ไอ. เอ็ม. เพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไอ. เอ็ม. เพ
(Ieoh Ming Pei)
I.M. Pei.JPG
ในลักเซมเบิร์ก ปี 2006
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อ ไอ. เอ็ม. เพ
(Ieoh Ming Pei)
สัญชาติ ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน
วันเกิด 26 เมษายน ค.ศ. 1917 (97 ปี)
สถานที่เกิด กว่างโจว,Flag of the People's Republic of China จีน
การทำงาน
ชื่อในการทำงาน Pei Cobb Freed & Partners
อาคารเด่น John F. Kennedy Library, Boston
National Gallery of Art East Building
Louvre Pyramid, Paris
Bank of China Tower, Hong Kong
Museum of Islamic Art, Doha
รางวัลและเกียรติยศ Royal Gold Medal
AIA Gold Medal
Presidential Medal of Freedom
Pritzker Prize

ไอ. เอ็ม. เพ (I. M. Pei - Ieoh Ming Pei) หรือ เป้ย์ ยวี่หมิง (จีนตัวย่อ: 贝聿铭; จีนตัวเต็ม: 貝聿銘; พินอิน: Bèi Yùmíng) (26 เมษายน พ.ศ. 2460 — ) สถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกสูงสุดของสถาปัตยกรรมในปี พ.ศ. 2526 งานออกแบบของ ไอ.เอ็ม. เพ จะมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น โดยมีการใช้ หิน คอนกรีต แก้ว และเหล็กเป็นส่วนใหญ่

เขาถือว่าเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในด้านสถาปัตยกรรมสมัยใหม่[1]เขาเกิดที่เมืองกว่างโจว โตในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ เขาชื่นชอบภาพยนตร์จากสหรัฐฮเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักแสดง บัสเตอร์ คีตันและบิง ครอสบี เขาเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเองจากการอ่านไบเบิลและบทประพันธ์ของชาร์ลส ดิกเคนส์

ปี ค.ศ. 1935 ไอ. เอ็ม. เพ ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เข้าเรียนในโรงเรียนสถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย แต่ก็ย้ายไปเรียนสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์จากนั้นไม่นาน เขารู้สึกไม่ยินดีกับการมุ่งเน้นไปในเรื่องสถาปัตยกรรมวิจิตรศิลป์ เขาใช้เวลาว่าศึกษาผลงานอันเยี่ยมยอดของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ อย่างเช่น เลอกอร์บูซีเย หลังจากเรียนจบแล้วเขา ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้เรียนกับอาจารย์ชั้นนำ คือ มาร์เชล บรูเออร์ และวอลเตอร์ โกรเปียส ได้ทั้งความรู้จากอาจารย์ชั้นนำของสถาบันเบาเฮาส์ และได้บรรยากาศทางวิชาการของฮาร์วาร์ด เอ็ม.ไอ.ที ด้วยกัน ในปี ค.ศ. 1942 เขาแต่งงานกับไอลีน ลู ทั้งคู่แต่งงานกับมาร่วม 50 ปี และมีลูก 4 คน (2 คนเป็นสถาปนิกเช่นกัน)

เขาใช้เวลาในการทำงานร่วม 10 ปี ในนิวยอร์กกับคนสำคัญด้านอสังหาริมทรัพทย์ อย่าง วิลเลียม เซกเคนดอร์ฟ ก่อนที่จะมาเปิดสำนักงานของตัวเองที่ชื่อ I. M. Pei & Associates จากนั้นเปลี่ยนมาเป็น Pei Cobb Freed & Partners ในผลงานของเขาในยุคต้น ๆ เช่น โรงแรมลองฟองพลาซ่า ในวอชิงตันดีซี และตึกเขียวในเอ็มไอที เขามีชื่อเสียงในการออกแบบอาคาร ศูนย์วิจัยบรรยากาศสหรัฐฯ ในโคโลราโด และผลงานอย่างห้องสมุดจอห์น เอ. เคนเนดี ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เขาออกแบบดัลลาสซิตีฮอลและอีสต์บิวดิงของหอศิลป์แห่งชาติ, วอชิงตัน ดี.ซี.

