เสือดาวแอฟริกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก African leopard)
เสือดาวแอฟริกา
บนต้นไม้ที่อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ประเทศแอฟริกาใต้
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Carnivora
วงศ์: Felidae
สกุล: Panthera
ชนิด: P. pardus
ชนิดย่อย: P. p. pardus
Trinomen
Panthera pardus pardus[1]
Linnaeus, 1758

เสือดาวแอฟริกา (อังกฤษ: African leopard; ชื่อวิทยาศาสตร์: Panthera pardus pardus) เป็นชนิดย่อยชนิดหนึ่งในบรรดา 8 ชนิดของเสือดาว จัดอยู่ในวงศ์เสือและแมว (Felidae)

จัดเป็นเสือใหญ่อีกชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในทวีปแอฟริกานอกเหนือจากสิงโต จัดเป็น 1 ใน 5 ของสัตว์ป่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งแอฟริกา หรือ "บิ๊ก 5" ที่นักท่องเที่ยวต่างต้องการที่จะพบเห็นตัวในการเที่ยวแบบซาฟารี ซึ่งประกอบไปด้วยสิงโต, เสือดาว, ช้างป่า, ควายป่า และแรดขาว แต่เสือดาวนับเป็นสัตว์ป่าที่หาตัวได้ยากที่สุด เพราะมีทักษะในการหลบซ่อนตัวเก่งและมีพฤติกรรมที่อยู่ลำพังเพียงตัวเดียว นอกจากฤดูผสมพันธุ์ ที่จะอยู่เป็นคู่

เสือดาวแอฟริกาตัวผู้ มีน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 50–80 กิโลกรัม ในขณะที่ตัวเมียประมาณ 32–55 กิโลกรัม ความสูงจากตีนจนถึงหัวไหล่ 60–70 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 1.2–1.8 เมตร ความยาวหาง 70 เซนติเมตร–1 เมตร อายุโดยเฉลี่ย 12–15 ปี

เสือดาวแอฟริกาล่าสัตว์กินพืชอย่างทอมสันส์กาเซลล์, อิมพาลา, หมูป่า, กระต่ายป่า รวมถึงงูเหลือมกินเป็นอาหาร โดยจะเลือกเหยื่อขนาดกลางที่น้ำหนักไม่เกิน 200 กิโลกรัม โดยใช้วิธีแอบซุ่มจู่โจมไม่ให้เหยื่อทันรู้ตัว โดยแอบย่องเข้าไปใกล้เหยื่อในระยะ 5–9 เมตร โดยใช้ลายตามลำตัวพรางตัว แล้วจึงพุ่งเข้าใส่ เสือดาวสามารถวิ่งได้เร็วประมาณ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีอษราบริเวณหากินประมาณ 35–40 กิโลเมตร แต่จะไม่วิ่งไล่เหยื่อนานเท่าเสือชีตาห์ และเมื่อได้เหยื่อแล้วเมื่อกินไม่หมด และมีการเอาเหยื่อขึ้นไปซ่อนหรือแขวนไว้บนต้นไม้ เพื่อที่จะกลับมากินต่อในมื้อถัดไป แต่ถ้าล่าเหยื่อได้บนต้นไม้ จะลากลงมากินบนพื้น[2] ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ไม่พบในเสือดาวในทวีปเอเชีย[3] นอกจากนี้แล้วเสือดาวยังสามารถว่ายน้ำ หาอาหารที่เป็นสัตวน้ำ เช่น ปู, ปลา หรือแม้แต่กระทั่งจระเข้ขนาดย่อม ๆ กินเป็นอาหารได้ด้วย รวมถึงแม้แต่ หมาจิ้งจอก หรือไฮยีน่าที่มารังควานได้ด้วย [2]

เสือดาวแอฟริกา กระจายพันธุ์ทั่วทวีปแอฟริกา ตั้งแต่ใต้สะฮาราเป็นต้นไป อาศัยอยู่ได้ในทุกภูมิประเทศทั้งทะเลทรายแห้งแล้ง จนถึงป่าโปร่ง หรือป่าทึบ และพบได้ในที่สูง โดยมีบันทึกว่าพบที่ความสูงถึง 5,700 เมตร (18,700 ฟุต) บนเนินภูเขาไฟที่ทิวเขารูเวนโซรีและเทือกเขาวีรุงกาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และกินน้ำที่มีอุณหภูมิสูงถึง 37 องศาเซลเซียส (99 ฟาเรนไฮต์) ได้ในอุทยานแห่งชาติวิรุงกา[4]

เสือดาวแอฟริกาล่าเหยื่อเป็นแอนทิโลป
ขณะพุ่งใส่เหยื่อ

แม้จะเป็นสัตว์นักล่าขั้นสูงสุด แต่บางครั้งเสือดาวแอฟริกาก็ถูกสิงโตล่าเป็นอาหารได้ ลูกเสือที่ยังเล็กก็ตกเป็นอาหารของสิงโตและไฮยีน่าได้เช่นกัน รวมถึงถูกล่าโดยมนุษย์เพื่อความต้องการหนังที่มีลวดลายสวยงาม เสือดาวแอฟริกาตัวเมียที่มีลูกอ่อน จะย้ายที่อยู่ตลอดเวลารวมถึงคาบลูกไปหลบซ่อนตามที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ[5]

การจำแนก[แก้]

เสือดาวที่พบในทวีปแอฟริกา บางครั้งยังถูกจำแนกออกเป็นชนิดย่อย ๆ ต่าง ๆ ได้มากกว่านี้ คือ[6]

แต่จากการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมพบว่า เสือดาวแอฟริกาทั้งหมดมีสายพันธุ์กรรมใกล้ชิดกันมากที่สุด[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Henschel, P., Hunter, L., Breitenmoser, U., Purchase, N., Packer, C., Khorozyan, I., Bauer, H., Marker, L., Sogbohossou, E., Breitenmoser-Würsten, C. (2008). [[[:แม่แบบ:IUCNlink]] "Panthera pardus"]. International Union for Conservation of Nature and Natural Resources. 
  2. 2.0 2.1 สามเหลี่ยมโอคาแวนโก ตอนที่ 4, สุดหล้าฟ้าเขียว. สารคดีโดย ปองพล อดิเรกสาร ทางช่อง 3: เสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556
  3. เสือดาวจากเว็บไซต์สวนสัตว์อุบลราชธานี. สืบค้น 17 ตุลาคม 2556.
  4. Nowell, K., Jackson, P. (1996) Leopard Panthera pardus In Wild Cats: status survey and conservation action plan. IUCN/SSC Cat Specialist Group, Gland, Switzerland.
  5. ปองพล อดิเรกสาร. สัตว์ป่าแอฟริกา. กรุงเทพฯ : เอเรียสบุ๊คส์, 2553. 272 หน้า. หน้า 132-133. ISBN 978-616-90508-0-3
  6. Sunquist, M. E., Sunquist, F. C. (2009) Family Felidae (Cats) Pages 137 in: Don E. Wilson, Russell A. Mittermeier (Eds.) Handbook of the Mammals of the World, Volume 1: Carnivores; Lynx Edicions. ISBN 978-84-96553-49-1
  7. Uphyrkina, O., Johnson, W. E., Quigley, H. B., Miquelle, D. G., Marker, L., Bush, M. E., O'Brien, S. J. (2001) Phylogenetics, genome diversity and origin of modern leopard, Panthera pardus. Molecular Ecology (2001) 10: 2617−2366.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]