ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์
ภาพหน้าจอโหลดเข้าฉากดอตเอออลสตาร์ เวอร์ชัน 6.70 |
|
| ผู้พัฒนา | ไอซ์ฟร็อก |
|---|---|
| รุ่นเสถียร | 6.72c[1] / 2 มิถุนายน 2554 |
| ระบบปฏิบัติการ | วินโดวส์ และแมคโอเอสเท็น |
| ประเภท | ม็อด |
| ลิขสิทธิ์ | ฟรีแวร์ |
| เว็บไซต์ | http://www.playdota.com/ |
ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ (อังกฤษ: Defense of the Ancients; ตัวย่อ: DotA) เป็นฉาก (scenario) ดัดแปลงสำหรับเกมวางแผนเรียลไทม์ วอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส และภาคต่อ วอร์คราฟต์ 3: โฟรเซนโธรน โดยพัฒนาต่อมาจากแผนที่ "อีออนออฟสไตรฟ์" (Aeon of Strife) ในเกม สตาร์คราฟต์; จุดมุ่งหมายของแต่ละทีมในฉาก คือ การทำลายฐานทัพของฝ่ายตรงข้าม (เรียกว่า แอนเชียนส์) ซึ่งมีการป้องกันอย่างแน่นหนาตรงมุมของแผนที่ โดยผู้เล่นจะได้ควบคุมยูนิตทรงพลัง ที่เรียกว่า "ฮีโร่" ร่วมกับพลพรรคซึ่งถูกควบคุมผ่านปัญญาประดิษฐ์ เรียกว่า "ครีป" (Creep) และจากรูปแบบการเล่นของเกมเล่นตามบทบาท ผู้เล่นจะเลเวลอัพฮีโร่ของตนและใช้ทองเพื่อซื้อไอเท็มระหว่างการเล่น[2]
ตัวฉากได้มีการพัฒนาขึ้นจากโปรแกรม "เวิลด์ เอดิเตอร์" ของเกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส ก่อนที่มีการอัปเดตเพื่อให้สอดคล้องกับภาคต่อ โฟรเซนโธรน ที่ออกมาในภายหลัง ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อมาในหลายรูปแบบจากแนวคิดดั้งเดิม รุ่นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ ดอตเอออลสตาร์ส (DotA Allstars) ซึ่งในภายหลังได้ย่อเหลือเพียง ดอทเอ หลังการออกเวอร์ชั่น 6.68[3] โดยอยู่ภายใต้การดูแลของผู้สร้างหลายคนในระหว่างการพัฒนาเกม ส่วนผู้พัฒนาคนปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันด้วยนามแฝงว่า "ไอซ์ฟร็อก" ผู้มีส่วนพัฒนาเกมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548
นับตั้งแต่การเปิดตัว ออลสตารส์ได้มีการจัดการแข่งขันหลายครั้งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการแข่งอย่างเป็นทางการ บลิซซ์คอน ขอบลิซซาร์ด เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และเอเชียนเวิลด์ไซเบอร์เกมส์ รวมทั้งไซเบอร์แอธลีท แอมะเทอร์ (Cyberathlete Amateur) และไซเบอร์เอโวลูชั่นลีกส์ (CyberEvolution leagues) อีกด้วย; Gamasutra ประกาศว่าดอตเอน่าจะเป็นฉากม็อดฟรีอย่างไม่เป็นทางการซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก[4] ปัจจุบัน วาล์วคอร์เปอเรชันกำลังพัฒนาภาคต่อ Dota 2
เนื้อหา |
ชื่อย่อ
คำว่า โดต้า หรือ ดอตเอ เริ่มเป็นที่นิยมใช้ในชื่อเรียกของเกมนี้ ภายหลังจากที่นักดนตรีชาวสวีเดน โยนัส อัลต์เบิร์ก (ฉายา "เบสฮันเตอร์") ใช้คำว่า "โดต้า" ในเพลง Vi sitter i Ventrilo och spelar DotA ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งมาเกี่ยวกับเกม ส่วนคำว่า "ดอตเอ" นั้นเป็นชื่อเรียกที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยอ่านคำจากตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ตัวเอที่แยกออกมา อย่างไรก็ตาม ไม่มีกำหนดอย่างเป็นทางการว่า การออกเสียงอย่างถูกต้องตัวย่อของเกมเป็นอย่างไร
