วชิราวุธวิทยาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วชิราวุธวิทยาลัย


วชิราวุธวิทยาลัย เป็นโรงเรียนประจำชาย(โรงเรียนชายล้วน) สถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์ทรงบริจาคทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างโรงเรียนแก่กุลบุตรชาวไทยแทนการสร้างพระอารามซึ่งมีอยู่มากแล้วนั้น ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้มีพระบรมราชโองการให้รวมโรงเรียนมหาดเล็กหลวง กรุงเทพมหานคร โรงเรียนราชวิทยาลัยและโรงเรียนมหาดเล็กหลวง เชียงใหม่ เข้าด้วยกัน โดยให้นักเรียนย้ายมาเรียนรวมกันที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพ พร้อมทั้งได้พระราชทานนามโรงเรียนขึ้นใหม่ว่า “วชิราวุธวิทยาลัย” เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนสืบต่อไป

วชิราวุธวิทยาลัยจะมีหอพัก หรือที่เรียกว่า "คณะ" สำหรับเป็นที่พักอาศัย โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ คณะเด็กใน ซึ่งแบ่งออกเป็น คณะดุสิต คณะผู้บังคับการ คณะพญาไท คณะจิตรดา คณะจงรัก คณะภักดี คณะศักดิ์ศรี และ คณะมงคล ส่วนคณะเด็กเล็ก แบ่งออกเป็น คณะสนามจันทร์ คณะนันทอุทยาน และ คณะสราญรมย์ นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬาต่าง ๆ เช่น รักบี้ฟุตบอล แบดมินตัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดการแข่งขันรักบี้ประเพณีกับมาเลย์ คอลเลจ (Malay College Kuala Kangsar) จากประเทศมาเลเซีย เป็นประจำทุก ๆ ปี

ปัจจุบัน ดำเนินการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตั้งอยู่ที่ ถนนราชวิถี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2453 เพื่อโรงเรียนแห่งนี้เป็นสถาบันที่ให้การศึกษาอย่างแท้จริงแก่กุลบุตรชาวไทย และเป็นเสมือนพระอารามหลวงประจำรัชกาล ซึ่งมิได้โปรดฯ ให้สร้างขึ้น เพราะทรงมีพระราชดำริว่า ในรัชสมัยของพระองค์พระอารามหลวงต่างๆ มีอยู่มากแล้ว หากจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอารามหลวงขึ้นอีกก็จะเป็นพระราชภาระในการปฏิสังขรณ์อีกโดยมิควร ประกอบกับในรัชสมัยของพระองค์นั้นการศึกษาได้เปลี่ยนแปลงไป มิได้อยู่กับวัดดังเช่นกาลก่อน นักเรียนต้องการครูบาอาจารย์ที่เป็นคฤหัสถ์ เพื่อทำการอบรมสั่งสอน[1] ดังนั้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนขึ้นตามแบบโรงเรียนรัฐบาลของประเทศอังกฤษ และพระราชทานนามโรงเรียนแห่งนี้ว่า "โรงเรียนมหาดเล็กหลวง"[2]

ในการสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวง พระองค์ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราวเป็นเรือนไม้ หลังคามุงจากขึ้นก่อนในที่ดินส่วนพระองค์ที่สวนกระจัง ริมคลองเปรมประชากร ตำบลสวนดุสิต แล้วโปรดฯ ให้ย้ายนักเรียนมหาดเล็กหลวงซึ่งเปิดการสอนเป็นการชั่วคราวจากโรงเรียนราชกุมาร (เก่า) ใกล้หอพิธีพราหมณ์ในพระบรมมหาราชวัง มาดำเนินการสอนในสถานที่ซึ่งพระราชทานให้ใหม่นี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2454 ต่อมาใน พ.ศ. 2458 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กรมศิลปากรมาดำเนินการก่อสร้างอาคารถาวรของโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ซึ่งประกอบด้วยหอประชุมและอาคารที่พักของนักเรียนที่มุมโรงเรียนอีก 4 หลัง[3] และได้ทรงพระมหากรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาพระฤกษ์สร้างอาคารโรงเรียนเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2458[1] ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2459 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนโรงเรียนราชวิทยาลัยจากกระทรวงยุติธรรมมาไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกแห่งหนึ่งใน พ.ศ. 2460

การดำเนินการศึกษาในโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จำต้องยุติลง เนื่องจากพระองค์ได้ด่วนเสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 ในรัชสมัยต่อมา ประเทศสยามต้องประสบสภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จึงทำให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจำต้องทรงตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์ลง ทั้งนี้เพื่อให้การเงินในประเทศเข้าสู่สมดุล ดังนั้น ใน พ.ศ. 2469 พระองค์จึงทรงยุบโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่และโรงเรียนราชวิทยาลัย และได้มีพระบรมราชโองการให้รวมโรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพฯ โรงเรียนราชวิทยาลัยและโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเชียงใหม่เข้าด้วยกัน โดยให้ย้ายนักเรียนมาเรียนรวมกันที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพ และได้พระราชทานนามโรงเรียนให้ใหม่ว่า “วชิราวุธวิทยาลัย” เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนสืบต่อไป[4]

[แก้] ผู้บังคับการ

ผู้บังคับการ คือ ผู้ที่มีความรับผิดชอบสูงสุดในการดูแลจัดการวชิราวุธวิทยาลัย เป็นทั้งหัวหน้าฝ่ายบริหาร และครูใหญ่ รวมทั้งผู้รับใบอนุญาตผู้จัดการโรงเรียน ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัย ต้องเป็นผู้ที่ผ่านพระบรมราชานุมัติจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว

รายนามผู้บังคับการจากอดีตถึงปัจจุบัน:

  • พ.ศ. 2460 - 2469 - พระยาบรมบาทบำรุง (พิณ ศรีวรรธนะ)
  • พ.ศ. 2469 - 2476 - พระยาปรีชานุสาสน์ (เสริญ ปันยารชุน)
  • พ.ศ. 2476 - 2478 - พระยาบรมบาทบำรุง (พิณ ศรีวรรธนะ)
  • พ.ศ. 2478 - 2485 - พระพณิชยสารวิเทศ (ผาด มนตธาตุผลิน)
  • พ.ศ. 2486 - 2518 - พระยาภะรตราชา (ม.ล. ทศทิศ อิศรเสนา)
  • พ.ศ. 2519 - 2538 - ศาสตราจารย์ ดร. กัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา
  • พ.ศ. 2539 - 2550 - ศาสตราจารย์ ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช
  • พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน - ดร.สาโรจน์ ลีสวรรค์

[แก้] ชีวิตนักเรียนประจำ

[แก้] กีฬา

วชิราวุธวิทยาลัยส่งเสริมให้นักเรียนได้เล่นกีฬา รวมทั้ง มีการจัดการแข่งขันกีฬาภายในทุกปี โดยมีการแบ่งประเภทกีฬาออกเป็นภาคการศึกษา ดังนี้

กีฬาหลักของโรงเรียน คือ รักบี้ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่ารักบี้นั้นจะเป็นกีฬาที่สอนให้นักเรียนรู้จักแพ้ ชนะ และอภัย และจะฝึกให้นักเรียนเป็นสุภาพบุรุษอย่างสมบูรณ์แบบ รักบี้ประเพณีกับมาเลย์ คอลเลจ (Malay College Kuala Kangsar) จากประเทศมาเลเซียจะถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 และรักบี้ประเพณีกับ Saad foundation school ประเทศมาเลเซีย[5]

[แก้] หอพัก หรือ คณะ

วชิราวุธวิทยาลัยมีหอพัก หรือที่เรียกว่า "คณะ" เพื่อให้นักเรียนใช้เป็นที่พักอาศัยในช่วงระหว่างที่อยู่โรงเรียนสองอาทิตย์ คณะหนึ่งนั้นจะมีนักเรียนประมาณ 80 คน แต่ละคณะนั้นจะแบ่งกระจายนักเรียนของแต่ละชั้นเรียนให้เท่า ๆ กัน แบ่งเป็นสองฝั่ง คือ คณะเด็กใน และ คณะเด็กเล็ก

โดยที่คณะเด็กในจะใช้เป็นที่พักพิงของนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.6 ทั้งนี้ มีด้วยกันอยู่ 8 คณะ คือ คณะผู้บังคับการ คณะดุสิต คณะจิตรดา คณะพญาไท คณะจงรัก คณะภักดี คณะศักดิ์ศรี และคณะมงคล ปัจจุบันได้มีการรวมคณะจงรักกับ และคณะภักดี แล้วเรียกชื่อใหม่ว่าคณะ จงรักภักดี และได้มีการรวมคณะศักดิ์ศรี และคณะมงคล แล้วเรียกใหม่ว่าคณะ ศักดิ์ศรีมงคล เนื่องจากทั้ง 4 คณะนี้เป็นคณะที่มีพื้นที่ใช้สอยน้อย ส่วนคณะเด็กเล็กนั้นจะใช้เป็นที่พักของเด็กนักเรียนชั้น ป.4 ถึง ม.1 เมื่อนักเรียนแต่ละคนเข้าเรียนชั้น ม.1 แล้วจะทำการย้ายเข้าไปอยู่เด็กในกับรุ่นพี่ คณะของคณะเด็กเล็ก ได้แก่ คณะสนามจันทร์ คณะนันทอุทยาน และ คณะสราญรมย์

