Carte de visite

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่กระชับ เหมาะสม หรือไม่รู้วิธีอ่านในภาษาไทย

'CARTE-DE-VISITE photography หรือ "คาร์เท เด วิสิต" เป็นชื่อนามบัตรรูปภาพเหมือนขนาดเล็ก (ขนาดปกติ 4 1/2 x 2 1/2") ริเริ่มโดยช่างภาพชาวกรุงปารีสชื่อ Andre Disd้ri ซึ่งในปี 1854 เขาได้จดลิขสิทธิ์วิธีการนำภาพหลายๆรูป (ปกติ 8 รูป) ถ่ายบน 1 plate (แผ่นกระจกรับแสงในกล้องถ่าพรูปสมัยก่อน) , ดังนั้นจึงลดต้นทุนการผลิตลงได้มาก (ในครั้งแรกที่เขาผลิตเขาไม่ได้ลดต้นทุนอย่างจริงจัง แต่ผลสำเร็จเกิดขึ้นเมื่อช่างภาพไม่มีชื่อเสียงนักชื่อ Dodero จากเมืองมาเซลส นำไปทำ) กล้องถ่าพรูปหลายชนิดได้ถูกคิดค้นประดิษฐ์ขึ้น บางชนิดมีกลไกสามารถหมุนแผ่น plateได้ บางชนิดมีเลนซ์หลายเลนซ์ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบเลนซ์เดียว หรือหลายๆ เลนซ์พร้อมกัน Cartes-de-visite ไม่เป็นที่แพร่หลายนักจนกระทั่งวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ปี 1859, นโบเลียนที่ 3 ขณะเดินทางพร้อมกองทัพไปอิตาลี ได้หยุดกองทัพและแวะไปที่ร้านถ่ายรูปของ Disd้ri ในกรุงปารีส เพื่อถ่าพรูปของเขาที่นั่น เมื่อข่าวการถ่ายรูปที่นี่เผยแพร่ไปสู่สาธารณชน ทำให้ Disd้ri เป็นที่รู้จัก และในเวลา 2 ปีต่อมา เขาสามารถทำรายได้เกือบ 50,000 ต่อปี จากร้านนี้เพียงร้านเดียว ในประเทศอังกฤษ พระราชินีวิคตอเรียและเจ้าชายอัลเบริต์ ได้ทำนามบัตรรุปภาพเหมือน Cartes-de-visite และเป็นที่แน่นอนว่าการมีโอกาสเพียงเล็กน้อยได้ถ่ายภาพพระราชวงศ์ของอังกฤษ และนี่เป็นสัญญาณให้การสะสมภาพของผู้มีชื่อเสียง หรือการทำนามบัตร Cartes-de-visite เป็นที่โด่งดังเลื่องลือ เป็นที่กล่าวขวัญว่าภาพถ่ายพระราชินีวิคตอเรียและราชวงศ์ ซึ่งถ่ายโดย John Mayal ขายได้มากกว่า 100,000 ภาพ

สิ่งเผยแพร่สู่สาธารณชนในรูปแบบอื่นๆ ได้ถูกชักจูงให้ทำและเผยแพร่ออกมา นักเขียนเรื่องประวัติศาสตร์การถ่ายภาพชื่อ Helmut Gernsheim ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้. “Sure Cards “ คือรูปแบบใหม่เพราะว่ามันเป็นที่แน่นอนว่าเมื่อผู้มีชื่อเสียงยอมให้ถ่ายภาพ โชคดีเป็นของช่างภาพ เขาจะรีบถ่ายภาพ ภาพจำนวนมากถูกถ่ายเมื่อยินยอม หนังสือพิมพ์ the Photographic News ของวันที่ 24 กันยายน 1854 รายงานว่า ไม่น้อยกว่า 48 ภาพของ Lord Olverston ได้ถูกถ่ายเมื่อเขาอนุญาต ในระหว่างปี 1860 ความคลั่งไคล้ของภาพถ่ายเป็นไปอย่างกว้างขวาง ข้อความในวารสารการถ่ายภาพ รายงานว่า สาธารณชนทั่วไป รู้แต่เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการขาย cartes de visite ของผู้มีชื่อเสียง และคาดว่าความต้องการจะมาจากสมาชิกในพระราชวงศ์ ไม่มีการสดุดีใดยิ่งใหญ่กว่าความทรงจำถึงเจ้าชาย Consort ซึ่งหลังจากสิ้นพระชนม์ภายใน 1 อาทิตย์ มียอดสั่งจอง cartes de visite ของพระองค์ไม่น้อยกว่า 70,000 ใบ เส้นทางสัญจรที่ไม่เคยตันอันยิ่งใหญ่ถูกใส่อยูในจินตนาการของช่างภาพ มีเส้นทางไม่น้อยกว่า 35 เส้นทางบนถนน Regent บางครั้งสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล ชาวฝรั่งเศสชื่อ Oliver Sarony ในเมือง Yorkshire กล่าวว่า การจะหารายได้ให้มากกว่า 10,000 ปอนด์ต่อปีในศตวรรษที่ผ่านมา ไม่แปลกใจว่าได้มาจากการเสี่ยงโชคซึ่งรัฐบุรุษชื่อ Gladstone ได้แนะนำให้เก็บภาษีจากการค้า อีกประการหนึ่ง, การทำปลอมแปลงงานของผู้อื่นไม่ใช่เรื่องใหม่ , ภาพปลอมแปลงผู้มีชื่อเสียงที่ทำปลอมแปลงได้ดีสามารถทำเงินให้ชีวิติความเป็นอยู่ดีขึ้นทีเดียว หลายเหตุผล ที่ทำให้ภาพปลอมแปลงประสบความสำเร็จ คือ

