Alone in the Dark: Near Death Investigation

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บทความนี้มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากยังไม่มีชื่อภาษาไทยที่กระชับ เหมาะสม หรือไม่รู้วิธีอ่านในภาษาไทย
Alone in the Dark
Windows version box art
ผู้พัฒนา Eden Games
Hydravision Entertainment (เพลย์สเตชัน 2, วี)
ค่ายเกม Atari
ซีรี่ส์ Alone in the Dark
เอนจิน Twilight 2[1]
แพลตฟอล์ม ไมโครซอฟท์ วินโดวส์, เอกซ์บอกซ์ 360, เพลย์สเตชัน 3, วี, เพลย์สเตชัน 2
วันที่ออกจำหน่าย วินโดวส์, เอกซ์บอกซ์ 360, วี, เพลย์สเตชัน 2:
EU 20 มิถุนายน 2008[2]
NA 24 มิถุนายน 2008
AUS 3 กรกฎาคม 2008
เพลย์สเตชัน 3:[3]
NA Q3 2008
EU 26 กันยายน 2008
AUS ตุลาคม 2008
ชนิด สยองขวัญ, แอ็กชั่นผจญภัย
โมด Single-player
เรตติ้ง BBFC: 15
ESRB: M
PEGI: 18+
มีเดีย DVD, Blu-ray Disc, Wii optical disc
วิธีการอินพุต SIXAXIS Controller, DualShock 3, DualShock 2, Xbox 360 Controller, Wii Remote and Nunchuk, Keyboard, Mouse

Alone in the Dark: Near Death Investigation หรือที่รู้จักกันในชื่อ Alone in the Dark 5 เป็นเกมชุดลำดับที่ห้าของเกมชุด Alone in the Dark โดยเป็นภาคต่อจากสามภาคต้นฉบับ พัฒนาโดย Eden Games ลงเครื่องเล่น เพลย์สเตชัน 3, เอกซ์บอกซ์ 360, และพีซี ส่วน Hydravision Entertainment พัฒนา ลงใน เพลย์สเตชัน 2 และ วี

เนื้อหา

[แก้] เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในปี 2008 ซึ่งเอ็ดเวิร์ด คาร์นบี้ ตัวละครเอกซึ่งมาจากสามภาคแรก ได้พบกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเมืองนิวยอร์ก และต้องสืบหาสาเหตุที่เกิดขึ้น

เนื้อหาในภาคนี้จะเน้นการสืบสวนที่สวนสาธารณะ Central Park ณ.กรุงนิวยอร์กและสถานที่รอบข้าง ภายนอกเป็นสวนสาธารณะยักษ์ใหญ่เหมือนสวรรค์ของชาวอเมริกา แต่เบื้องหลังของที่แห่งนี้มีความลับซุกซ่อนโดยไม่มีใครสังเกต มีหลายคดีที่เคยเกิดขึ้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ อาทิเช่น ฝูงนกตายเฉียบพลันอย่างไร้สาเหตุ ชาวเมืองหายสาปสูญหรือเสียชีวิตเป็นปริศนา ประวัติผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง เนื่องจากมีการตีราคาเป็นเงิน ฯลฯ แต่นี่คือหลักฐานระดับพื้นอย่างหนึ่ง ความลับของ Central Park แห่งนี้มีอยู่มากมาย ธรรมชาติของโลก สิงสถิตย์ของเทพเจ้าโบราณ ที่อยู่ของปีศาจในอดีต หรือเหตุความบังเอิญ

เอ็ดเวิร์ด คาร์นบี้ นักสืบเอกชนได้รับมอบหมายงานให้ไปสืบสวน Central Park ที่มีคดีพิศวงหลายราย และสืบค้นหาความจริงของทั้งหมด นี่คือจุดเริ่มต้นของภาคนี้

[แก้] ตัวเกม

  • ตัวเกมนั้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยถึงวิธีการเล่นอะไรมากนัก รู้แต่เพียงว่าเกมจะเน้นการเล่นที่เสรีมากขึ้น นอกจากนั้นยังมีปริศนาประเภทเกมย่อยให้ผู้เล่นทำ ซึ่งการที่ทำสำเร็จหรือล้มเหลวจะพาผู้เล่นไปเส้นทางที่ต่างกัน แต่จุดเด่นที่สำคัญของเกมนี้คือการเล่นเป็นแบบตอนๆ ซึ่งทางทีมงานได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ตอนชุดทางโทรทัศน์ โดยในตัวเกมจะถูกแบ่งออกเป็นตอนๆ (ขายพร้อมกัน) และเมื่อผู้เล่นเล่นจนถึงจุดจุดหนึ่ง เกมจะจบตอนและให้ผู้เล่นได้เข้าเล่นตอนต่อไป (ซึ่งจะเหมือนภาพยนตร์ตอนชุดทางโทรทัศน์ ซึ่งจะจบในช่วงที่กำลังตื่นเต้น)

[แก้] ระบบเกม

  • ผู้เล่นสามารถเลือกเส้นทางเหตุการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำสำเร็จหรือล้มเหลวและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ระบบเกมภาคนี้ถูกปรับปรุงให้ดีกว่าภาคก่อนหลายส่วน ทำให้กราฟิกสมจริง การเคลื่อนไหวนุ่มนวล เพิ่มระบบการใช้สิ่งของด้วยมือซ้ายและมือขวาอย่างมีปฏิสัมพันธ์ หยิบสิ่งของรอบกายเป็นอาวุธ ใชสิ่งแวดล้อมเป็นตัวเพิ่มปริสิทธิภาพให้กับอาวุธ การแก้ปริศนาด้วยความสามารถที่มีอยู่ ขับยานพาหนะได้
  • ระบบการเดินทางในภาคนี้ เนื่องจากสถานที่เกิดขึ้นเป็น Central Park ที่ใหญ่และกว้างขวางมาก จึงเปลี่ยนแปลงระบบการโหลดข้อมูล เพื่อลดปัญหาการกระตุกในขณะเดินทางที่ไหนก็ได้
  • ระบบไอเท็มภายในตัวละครมีความสมจริงมากขึ้น โดยจะมองในลักษณะการมองของตัวผู้เล่นเอง เหมือนเปิดกางเสื้อสูทออกมาเลือกไอเท็มข้างในว่า จะใช้อะไรและใส่มือข้างไหน
  • ระบบกล้องมีสองแบบคือ First person camera และ Third person camera ซึ่งตอนใช้ปืนหรือการยิงออกไป จะอยู่ในลักษณะมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ส่วนอาวุธจำพวกทุบ ขว้าง ทำลายสิ่งต่างๆ เคลื่อนย้าย และอื่นๆ มักจะอยู่ในลักษณะมุมมองบุคคลที่สาม

[แก้] ภาคก่อนหน้า

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Nicolo S. Atari talks Alone in the Dark engine Twilight 2. qj.net. Content Holdings. สืบค้นวันที่ 2008-06-24
  2. ^ Alone in the Dark Release Date Confirmed
  3. ^ Alone in the Dark (PS3) at IGN

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว