2 คมล่าถล่มเมือง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Cold War (film))
2 คมล่าถล่มเมือง
(Cold War)
กำกับโดย เหลียง หยงหมั่น
ซันนี่ ลก
อำนวยการสร้างโดย บิลล์ คง
แมทธิว ถัง
ไอวี โฮ
เขียนโดย บทภาพยนตร์:
เหลียง หยงหมั่น
ซันนี่ ลก
นำแสดงโดย กัว ฟู่เฉิง
เหลียง เจียฮุย
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย
ปีเตอร์ กัม
กำกับภาพโดย เจสัน กวาน
เคนนี ฉี
จัดจำหน่ายโดย

ไอเรสซิสทิเบิ้ล เดลต้า ลิมิเต็ด
เอคโก้ ฟิล์ม ลิมิเต็ด

ซิล-เมโทรโพล ลิมิเต็ด
สตูดิโออารมณ์ดี
(ไทย)
ฉาย ปูซาน:
4 ตุลาคม 2012[1]
ไทย:
29 พฤศจิกายน 2012[2]
ความยาว 102 นาที
ประเทศ ฮ่องกง
ภาษา กวางตุ้ง
รายได้ 42,805,434 เหรียญฮ่องกง
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

สำหรับ Cold War ในความหมายอื่นดูที่: สงครามเย็น

2 คมล่าถล่มเมือง (อังกฤษ: Cold War; จีนตัวเต็ม: 寒戰; จีนตัวย่อ: 寒战; พินอิน: Hán Zhàn) ภาพยนตร์ดราม่าแอ็คชั่นสัญชาติฮ่องกง ในปี ค.ศ. 2012

เนื้อเรื่อง[แก้]

"ฮ่องกง" เมืองที่ปลอดภัยที่สุดในเอเชีย เมืองการค้าระดับโลกที่ตำรวจเป็นใหญ่และไม่มีใครกล้าแตะต้อง แต่แล้วในกลางดึกคืนหนึ่ง มีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามายังสำนักงานตำรวจฮ่องกง แจ้งเบาะแสว่ารถตู้ขนอาวุธที่นำสมัยที่สุดของกรมตำรวจและเจ้าหน้าที่ระดับสูง 5 นาย ได้หายไปจากระบบติดตาม โจรที่ปฏิบัติการในครั้งนี้ ล่วงรู้ระบบการทำงานของตำรวจเป็นอย่างดี และยังรู้เท่าทันการทำงานของตำรวจ แต่ล้ำหน้าไปหนึ่งขั้นตลอดเวลา ตำรวจจะต้องทำตามข้อเรียกร้องที่พวกมันกำหนดขึ้นรวมทั้งเงินค่าไถ่จำนวนมหาศาล เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกัน ทุก ๆ เสี้ยววินาทีหมายถึงชีวิตของตัวประกัน เวลาเริ่มนับถอยหลังแล้ว

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายบริหาร หลิว ฉีฮวย และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายปฏิบัติการ หลี่ เหวินปิง ต่างแย่งชิงกันทำคดีนี้ ซึ่งคดีนี้ถูกตั้งรหัสภารกิจว่า "โคลด์ วอร์" หลิวต้องการต่อรองกับโจร ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะตามแกะรอยไปให้ถึงแหล่งที่ซ่อนของพวกมัน แต่ในขณะที่ หลี่พร้อมจู่โจมอย่างบ้าระห่ำไม่สนว่าจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง สำหรับพวกเขาแล้วมันไม่ใช่แค่การเดิมพันชีวิตของตัวประกันหรือภาพลักษณ์ของกรมตำรวจ แต่มันหมายถึงอำนาจ เนื่องจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำลังจะว่างลงในไม่ช้านี้ ภารกิจโคลด์ วอร์ จึงเปรียบเสมือนบันไดที่พวกเขาต้องแย่งชิงเพื่อชัยชนะและให้ได้มาซึ่งอำนาจ ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกต้องสงสัยจากสำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าเป็นการคอร์รัปชั่นหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนการของตำรวจในกรมด้วยกันเอง

นักแสดง[แก้]

  • กัว ฟู่เฉิง รับบทเป็น หลิว ฉีฮวย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายบริหาร
  • เหลียง เจียฮุย รับบทเป็น หลี่ เหวินปิง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายปฏิบัติการ
  • เฉิน เจียเล่อ รับบทเป็น วินเซนต์ ตำรวจใต้บังคับบัญชาของหลิว
  • หยาง ไฉ่หนี รับบทเป็น ฟีนิกซ์ หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ กรมตำรวจแห่งชาติ
  • หลิน เจียตง รับบทเป็น อัลเบิร์ต ตำรวจผู้เชี่ยวชาญกฎหมายใต้บังคับบัญชาของหลี่
  • อารีฟ ราห์มาน รับบทเป็น บิลลี่ เฉิง เจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
  • เผิง อวี๋เยี่ยน รับบทเป็น หลี่ จาจิน นายตำรวจหนุ่มอายุน้อยฝีมือดี ลูกชายคนเดียวของหลี่ เหวินปิง
  • อัน จื้อเจี๋ย รับบทเป็น ไมเคิล ตำรวจฝ่ายปฏิบัติการใต้บังคับบัญชาของหลี่

นักแสดงรับเชิญ

เบื้องหลังและคำวิจารณ์[แก้]

Cold War ได้โครงมาจากเหตุการณ์ครั้งที่สหรัฐอเมริกากำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งในขณะนั้นไม่ว่าจะเป็น บารัค โอบามา, จอห์น แมคเคน หรือว่า ฮิลลารี คลินตัน ทุกคนเป็นคู่แข่งทางการเมืองแต่ละคนก็มีดีกรีสูสีกันไม่มีใครด้อยไปกว่าใคร ผู้สร้างจึงรู้สึกประทับใจอย่างมากที่คู่แข่งเหล่านี้เคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน แม้ว่าแต่ละคนต้องใช้กลยุทธ์การต่อสู้ในการหาเสียงที่ต้องพูดเอาดีเข้าตัว แต่ละคนก็มีสปิริตที่ดี ไม่สาดโคลนให้คู่แข่งขัน จึงได้ดัดแปลงเรื่องราวทั้งหมดมาใส่ไว้ในกรมตำรวจฮ่องกง[3]

โดยภาพยนตร์ได้นักแสดงที่มีชื่อเสียงมากมายมาร่วมแสดง รวมทั้งนักแสดงสมทบที่ปรากฏตัวเพียงไม่กี่ฉากอย่าง หลิว เต๋อหัว และไมเคิล หว่อง ด้วย เมื่อออกฉาย ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในฮ่องกง, จีน และไต้หวัน จนกล่าวว่าเป็นภาพยนตร์ฮ่องกงที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี และได้รับเกียรติให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ที่เกาหลีใต้[1] และทำรายได้มากกว่า 20 ล้านเหรียญฮ่องกงในการฉายเพียงไม่กี่สัปดาห์ จนกระทั่งกัว ฟู่เฉิ่ง นักแสดงในเรื่องที่รับบท หลิว ฉีฮวย ตอบรับในการรับบทต่อไปในภาคที่ 2 ทันที[4][5]

ภาพยนตร์ได้รับคำวิจารณ์ว่าเข้มข้น เล่าเรื่องได้สนุก ดูจริงจัง ฉับไว หนักแน่น ลุ้นระทึก ตื่นเต้นทุกนาที ทั้ง ๆ ที่มีฉากแอ็คชั่นให้ได้ชมกันเพียงไม่กี่ฉาก แม้จริง ๆ แล้ว เรื่องที่ดูแน่น ก็มีรอยโหว่ในเรื่องความน่าเชื่อถือของเหตุการณ์ ความสมเหตุ สมผล การสอดรับกันของสถานการณ์มากมาย แต่กว่าผู้ชมจะคิดหรือมองเห็น ก็คือเมื่อเดินออกจากโรงภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว

อีกอย่างที่ขาดไป ก็คือความเข้มข้นในส่วนดราม่า ทั้งที่มีโอกาสเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้ในหลาย ๆ ครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมที่ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นมากขึ้น แต่ก็เป็นได้ที่ผู้กำกับ-เขียนบทของเรื่องเอง เลือกจะเดินหน้าไปในทิศทางเดียว

ซึ่งก็ต้องให้เครดิตกับบทที่วางปมไว้ได้น่าติดตาม สร้างเงื่อนไข จุดพลิกผันต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ ทำให้ผู้ชมจดจ่อกับสถานการณ์ที่ดำเนินไป แบบไม่วางตา กระทั่งตอนที่จะขึ้นเครดิตในตอนจบ ก็ยังอุตส่าห์ที่ดึงอารมณ์กลับมาให้ผู้ชมที่กำลังเดินออกจากโรงพร้อมกับวางปมทิ้งไว้อีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในแบบที่ทำให้งงงวย หากแต่ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของตัวละครบางตัว

ตำหนิบางรอยที่เกิดขึ้น ทำให้เป็นภาพยนตร์ไม่ถึงกับเหนือชั้นแบบ Infernal Affairs แต่หากมองว่าเป็นภาพยนตร์เลือกที่จะสร้างความบันเทิง ในความเป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น หักเหลี่ยม ระทึก ตื่นเต้น แบบไม่ต้องสนเส้นทางสายอื่น Cold War พาตัวเองเดินมาถูกทาง ทำได้อย่างที่ต้องการ และมีความชัดเจนในตัวเอง[3][2]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]