  1. ราคาถูก ราคาเฉลี่ยของการ์ดหนึ่งใบเท่ากับ 1 ชิลลิ่ง ( 5 เพนนี) , ถ้าผลิตจำนวนมากจะสามารถขายได้โหลละ 25 เพนนี
  2. ภาพเหล่านี้ มีขนาดเล็ก, เบา ,และสะดวกในการสะสม ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาสะสมภาพเหล่านี้เป็นอัลบั๊ม
  3. การเก็บสะสมภาพ โดยเฉพาะภาพของพระราชวงศ์ เริ่มเป็นของที่มีค่า (เนื่องจากในสมัยนั้นไม่มีโทรทัศน์)

Cartes-de-visite ถูกผลิตโดยใช้กรรมวิธี Albumen (วิธีผลิตภาพ Negative โดยใช้ไข่ขาว) และได้รับการบันทึกว่าในประเทศอังกฤษ มีผู้คนราวครึ่งล้านคนต่อปีที่สามารถเปิดร้านถ่ายรูปเป็นของตนเอง เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ประกอบการถ่าพภาพ cartes-de-visite ก็ใช้ตามสมัยนิยม เริ่มจากที่ราวบันได ,ลูกกรง ,และผ้าม่าน แล้วก็ย้ายไปที่เสา (บางครั้งต่อด้วยที่พรม) สะพาน และไม้กั้นรั้ว ,ที่เปลญวน ,ต้นปาล์ม หรือรถจักรยาน. และเป็นที่น่าเสียใจว่าปริมาณจะมีความสำคัญกว่าคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะมีข้อยกเว้นกำหนดไว้ ความคลั่งไคล้ในภาพ carte-de-visite ยังขยายตัวต่อไป โดยการทำรายละเอียดพิเศษเฉพาะ เช่นงานของ Gustave Le Gray และ Bisson น้องชาย ซึ่งจะไม่สามารถนำมาทำซ้ำใหม่ในขนาดเล็กได้ และทำธุรกิจของเขาเริ่มซบเซาลง ในปี 1860 ความคลั่งไคล้ภาพ carte- de- visite ก็มาถึงจุดสูงสุด. ในหนังสืออัตชีวประวัติของ H. P. Robinson เขียนว่าในปี 1859 ธุรกิจงานภาพถ่ายของเขาเริ่มประสบปัญหาล้มละลาย แต่เนื่องจากความคลั่งไคล้ภาพ carte- de- visite ได้ช่วยเขาไว้ และในราวสิ้นปี 1860 ไม่เพียงแต่เขาสามารถจ่ายหนี้สินเก่าที่มีและต่อสัญญา เขายังลงทุนเพิ่ม , และใน 2 ปีต่อมาเขาขายธุรกิจของเขา และเกษียณตัวเองไปพักที่กรุงลอนดอน

ในเดือนพฤษภาคม ปี1862 , Marion & Co ได้ประกาศตีพิมพ์ภาพถ่ายคณะรัฐมนตรี ขนาด 6.75 x4.5 นิ้ว ซึ่งถ่ายโดย George Washington Wilson โดยเป็นภาพถ่ายคณะรัฐมนตรีที่มีขนาดใหญ่นี้ได้รับความนิยม จนกระทั่งได้มีการผลิตภาพ postcard ขึ้นในช่วงเปลี่ยนศตวรรษใหม่. ภาพถ่ายแบบ Stereoscopic ซึ่งเป็นที่นิยม ได้เสื่อมลงชั่วคราว และเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง มีรูปถ่ายมากมายในสมาคม Royal Photographic Society's collection. บางรูปที่แสดงอยู่เป็นฝีมือของสมาคม London Stereoscopic Society, โดยมีราคา 1 ปอนด์ต่อ 20 ภาพ ใช้เวลาทำ 3 นาที

อ้างอิง[แก้]