ไซเลนต์ฮิลล์ (วิดีโอเกม)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไซเลนต์ฮิลล์
Silent Hill video game cover.png
ภาพปกแผ่นเกมที่วางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ
ชื่ออังกฤษ Silent Hill
ค่ายเกม โคนามิ
ออกจำหน่าย มกราคม พ.ศ.2542
แนวเกม เกมแอ็กชั่นผจญภัย, สยองขวัญ
จำนวนผู้เล่น 1 คน
การจัดเรตติง BBFC: 15
ELSPA: 15+
อีเอสอาร์บี: M
PEGI: 16+
ระบบปฏิบัติการ เพลย์สเตชัน
รูปแบบ ซีดีรอม 1 แผ่น
อุปกรณ์ จอยเพลย์สเตชัน

ไซเลนต์ฮิลล์ คือวิดีโอเกมแนวผจญภัย-สยองขวัญสำหรับเครื่องเพลย์สเตชันโดยเป็นวิดีโอเกมภาคแรกในชุดไซเลนต์ฮิลล์พัฒนาโดยบริษัทโคนามิประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในประเทศแถบอเมริกาเหนือในเดือนมกราคม พ.ศ.2542

ไซเลนต์ฮิลล์ใช้ระบบการเล่นในมุมมองบุคคลที่ 3 ในสภาพแวดล้อมแบบ 3 มิติตามเวลาจริง (real-time 3D environments) โดยผู้เล่นสวมบทบาทเป็นชายหนุ่มชื่อ แฮรี่ เมสัน ซึ่งต้องออกตามหาลูกสาวบุญธรรมที่สูญหายไปในขณะที่เขาและลูกสาวประสบอุบัติเหตุระหวางการขับรถผ่านเมืองที่ชื่อว่าไซเลนต์ฮิลล์ โดยแฮรี่จะต้องออกค้นหาลูกสาวไปตามสถานที่ต่างๆภายในเมืองไซเลนต์ฮิลล์ที่อยู่ในสภาพไร้ผู้คนท่ามกลางหมอกหนาทึบและความมืด โดยมีสัตว์ประหลาดน่ากลัวต่างๆเข้ามาทำร้าย นอกจากนี้ตัวเมืองไซเลนต์ฮิลล์เองก็ยังสามารถเปลี่ยนสภาพไปมาได้หลายรูปแบบ ตัวเกมมีฉากจบทั้งหมด 5 แบบแตกต่างกันโดยระบบเกมจะเลือกฉากจบให้ผู้เล่นตามการกระทำต่างๆที่ผู้เล่นได้ทำไว้ในเกม

ตัวเกมมีการนำเสนอที่น่ากลัวเป็นเอกสักษณ์แตกต่างไปจากเกมประเภทเดียวกัน ด้วยการจำกัดทัศนวิสัยของผู้เล่นจนเหลือน้อยที่สุด โดยในตอนกลางวันสภาพเมืองไซเลนต์ฮิลล์จะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบจนมองเห็นได้ในระยะไม่กี่เมตรรอบตัวผู้เล่น ในขณะเวลากลางคืนหรือในที่มืด ผู้เล่นจะสามารถมองเห็นได้จากการส่องไฟฉายขนาดเล็กที่ส่องสว่างได้เพียงเล็กน้อย ในขณะที่ผู้เล่นยังคงได้ยินเสียงสัตว์ประหลาดและการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อยู่ตลอดเวลา[1] ไซเลนต์ฮิลล์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างสูงทั้งในแง่ของคำวิจารณ์และยอดขายทำให้ในเวลาต่อมาได้มีการจัดสร้างเกมภาคต่ออีกหลายภาค และยังได้มีการนำเอาเค้าโครงเรื่องและบรรยากาศของเกมไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อว่าเมืองห่าผีในปี พ.ศ. 2549

เนื้อหา

เนื้อเรื่อง [แก้]

ระบบการเล่น [แก้]

ผลตอบรับ [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. Fahs, Travis. "IGN Presents the History of Survival Horror". IGN.com. IGN Entertainment, Inc. p. 5. สืบค้นเมื่อ 2010-12-30.