การปกครองของคณะเด็กใน และเด็กเล็กนั้นจะต่างกันเพียงเล็กน้อย โดยคณะเด็กเล็กนั้นจะมีผู้กำกับ และครูผู้ช่วยมาช่วยดูแล และควบคุมเด็ก ๆ ส่วนคณะเด็กในนั้นจะมีเพียงผู้กำกับคณะคอยดูแล และหน้าที่ควบคุมเด็กในคณะนั้นจะตกอยู่กับรุ่นพี่หัวหน้าคณะโดยมีผู้กำกับคณะเป็นที่ปรึกษา

การปกครองในคณะเด็กในนั้นจะเป็นระบบรุ่นพี่ รุ่นน้อง โดยจะเน้นอยู่ว่า "การจะเป็นผู้นำที่ดีได้ ต้องเคยเป็นผู้ตามที่ดีมาก่อน" ดังนั้น ก่อนที่นักเรียนแต่ละคนจะมาเป็นหัวหน้าคณะปกครองรุ่นน้อง ก็จะเคยเป็นผู้ตามถูกปกครองโดยรุ่นพี่มาก่อน และเรียนรู้การปกครองนั้นมาปกครองรุ่นน้องถัด ๆ ไป

6.00 น. || ตื่นนอน

7.00 น. || เรียนคาบ 1

8.00 น. || อาหารเช้า

8.30 น. || สวดมนต์

9.00 น. || เรียนคาบ 2 - 6

13.30 น. || อาหารกลางวัน

14.00-15.00 น. || กิจกรรมดนตรี/ศิลปะ

16.00-17.30 น. ||กีฬา

17.30 น. || อาบน้ำ / เวลาอิสระ

18.15 น. || อาหารเย็น

19.00 - 20.45 น. || PREP : คณะเด็กเล็ก และ เด็กใน

20.45-21.00 น. || เวลาอิสระ / เด็กเล็กเข้านอน

21.00 น. || สวดมนต์

21.30 น. || ปิดไฟเข้านอนของ Junior

22.00 น. || ปิดไฟเข้านอนของ Senior

[แก้] ประเพณีโรงเรียน

[แก้] เครื่องแต่งกาย

ภาพชุดแต่งกายนักเรียนวชิราวุธ

การแต่งกายของนักเรียนวชิราวุธเมื่อยามที่โรงเรียนมีงานพิธีสำคัญ นักเรียนจะแต่งกายด้วยชุดราชปะแตน ซึ่งเป็นชุดพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้นักเรียนแต่งตัวให้มีระเบียบเรียบร้อย โดยชุดนั้นประกอบไปด้วย[6]

  1. เสื้อนอกคอปิดสีขาวแบบราชการ ปากกระเป๋ามีปกสำหรับกระเป๋าบน ใช้กระดุมเงินตราพระมหามงกุฎ 5 เม็ด
  2. แผ่นคอ พื้นเป็นกำมะหยี่สีน้ำเงินแก่ มีแถบเงินกว้างขนาด 1 เซนติเมตร พาดกลาง ถ้าเป็นอาจารย์หรือครู จะใช้แถบอย่างเดียวกัน ล้อมกรอบแผ่นคอ
  3. กางเกง ใช้สีน้ำเงินแก่ ยาวลงมาแค่ครึ่งเข่า
  4. หมวก ในการเปิดโรงเรียนตอนแรกใช้หมวกแก๊ปทรงหม้อตาล สีน้ำเงินแก่ ใช้แก๊ปหนังมันดำ มีสายรัดคางหนังมันดำ ติดดุมพระมหามงกุฎขนาดเล็กลงที่ขอบหมวก ผ้าพันหมวกเป็นสีน้ำเงินมีแถบขาวพาดกลาง ต้นปี พ.ศ. 2458 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำหมวกหนีบมาใช้ที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวงเป็นครั้งแรก ตัวหมวกส่วนบนเป็นสีขาว ซีกที่พับเป็นสีน้ำเงิน ปัจจุบันได้ใช้เป็นสีน้ำเงินแก่ทั้งหมด
  5. ถุงเท้าสีดำยาวถึงหัวเข่า และรองเท้าหนังผูกเชือกสีดำ

