ไอ. เอ็ม. เพ
| ไอ. เอ็ม. เพ (Ieoh Ming Pei) |
|
ในลักเซมเบิร์ก ปี 2006 |
|
| ข้อมูลส่วนตัว | |
|---|---|
| ชื่อ | ไอ. เอ็ม. เพ (Ieoh Ming Pei) |
| สัญชาติ | ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน |
| วันเกิด | 26 เมษายน ค.ศ. 1917 (96 ปี) |
| สถานที่เกิด | กว่างโจว, |
| การทำงาน | |
| ชื่อในการทำงาน | Pei Cobb Freed & Partners |
| อาคารเด่น | John F. Kennedy Library, Boston National Gallery of Art East Building Louvre Pyramid, Paris Bank of China Tower, Hong Kong Museum of Islamic Art, Doha |
| รางวัลและเกียรติยศ | Royal Gold Medal AIA Gold Medal Presidential Medal of Freedom Pritzker Prize |
ไอ. เอ็ม. เพ (I. M. Pei - Ieoh Ming Pei) หรือ เป้ย์ ยวี่หมิง (จีนตัวเต็ม: 貝聿銘; จีนตัวย่อ: 贝聿铭; พินอิน: Bèi Yùmíng) (26 เมษายน พ.ศ. 2460 — ) สถาปนิกชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกสูงสุดของสถาปัตยกรรมในปี พ.ศ. 2526 งานออกแบบของ ไอ.เอ็ม. เพ จะมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น โดยมีการใช้ หิน คอนกรีต แก้ว และเหล็กเป็นส่วนใหญ่
เขาถือว่าเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในด้านสถาปัตยกรรมสมัยใหม่[1]เขาเกิดที่เมืองกว่างโจว โตในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ เขาชื่นชอบภาพยนตร์จากสหรัฐฮเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักแสดง บัสเตอร์ คีตันและบิง ครอสบี เขาเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเองจากการอ่านไบเบิลและบทประพันธ์ของชาร์ลส ดิกเคนส์
ปี ค.ศ. 1935 ไอ. เอ็ม. เพ ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เข้าเรียนในโรงเรียนสถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย แต่ก็ย้ายไปเรียนสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์จากนั้นไม่นาน เขารู้สึกไม่ยินดีกับการมุ่งเน้นไปในเรื่องสถาปัตยกรรมวิจิตรศิลป์ เขาใช้เวลาว่าศึกษาผลงานอันเยี่ยมยอดของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ อย่างเช่น เลอกอร์บูซีเย หลังจากเรียนจบแล้วเขา ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้เรียนกับอาจารย์ชั้นนำ คือ มาร์เชล บรูเออร์ และวอลเตอร์ โกรเปียส ได้ทั้งความรู้จากอาจารย์ชั้นนำของสถาบันเบาเฮาส์ และได้บรรยากาศทางวิชาการของฮาร์วาร์ด เอ็ม.ไอ.ที ด้วยกัน ในปี ค.ศ. 1942 เขาแต่งงานกับไอลีน ลู ทั้งคู่แต่งงานกับมาร่วม 50 ปี และมีลูก 4 คน (2 คนเป็นสถาปนิกเช่นกัน)
เขาใช้เวลาในการทำงานร่วม 10 ปี ในนิวยอร์กกับคนสำคัญด้านอสังหาริมทรัพทย์ อย่าง วิลเลียม เซกเคนดอร์ฟ ก่อนที่จะมาเปิดสำนักงานของตัวเองที่ชื่อ I. M. Pei & Associates จากนั้นเปลี่ยนมาเป็น Pei Cobb Freed & Partners ในผลงานของเขาในยุคต้น ๆ เช่น โรงแรมลองฟองพลาซ่า ในวอชิงตันดีซี และตึกเขียวในเอ็มไอที เขามีชื่อเสียงในการออกแบบอาคาร ศูนย์วิจัยบรรยากาศสหรัฐฯ ในโคโลราโด และผลงานอย่างห้องสมุดจอห์น เอ. เคนเนดี ในรัฐแมสซาชูเซตส์ เขาออกแบบดัลลาสซิตีฮอลและอีสต์บิวดิงของหอศิลป์แห่งชาติ, วอชิงตัน ดี.ซี.
