โอะนิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โอะนิในชุดผู้แสวงบุญ ยุคโทกุงาวะ วาดด้วยหมึกและสีบนกระดาษ 59.2 x 22.1 ซม.

โอะนิ (ญี่ปุ่น: 鬼 oni) คือ โยไกในความเชื่อของศาสนาชินโต ในประเทศญี่ปุ่น อาจเทียบได้กับโอเกอร์ในความเชื่อของตะวันตก คือ เป็นยักษ์สูงใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีบางส่วนในร่างกายที่ไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป เช่น มี 3 ตา มี 2 เขา มีเขี้ยวและเล็บคมกริบ มีผิวหนังสีแดงหรือสีส้ม มีนิ้วมือนิ้วเท้ามากกว่าข้างละ 5 นิ้ว นุ่งห่มหนังเสือ และในมือถือกระบองอันใหญ่ที่มีหนามที่เรียกว่า "คะนะบุ" เป็นอาวุธ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หมายถึง ความแข็งแกร่งที่ไม่อาจเอาชนะได้ เชื่อกันว่าโอะนิจะนำพามาซึ่งโรคร้าย โรคระบาด ความโชคร้าย และความหายนะ โอะนิสามารถเหาะเหินเดินในอากาศได้ และจะคอยจับเอาดวงวิญญาณของคนชั่วที่กำลังจะตาย โอะนิมักชอบหลบซ่อนตัวอยู่ห่างไกลจากสังคม หรือหลบซ่อนตัวอยู่ตามภูเขาหรือป่าทึบ

ความเชื่อเรื่อง โอะนิ ได้รับอิทธิพลมาจากจีนและผสมกับพุทธศาสนาในเรื่องของยักษ์และความเชื่อที่ว่าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ที่เรียกว่า "คิม่อน" เป็นทิศของปีศาจ เป็นทิศทางที่ไม่เป็นมงคลเนื่องจากเป็นเส้นทางเดินของภูตผีปีศาจ ปัจจุบันในหมู่บ้านบางแห่งในประเทศญี่ปุ่น มีเทศกาลประจำปี คือ "เซตซุบัน" เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นมาเพื่อขับไล่โอะนิ เริ่มต้นในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยชาวบ้านจะขว้างปาถั่วเหลืองออกนอกบ้าน พร้อมตะโกนขับไล่โอะนิ และกล่าววาจาเชื้อเชิญสิ่งที่เป็นมงคลเข้ามาในบ้าน นอกจากนี้แล้วยังเชื่อว่าลิงสามารถป้องกันโอะนิได้ เนื่องจากคำว่าลิงในภาษาปุ่นออกเสียงว่า "ซะรุ" (猿) ซึ่งยังสามารถแปลได้อีกหลายความหมาย จึงมีการปั้นรูปปั้นลิงไว้ตามหน้าบ้าน และยังเชื่อว่าต้นโฮลลี่ก็ยังช่วยป้องกันโอะนิได้ด้วย

ปัจจุบัน โอะนิได้ถูกแปรความเชื่อไป กลายเป็นสิ่งที่พิทักษ์ความดีและป้องกันความชั่ว มีการผลิตกระเบื้องหลังคาเป็นรูปโอะนิ ด้วยคติที่คล้ายคลึงกับการ์กอยล์ของตะวันตก[1][2]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]