ไดซากุ อิเคดะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก ไดซาขุ อิเคดะ)
ไดซากุ อิเคดะ
นายกสมาคมสร้างคุณค่า
ดำรงตำแหน่ง
3 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 – 24 เมษายน พ.ศ. 2522
สมัยก่อนหน้า โจเซอิ โทดะ
สมัยถัดไป ฮิโรชิ โฮโจ
ประธานสมาคมสร้างคุณค่าสากล
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
26 มกราคม พ.ศ. 2518
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 2 มกราคม พ.ศ. 2471
(84 ปี)
ธงชาติของญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
ศาสนา พุทธศาสนานิชิเร็น-เอสจีไอ (โซคา งัคไก)

ไดซากุ อิเคดะ ชื่อแปลว่าขา(ญี่ปุ่น: 池田大作 Ikeda Daisaku ?) เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ปี พ.ศ. 2471 ใน จังหวัดโตเกียว เป็นประธานของสมาคมสร้างคุณค่าสากล (Soka Gakkai International: SGI) , สมาคมทางด้านพุทธศาสนาที่มีสมาชิกมากกว่า 12 ล้านครอบครัวในกว่า 192 ประเทศและเขตแคว้นทั่วโลก ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมการศึกษา, วัฒนธรรม และสันติภาพ และยังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันการวิจัยปรัชญาตะวันออก สถาบันอิเคดะเพื่อสันติภาพ การเรียนรู้ และการสนทนา สถาบันโทดะเพื่อสันติภาพโลกและวิจัยทางการเมือง สมาคมดนตรีเพื่อประชาชน (มิน-ออน) โรงเรียนอนุบาลโซคา ซัปโปะโระ โรงเรียนประถมโซคา คันไซ โรงเรียนมัธยมโซคา คันไซ โรงเรียนประถมโซคา โตเกียว โรงเรียนมัธยมโซคา โตเกียว วิทยาลัยสตรีโซคา มหาวิทยาลัยโซคา ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยโซคา อเมริกา พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟูจิ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียวฟูจิ[1]

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

ไดซากุ อิเคดะ เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) ที่เขตโอตะ เมืองโตเกียวในปัจจุบัน เป็นบุตรชายคนที่ 5 ของครอบครัวที่ทำธุรกิจผลิตโนริ (สาหร่ายทะเล) สมัยที่เรียนอยู่ชั้นประถมคุณพ่อได้ล้มป่วยเป็นรูมาตอยด์ พี่ชายถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ในวัยเด็กต้องช่วยทำงานบ้าน จากนั้นก็ได้เข้าทำงานในโรงงานทำเหล็กรายใหญ่ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2488 ได้เข้าเรียนภาคค่ำที่โรงเรียนเตรียมอุดมพาณิชยการคันดะ[2] สมรสกับ คะเนะโกะ อิเคดะ[3]

ชีวิตในวัยเยาว์ [แก้]

ในปีพ.ศ. 2490 ได้ชวนเพื่อนๆที่สนิทสนมมาตั้งกลุ่มอ่านหนังสือ พยายามค้นหาความรู้ เนื่องจากการพ่ายแพ้สงคราม ความมั่นคงในชีวิตจึงหายไป ในช่วงนั้นจึงได้มีการค้นหาความมั่นคงและคุณค่าแห่งชีวิตอย่างจริงจัง[4]

ช่วงอยู่กับอาจารย์ [แก้]

วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2490 เพื่อนสมัยเรียนชั้นประถมด้วยกันได้ชักชวนอิเคดะ ให้ไปร่วมสนทนาธรรมของสมาคมสร้างคุณค่าเป็นครั้งแรก ณ ที่นั้นอิเคดะ ได้พบอาจารย์โจเซอิ โทดะ ซึ่งอาจารย์ตอนนั้นมีอายุ 47 ปี ส่วนอิเคดะมีอายุ 19 ปี และด้วยความประทับใจในบุคลิกลักษณะของอาจารย์โทดะ จึงได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมโซคา ในวันที่ 24 สิงหาคม ในปีเดียวกันนั้นเอง

ต่อมาเดือนเมษายน พ.ศ. 2491 ได้เข้าเรียนภาคค่ำในวิทยาลัยไทเซ (มหาวิทยาลัยโตเกียว ฟูจิ ในปัจจุบัน) ตั้งแต่เดือนกันยายนของปีเดียวกันนั้น อิเคดะก็ได้เข้าร่วมศึกษาสัทธรรมปุณฑรีกสูตรรุ่นที่ 7 ที่อาจารย์โทดะบรรยาย และพยายามศึกษาพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง

ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2492 อิเคดะก็ได้เข้าทำงานในบริษัทสำนักการพิมพ์นิปปอนโชงักคังของอาจารย์โทดะ และเริ่มทำการต่อสู้ร่วมกันกับอาจารย์ ระหว่างนั้น อิเคดะได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเรียบเรียงนิตยสารเด็กเล็ก แล้วในเดือนพฤษภาคมก็ได้เป็นบรรณาธิการ แต่ในปีเดียวกันนั้น การดำเนินการของบริษัทค่อย ๆ เลวร้ายลง ได้เปลี่ยนชื่อนิตยสารเป็น โชเน็นนิปปอน พร้อมกันนั้นก็พยายามปรับปรุงเนื้อหานิตยสารให้สมบูรณ์ที่สุด แต่ก็ต้องหยุดตีพิมพ์ลงชั่วคราว แล้วในเดือนตุลาคมสำนักธุรกิจการพิมพ์ก็ได้ปิดตัวลง จึงเน้นไปหนักในงานสหกรณ์สินเชื่อ

