ไรทะเล
| ไรทะเล | |
|---|---|
| ไรทะเล | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Arthropoda |
| ไฟลัมย่อย: | Crustacea |
| ชั้น: | Branchiopoda |
| อันดับ: | Anostraca |
| วงศ์: | Artemiidae Grochowski, 1895 |
| สกุล: | Artemia Leach, 1819 |
| ชนิด[1] | |
|
|
|
ไรทะเล หรือ อาร์ทีเมีย หรือ ไรน้ำเค็ม หรือ ไรน้ำสีน้ำตาล (อังกฤษ: Brine shrimp, Sea-monkey) เป็นสัตว์น้ำจำพวกครัสเตเชียนสกุลหนึ่ง ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมการประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ไรทะเล เป็นครัสเตเชียน ในสกุล Artemia ถือกำเนิดในบริเวณเมดิเตอร์เรเนียนมานานกว่า 5.5 ล้านปีมาแล้ว[2] ลักษณะเป็นสัตว์สีน้ำตาลแดงหรือสีน้ำตาลส้ม ไม่มีเปลือกแข็งหุ้มตัว มีเพียงเนื้อเยื่อบาง ๆ เท่านั้นที่หุ้มตัว ว่ายน้ำเคลื่อนที่ในลักษณะหงายท้อง ลำตัวเรียวยาวคล้ายใบไม้แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว แบ่งออกได้เป็น 6 ปล้อง ปล้องแรกเป็นที่ตั้งของตาเดียวและตารวม มีก้านตา 1 คู่ ปล้องที่ 2 เป็นที่ตั้งของหนวดคู่แรก ปล้องที่ 3 เป็นที่ตั้งของหนวดคู่ที่ 2 ปล้องที่ 4 เป็นกราม ปล้องที่ 5 เป็นฟันคู่แรก ปล้องที่ 6 เป็นฟันคู่ที่ 2 ส่วนอกแบ่งออกเป็น 11 ปล้อง แต่ละปล้องประกอบด้วยระยางค์ เป็นอวัยวะทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ การหายใจและการกรองรวบรวมอาหาร ส่วนท้องแบ่งออกได้ 8 ปล้อง ปล้องแรกเป็นที่ตั้งของอวัยวะเพศ ปล้องที่ 2-7 ไม่มีระยางค์ ปล้องที่ 8 มีแพนหาง 1 คู่ โดยปกติเมื่อโตเต็มวัย เพศผู้จะมีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย และจะมีหนวดคู่ที่ 2 ขนาดใหญ่กว่ารูปร่างคล้ายตะขอใช้เกาะจับเพศเมีย บริเวณปล้องแรกของส่วนท้องของเพศผู้จะมีอวัยวะเพศผู้อยู่ 1 คู่ ในเพศเมียตัวเต็มวัย หนวดคู่ที่ 2 จะมีขนาดเล็กลง และเปลี่ยนมาทำหน้าที่รับความรู้สึก บริเวณปล้องแรกของส่วนท้องจะมีอวัยวะเพศเมียทำหน้าที่เก็บตัวอ่อนหรือเก็บไข่
ไรทะเลสืบพันธุ์ได้ทั้งอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ให้ลูกทั้งแบบเป็นตัว โดยจะมีไข่ฟักเป็นตัวภายในมดลูก ไข่ไม่มีเปลือกหนาแข็งหุ้ม สามารถวางไข่ได้ครั้งละ 300-500 ฟอง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์, ความสมบูรณ์ของไรทะเล หรืออุณหภูมิของสภาพแวดล้อมที่อาศัย ใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมง ในการฟักเป็นตัว
ไรทะเล มีถิ่นกำเนิดในทะเลสาบน้ำเค็ม ในสหรัฐอเมริกา, ยุโรป และจีน ไม่พบในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 10 ชนิด ได้แก่[1]
- Artemia franciscana Kellogg, 1906
- Artemia gracilis Verrill, 1869
- Artemia monica Verrill, 1869
- Artemia parthenogenetica Bowen and Sterling, 1978
- Artemia persimilis Piccinelli & Prosdocimi, 1968
- Artemia salina (Linnaeus, 1758)
- Artemia sinica Cai, 1989
- Artemia tibetiana Abatzopoulos, Bo Zhang, and Patrick Sorgeloos, 1998
- Artemia tunisiana Bowen and Sterling, 1978
- Artemia urmiana Gunther, 1900
ปัจจุบัน ไรทะเลสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ เป็นอาหารหลักของสัตว์น้ำขนาดเล็ก ทั้งสัตว์น้ำเศรษฐกิจและสัตว์น้ำสวยงาม ด้วยมีคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนสูง โดยกระทำกันเป็นฟาร์มในน้ำที่เค็มจัด อีกทั้งไข่ของไรทะเลก็สามารถอบแห้ง เก็บไว้ในกระป๋องได้นานเป็นปี เมื่อนำออกมาฟัก ก็สามารถกระทำได้ง่าย [3]
รูปภาพ [แก้]
-
ไรทะเลในตู้ปลา
อ้างอิง [แก้]
- ↑ 1.0 1.1 จาก itis.gov (อังกฤษ)
- ↑ F. A. Abreu-Grobois (1987). "A review of the genetics of Artemia". In P. Sorgerloo, D. A. Bengtson, W. Decleir & E. Jasper. Artemia Research and its Applications. Proceedings of the Second International Symposium on the Brine Shrimp Artemia, organised under the patronage of His Majesty the King of Belgium 1. Wetteren, Belgium: Universa Press. pp. 61–99. OCLC 17979639.
- ↑ Artemia : ไรทะเล
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Artemia |
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
- Hatch Artimia การฟักไข่ไรทะเล(อาร์ทีเมีย)
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Artemia จากวิกิสปีชีส์