ไดกิ คะเมะดะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไดกิ คะเมะดะ
Kameda Daiki, Japanese professional boxer.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
วันเกิด 6 มกราคม พ.ศ. 2532 (25 ปี)
สถานที่เกิด ญี่ปุ่น โอซากา
ประเทศญี่ปุ่น
รุ่น ฟลายเวท
ซูเปอร์ฟลายเวท
สถิติ
ชก 33
ชนะ 29
ชนะน็อก 18
แพ้ 4
เสมอ 0

ไดกิ คะเมะดะ (亀田 大毅, Kameda Daiki หรือ คะเมะดะ ไดกิ) เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2532 ที่โอซากา เป็นน้องชายคนที่ 2 ของตระกูลคะเมะดะ เป็นน้องชายแท้ ๆ ของ โคกิ คะเมะดะ

ไดกิ คะเมะดะ ก่อนขึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกกับ ไดสุเกะ ไนโต แชมป์โลกรุ่นฟลายเวทของสภามวยโลก (WBC) ที่สามารถคว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะ พงษ์ศักดิ์เล็ก กระทิงแดงยิม นักมวยชาวไทยไปได้ ในปี พ.ศ. 2550 นั้น คะเมะดะสามารถเอาชนะน็อก วันดี สิงห์วังชา นักมวยไทยอีกคนที่เป็นอดีตแชมป์โลก WBC 2 สมัยใน 2 รุ่นไปได้ในยกที่ 6 แต่การชกชิงแชมป์โลกกับไดสุเกะนั้น ปรากฏว่าคะเมะดะเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป โดยการชกในครั้งนี้ เป็นไปอย่างไม่โปร่งใส เพราะ ชิโร คะเมะดะ ผู้เป็นพ่อสอนคะเมะดะผู้เป็นลูกชายระหว่างพักยกที่มุมเวทีตลอดให้ใช้วิธีการชกที่ผิดกติกา เช่น ใช้ศีรษะชน เป็นต้น โดยกล้องที่ดำเนินการถ่ายทอดสามารถจับเสียงนี้ได้ชัดเจน ส่งผลให้คณะกรรมการมวยสากลอาชีพของญี่ปุ่น (JBC) ลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับมวยอีกเลยตลอดชีวิต ในส่วนของไดกิ คะเมะดะ เอง ก็ถูกลงโทษแบนห้ามขึ้นชกเป็นเวลา 2 ปี

จากนั้นเมื่อพ้นโทษ 2 ปีออกมาแล้ว ไดกิ คะเมะดะ ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้งในรุ่นฟลายเวทของสมาคมมวยโลก (WBA) กับ เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ที่ เซ็นทรัลยิม โอซะกะ ซึ่งตลอดระยะเวลาก่อนการชก คะเมะดะได้พยายามยียวนกวนประสาทเด่นเก้าแสนตลอด จนถูกสื่อมวลชนของญี่ปุ่นเองโห่ใส่ เนื่องจากถือเป็นการแสดงกิริยาที่ไม่มีมารยาท และในวันที่ขึ้นชก ก็มีแฟนมวยชาวญี่ปุ่นเข้ามาชมไม่เต็มความจุสนามด้วย ผลการชกก็ออกมาปรากฏว่า คะเมะดะ เป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปอีกอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 114-114, 115-113, 115-113[1]

คะเมะดะมาประสบความสำเร็จในการชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 เมื่อพบกับ เด่นเก้าแสน อีกครั้ง ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ที่โกเบ ซึ่งก่อนการชกครั้งนี้ คะเมะดะได้ไปเก็บตัวที่ประเทศฟิลิปปินส์ แต่ไม่ได้ขึ้นชกกับใครอีก ตลอดการชกทั้ง 12 ยก คะเมะดะได้ใช้ลูกตุกติกด้วยการเข้ากอดและล้มลงอยู่หลายครั้ง จนกรรมการสั่งตัดคะแนนเด่นเก้าแสนไปถึง 2 ครั้ง ในที่สุดเมื่อครบ 12 ยก คะเมะดะเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างเอกฉันท์ 110-116, 112-114, 110-116 และสร้างประวัติศาสตร์เป็นคู่พี่น้องที่เป็นแชมป์โลกพร้อมกันเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่น

ต่อมาในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 ไดกิ คะเมะดะ ได้เลื่อนรุ่นขึ้นมาชิงแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทของสมาคมมวยโลก พบกับ เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา นักมวยชาวไทย ที่โอซากา พรีเฟ็คเทอรัล ยิมเนเซี่ยม เมืองโอซากา ปรากฏว่าไดกิ คะเมะดะ เป็นฝ่ายแพ้คะแนนเมื่อครบ 12 ยกอย่างเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 115-113, 116-112 และ 119-110 พร้อมด้วยสภาพร่างกายที่บอบช้ำและหน้าตาที่บวมปูดเพราะพิษหมัดของเทพฤทธิ์[2]

ต่อมาได้ขึ้นชิงแชมป์ซูเปอร์ฟลายเวท ของสหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) ที่ว่าง กับ ร็อดริโก เกอร์เรโร นักมวยชาวเม็กซิกัน ที่คะกะวะ เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556 ผลปรากฏว่าไดกิ คะเมะดะ ชนะคะแนนไปแบบเอกฉันท์ แต่ต่อมาก็ได้ชกล้มแชมป์กับแชมป์โลกรุ่นเดียวกันของ WBA คือ ลิโบริโอ โซลิส นักมวยชาวเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปีเดียวกัน ผลปรากฏว่าไดกิ คาเมะดะ เป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป แม้ก่อนหน้านั้นในการชั่งน้ำหนัก โซลิส จะเป็นฝ่ายเสียแชมป์โลกเนื่องจากทำน้ำหนักไม่ผ่านก็ตาม[3]

อ้างอิง[แก้]