พอเข้าสู่ พ.ศ. 2493 งานสหกรณ์สินเชื่อได้ตกต่ำลงอีก จึงตัดสินใจหยุดกิจการในเดือนสิงหาคม ในช่วงเวลานั้น อิเคดะได้พยายามทุ่มเทตัวเองในการจัดงานต่างๆที่เหลืออยู่ และพยายามค้ำจุนอาจารย์โทดะที่ตกอยู่ในสภาพที่ลำบากในด้านธุรกิจ ไม่ว่าจะส่วนตัวหรือส่วนรวม ด้วยเหตุนี้อิเคดะจึงต้องลาออกจากวิทยาลัยไทเซที่เรียนอยู่ แต่อาจารย์โทดะก็ได้ทำหน้าที่เป็นครูสอนพิเศษให้กับอิเคดะ เช่น วิชาเกี่ยวกับอักษรจีน วิชากฎหมาย และวิชาดาราศาสตร์ อย่างกว้างขวาง

แม้ว่าจะตกในสภาพที่ลำบาก อาจารย์โทดะก็ได้บอกถึงโครงการในอนาคตให้แก่อิเคดะ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับท่านตลอดเวลา เช่น เรื่องการจัดพิมพ์หนังสือพิมพ์เพื่อการรณรงค์ในด้านการพูดและการเขียนของกายเผยแผ่ธรรม การก่อตั้งมหาวิทยาลัยโซคา เป็นต้น และในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2494 ก็ได้จัดพิมพ์ หนังสือพิมพ์เซเคียว ออกมาเป็นฉบับปฐมฤกษ์ หลังจากนั้นอีก20ปี มหาวิทยาลัยโซคา ก็ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยมือของอิเคดะ

นับตั้งแต่วันที่3 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 อาจารย์โทดะเข้ารับตำแหน่งเป็นนายกสมาคมสร้างคุณค่า อย่างเป็นทางการ ภายใต้การบัญชาของท่าน สมาคมก็ได้เริ่มก้าวหน้าในกายเผยแผ่ธรรมอย่างจริงจัง ระหว่างนั้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2495 อิเคดะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการเขตของเขตคามาตะ ได้ยืนหยัดเป็นแนวหน้าในการชักชวนธรรม และขับเคลื่อนการเผยแผ่ธรรมอย่างก้าวหน้า ในเดือนกุมภาพันธ์ เขตคามาตะก็สามารถมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 201 ครอบครัว

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2496 อิเคดะได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้ายุวชนชายเขต 1 และในเดือนเมษายน ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่รักษาการแทนหัวหน้าเขตผู้ใหญ่ชายเขตบุงเคียว ซึ่งที่ผ่านมาเขตนี้ไม่ค่อยมีความก้าวหน้าในกายเผยแผ่ธรรม ภายใน 15 เดือน อิเคดะได้ทำให้เขตนี้เปลี่ยนแปลงเป็นเขตใหญ่อันดับชั้นนำ ในเดือนมีนาคมปีถัดมา อิเคดะได้เข้ารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานของคณะยุวชน รับภาระหน้าที่อันสำคัญในการวางแผนการเคลื่อนไหวทั้งหมดของสมาคม

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2498 ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลกลุ่มผู้ไปปฏิบัติงานเผยแผ่ธรรมที่ฮอกไกโด ได้สร้างผลงานการเผยแผ่คำสอนอย่างยิ่งใหญ่[5]

ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2499 อิเคดะได้ไปรับผิดชอบทำการเคลื่อนไหวในท้องที่แถบคันไซ และในเดือนพฤษภาคม ในเขตโอซาก้าสามารถทำการชักชวนแนะนำธรรมสำเร็จ เป็นจำนวนถึง 11,111 ครอบครัว และจากเดือนตุลาคมในปีเดียวกันนั้น อิเคดะได้เป็นผู้รับผิดชอบในการเผยแผ่ธรรมที่จังหวัดยามางุจิ เพียง 4 เดือน ก็สามารถบรรลุผลสำเร็จ มีสมาชิกเพิ่มขึ้น 6,000 ครอบครัว ถือว่าเขาได้เป็นแหล่งกำเนิดของพลังแห่งการบุกเบิกในการเผยแผ่ธรรมอย่างจริงจัง[6]

บทบาทสำคัญ [แก้]

ในขณะที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของสมาคมดำเนินไป การกดขี่ที่ไม่เป็นธรรมก็ได้เกิดขึ้นกับสมาชิกของสมาคมในหลายพื้นที่หลายแห่ง ถึงกระนั้น อิเคดะก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้ในแนวหน้ากับการเรื่องเหล่านี้จนสิ้นสุด

