ไทเกอร์ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ไทเกอร์ II)
ไทเกอร์ II
ไทเกอร์ II ที่พิพิธภัณฑ์ "ด๊อยส์แพนเซอร์มิวเซียม" ในประเทศเยอรมนี

ไทเกอร์ II (เยอรมัน: Panzerkampfwagen Tiger Ausf. B ; อังกฤษ: Tiger II) เป็นรถถังประเภทรถถังหนักหรือเฮฟวี่แทงค์ (Heavy tank) ที่ถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปลายปี ค.ศ. 1942 คำว่า " ไทเกอร์ II " นั้นเป็นชื่อที่ฝ่ายสัมพันธมิตรใช้เรียก นอกจากคำว่า ไทเกอร์ II แล้ว ยังใช้คำว่า "คิงไทเกอร์" และ "รอยัลไทเกอร์" อีกด้วย[1]

ประวัติ[แก้]

ไทเกอร์ II เป็นรุ่นต่อจากไทเกอร์ I เนื่องจากการคาดการณ์ของเสนาธิการฝ่ายเยอรมันว่า โซเวียตกำลังผลิตรถถังที่ทรงอานุภาพมากยิ่งขึ้น รถถังรุ่นนี้ก็ถูกผลิตโดยสองบริษัทเฮนเซลและปอร์เช่ แต่สองบริษัทนั้นได้ออกแบบรถถังที่มีความแตกต่างกันโดยเฉพาะป้อมปืน ป้อมปืนของปอร์เช่มีข้อด้อยกว่าของเฮนเซลเพราะส่วนโค้งด้านหน้าป้อมของปอร์เช่นั้นมีความหนา 110 มิลลิเมตร บางกว่าป้อมของเฮนเซลถึง70มิลลิเมตร และป้อมผ.บ.รถของปอร์เช่ที่ยื่นออกมานั้นมีเกราะที่บางมากซึ่งอันตรายมากหากถูกยิง กองทัพเยอรมันได้ยกเลิกใช้ป้อมปืนของปอร์เช่และหันมาใช้ป้อนปืนของเฮนเซลแทน(ในตอนแรกป้อมปืนของปอร์เช่ถูกผลิตออกมาเพียง 50 ป้อมเท่านั้น) นอกจากเกราะที่หนาแล้ว ไทเกอร์ II ยังติดปืนขนาด 88 มม. L71 ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าปืนต่อสู้รถถังทุกชนิดในยุคนั้น แต่จุดอ่อนก็คือ เครื่องยนต์ที่คิงไทเกอร์ใช้เป็นเครื่องยนต์แบบเดียวกันกับไทเกอร์ I เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่รับน้ำหนักมากกว่า จึงมีปัญหาการกินน้ำมันอย่างมากและปัญหาการขัดข้องด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์รุ่นนี้ก็ถือว่าทรงอานุภาพที่สุด

ยานเกราะนี้ถูกตั้งชื่อเล่นโดย Ferdinand Porche พร้อมกับไทเกอร์ I หลังจากไทเกอร์ II ถูกผลิตขึ้น โดยแท้จริงแล้ว ยานเกราะชนิดนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการ คือ Panzerkampfwagen VI Ausführung B Tiger 2 แต่อย่างไรก็ตามเหล่าทหารเยอรมันได้ตั้งชื่อเล่นอีกชื่อว่า คิงไทเกอร์ (KingTiger)

ข้อมูลการรบเท่าที่มีการบันทึกไว้ คือข้อมูลของทหารสหรัฐในการรบที่ป่าอาร์เดนส์ ประเทศเบลเยี่ยม หรือที่เรียกว่าการรบแห่งบัลจ์ โดยคิงไทเกอร์ได้สร้างความตกตะลึงให้แก่ฝ่ายพันธมิตรอย่างมาก เพราะพวกเขาพบว่า ปืนใหญ่แทบทุกชนิดของฝ่ายพันธมิตร ไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆให้แก่คิงไทเกอร์ได้เลย แม้จะโจมตีด้วยเครื่องบินก็ตาม แต่ข้อมูลการรบของฝ่ายเยอรมันนั้นแทบจะไม่มีเลย นั่นก็เพราะมีข้อมูลที่เปิดเผยในช่วงหลังสงครามว่า ในช่วงปลายสงครามและเยอรมันใกล้จะแพ้ ศูนย์ยุทธการบกเยอรมันที่เมืองพอตส์ดัมส์ ได้เผาทำลายเอกสารข้อมูลและรูปถ่ายที่ได้มาระหว่างสงครามไปเกือบหมด รวมทั้งข้อมูลของคิงไทเกอร์ด้วย ซึ่งถ้าพิจารณาทฤษฏีนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า ข้อมูลของคิงไทเกอร์นั้นได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงและนาซีเยอรมันพ่ายแพ้ให้กับสัมพันธมิตร รถถังรุ่นนี้ได้ถูกยกเลิกผลิตและปลดประจำการในกองทัพเยอรมัน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ไทเกอร์II ไม่กี่คันเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ให้โดยถูกนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์และงานแสดงทั่วโลก ตัวอย่างของยานเกราะที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด คือ พิพิธภัณฑ์ยานเกราะ Bovington เช่นเดียวกับไทเกอร์ I

ไทเกอร์ II คาดว่าผลิตมา เพียง 492 คัน และได้มีโอกาสได้ร่วมสงครามแค่ 1 ปีเท่านั้นก่อนที่เยอรมันจะได้แพ้สงครามไป

ลักษณะจำเพาะ[แก้]

  • ประเทศผู้ผลิต นาซีเยอรมัน (อาณาจักรเยอรมัน)
  • ปีที่ใช้งาน 1944-1945
  • พลประจำรถ 5 นาย
  • หน้ก 69,090 กิโลกรัม/ 68.5 ตัน
  • ยาว 10.286 เมตร (รวมความยาวของปืนใหญ่)
  • สูง 3.09 เมตร
  • กว้าง 3.755 เมตร
  • เกราะหนาที่สุด 132 มม./5.19 นิ้ว
  • เครื่องยนต์ มายบัค เอชแอล230พี30 วี12 ให้กำลัง 690 แรงม้า
  • ความเร็ว 41.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รัศมีทำการ 170 กิโลเมตร
  • อาวุธ
    • อาวุธหลัก ปืนใหญ่ ขนาด 88 มม. / 3.46
    • อาวุธรอง ปืนกล ขนาด 7.92 มม./ 0.297 นิ้ว 2 กระบอก

อ้างอิง[แก้]

  • George Forty & Jack Livesey,the World Encyclopedia of Tanks,Anness,2006