Drupal. Community-Websites entwickeln und verwalten mit dem Open Source-CMS. Munich: Addison-Wesley, 2006. ISBN 3827323215. (เยอรมัน)
- Mercer, David. Drupal: Creating Blogs, Forums, Portals, and Community Websites. Birmingham, England: Packt Publishing, 2006. ISBN 1904811809.
- Peacock, Michael. Selling Online with Drupal e-Commerce. Birmingham, England: Packt Publishing, 2008. ISBN 978-1-847194-06-0
- Shreves, Ric. Drupal 5 Themes. Birmingham, England: Packt Publishing, 2007. ISBN 1847191827.
- Trippi, Joe. The Revolution Will Not Be Televised: Democracy, the Internet, and the Overthrow of Everything. New York: ReganBooks, 2004. ISBN 0-06-076155-5.
- VanDyk, John K., and Matt Westgate. Pro Drupal Development. New York: Springer Verlag/Apress, 2007. ISBN 1590597559.
- VanDyk, John K. Pro Drupal Development, Second Edition. New York: Springer Verlag/Apress, 2008. ISBN 1430209895.
- Herremans, D. Drupal 6: Ultimate Community Site Guide. Switzerland, 2009. ISBN 978-2-8399-0490-2.
- Mansfield, Niall. Practical Drupal. Cambridge: UIT Cambridge Ltd, 2008. ISBN 095445295X.
- Mercer, David. Drupal 6. Birmingham, England: Packt Publishing, 2008. ISBN 1847192971.
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บของ Drupal
- Drupal ข้อมูลความรู้จากเนคเทค
- ThaiDrupal แนะนำการใช้งานซอฟต์แวร์
[แก้] ชุมชน
- กลุ่มผู้ใช้ Drupal ในประเทศไทย
- รายชื่อเว็บไซต์ที่ใช้ Drupal drupalsites.net
- รายชื่อเว็บไซต์ที่ใช้ Drupal drupalsn.com