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2500 สหภาพแรงงานเหมืองถ่านหินที่ฮอกไกโดได้กดขี่สมาชิกของสมาคมอย่างไม่เป็นธรรม อิเคดะได้ตรงไปยังสถานที่ที่เกิดเหตุนั้นทันที และพยายามต่อสู้แก้ไขสถานการณ์จนสำเร็จ[7]

แม้ว่าจะมีการกดขี่จากอำนาจอิทธิพลอย่างไม่เป็นธรรม แต่อิเคดะก็เข้ารับมืออย่างเต็มที่ด้วยตัวของเขาเอง และมุ่งมั่นทำการเผยแผ่ธรรมไพศาลด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ในฐานะลูกศิษย์ของอาจารย์โทดะ

การต่อสู้ที่โอซาก้า [แก้]

จาก ผู้เดียวที่ไม่เสียดายชีวิต สร้างคลื่นมหาศาลแห่งชัยชนะของประชาชน ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2499 อิเคดะได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายยุวชน ได้รับมอบหมายดำเนินโครงการเผยแผ่ธรรมจากอาจารย์โทดะ และเดินทางจากโตเกียวไปเมืองโอซาก้า ในขณะเขาที่มีอายุ 28 ปี

เพื่อที่จะสร้างรากฐานที่มั่นคงและยิ่งใหญ่แห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลในคันไซ อิเคดะได้ทุ่มเทชีวิตทั้งหมด เขาได้เข้าไปพบกับสมาชิกส่งเสริมให้กำลังใจอย่างจริงจัง ใช้ความพยายามอย่างเข้มแข็งในการเผยแผ่ธรรมไพศาล เคลื่อนไหวตั้งแต่เช้ายังมืด ในวันหนึ่ง อิเดคะได้เดินทางไปยังสถานที่ประชุมถึง 20 แห่ง หากทราบว่าบ้านไหนมีสมาชิกอยู่ เขาก็จะเข้าไปเยี่ยมแม้เพียงหนึ่งนาที นอกจากนี้ยังส่งเสริมกำลังใจให้แก่สมาชิกจำนวนมาก ได้เขียนจดหมายให้กำลังใจเสมอ จนทำให้โอซาก้ามีสมาชิก 11,111 ครอบครัว นี่คือ การต่อสู้ที่โอซาก้า ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้[8]

เหตุการณ์ภายหลังที่อาจารย์ได้จากไป [แก้]

หลังจากพิธีระลึกการเผยแผ่ธรรมได้เสร็จสิ้นลงในวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2501 อาจารย์โทดะได้มอบหมายทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเหล่ายุวชน โดยมีอาจารย์อิเคดะเป็นศูนย์กลาง เป็นการสามารถทำให้งานต่างๆทั้งหมดที่ปรารถนาชั่วชีวิตหนึ่งสำเร็จ เช่น การชักชวนแนะนำธรรมเพิ่มขึ้นถึง 7 แสน 5 หมื่น ครอบครัว เป็นต้น และในวันที่ 2 เมษายน ท่านก็ได้สละชีวิตร่างกายและจบชีวิตแห่งการเผยแผ่ธรรมลง เมื่ออายุได้ 58 ปี

ในตอนนั้นมีกลุ่มสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งกล่าวร้ายสมาคมโซคา เช่นมีการเสนอข่าวว่า สมาคมโซคาใกล้จะถึงจุดพังทลาย นักวิจารณ์จำนวนมากก็ออกมาวิจารณ์ให้ร้ายสมาคมว่า เกิดการแตกแยก

ภายใต้บรรยากาศเช่นนี้ อิเคดะซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานคณะยุวชน ก็ได้ออกมาปัดเป่าเมฆหมอกที่มืดครึ้มปกคลุมสมาคมอยู่ ด้วยการเปิดประชุมใหญ่ระดับภาคในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกันนั้น โดยเสนอแนวคิดระฆัง 7 ใบ และได้กำหนดเป้าหมายให้มีการพัฒนาก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ทุก ๆ 7 ปี ซึ่งเป็นการมอบหมายและความหวังครั้งใหม่ให้แก่สมาชิกทั้งหมด

ในเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนถัดมา อิเคดะได้เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการทั่วไป บริหารจัดการและวางแผนการเคลื่อนไหวทั้งหมด และหลังจากอาจารย์โทดะได้จากไปเกือบ 2 ปี ก็ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นนายกสมาคมสร้างคุณค่า ท่านที่สาม

แต่ในขณะที่ได้รับใช้อาจารย์โทดะตลอดมานั้น ทำให้รู้ลึกซึ้งถึงงานหน้าที่ของนายกสมาคม ว่าเข้มงวดและหนัก อิเคดะได้ปฏิเสธคำร้องขอให้เขารับตำแหน่งถึง 2 ครั้ง แต่ก็ได้รับการขอร้องจากใจจริงถึง 3 ครั้ง ในที่สุดก็ตัดสินใจรับตำแหน่ง[9]

บทบาทในตำแหน่งนายกสมาคม [แก้]

วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 ในที่ประชุมใหญ่ผู้นำระดับภาคครั้งที่ 22 ณ หอประชุมใหญ่นิชิได (มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น) ซึ่งอยู่ในตำบลเรียวโงะขุ กรุงโตเกียว ก็ได้จัดพิธีเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมสร้างคุณค่า ท่านที่ 3 ขณะนั้นอาจารย์อิเคดะอายุ 32 ปี[10]

หลังจากนั้น ในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน อาจารย์อิเคดะก็ได้เริ่มเดินทางไปเยี่ยมเยียนสมาชิกที่หมู่เกาะโอกินาวาเป็นครั้งแรก ซึ่งตอนนั้นอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของอเมริกา[11] ในที่สุดการเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพของโลก ที่เรียกว่า การเผยแผ่ธรรมไพศาล อันเป็นพินัยกรรมของอาจารย์ผู้มีพระคุณ และเป็นคำสั่งเสียของพระนิชิเร็นไดโชนิน ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ในวันที่ 2 ตุลาคม อาจารย์อิเคดะเริ่มออกเดินทางเพื่อสันติภาพ ไปยังอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ นี่คือก้าวแรกแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลไปทั่วโลก ด้านภายในประเทศญี่ปุ่น อาจารย์อิเคดะได้ออกตระเวนให้กำลังใจผู้ศรัทธาในถิ่นต่างๆขณะเดียวกัน ท่านก็ได้ทุ่มเทพลังในการเสริมสร้างผู้นำในอนาคต เช่น ในปีพ.ศ. 2505ได้บรรยายธรรมนิพนธ์ให้กับตัวแทนของแผนกอุดมศึกษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ก็ได้ก่อตั้งคณะมิไรบุ เช่น แผนกเตรียมอุดม[12] เป็นต้น

ในอีกด้านหนึ่ง ด้วยการเสนอของอาจารย์อิเคดะ จึงได้จัดตั้งกลุ่มศึกษาธรรม กลุ่มศิลปิน และกลุ่มวิชาการ ในช่วงเวลาไม่กี่ปี หลังจากนั้นก็ได้ก่อตั้งสถาบันการวิจัยวิชาการภาคตะวันออกขึ้นมา (ปัจจุบันคือสถาบันการวิจัยปรัชญาตะวันออก) ก่อตั้งสมาคมดนตรีเพื่อประชาชน (มิน-ออน) โรงเรียนมัธยมโซคา และ มหาวิทยาลัยโซคา ญี่ปุ่น[13] นอกจากนี้ยังก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะฟูจิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะโตเกียวฟูจิ และมีการพัฒนาการเคลื่อนไหวทางด้านวัฒนธรรมและการศึกษาอย่างหลากหลาย ในการประชุมใหญ่ของแผนกอุดมศึกษา ครั้งที่ 11 วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2511 มีการประกาศแถลงการณ์เสนอให้ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนกลับสู่สภาวะปกติ[14] ในปี พ.ศ. 2513 ครอบครัวสมาชิกของสมาคมก็ได้พัฒนาเป็น 7 ล้าน 5 แสน ครอบครัว พร้อมกับการต่อสู้เผยแผ่ธรรมได้ขยายออกไปอย่างยิ่งใหญ่ ท่านก็ได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนด้านสันติภาพ วัฒนธรรม และการศึกษาอย่างกว้างขวาง โดยพบปะสนทนากับผู้ทรงความรู้ระดับโลก เช่น ดร.ทอยน์บี นักประวัติศาสตร์[15]ของประเทศอังกฤษ ในพ.ศ. 2515 เป็นต้น

แต่ทว่า ในขณะที่การเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลกของสมาคมได้ดำเนินอย่างก้าวหน้า ได้มีสงฆ์กลุ่มหนึ่งในนิกายเกิดความอิจฉา ริษยา เริ่มกล่าวร้ายโจมตีสมาคมในราวปีพ.ศ. 2520

ภายใต้เหตุการณ์เช่นนี้ ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นปีที่ แนวคิดระฆัง 7 ใบ จะสิ้นสุดลง อาจารย์อิเคดะก็ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมสร้างคุณค่า ท่านที่สาม และเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมกิตติมศักดิ์