[แก้] เพลงโรงเรียน

หนึ่งในประเพณีของวชิราวุธวิทยาลัย คือ การร้องเพลงในงานสำคัญต่างๆ รวมถึงเพลงเชียร์กีฬา โดยเพลงที่มักจะได้ยินบ่อยๆ มีดังนี้

  • เพลง Graduates Song Goodbye เป็นเพลงภาษาอังกฤษทำนองและเนื้อร้องโดย F.Rico ถูกขับร้องในงานพระราชทานประกาศนียบัตรนักเรียนเก่า โดยนักเรียนปัจจุบันที่กำลังจะจบการศึกษา เนื้อหาของเพลงนั้นเพื่อนึกถึงอนาคตเมื่อออกไปจากโรงเรียน และรำลึกถึงชีวิตในโรงเรียน
  • เพลงอีกสี่สิบปี ประพันธ์โดยท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล ณ อยุธยา ทำนองนั้นคัดมาจาก Forty Years On ของโรงเรียนแฮร์โรว ในอังกฤษ มักถูกร้องในงานราชพิธีสำคัญ เนื้อหาในเพลงเพื่อรำลึกถึงชีวิตในโรงเรียน
  • เพลงเราเด็กในหลวง พระราชนิพนธ์โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำนอง สิงโตเล่นหาง เป็นเพลงกลอนบรรเลงโดยวงดนตรีไทย เป็นเพลงปฏิญาณนึกถึงความสำคัญของนักเรียนมหาดเล็ก ดังมีตัวอย่างท่อนจบว่า "รักษาชาติศาสนากว่าจะตาย เป็นผู้ชายชาติไทยไม่ลืมเอย"
  • เพลงเชียร์กีฬา มักถูกขับร้องในการแข่งขันรักบี้ระหว่างโรงเรียน นอกจากนั้นสำหรับการแข่งขันภายใน แต่ละคณะก็จะมีเพลงเชีย์กีฬาของตัวเองอีกด้วย
  • เพลงจรรยานักกีฬา เป็นเพลงกลอนมักถูกขับร้องก่อนการแข่งขันกีฬาระหว่างคณะ เพื่อนึกถึงจรรยาของนักกีฬา โดยมีตัวอย่างท่อนว่า "เมื่อแมวหมาเล่นกีฬามันท้ากัน เพราะเป็นสัตว์ไร้คิดจิตจึงเขว แต่ผู้ดีมีใจไม่รวนเร ย่อมฮาเฮเล่นกีฬาประสานมิตร"

[แก้] อาคารเรียน

อาคารภายในวชิราวุธวิทยาลัย

อาคารเรียน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกำเนิดโรงเรียนมหาดเล็กหลวง โดยพระราชทานที่ดินและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ซึ่งลักษณะของหอประชุม หอนาฬิกา อาคารจิตรลดา และตึกขาว เป็นอาคารที่มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมไทย ผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันตก โดยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปี พ.ศ. 2525 [7]

[แก้] นักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียง

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 ราชกิจาจานุเบกษา, การก่อพระฤกษ์โรงเรียนมหาดเล็กหลวง , เล่ม ๓๒, ตอน ง, ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๒๒๖๔
  2. ^ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความโรงเรียนมหาดเล็กหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง ย้ายโรงเรียนมหาดเล็กข้าหลวงเดิม, เล่ม ๒๘, ตอน ๐ง, ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๔, หน้า ๑๕
  3. ^ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ซึ่งบรรจุไว้ในศิลาพระฤกษ์โรงเรียนมหาดเล็กหลวง, เล่ม ๓๒, ตอน ง, ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๒๒๖๖
  4. ^ ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ วางรูปการและพระราชทานนามโรงเรียนมหาดเล็กหลวง, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ก, ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๙๕
  5. ^ วชิราวุธาสาส์น : รายงานประจำปี 2548 หน้า 52 จาก โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
  6. ^ ข้อบังคับเครื่องแต่งกายนักเรียนมหาดเล็กหลวง
  7. ^ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ : อาคารอนุรักษ์ ประจำปี 2525 อาคารเรียน โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว
ภาษาอื่น