ในบทความนี้ จะเรียกชื่อย่อของดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ว่า "ดอตเอ"
รูปแบบการเล่น
การเล่นดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์จะแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองทีม เรียกว่า "เซนทิเนล" (Sentinel) และ "สเคิร์จ" (Scourge) ผู้เล่นทางฝั่งเซนทิเนลจะเริ่มต้นจากฐานทัพฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของแผนที่ ส่วนผู้เล่นทางฝั่งสเคิร์จจะเริ่มต้นจากฐานทัพฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีหอคอยและยูนิตซึ่งถูกส่งออกมาเป็นระลอก คอยเฝ้าเส้นทางหลักที่นำไปสู่ฐานทัพของแต่ละฝ่าย และในใจกลางของฐานทัพจะมี "แอนเชียนส์" ตั้งอยู่ (World Tree ในกรณีของเซนทิเนล; Frozen Throne ในกรณีของสเคิร์จ) อันเป็นสิ่งปลูกสร้างที่จะต้องถูกทำลายเพื่อที่จะชนะเกม[5][6] ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์สามารถมีผู้เล่นได้สูงสุดถึง 10 คน ในการแข่งขันแบบ 5 ต่อ 5 และสล็อตว่างสำหรับกรรมการหรือผู้สังเกตการณ์ ในการแข่งขันมักจะจัดให้ทั้งสองทีมมีผู้เล่นจำนวนเท่ากัน
ผู้เล่นแต่ละคนเลือกควบคุมฮีโร่ได้คนละหนึ่งตัว ฮีโร่เป็นยูนิตที่ทรงอำนาจและมีความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ ในออลสตาร์ส จำนวนฮีโร่ที่สามารถเลือกควบคุมได้มีทั้งหมด 93 ตัว ซึ่งแต่ละตัวก็มีความสามารถและความได้เปรียบเหนือฮีโร่ตนอื่นไม่เหมือนกัน[7] ฉากดังกล่าวเน้นการเล่นแบบทีมเป็นหลัก ซึ่งเป็นการยากที่ผู้เล่นเพียงคนเดียวจะสามารถชนะได้เพียงลำพังเท่านั้น[8] แต่กระนั้น หากมีเวลาเพียงพอ ฮีโร่เพียงตัวเดียวก็อาจเปลี่ยนแปลงผลของเกมได้โดยไม่ต้องอาศัยทีมช่วย จากการโจมตีกลับฮีโร่ของฝ่ายตรงข้าม
เนื่องจากตัวเกมเน้นไปยังการเสริมความแข็งแกร่งให้กับฮีโร่เพียงตัวเดียว ดังนั้นจึงไม่มีการให้ความสนใจกับการบริหารทรัพยากรและการสร้างฐานทัพ อย่างเดียวกับเกมเล่นตามบทบาท ในการสังหารยูนิตที่ถูกควบคุมโดยคอมพิวเตอร์หรือยูนิตป่าจะเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับผู้เล่น และเมื่อผู้เล่นสะสมค่าประสบการณ์ไปจนถึงระดับหนึ่ง ฮีโร่ก็จะได้เลเวลเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่ง ความเสียหายจากการโจมตี และการอัปเกรดคาถาหรือเวทมนตร์ พร้อมกับที่ผู้เล่นสะสมค่าประสบการณ์ ผู้เล่นยังต้องบริหารทรัพยากรอีกอย่างหนึ่ง คือ ทองคำ อีกด้วย ผู้เล่นจะได้ทองคำจากระบบการต่อสู้ ได้แก่ รายรับจำนวนหนึ่งเป็นระยะ ๆ, การสังหารหรือทำลายยูนิต, สิ่งปลูกสร้าง, และฮีโร่ฝ่ายตรงข้าม[9] จึงได้นำไปสู่เทคนิคการสังหารยูนิตเมื่อ "พลังชีวิตของมันต่ำจนสามารถฆ่าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว" ซึ่งถูกเรียกว่า last hitting หรือ last shot[10] ผู้เล่นสามารถใช้ทองของตนเพื่อซื้อไอเท็มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับฮีโร่และได้รับความสามารถเพิ่มเติม ไอเท็มบางอย่างสามารถประกอบกันขึ้นเป็นไอเท็มที่มีอานุภาพมากขึ้นได้ ซึ่งการเลือกซื้อไอเท็มให้เหมาะสมกับฮีโร่ของผู้เล่นนั้นเป็นยุทธวิธีที่สำคัญในฉากดังกล่าวด้วยเช่นกัน[11]
ผู้เล่นสามารถเลือกเล่นออลสตาร์สได้หลายโหมด ซึ่งถูกเลือกโดยแม่ข่าย (host) ในตอนเริ่มแมตช์ โหมดของเกมจะกำหนดความยากง่ายของเกม รวมทั้งการกำหนดว่าตนจะเป็นฝ่ายเลือกฮีโร่ให้กับตนเองหรือจะได้แบบสุ่ม โหมดเกมหลายอย่างสามารถเล่นด้วยกันได้ (อย่างเช่น easy และ random) ทำให้รูปแบบการเล่นมีความยืดหยุ่นมากขึ้น[12]
การพัฒนา
วอร์คราฟต์ 3 เป็นเกมในลำดับที่สามของชุดเกมวางแผนเรียลไทม์ของบริษัทบลิซซาร์ด วอร์คราฟต์ นับตั้งแต่เกม วอร์คราฟต์ 2: ไทดส์ ออฟ ดาคเน็ซ เป็นต้นมา บลิซซาร์ดได้บรรจุ "เวิลด์ เอดิเตอร์" เพิ่มในตัวเกมด้วย ทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างฉาก หรือเรียกว่า "แผนที่" ให้กับเกมได้ด้วยตนเอง ซึ่งยังสามารถเล่นออนไลน์กับผู้เล่นคนอื่นผ่านทางแบทเทิล.เน็ต ฉากซึ่งสร้างขึ้นใหม่นี้มีตั้งแต่การดัดแปลงสภาพภูมิประเทศเพียงเล็กน้อย และคงรูปแบบการเล่นเหมือนเกมทั่วไป ไปจนถึงการสร้างฉากขึ้นใหม่ทั้งหมด นับตั้งแต่จุดมุ่งหมายของฉาก ยูนิต ไอเท็ม และเหตุการณ์ เหมือนกับดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์[13] ซึ่งบริษัทบลิซซาร์ดเองก็ได้ชี้ว่าฉากดังกล่าวเป็นตัวอย่างจากผลของการใช้เครื่องมือตกแต่งฉากนี้ด้วยเช่นกัน[14]
เวอร์ชันแรกของดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2546 โดยผู้สร้างแผนที่ภายใต้ชื่อปลอมว่า Eul[15] โดยยึดหลักการจากแผนที่จากเกม สตาร์คราฟต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า "อีออนออฟสไตรฟ์"[12] แต่ภายหลังการเปิดตัว บัลลังก์น้ำแข็ง ซึ่งเพิ่มคุณสมบัติใหม่ให้กับเวิลด์ เอดิเตอร์ Eul ไม่ได้อัปเดตฉากต่ออีก[16] ผู้สร้างแผนที่คนอื่นจึงนำมาพัฒนาต่อ โดยเพิ่มฮีโร่ ไอเท็ม และคุณสมบัติใหม่[15]
ในบรรดารูปแบบทั้งหลายของแผนที่ดอตเอที่ถูกพัฒนาต่อจากฉากของ Eul นั้น รวมไปถึง ออลสตาร์ส จากการพัฒนาของสตีฟ ฟีค (นามแฝงว่า Guinsoo) แผนที่ดังกล่าวได้กลายเป็นเวอร์ชันที่ได้รับความนิยมที่สุดในเวลาต่อมา[17] ฟีคได้กล่าวว่า ในระหว่างที่เขากำลังเริ่มพัฒนาออลสตาร์สนั้น เขาไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเกมจะได้รับความนิยมถึงเพียงนี้ และจากความสำเร็จของรูปแบบเกมที่ปรากฏออกมานี้ ทำให้เขามีแรงบันดาลใจที่จะออกแบบชื่อใหม่กับสิ่งที่เขาคิดว่าจะเป็นแนวเกมใหม่นี้[18] ฟีคได้เพิ่มระบบตำราให้กับไอเท็ม เพื่อที่จะให้มีการแบ่งลำดับชั้นของไอเท็มเมื่อมันทรงอำนาจมากขึ้น รวมทั้งสร้างบอสของฉาก ซึ่งถูกเรียกว่า โรชาน (Roshan) ตามชื่อลูกโบวลิ่งของเขา เป็นยูนิตซึ่งยากที่จะสังหารลงได้ แม้จะอาศัยผู้เล่นทั้งทีมก็ตาม[15]