อาจารย์อิเคดะได้บันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ดังต่อไปนี้ วันนั้น ผมได้ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคม คนที่ 3 ที่ได้ทำหน้าที่มา 19 ปีมาเป็นนายกสมาคม กิตติมศักดิ์ เพื่อนสมาชิกทั่วทั้งประเทศ ไม่ใช้สิ เพื่อนสมาชิกทั่วโลก เมื่อได้รับฟังข่าวนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงกันไปหมด พูดอะไรไม่ออก เหตุการณ์นี้มีอิทธิพลของสงฆ์ที่เลวร้ายอยู่เบื้องหลัง และมีการกล่าวร้ายโจมตีสมาคมในรูปแบบต่างๆจากผู้คนที่ทรยศและผู้ถอยศรัทธาที่ร่วมมือกับสงฆ์ชั่วร้ายดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขามุ่งหวังที่จะทำลายผม ใช้กลอุบายและอำนาจกดดัน ชนิดที่ไม่สามารถที่จะหาคำใดมาอธิบายพฤติกรรมของเขาได้ แต่ถึงแม้เหตุการณ์จะตกอยู่ภายใต้พายุแรงเช่นนี้ อาจารย์อิเคดะก็ยังคงปกป้องคุ้มครองสมาชิกของสมาคม เพิ่มพูนพลังในการเผยแผ่ธรรมให้ก้าวหน้าต่อไป หลังจากที่อาจารย์อิเคดะได้ลาออกจากการเป็นนายกสมาคม แม้ภายใต้สถานการณ์ที่ขาดความเป็นอิสระในการเข้าร่วมประชุม อาจารย์ก็ยังไปเยี่ยมผู้ศรัทธาผู้ทำคุณประโยชน์แต่ละบ้านๆ และให้กำลังใจแก่สมาชิกแต่ละคนราวกับจะโอบอุ้มอย่างต่อเนื่อง และตั้งแต่ตอนต้นฤดูใบไม้ร่วงของปีพ.ศ. 2524 จนถึงต้นปีถัดไป ก็ได้มีการเยี่ยมเยียนสมาชิกในจังหวัดแถบชิโกะกุ คันไซ ชูบุ กิวชิว และโทโฮะคุ อย่างจริงจัง ได้ให้กำลังใจแก่เพื่อนสมาชิกที่ต้องอดทนต่อการถูกรังอกจากสงฆ์เลว พร้อมกับประกาศถึงความถูกต้องเที่ยงธรรมของสมาคม ในช่วงเวลานั้น อาจารย์อิเคดะได้ให้คำชี้นำที่เป็นเข็มชี้ชั่วนิรันดร์ เช่น บทกลอนยาวที่ชื่อว่า ยุวชนจงปีนเขาแห่งกายเผยแผ่ธรรมในศตวรรษที่ 21 และมีการปราศรัยในที่ประชุมประเภทต่างๆ เพื่อเป็นประทีปแห่งความหวังแก่สมาชิกทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก

ผลงานที่สำเร็จ [แก้]

เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2497 อาจารย์โทดะ นายกสมาคมสร้างคุณค่า ท่านที่2 กับอาจารย์อิเคดะ ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านอะจึตะ จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นบ้านเกิดที่อาจารย์โทดะเติบโตขึ้นมา ครั้งนั้น อาจารย์โทดะได้กล่าวกับอาจารย์อิเคดะว่า ไดซากุ ทางด้านโน้นของท้องทะเลนี้ มีผืนดินแผ่นดินที่กว้างใหญ่โลกนั้นกว้าง ที่นั่นมีประชาชนที่ทุกข์ยากอยู่ จงถึงเดี๋ยวนี้เด็กๆที่หวาดกลัวไฟสงครามก็ยังมีอยู่ จะต้องจุดไฟแห่งธรรมมหัศจรรย์ไปยังตะวันออกและตะวันตกทั่วโลก จงทำสิ่งนี้แทนฉัน

ตอนก่อนจะจากไปไม่นาน ขณะที่อาจารย์โทดะนอนป่วยบนเตียงท่านได้กล่าวกับอิเคดะว่า เวทีที่แท้จริงของเธอ ก็คือโลก จงมีชีวิตอยู่ ใช้ชีวิตต่อไปให้เต็มที่แล้วเดินทางไปสู่ทั่วโลกนะ

เมื่ออาจารย์อิเคดะได้รับตำแหน่งนายกสมาคมสร้างคุณค่า ท่านที่ 3 เพียง 5 เดือนหลังจากนั้น คือในวันที่2ตุลาคม พ.ศ. 2503 ท่านก็ได้เดินทางไปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ อันเป็นการเริ่มเดินทางก้าวแรกแห่งกายเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลก

ในเดือนมกราคมปีถัดมา พ.ศ. 2504 อาจารย์อิเคดะก็ได้เริ่มเดินทางเยี่ยมเยียนถิ่นต่างๆในภาคพื้นเอเชียครั้งแรกเช่น ศรีลังกา อินเดีย และฮ่องกง เป็นต้น โดยสลักคำสั่งเสียของพระนิชิเรนไดโชนินที่ว่า พุทธธรรมจะหวนกลับสู่ตะวันตก ไว้ในจิตใจ

ที่ประเทศอินเดีย ได้ทำพิธีฝังศิลาจารึกคำว่า การเผยแผ่ธรรมสู่เอเชีย ไว้ที่พุทธคยา อันเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น อาจารย์อิเคดะก็ได้ไปเยือนประเทศต่างๆ ทางยุโรป เช่น เดนมาร์ก ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น เพื่อที่จะตอกเสาหลักการเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลก[16]

การก่อตั้งสมาคมสร้างคุณค่าสากล [แก้]

ภายใต้การบัญชาที่ยืนอยู่แนวหน้าของอาจารย์อิเคดะ ก็ได้วางพื้นฐานแห่งการเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลกขึ้น ดังนั้น ตัวแทนสมาชิกของสมาคมในท้องถิ่นต่าง ๆ 51 ประเทศทั่วโลก จึงได้รวมตัวกันเปิดประชุมสันติภาพทั่วโลกครั้งที่ 1 ขึ้นที่เกาะกวม เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2518 การประชุมครั้งนี้ ได้มีการก่อตั้งสมาคมสร้างคุณค่าสากล (SGI) ขึ้นมา[17] โดยมีอาจารย์อิเคดะเป็นผู้รับตำแหน่งประธานสมาคม ทำให้รากฐานการสร้างความเจริญก้าวหน้าในการเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลก ได้รับการจัดวางอย่างเรียบร้อย

