ไทเกอร์ 2
ไทเกอร์ II (ภาษาเยอรมัน : Panzerkampfwagen Tiger Ausf. B ,ภาษาอังกฤษ : Tiger II ) เป็นรถถังประเภท เฮฟวี่แทงค์ (Heavy tank) ที่ถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปลายปี ค.ศ. 1942 คำว่า " ไทเกอร์ II " นั้นเป็นชื่อที่ฝ่ายสัมพันธมิตรใช้เรียก นอกจากคำว่า ไทเกอร์ II แล้ว ยังใช้คำว่า "คิงไทเกอร์" และ "รอยัลไทเกอร์" อีกด้วย[1]
ไทเกอร์ II เป็นรุ่นต่อจาก ไทเกอร์ I เนื่องจากการคาดการณ์ของเสนาธิการฝ่ายเยอรมันว่า โซเวียตกำลังผลิตรถถังที่ทรงอานุภาพมากยิ่งขึ้น รถถังรุ่นนี้ก็ถูกผลิตโดยสองบริษัท เฮนเซล และปอร์เช่ แต่สองบริษัทนั้นได้ออกแบบรถถังที่มีความแตกต่างกันโดยเฉพาะป้อมปืน ป้อมปืนของปอร์เช่มีข้อด้อยกว่าของเฮนเซลเพราะส่วนโค้งด้านหน้าป้อมของปอร์เช่นั้นมีความหนา 110 มิลลิเมตร บางกว่าป้อมของเฮนเซลถึง70มิลลิเมตร และป้อมผ.บ.รถของปอร์เช่ที่ยื่นออกมานั้นมีเกราะที่บางมากซึ่งอันตรายมากหากถูกยิง กองทัพเยอรมันได้ยกเลิกใช้ป้อมปืนของปอร์เช่และหันมาใช้ป้อนปืนของเฮนเซลแทน(ในตอนแรกป้อมปืนของปอร์เช่ถูกผลิตออกมาเพียง 50 ป้อมเท่านั้น) นอกจากเกราะที่หนาแล้ว ไทเกอร์ II ยังติดปืนขนาด 88 มม. L71 ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าปืนต่อสู้รถถังทุกชนิดในยุคนั้น แต่จุดอ่อนก็คือ เครื่องยนต์ที่คิงไทเกอร์ใช้เป็นเครื่องยนต์แบบเดียวกันกับไทเกอร์ I เครื่องรุ่นเดียวกัน แต่รับน้ำหนักมากกว่า จึงมีปัญหาการกินน้ำมันอย่างมากและปัญหาการขัดข้องด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องยนต์รุ่นนี้ก็ถือว่าทรงอานุภาพที่สุด
ยานเกราะนี้ถูกตั้งชื่อเล่นโดย Ferdinand Porche พร้อมกับไทเกอร์ I หลังจากไทเกอร์ II ถูกผลิตขึ้น โดยแท้จริงแล้ว ยานเกราะชนิดนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการ คือ Panzerkampfwagen VI Ausführung B Tiger 2 แต่อย่างไรก็ตามเหล่าทหารเยอรมันได้ตั้งชื่อเล่นอีกชื่อว่า คิงไทเกอร์(KingTiger)
ข้อมูลการรบเท่าที่มีการบันทึกไว้ คือข้อมูลของทหารสหรัฐในการรบที่ป่าอาร์เดนส์ ประเทศเบลเยี่ยม หรือที่เรียกว่าการรบแห่งบัลจ์ โดยคิงไทเกอร์ได้สร้างความตกตะลึงให้แก่ฝ่ายพันธมิตรอย่างมาก เพราะพวกเขาพบว่า ปืนใหญ่แทบทุกชนิดของฝ่ายพันธมิตร ไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆให้แก่คิงไทเกอร์ได้เลย แม้จะโจมตีด้วยเครื่องบินก็ตาม แต่ข้อมูลการรบของฝ่ายเยอรมันนั้นแทบจะไม่มีเลย นั่นก็เพราะมีข้อมูลที่เปิดเผยในช่วงหลังสงครามว่า ในช่วงปลายสงครามและเยอรมันใกล้จะแพ้ ศูนย์ยุทธการบกเยอรมันที่เมืองพอตส์ดัมส์ ได้เผาทำลายเอกสารข้อมูลและรูปถ่ายที่ได้มาระหว่างสงครามไปเกือบหมด รวมทั้งข้อมูลของคิงไทเกอร์ด้วย ซึ่งถ้าพิจารณาทฤษฏีนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า ข้อมูลของคิงไทเกอร์นั้นได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว
หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงและนาซีเยอรมันพ่ายแพ้ให้กับสัมพันธมิตร รถถังรุ่นนี้ได้ถูกยกเลิกผลิตและปลดประจำการในกองทัพเยอรมัน แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ไทเกอร์II ไม่กี่คันเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ให้โดยถูกนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์และงานแสดงทั่วโลก ตัวอย่างของยานเกราะที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด คือ พิพิธภัณฑ์ยานเกราะBovington เช่นเดียวกับ ไทเกอร์ I
ไทเกอร์ II คาดว่าผลิตมา เพียง 492 คัน และได้มีโอกาสได้ร่วมสงครามแค่ 1 ปีเท่านั้นก่อนที่เยอรมันจะได้แพ้สงครามไป
ลักษณะจำเพาะ[แก้]
- ประเทศผู้ผลิต นาซีเยอรมัน (อาณาจักรเยอรมัน)
- ปีที่ใช้งาน 1944-1945
- พลประจำรถ 5 นาย
- หน้ก 69,090 กิโลกรัม/ 68.5 ตัน
- ยาว 10.286 เมตร (รวมความยาวของปืนใหญ่)
- สูง 3.09 เมตร
- กว้าง 3.755 เมตร
- เกราะหนาที่สุด 132 มม./5.19 นิ้ว
- เครื่องยนต์ มายบัค เอชแอล230พี30 วี12 ให้กำลัง 690 แรงม้า
- ความเร็ว 41.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- รัศมีทำการ 170 กิโลเมตร
- อาวุธ
- อาวุธหลัก ปืนใหญ่ ขนาด 88 มม. / 3.46
- อาวุธรอง ปืนกล ขนาด 7.92 มม./ 0.297 นิ้ว 2 กระบอก
อ้างอิง[แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: ไทเกอร์ 2 |
- George Forty & Jack Livesey,the World Encyclopedia of Tanks,Anness,2006