ฟีคได้ใช้ห้องแชตในแบทเทิล.เน็ต เป็นแหล่งรวมตัวสำหรับผู้เล่นดอตเอ[15] แต่ดอตเอออลสตาร์สก็ยังไม่มีไซต์อย่างเป็นทางการสำหรับการพูดคุยและการตั้งแม่ข่าย ผู้นำของแคลนดอตเอออลตารส์ ทีดีเอ เสนอให้มีการสร้างเว็บไซต์ขึ้นแทนที่ช่องทางออนไลน์ทั้งหลายที่มักจะได้รับการอัปเดตไม่บ่อยครั้งและการรักษาอย่างไม่เหมาะสม สมาชิกคนหนึ่งของทีดีเอ สตีฟ "เพนดรากอน" เมสคอน ได้สร้างอดีตไซต์ประชาคมอย่างเป็นทางการ dota-allstars.com เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2547[19]
ก่อนหน้าการยุติการให้การมีส่วนร่วมในการพัฒนาแผนที่ ฟีคได้มีส่วนช่วยปรับปรุงฉากให้เหมาะสมก่อนที่จะมอบการควบคุมให้กับผู้พัฒนาคนอื่นภายหลังเวอร์ชัน 6.01 ผู้สร้างคนใหม่ ไอซ์ฟร็อก ได้เพิ่มคุณสมบัติ ฮีโร่ใหม่ และการปรับปรุงแก้ไข การเปิดตัวแต่ละครั้งจะมีเชนจล็อกออกมาด้วย ไอซ์ฟร็อก เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคนไม่เข้าสังคม และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใด ๆ มีเพียงหลักฐานเดียวซึ่งบ่งบอกการประพันธ์ของ ไอซ์ฟร็อก คือ บัญชีอีเมลของผู้สร้างฉากบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และชื่อซึ่งปรากฏในหน้าจอโหลดแผนที่ของเกมเท่านั้น[4] ปัจจุบัน ไอซ์ฟร็อก ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นผ่านทางบล็อกส่วนตัว ที่ซึ่งเขาตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับเขาและเกี่ยวกับเกม[20] และยังโพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดตัวแผนที่ในอนาคต รวมทั้งพรีวิวฮีโร่ใหม่และไอเท็มใหม่[21] ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 ไอซ์ฟร็อกได้รับการว่าจ้างจากบริษัทแว็ลฟ์ ในการนำทีมในโครงการที่เขาอธิบายว่า "เป็นข่าวใหญ่สำหรับแฟนดอตเอ"[22]
ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ได้รับการรักษาผ่านทางฟอรัมพูดคุยอย่างเป็นทางการ ผู้ใช้สามารถเสนอแนวคิดสำหรับฮีโร่หรือไอเท็มใหม่ ซึ่งบางส่วนจะถูกเพิ่มในแผนที่ด้วย นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถสนับสนุนได้ด้วยการเสนอไอคอน คำอธิบายฮีโร่ และสร้างงานศิลป์ที่ถูกแสดงในหน้าจอโหลดแผนที่ รวมทั้งข้อเสนอแนะการเปลี่ยนแปลงฮีโร่หรือไอเท็มที่มีอยู่แล้ว ก็เกิดขึ้นอย่างเอาจริงเอาจัง หลังจากที่ ไอซ์ฟร็อก ได้เคยเปลี่ยนแปลงฮีโร่ใหม่ในเวลาไม่เกินสองสัปดาห์หลังจากการเปิดตัวเวอร์ชันใหม่ของแผนที่[4] เวอร์ชันที่ฮีโร่ฝ่ายตรงข้ามถูกควบคุมผ่านปัญญาประดิษฐ์ก็ได้มีการเปิดตัวด้วยเช่นกัน เมสคอนยังคงรักษา dota-allstars.com โดยในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 มีสมาชิกลงทะเบียนแล้วกว่า 1.5 ล้านคน และมีผู้เยี่ยมชมอีกมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน ในปัจจุบัน ได้มีการเพิ่มทีมชุดใหม่เพื่อพัฒนาระบบและภาพให้กับเว็บไซต์[19] แต่เนื่องจากการขัดกันของผลประโยชน์ ไอซ์ฟร็อก จึงประกาศว่าเขาจะบอยคอต dota-allstars.com และสร้างเว็บไซต์ของตนเองไปในขณะเดียวกันกับการพัฒนาเกมต่อไป[23]
เนื่องจากฉากเฉพาะของ วอร์คราฟต์ 3 ไม่มีคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงคุณภาพของเกม (เช่น การนัดผู้เล่นที่มีความเร็วอินเทอร์เน็ตใกล้เคียงกัน เป็นต้น) โปรแกรมหลายตัวจึงถูกใช้ในการรักษาระดับของ ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ เครื่องมือภายนอกปิงตำแหน่งของผู้เล่น และชื่อเกมสามารถถูกตั้งขึ้นเพื่อจำกัดพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ แคลนและประชาคมอย่างเช่น ทีดีเอ ซึ่งยังคงรักษากฎและระเบียบอย่างเป็นทางการ รวมทั้งผู้เล่นสามารถถูกเตะออกจากแมตช์ได้ เมื่อถูกประกาศใน "แบนลิสต์"[4]
การตอบรับและมรดก
ความเป็นที่นิยมของดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ได้เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ใน คอมพิวเตอร์ เกมมิง เวิลด์ ส่วนรีวิวแผนที่ใหม่และม็อดใน วอร์คราฟต์ 3 ได้มีการแสดงข้อมูลฉากดังกล่าวในนั้นด้วย[24] นักหนังสือพิมพ์และผู้พัฒนาเกมอย่าง ลุค สมิท ก็ได้เรียกว่าเป็น "ที่สุดของเกมวางแผนเรียลไทม์"[25] ออลสตาร์สได้กลายมาเป็นฉากซึ่งใช้ในการแข่งขันที่สำคัญ โดยเริ่มเปิดตัวครั้งแรกในการแข่งขันบลิซคอนของบริษัทบลิซซาร์ดในปี พ.ศ. 2548[26] อีกทั้งยังได้ถูกนำแสดงในงานเวิลด์ไซเบอร์เกมส์ที่มาเลเซียและสิงคโปร์ในปีเดียวกัน และเวิลด์ไซเบอร์เกมส์เอเชียนแชมเปียนชิพ โดยเริ่มต้นจากฤดูกาล พ.ศ. 2549[27] และในการแข่งขันซึ่งได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เช่น ไซเบอร์แอธลีท แอมะเทอร์ ลีก และไซเบอร์เอโวลูชั่นลีกส์ ก็ได้นำฉากดังกล่าวบรรจุในรายชื่อเกมซึ่งใช้ในการแข่งขันด้วย[28] และยังปรากฏในอิเล็กทรอนิกส์สปอร์ตเวิลด์คัพในปี พ.ศ. 2551[29][30] โอเวอร์ พาราดิส ผู้จัดการการแข่งขันอิเล็กทรอนิกส์สปอร์ตเวิลด์คัพ หมายเหตุว่ามีประชาคมในระดับสูงที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังฉากดังกล่าว รวมทั้งการปรากฏทั่วโลก เป็นเหตุผลที่ทำให้เกมได้รับเลือก[31] แต่ส่วนใหญ่แล้ว การแข่งขันแบบแลนได้เป็นส่วนหลักในการเล่นโดยทั่วไป[31] รวมทั้งทัวร์นาเมนต์ในสวีเดนและรัสเซีย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการจัดการแข่งขันระดับแลนทัวร์นาเมนต์และแชมเปียนชิพในทวีปอเมริกาเหนือมีจำนวนไม่มากนัก ทำให้ผู้เล่นหลายทีมต้องสลายตัวไป[32]