ในปี พ.ศ. 2538 ได้มีการกำหนด กฎบัตรเอสจีไอ[18] ที่ชูแนวทางลัทธิมนุษยนิยมของเอสจีไออย่างชัดเจนขึ้นมา และได้ขยายการเคลื่อนไหว เพื่อสร้างสันติภาพ วัฒนธรรม และการศึกษา ที่มีแนวคิดของพุทธธรรมเป็นพื้นฐานไปอย่างกว้างขวางทั่วโลก

นับตั้งแต่ พ.ศ. 2526 เป็นต้นมา ในวันที่ 26 มกราคม ซึ่งเป็น วันเอสจีไอ ของทุกปี อาจารย์อิเคดะก็จะแถลง ข้อเสนอที่ระลึกวันเอสจีไอ เพื่อที่จะสร้างสันติภาพขึ้นมาในโลก กระแสเคลื่อนแห่งลัทธิมนุษยนิยมและลัทธิสันติภาพจึงได้แผ่ขยายไปทั่วโลก

จากการที่ได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดในการเคลื่อนไหว ทำให้กระแสคลื่นแห่งมนุษยนิยมที่มีหลักพุทธธรรมเป็นรากฐานได้แผ่ขยายออกไปในระดับโลก และเส้นทางการเผยแผ่ธรรมไพศาลทั่วโลกของพุทธธรรมก็ได้ถูกเปิดออกไปและงานที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาก็ได้ปรากฏเป็นจริงขึ้นมา ปัจจุบันได้เข้าสู่ยุคสมัยที่สมาชิกเอสจีไอได้ทำการเคลื่อนไหว ในการปฏิบัติพุทธธรรมของพระนิชิเรนไดโชนินในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วโลก192 ประเทศเขตแคว้น (ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2552)

บทบาททางการศึกษา, วัฒนธรรม และสันติภาพ [แก้]

เปิดเส้นทางใหญ่ของลัทธิมนุษยนิยมด้วยการ สนทนาพุทธธรรมของพระนิชิเรนไดโชนิน เป็นปรัชญาที่ให้แก่ความสุขแก่มวลมนุษย์ เจตนารมณ์ดังกล่าวเป็นการทำให้ การก่อตั้งธรรมะที่ถูกต้อง เพื่อให้ประเทศเกิดสันติ ปรากฏเป็นจริงขึ้น

กล่าวคือ ช่วยเหลือประชาชนให้พ้นทุกข์ และก่อตั้งสันติภาพโลก โดยมีแนวคิดถึงความสูงส่งของชีวิต และจิตใจแห่งความเมตตาของพุทธธรรมเป็นพื้นฐาน เหล่านี้คือเป้าหมายของการเผยแผ่ธรรมไพศาล ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน ควรที่จะต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวจริงจัง ชนิดย่อมให้ไม่ได้ กับการกดขี่ความเป็นมนุษย์และลักษณะมารแห่งอิทธิพลอำนาจที่แย่งความสูงส่งของชีวิตไป

อาจารย์จึเนะซาบุโร่ มาคิงุจิ นายกสมาคมสร้างคุณค่า ท่านแรก และโจเซอิ โทดะ นายกสมาคมสร้างคุณค่า ท่านที่2 ได้ทำการต่อสู้กับลักษณะมารแห่งอิทธิพลอำนาจตลอดชั่วชีวิตของท่าน

อาจารย์อิเคดะได้กล่าวถึงแนวคิดของสมาคมโซคา ซึ่งประกอบด้วย ลัทธิสันติภาพนิยม ลัทธิวัฒนธรรมนิยม และ ลัทธิการศึกษานิยม โดยมี ลัทธิมนุษยนิยม เป็นรากฐาน สมาคมได้ทำให้ลักษณะที่ดีงามของชีวิตเบ่งบานออกมา โดยมีปรัชญาแห่งการปฏิวัติมนุษย์เป็นรากฐาน ได้อุทิศให้กับการสร้างความสุขแก่มวลมนุษยชาติด้วยแง่มุมต่างๆของสันติภาพ วัฒนธรรม และการศึกษา

เพื่อสิ่งเหล่านี้ อาจารย์อิเคดะจึงได้พยายามผลักดันอย่างเหนียวแน่นใน การสนทนา ที่ข้ามพ้นความแตกต่างในเรื่องของ ศาสนา ประเทศชาติ เชื้อชาติ และวัฒนธรรม[19]

การสร้างคนและสร้างอนาคต [แก้]

อาจารย์อิเคดะได้ดำเนินการเคลื่อนไหวทางด้านการศึกษา โดยยึดแนวทางว่า รากฐานอันสำคัญที่จะกำหนดอนาคตและสร้างสรรค์สันติภาพและคุณค่าก็คือ การศึกษา

การเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งด้านการศึกษาที่กล่าวมาแล้วก็คือ บรรยายพิเศษที่สถาบันการศึกษา โดยเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส สถาบันวิชาการแห่งฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยมอสโก มหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยโบโลญญา ล้วนแต่เป็นสถาบันวิชาการและมหาวิทยาลัยอันดับชั้นนำของโลก ในการบรรยายดังกล่าวท่านได้มอบข้อคิดอย่างลึกซึ้งให้แก่นักการศึกษาและเยาวชนทั้งหลาย เรื่องเหล่านี้ได้ทำกันมาถึง 31 ครั้ง

ในอีกด้านหนึ่งของการศึกษา ท่านยังได้เน้นสำคัญของการอ่านหนังสือ จึงดำเนินกิจกรรมการมอบหนังสือให้แก่โรงเรียนชั้นประถมและมัธยม และห้องสมุดสาธารณะภายในประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเวลา30ปี สมาคม ได้มอบหนังสือให้แก่โรงเรียนและห้องสมุดเป็นจำนวนถึงพันอห่งขึ้นไป (โรงเรียนประถม 728 โรงเรียน มัธยม 199 โรงเรียน โรงเรียนที่มีประถม-มัธยมรวมกัน 62โรงเรียน รวมทั้งห้องสมุดสาธารณะ21แห่ง) ยอดรวมจำนวนหนังสือที่มอบให้ โดยแยกประเภทต่างๆมีจำนวนถึง 439,000 เล่ม (ข้อมูลปีพ.ศ. 2546)

รางวัล [แก้]

ดร.ไดซากุ อิเคดะ กับรางวัลเกียรติยศต่าง ๆ

ดร.ไดซากุ อิเคดะ ได้รับรางวัลทางการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกกว่า 334 รางวัล[20] ได้รับ มากกว่า 22 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั่วโลกรวมทั้งเครื่องราชย์อิสรยาภรณ์ ปถมาภรณ์มงกุฎไทย และยังได้รับการยกย่องเป็นกวีโลก[21] อีกด้วย

บุคคลสำคัญที่ได้พบ [แก้]

อาจารย์อิเคดะได้เข้าพบปะสนทนากับบุคลสำคัญต่างๆมากกว่าพันห้าร้อยครั้ง ทั้งผู้นำประเทศ ปัญญาชน และบุคคลด้านวัฒนธรรมเช่น เคาท์ ริชาร์ด กูเดนฮอฟ คาเลอจี (บิดาแห่งการรวมยุโรปเข้าด้วยกัน) ดร.อาร์โนลด์ ทอยน์บี บิดาแห่งนักประวัติศาสตร์ ดร.ออเรลิโอ เปคเชอิ ผู้ก่อตั้งสโมสรแห่งโรมัน โคซิกิน นายกรัฐมนตรีแห่งสหภาพโซเวียต เฮนรี คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา มิคาอิล กอร์บาชอฟ ประธานาธิบดีแห่งสหภาพโซเวียต เนลสัน มันเดลา ประธานาธิบดีแห่งแอฟริกาใต้ ดร.โยฮัน กัลตุง บิดาแห่งนักสันติภาพ ดร.ไลนัส พอลลิง บิดาแห่งเคมีสมัยใหม่ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โจเซฟ โรแบรต ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จอนห์ เคนเนต โกลเบรต ปัญญาชนสาธารณะและนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก ศาสตราจารย์ ตู้ เหว่ยหมิง ปัญญาชนของประเทศจีน โรซ่า พาร์ค นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนให้กับคนผิวสี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับ ดร.ไดซากุ

ดร.ไดซากุ อิเคดะ ได้เคยเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มาแล้ว[22]

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำหนังสือบทสนทนากับปัญญาชนทั่วโลก ซึ่งได้ตีพิมพ์ออกมาแล้วหลายเล่ม เช่น บทสนทนากับ ดร.ทอยน์บี เรื่อง ชีวิตเลือกได้ เป็นต้น หนังสือเหล่านี้ได้ตีพิมพ์ออกมาและแปลเป็นภาษาต่าง ๆ หลายภาษาอีกด้วย[23]

การถูกคว่ำบาตรออกจากศาสนา [แก้]

ในปี ค.ศ. 1991 พระนิคเค่น โชนิน พระสังฆราชแห่งพุทธศาสนานิชิเรนโชชู ได้ประกาศการคว่ำบาตรต่อ ประธานสมาคมสร้างคุณค่า ไดซากุ อิเคดะ ซึ่งเป็นสมาคมผู้นับถือที่ใหญ่ที่สุด โดยได้ให้เหตุผลว่า การปฏิบัติ คำสอน ของผู้นับถือจากสมคมนี้นั้นถูกเบี่ยนเบนไปโดยผู้นำ หรือประธานสมาคม และประธานสมาคมยังมีข้อพิทพาทกับพระสงฆ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นผู้นับถืออย่างร้ายแรง อีกทั้งในข้อหาที่ได้มีการประดิษฐ์ "โงะฮนซนปลอม" โงะฮนซนเป็นสิ่งสักการบูชาของผู้นับถือนิชิเรนโชชู ซึ่งโดยปกติแล้วโงะฮนซนจะต้องถูกคัดลอกโดยสมเด็จพระสังฆราชจากวัดใหญ่ไทเซขิจิเท่านั้น และจะต้องมีการทำพิธีเปิดเนตรที่กระทำโดยสมเด็จพระสังฆราชที่วัดใหญ่เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นจะถือเป็น "โงะฮนซนปลอม"