เขากลับมาประเทศจีนครั้งแรกในปี 1974 และออกแบบโรงแรมที่ Fragrant Hills ต่อมาหลังจากนั้น 15 ปีเขากลับมาเอเชียตะวันออกอีกครั้งโดยออแบบตึกระฟ้าในฮ่องกง อาคารแบงค์ออฟไชน่าทาวเวอร์ ในปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 ชื่อของเขาตกเป็นข้อพิพาทเมื่อเขาออกแบบ พีระมิดลูฟร์ ที่สร้างจากกระจกและโลหะ ในบริเวณของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารีส ถ้าต่างมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งมีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เขายังได้ออกแบบมอร์ตัน เอช. เมเยอร์สัน ซิมโฟนี ในดัลลาส , พิพิธภัณฑ์มิโฮในญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามในกาตาร์
ไอ. เอ็ม. เพ ได้รับรางวัลหลากหลายรางวัลในสาขาสถาปัตยกรรม รวมถึงรางวัลเหรียญทองเอไอเอในปี 1979 ,รางวัลเพรเมียมอิมพีเรียลสาขาสถาปัตยกรรมในปี 1989 และรางวัลความสำเร็จสูงสุด จากพิพิธภัณฑ์ออกแบบแห่งชาติ คูเปอร์-ฮิววิตต์ ในปี 2003 และในปี 1983 เขาได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์[2]
แนวความคิดในการออกแบบ [แก้]
ไอ. เอ็ม. เพ มีแนวความคิดว่าสถาปนิกควรคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศและส่วนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในสมัยที่เขาเรียนเขาได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องพิพิธภัณฑ์ศิลปะจีนในเซี่ยงไฮ้ งานสถาปัตยกรรมของไอ. เอ็ม. เพ เป็นความคลาสสิกสมัยใหม่ เขาพอใจที่จะทำงานใดใช้ปริมาตรที่ชัดเจน รูปทรงเรขาคณิตอย่างง่ายของวัสดุประเภท กระจก หิน ฯลฯ และการออกแบบที่คำนึงถึงบริบทเดิมที่เฉพาะตัว มากกว่าที่จะเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่โดดเด่น อย่างเช่นการออกแบบพิพิธภัณฑ์ลูฟร์, บอสตัน ที่ออกแบบต่อเติม-ขยายเพิ่มจากอาคารเดิม
ในการออกแบบส่วนต่อขยายของอาคารแบบแนบจิตคิดให้มีความเข้ากันกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในอาคารเดิม สิ่งที่ชุมชนบริเวณนั้นต้องการ ตลอดจนลักษณะความเขียวขจีของต้นไม้ในบริเวณ
ไอ. เอ็ม. เพ มีชื่อเสียงมากด้านงานออกแบบพิพิธภัณฑ์ (ตั้งแต่ช่วง ปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมา) ผลงานต่าง ๆ ของเขาที่ผ่านมาแสดงออกถึงศักยภาพความอัจฉริยะในด้านนี้อันเป็นที่ยอมรับ
ในการออกแบบพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมนีในเบอร์ลิน ก่อนรับงาน ไอ. เอ็ม. เพ สำรวจบริเวณพื้นที่อย่างมีระบบ ทำความเข้าใจอย่างแม่นมั่นถึงสภาพแวดล้อม เพื่อให้สถาปัตยกรรมที่เขาออกแบบมีความสัมพันธ์กับลักษณะของบริเวณเมือง เขาศึกษาลักษณะของผู้คนที่เดินใช้งานบริเวณนั้น กำหนดการเข้าถึงอาคาร มุมมอง ทางเข้าอย่างเหมาะสม
เหตุผลหนึ่งที่งานสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑ์ของ ไอ.เอ็ม. เพ ประสบความสำเร็จก็เพราะมีความงามที่ดึงดูดใจประชาชน ทั้งในลักษณะเมื่อแรกพบและหลังจากได้เข้าสัมผัสเรียนรู้ดูงานภายในอาคาร ประชาชนจะมีความเพลิดเพลินพอใจในตัวสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑ์เองพอ ๆ กับตัวผลงานศิลป์ที่ติดตั้งไว้ในนั้น[3]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Wiseman, p. 11; Diamonstein, p. 145.
- ↑ ประวัติ ไอ. เอ็ม. เพ ที่เว็บ PritzkerPrize.com
- ↑ การออกแบบพิพิธภัณฑ์ของไอ.เอ็ม.เป, ต่วยตูน พิเศษ ฉบับที่ 381 เดือนพฤศจิกายน 2549.
|
|||||