ฉากดังกล่าวได้รับความนิยมในหลายพื้นที่ของโลก โดยในฟิลิปปินส์และไทย เป็นเกมที่มีผู้เล่นมากพอ ๆ กับ เคาน์เตอร์-สไตรก์[32][33] นอกจากนี้ ยังได้รับความนิยมในสวีเดนและกลุ่มประเทศในยุโรปเหนืออีกด้วย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพลง "Vi sitter i Ventrilo och spelar DotA" โดยนักดนตรีชาวสวีเดน โยนัส อัลต์เบิร์ก ซึ่งเข้าสู่ชาร์ตเพลงยุโรป พ.ศ. 2549 ในลำดับที่ 116 และครองตำแหน่งในชาร์ตหนึ่งในสิบอันดับสุงสุดซิงเกิลเพลงในสวีเดน นอร์เวย์[34] และฟินแลนด์[35]
ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2551 มิเชล วัลบริจ ผู้เขียนให้กับ Gamasutra กล่าวว่าดอตเอ "ดูเหมือนว่าจะเป็นม็อดเกมฟรีและไม่เป็นทางการที่ได้รับความนิยม และเป็นที่กล่าวขานถึงมากที่สุดในโลก"[4] โดยชี้ให้เห็นถึงความเข้มแข็งของประชาคมซึ่งเกิดขึ้นจากเกม นอกจากนี้ เขายังได้กล่าวอีกว่า ดอตเอเป็นการง่ายสำหรับเกมประชาคมที่จะรักษาไว้ และได้เป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สุดของแผนที่ เกม เดมิก็อด ของแก๊สพาวเวอร์เกมส์ ก็ได้มีการยกย่องดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ ว่าได้มีอิทธิพลต่อการสร้างเกมดังกล่าวขึ้น[36][37] ประกอบกับที่สื่อเกม เกมสปาย ได้หมายเหตุว่า ตัวเกมได้อ้างถึงการพิจารณาเกี่ยวกับความทะเยอทะยานเกี่ยวกับพระเจ้า "เล่นดอตเอในชีวิตจริง"[38] Guinsoo ยังได้ดำเนินการประยุกต์ใช้ตัวจักรและบทเรียนที่ได้รับจากดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์ในเกม ลีกออฟเลเจนดส์ ของริออตเกมส์[18] และยังมีเกม "โคลน" ของดอตเอ ซึ่งรวมไปถึง ฮีโรส์ออฟนิวเอิร์ธ ของ เอส 2 เกม[39][40] บลิซซาร์ดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ยังได้พัฒนาฟรีม็อดสำหรับสตาร์คราฟต์ 2: วิงส์ออฟลิเบอร์ตี ใช้ชื่อว่า Blizzard DOTA ซึ่งประกอบด้วยฮีโร่หลากหลายจากแฟรนไชส์บลิซซาร์ด[41]
ภาคต่อ
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 ไอซ์ฟร็อกถูกว่าจ้างโดยวาล์วคอร์เปอเรชัน เป็นผู้นำทีมในโครงการที่เขาอธิบายว่าเป็น "ข่าวดีสำหรับแฟนดอทเอ"[42] วาล์วยื่นขอใช้ชื่อเครื่องหมายการค้า "DotA" ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553[43] ทำให้สตีฟ เมสคอนยื่นขอใช้ชื่อเครื่องหมายการค้าสำหรับวลี "ดีเฟนส์ออฟดิแอนเชียนส์" ในนามของดอทเอ-ออลสตาร์ส เพื่อจะ "คุ้มครองผลงานซึ่งผู้สร้างหลายสิบคนได้สร้างเกมนี้ขึ้นมา"[44] Dota 2 ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยวาล์วเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553[45]
อ้างอิง
- ^ "DotA latest release". IceFrog. http://www.getdota.com. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-06-02.
- ^ Tok, Kevin (2006-01-25). "Defense of the Ancients 101, Page 2". GotFrag. http://www.gotfrag.com/war/story/31052/?spage=3. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-04.
- ^ IceFrog (2010-07-28). "Official DotA: Map Archive". GetDotA.com. http://www.getdota.com/map_archive/map/294/lang/en. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-07-28.