ในปี ค.ศ. 1997 ผู้นับถือทั้งหมดที่ตัดสินใจยังคงเข้ากับสมาคมสร้างคุณค่าทั้งหมดทั่วโลก ก็ได้ถูกคว่ำบาตรออกจากการเป็นผู้นับถือพุทธศาสนานิชิเรนโชชูด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ผู้นับถือทั้งหมดไม่สามารถเดินทางไปยังวัดไทเซขิจิ เพื่อนมัสการไดโงะฮนซนได้ นอกเสียจากจะถอนตัวจากสมาคมสร้างคุณค่า และกลับมาเข้ากับนิกายนิชิเรนโชชู ดังเดิม ซึ่งจะต้องผ่านพิธีสำนึกผิด หรือการล้างบาป โดยพระสงฆ์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์จากประเทศต่าง ๆ [แก้]

หนังสือ [แก้]

  • ปฏิวัติมนุษย์ (12 เล่ม) [24]
  • ปฏิวัติมนุษย์ใหม่ (22 เล่ม) [25]
  • บันทึกการสนทนากับบุคลสำคัญทั่วโลก[26]

อ้างอิง [แก้]

  1. เพื่อเพื่อนผู้ศรัทธา, วารสารสร้างคุณค่า พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
  2. http://www.daisakuikeda.org/main/profile/bio/bio-01.html
  3. ท่วงทำนองชีวิต คาเนโกะ อิเคดะ หน้า12
  4. http://www.daisakuikeda.org/main/profile/bio/bio-02.html สืบค้นวันที่18-7-53
  5. Ikeda, Daisaku. 1988. The Human Revolution, vol. 5, 186. NY: Weatherhill, Inc.
  6. http://www.daisakuikeda.org/main/profile/bio/bio-04.html
  7. Ikeda, Daisaku. 2006. Wakaki hi no nikki [A Youthful Diary], vol. 4 p.227. Tokyo: Seikyo Shimbun Press.
  8. http://www.daisakuikeda.org/main/profile/bio/bio-06.html
  9. เพื่อเพื่อนผู้ศรัทธา, วารสารสร้างคุณค่า พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
  10. Ikeda, Daisaku. 2004. The Human Revolution, Book 2, p.1971. CA: World Tribune Press.
  11. http://www.daisakuikeda.org/main/profile/bio/bio-08.html
  12. Ikeda, Daisaku. 2004. The Human Revolution, Book 1, p.3. CA: World Tribune Press.
  13. Ikeda, Daisaku. 2007. Peace Proposal--Restoring the Human Connection: The First Step to Global Peace, p.43. Tokyo: SGI.
  14. Ikeda, Daisaku. 2003. The New Human Revolution, vol. 9, pp.315-316. CA: World Tribune Press.
  15. Ikeda, Daisaku. 2007. Peace Proposal--Restoring the Human Connection: The First Step to Global Peace, pp.42-43. Tokyo: SGI.
  16. Ikeda, Daisaku. 1998. "Zuihitsu Shin-ningenkakumei, Hi ni hi ni aratani [Thoughts on The New Human Revolution: Daily Self-Renewal]." Seikyo Shimbun, January 4, p. 3.
  17. Ikeda, Daisaku. 2005. "Zuihitsu 'Shin-ningenkakumei,' 69 To'o Roshia ni mebuku myoho no tane [Thoughts on The New Human Revolution: 69, The Seeds of the Mystic Law Sprouting in Russia and Eastern Europe]. Seikyo Shimbun, February 18, pp.2-3.
  18. http://www.sgt.or.th/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%AD/
  19. http://www.sgt.or.th/th/activities-peace.htm
  20. http://www.sgt.or.th/%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B8-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B0/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2/
  21. http://www.sgiquarterly.org/news2008Jan-1.html
  22. http://www.kachon.com/generalnews/detail.asp?id=3349
  23. http://www.daisakuikeda.org/sub/books/books-by-category/dialogues/choose_life.html
  24. http://www.daisakuikeda.org/sub/books/books-by-category/diaries-novels/human_revolution.html
  25. http://www.daisakuikeda.org/sub/books/books-by-category/diaries-novels/new-human-revolution.html
  26. http://www.daisakuikeda.org/sub/books/books-by-category.html

อ้างอิง [แก้]

สมัยก่อนหน้า ไดซากุ อิเคดะ สมัยถัดไป
โจเซอิ โทดะ 2leftarrow.png นายกสมาคมสร้างคุณค่า
(พ.ศ. 2503 - พ.ศ. 2522)
2rightarrow.png ฮิโรชิ โฮโจ
เริ่มตำแหน่ง 2leftarrow.png ประธานสมาคมสร้างคุณค่าสากล
(พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2553)
2rightarrow.png อยู่ในตำแหน่ง