ไข้กระต่าย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรคทูลารีเมีย หรือ ไข้กระต่าย
(Tularemia)
การจำแนกและทรัพยากรภายนอก
Tularemia lesion.jpg
รอยโรคทูลารีเมียบริเวณหลังมือขวา
ICD-10 A21
ICD-9 021
DiseasesDB 13454
eMedicine med/2326 emerg/591 ped/2327
MeSH D014406

ไข้กระต่าย หรือ โรคทูลารีเมีย (อังกฤษ: Tularemia) เป็นโรคที่พบในสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนู และกระต่าย มีพาหะคือ ตัวเห็บ หรือ ตัวฟลี (Flea) ลำตัวแบน สีดำ มีขนาดเล็กมาก กระโดดได้ไกลมาก เห็บที่ดูดเลือดกระต่าย หรือสัตว์ฟันแทะที่มีเชื้อ แล้วกระโดดไปเกาะและกัดอีกตัวทำให้ติดเชื้อกัน มีอาการเหมือนโรคกาฬโรค คือ ต่อมน้ำเหลืองโต มีไข้สูง มีน้ำมูก และมีอาการท้องเสียร่วมด้วย โรคนี้สามารถติดจากสัตว์ไปสู่คนได้ทางลมหายใจ และสารคัดหลั่งต่างๆ

วิธีการป้องกันโรค คือ การพ่นยาฆ่าตัวเห็บ เพื่อตัดตอนพาหะออกไป

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เลี้ยงกระต่ายหรือสัตว์ที่เป็นฟันแทะ เช่น กระรอก หนู ควรปฏิบัติดังนี้

1. การตัดสินใจในการที่จะเลี้ยงสัตว์ฟันแทะ จำพวกกระต่าย หรือหนู ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่ไม่มีสัตว์ป่วย เช่น มีอาการเซื่องซึมไม่ปราดเปรียวอยู่ในกรงหรือในฝูงที่จำหน่าย

2. การเลี้ยงสัตว์เหล่านี้จะต้องรักษาความสะอาดทั้งตัวสัตว์ และอาหารสัตว์ที่นำมาเลี้ยง ควรกำจัดเห็บ หมัด ในสัตว์เลี้ยงให้หมด

3. หลังจากสัมผัสกับสัตว์เหล่านี้ ควรล้างมือทำความสะอาดทุกครั้ง โดยเฉพาะมือที่มีบาดแผล

4. ไม่ควรคลุกคลี หรือกอดหอมสัตว์เหล่านี้โดยตรง

5. สิ่งสำคัญ หากตัดสินใจเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ จะต้องคำนึงถึงโรคต่าง ๆ ที่อาจมีมากับสัตว์เหล่านี้ เพราะนอกจากโรคทูลาเรเมียแล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ อีกมากมายที่สัตว์เหล่านี้สามารถนำมาสู่คนได้

6. ส่วนผู้ที่เลี้ยงในเชิงอุตสาหกรรมควรใส่รองเท้าบู๊ต เสื้อกาวน์ ถุงมือ และหน้ากากในการป้องกัน

ท้ายนี้ผู้อ่านไม่ควรตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ เพราะกระต่ายและสัตว์ฟันแทะไม่มีเชื้อโรคนี้ทุกตัว สามารถเลี้ยงดูเล่นได้ เพียงแต่ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก็เท่านั้น.

ไข้กระต่ายในประเทศไทย[แก้]

มีนาคม พ.ศ. 2551 พบโรคไข้กระต่ายรายแรกของประเทศ ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้เสียชีวิตดังกล่าวเป็นเพศหญิง อายุ 37 ปี มีประวัติสัมผัสกระต่าย โดยติดเชื้อแบคทีเรีย บาซิลัส ฟรานซิเซลล่า ทูลารีซิส (Francisella tularensis) โดยที่บ้านมีการเลี้ยงกระต่ายพันธุ์ไทยจำนวนมาก [1]

อ้างอิง[แก้]