- ^ 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 Walbridge, Michael (2008-06-12). ""Analysis: Defense of the Ancients - An Underground Revolution"". Gamasutra. http://www.gamasutra.com/php-bin/news_index.php?story=18863. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-06-23.
- ^ "Frequently Asked Questions". Dota-Allstars.com. http://www.dota-allstars.com/faqs.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-04.
- ^ Lodaya, Punit (2006-02-09). "DotA: AllStars Part 1". TechTree.com. http://www.techtree.com/techtree/jsp/article.jsp?article_id=71257&cat_id=541&page=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-04.
- ^ "Hero Database". PlayDotA.com. http://www.playdota.com/heroes. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-10-15.
- ^ Nair, Neha (2007-10-30). "Why Defense of the Ancients? (Pg. 1)". GotFrag. http://www.gotfrag.com/dota/story/40388/?spage=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-11-01.
- ^ Lodaya, Punit (2006-02-09). "DotA: AllStars Part 2: What Do I Do?". TechTree.com. http://www.techtree.com/techtree/jsp/article.jsp?article_id=71257&cat_id=541&page=2. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-04.
- ^ Lo, Jaclyn (2008-04-03). "DotA 101: The Killing Blow". GotFrag.com. http://www.gotfrag.com/dota/story/42106/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-10-26.
- ^ "PlayDotA.com Items Database". PlayDotA.com. http://www.playdota.com/items. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-03-01.
- ^ 12.0 12.1 Tok, Kevin (2006-01-25). "Defense of the Ancients 101". GotFrag. http://www.gotfrag.com/war/story/31052/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-04.
- ^ Warcraft III Instruction Manual. Blizzard Entertainment. 2002. p. 16.
- ^ Mielke, James (July 2007). "Will Work for Vespene Gas; Ten minutes with StarCraft II lead producer Chris Sigaty". Games for Windows (ฉบับที่ 8).
- ^ 15.0 15.1 15.2 15.3 Feak, Steve; Steve Mescon (2009-03-19). "Postmortem: Defense of the Ancients". Gamasutra. pp. 1–5. http://www.gamasutra.com/view/feature/3966/postmortem_defense_of_the_ancients.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-04-01.
- ^ Waldbridge, Michael (2008-05-30). "The Game Anthropologist: Defense of the Ancients: An Underground Revolution". GameSetWatch. http://www.gamesetwatch.com/2008/05/column_the_game_anthropologist_defense_of.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-01-20.
- ^ Staff. "Vida: El top 5", El Universo, 2008-02-18. สืบค้นวันที่ 2008-07-01 (ในEspañol)
- ^ 18.0 18.1 Perez, Daniel (2009-01-16). "Previews; We talk with new developer Riot Games about its strategy/RPG hybrid and the lead designer's Warcraft roots.". 1UP.com. http://www.1up.com/do/previewPage?cId=3172308&p=1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-02-07.
- ^ 19.0 19.1 Nair, Neha (2009-04-28). "Interview with Pendragon, The future of DotA-Allstars.com". Dota-Allstars.com. http://forums.dota-allstars.com/index.php?showtopic=281279&st=0. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-05-15.
- ^ Icefrog (2008-12-24). "Q&A Session #1". icefrog.com. http://www.icefrog.com/content/qa-session-1. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-04-20.
- ^ icefrog (2009-04-08). "Update". Icefrog.com. http://www.icefrog.com/content/update. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-04-20.
- ^ O'Conner, Alice (2009-10-05). "DotA Dev Joins Valve, Hints at Future Game". Shacknews. http://www.shacknews.com/onearticle.x/60733. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-10-05.
- ^ Icefrog (2009-05-14). "DotA website news". Icefrog.com. http://www.icefrog.com/content/dota-website-news. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-05-15.
- ^ Staff (2004-09-01). "WarCraft Maps Go Mod". Computer Gaming World. http://www.mywire.com/pubs/ComputerGamingWorld/2004/09/01/503898?extID=10051. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-12.
- ^ O'Connor, Frank; Smith, Luke; et al.. (February 2008). The Official Bungie Podcast (MP3). Washington: Bungie. สืบข้อมูลเมื่อ 2008-02-27.
