ไอคิว 180

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ สำหรับอัลบั้มของซิลลี่ ฟูลส์ ดูที่ ไอ.คิว. 180
ไอคิว 180
ประเภท เกมโชว์
พัฒนาโดย เครือซิเมนต์ไทย
เสนอโดย ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย
ประเทศแหล่งกำเนิด ไทย ประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับ ไทย ไทย
การผลิต
ความยาวตอน 60 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่อง ททบ.5(พ.ศ. 2528 - พ.ศ. 2540)
โมเดิร์นไนน์ทีวี(พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2528)(พ.ศ. 2540 - พ.ศ. 2543)
การออกอากาศแรก พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2543

ไอคิว 180 เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทควิชโชว์วิชาการสำหรับเด็กและเยาวชน ที่มีอาจารย์ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย (ปัจจุบันเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น) รับหน้าที่เป็นพิธีกร และเครือซีเมนต์ไทยเป็นผู้สนับสนุนรายการ โดยออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2525 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อ.ส.ม.ท. แล้วย้ายมาออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5ในปี พ.ศ. 2528-2540 ในชื่อรายการ "180 ไอคิว" ต่อมารายการก็ได้ออกอากาศทางช่อง 9 อีกระยะหนึ่ง จนยุติรายการเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2543

รูปแบบรายการเป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับโจทย์ปัญหาด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เป็นผู้เข้าร่วมแข่งขัน ในรอบสุดท้ายเป็นการแข่งขันคิดเลขเร็ว โดยจะมีการสุ่มตัวเลขหนึ่งหลักมา 5 ตัว และตัวเลขสองหลักเป็นผลลัพธ์มา 1 ตัว แล้วนำมาคิดด้วยวิธีใดก็ได้ ให้ได้ผลลัพธ์ เท่ากับจำนวนที่กำหนด

รายการได้รับรางวัลเมขลา ประเภทรายการแข่งขันตอบปัญหาดีเด่น ปี พ.ศ. 2526 และ 2528 และรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ประเภทรายการแข่งขันตอบปัญหาดีเด่น ปี พ.ศ. 2533 และผู้ดำเนินรายการฝ่ายชายดีเด่น ปี พ.ศ. 2535

รูปแบบในการแข่งขันในช่วงคณิตศาสตร์[แก้]

  • รูปแบบที่ 1 โดยจะทำการสุ่มตัวเลขหนึ่งหลักมา 5 ตัว แต่ละตัวจะมีตัวซ้ำ และตัวเลขคำตอบที่เราต้องการมี 2 คำตอบ ทั้งตัวเลข 2 หลัก และ 3 หลัก เลือกคำตอบใดก็ได้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย
  • รูปแบบที่ 2 จึงมีการเปลี่ยนแปลง ในส่วนคำตอบที่เราต้องการมี 1 คำตอบ แต่จะมี 2 หลัก และ 3 หลักเช่นเดียวกัน

กติกาในการเล่น[แก้]

ผู้ดำเนินรายการจะสุ่มตัวเลข 5 ตัว แต่ละตัวจะไม่ซ้ำ โดย 5 ตัวที่ได้จะเป็นโจทย์ ส่วนคำตอบที่เราต้องการโดยในรอบที่ 1-5 มี 2หลัก รอบที่6-10มี 3หลัก คำตอบที่ได้มีความใกล้เคียงและถูกต้อง ในกรณีที่พิธีกรสุ่มตัวเลขเลข 0 จะทำการสุ่มใหม่อีกครั้ง ผู้เข้าแข่งขันใช้เวลาไม่จำกัดในการคิดเลข จนกว่าผู้เข้าแข่งคิดเลขเสร็จ โดยพิธีกรจะถาม ว่าได้เท่าไร ซึ่งคำตอบที่ได้มีค่าใกล้เคียงที่สุด โดยผู้เข้าแข่งที่กดไฟก่อนจะเป็นคนตอบและจะต้องคำนวณให้ถูกต้อง

อ้างอิง[แก้]