เขากลับมาประเทศจีนครั้งแรกในปี 1974 และออกแบบโรงแรมที่ Fragrant Hills ต่อมาหลังจากนั้น 15 ปีเขากลับมาเอเชียตะวันออกอีกครั้งโดยออแบบตึกระฟ้าในฮ่องกง อาคารแบงค์ออฟไชน่าทาวเวอร์ ในปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 ชื่อของเขาตกเป็นข้อพิพาทเมื่อเขาออกแบบ พีระมิดลูฟร์ ที่สร้างจากกระจกและโลหะ ในบริเวณของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารีส ถ้าต่างมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งมีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เขายังได้ออกแบบมอร์ตัน เอช. เมเยอร์สัน ซิมโฟนี ในดัลลาส , พิพิธภัณฑ์มิโฮในญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามในกาตาร์

ไอ. เอ็ม. เพ ได้รับรางวัลหลากหลายรางวัลในสาขาสถาปัตยกรรม รวมถึงรางวัลเหรียญทองเอไอเอในปี 1979 ,รางวัลเพรเมียมอิมพีเรียลสาขาสถาปัตยกรรมในปี 1989 และรางวัลความสำเร็จสูงสุด จากพิพิธภัณฑ์ออกแบบแห่งชาติ คูเปอร์-ฮิววิตต์ ในปี 2003 และในปี 1983 เขาได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์[2]

แนวความคิดในการออกแบบ[แก้]

พีระมิดแก้วกลางลานอันเป็นทางเข้าหลักพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไอ.เอ็ม. เพ

ไอ. เอ็ม. เพ มีแนวความคิดว่าสถาปนิกควรคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศและส่วนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในสมัยที่เขาเรียนเขาได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องพิพิธภัณฑ์ศิลปะจีนในเซี่ยงไฮ้ งานสถาปัตยกรรมของไอ. เอ็ม. เพ เป็นความคลาสสิกสมัยใหม่ เขาพอใจที่จะทำงานใดใช้ปริมาตรที่ชัดเจน รูปทรงเรขาคณิตอย่างง่ายของวัสดุประเภท กระจก หิน ฯลฯ และการออกแบบที่คำนึงถึงบริบทเดิมที่เฉพาะตัว มากกว่าที่จะเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่โดดเด่น อย่างเช่นการออกแบบพิพิธภัณฑ์ลูฟร์, บอสตัน ที่ออกแบบต่อเติม-ขยายเพิ่มจากอาคารเดิม

ในการออกแบบส่วนต่อขยายของอาคารแบบแนบจิตคิดให้มีความเข้ากันกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในอาคารเดิม สิ่งที่ชุมชนบริเวณนั้นต้องการ ตลอดจนลักษณะความเขียวขจีของต้นไม้ในบริเวณ

ไอ. เอ็ม. เพ มีชื่อเสียงมากด้านงานออกแบบพิพิธภัณฑ์ (ตั้งแต่ช่วง ปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมา) ผลงานต่าง ๆ ของเขาที่ผ่านมาแสดงออกถึงศักยภาพความอัจฉริยะในด้านนี้อันเป็นที่ยอมรับ

ในการออกแบบพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมนีในเบอร์ลิน ก่อนรับงาน ไอ. เอ็ม. เพ สำรวจบริเวณพื้นที่อย่างมีระบบ ทำความเข้าใจอย่างแม่นมั่นถึงสภาพแวดล้อม เพื่อให้สถาปัตยกรรมที่เขาออกแบบมีความสัมพันธ์กับลักษณะของบริเวณเมือง เขาศึกษาลักษณะของผู้คนที่เดินใช้งานบริเวณนั้น กำหนดการเข้าถึงอาคาร มุมมอง ทางเข้าอย่างเหมาะสม

เหตุผลหนึ่งที่งานสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑ์ของ ไอ.เอ็ม. เพ ประสบความสำเร็จก็เพราะมีความงามที่ดึงดูดใจประชาชน ทั้งในลักษณะเมื่อแรกพบและหลังจากได้เข้าสัมผัสเรียนรู้ดูงานภายในอาคาร ประชาชนจะมีความเพลิดเพลินพอใจในตัวสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑ์เองพอ ๆ กับตัวผลงานศิลป์ที่ติดตั้งไว้ในนั้น[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. Wiseman, p. 11; Diamonstein, p. 145.
  2. ประวัติ ไอ. เอ็ม. เพ ที่เว็บ PritzkerPrize.com
  3. การออกแบบพิพิธภัณฑ์ของไอ.เอ็ม.เป, ต่วยตูน พิเศษ ฉบับที่ 381 เดือนพฤศจิกายน 2549.