- ^ Staff (2005). "Blizzcon '05 Tournaments". Blizzard. http://www.blizzard.com/blizzcon05/tournaments.shtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-05.
- ^ "About WCG Asian Championships". World Cyber Games. 2006-08-05. http://asian.worldcybergames.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1&Itemid=3. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-02-19.
- ^ "CyberEvolution - Warcraft 3: Defense of the Ancients - Series 1". cevolved.com. http://www.cevolved.com/?page=event&id=21. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-02-19.
- ^ Banks, James (2008-01-06). "ESWC Gamelist". SK Gaming. http://www.sk-gaming.com/content/15348-The_official_games_for_ESWC_2008. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-01-02.
- ^ Saylor, Robby (2008-02-14). "Rwar and Slahser on Current Issues". GotFrag. http://www.gotfrag.com/dota/story/41599/?spage=2. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-06.
- ^ 31.0 31.1 Nair, Neha (2008-01-18). "ESWC interview, why DotA?". GotFrag. http://www.gotfrag.com/dota/story/41175/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-07.
- ^ 32.0 32.1 Nair, Neha (2007-10-30). "Why Defense of the Ancients? (Pg. 2)". GotFrag. http://www.gotfrag.com/dota/story/40388/?spage=2. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-11-01.
- ^ Fahey, Mike (2009-02-12). "From Warcraft Obsession to Game Creation". Kotaku. http://www.kotaku.com.au/2009/02/from_warcraft_obsession_to_game_creation-2/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-09-12.
- ^ "Basshunter - Vi sitter i Ventrilo och spelar DotA". norweigancharts.com. http://norwegiancharts.com/showitem.asp?interpret=Basshunter&titel=Vi+sitter+i+ventrilo+och+spelar+dota&cat=s. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-07.
- ^ "Bass hunter - Vi sitter i Ventrilo och spelar DotA". finnishcharts.com. http://finnishcharts.com/showitem.asp?key=366167&cat=s. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-07.
- ^ Purchese, Rob (2008-03-04). "GPG "fairly certain" Demigod will make 08". Eurogamer. http://www.eurogamer.net/article.php?article_id=93953. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-05.
- ^ Paul, Ure (2008-03-04). "Demigod First Look". ActionTrip. http://www.actiontrip.com/previews/demigod.phtml?2553. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-03-12.
- ^ Lopez, Miguel (2008-02-21). "Demigod (PC) Preview". GameSpy. http://pc.gamespy.com/pc/gas-powered-games-project/854109p1.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-16.
- ^ Ng, Keane (2009-07-14). "League of Legends Will Be Free to Play". The Escapist. http://www.escapistmagazine.com/news/view/93165-League-of-Legends-Will-Be-Free-to-Play. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-07-15.
- ^ Nguyen, Thierry (2009-09-01). "Clash of The DOTAs". 1UP.com. http://www.1up.com/do/feature?cId=3175835. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-10-21.
- ^ Varanini, Giancarlo (2010-10-23). "Starcraft II: Blizzard DOTA Hands-On". GameSpot. http://www.gamespot.com/pc/strategy/starcraft2/news.html?sid=6282914&mode=previews. เรียกข้อมูลเมื่อ March 05, 2011.
- ^ O'Conner, Alice (2009-10-05). "DotA Dev Joins Valve, Hints at Future Game". Shacknews. http://www.shacknews.com/onearticle.x/60733. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-10-05.
- ^ North, Dale (2010-08-11). "Defense of the Ancients Trademark Filed by Valve". Destructoid. http://www.destructoid.com/dota-defense-of-the-ancients-trademark-filed-by-valve-181154.phtml. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-08-11.
- ^ Josh Augustine (2010-08-17). "Riot Games’ dev counter-files “DotA” trademark". PC Gamer. http://www.pcgamer.com/2010/08/17/riot-games-dev-counter-files-dota-trademark/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-04-11.
- ^ Biessener, Adam (2010-10-23). "Valve's New Game Announced, Detailed: Dota 2". Game Informer. http://www.gameinformer.com/b/features/archive/2010/10/13/dota-2-announced-details.aspx. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-12-16.
แหล่งข้อมูลอื่น