โสม (ฮินดู)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ความหมายอื่นของ โสม ดูได้ที่ โสม (แก้ความกำกวม)

โสม (ออกเสียง โสม หรือ โสมะ) (ภาษาสันสกฤต) หรือ เหาม (ภาษาอเวสตะ) มีรากศัพท์จากภาษาโปรโตอินเดีย-อิหร่าน "*sauma-" หมายถึง เครื่องดื่มที่ใช้ในพิธีกรรมโบราณ นับว่ามีความสำคัญอย่างมากในวัฒนธรรมอินเดีย-อิหร่านยุคต้นๆ และภายหลังยังมีความสำคัญในวัฒนธรรมเปอร์เซียและวัฒนธรรมพระเวท มักจะกล่าวถึงเสมอในฤคเวทซึ่งมีบทสวดหลายบทบรรยายถึงคุณสมบัติของโสมว่า ช่วยชูกำลัง และทำให้มึนเมา ในคัมภีร์อะเวสตะของเปอร์เซียโบราณ มีบทสวดหนึ่งหมวด เรียกว่า ยัษฏ์ (Yasht) มีเนื้อหากล่าวว่าถึง เหามะ ทั้งหมวด (มี 24 บทด้วยกัน)

นอกจากนี้ ตามคติของฮินดู "โสม" ยังหมายถึงเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ด้วย

ในคัมภีร์พระเวท มีคำบรรยายถึงการเตรียมน้ำโสมเอาไว้ว่า ทำได้โดยการค้นน้ำจากลำต้นของไม้ชนิดหนึ่งที่ขึ้นบนภูเขา ซึ่งนักวิชาการในชั้นหลังสันนิษฐานเอาไว้ต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นเห็ดเมา พืชเสพย์ติดจำพวกกัญชา หรือป่านเหลือง (Ephedra) ทั้งในวัฒนธรรมพระเวท และวัฒนธรรมโซโรอัสเตอร์ คำว่าโสมนี้ หมายถึง ทั้งพืช เครื่องดื่ม และยังเป็นบุคลาธิษฐาน หมายถึงเทพเจ้า ซึ่งทั้ง 3 นี้ก่อให้เกิดนัยสำคัญทางศาสนาและปรัมปราคติขึ้น

รากศัพท์[แก้]

ทั้งคำว่า โสม และ เหาม ของอะเวสตะ ต่างก็มาจาก รากศัพท์โปรโตอินเดิย-อิหร่าน "*sauma-" ดังกล่าวมาแล้ว สำหรับชื่อเผ่า "เหามวาร์ค" (Hauma-varga) ในแถบสไคเทียน ก็มีความสัมพันธ์กับคำนี้ และอาจมีความสัมพันธ์กับพิธีกรรมเหล่านี้ด้วย คำนี้มาจากรากศัพท์อินเดีย-อิหร่าน "*sav-" (สันสกฤต สว-) หมายถึง กด คั้น นั่นคือ *sav-ma- เป็นเครื่องดื่มที่เตรียมจากการคั้นลำต้นของพืชชนิดหนึ่ง (เทียบ es-presso) รากศัพท์ของคำนี้ อาจเป็นภาษาโปรโตอินเดีย-ยุโรป (*sewh-) และยังปรากฏในคำว่า son (ลูกชาย) ในภาษาอังกฤษด้วย (จากรากศัพท์ *suhnu- หมายถึง คั้นออกมา ดันออกมา ซึ่งก็คือ เพิ่งเกิดใหม่ นั่นเอง

โสมในพระเวท[แก้]

ในคัมภีร์พระเวท โสมถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เสมอเทพเจ้า เทพเจ้า น้ำโสม และต้นโสม อาจหมายถึง สิ่งอันเป็นหนึ่งเดียว หรืออย่างน้อยก็แยกความแตกต่างได้ยาก ลักษณะเช่นนี้ คล้ายกับคำว่า "ambrosia" ของกรีกโบราณ (มีรากศัพท์ร่วมกับคำว่า "อมฤต") ซึ่งเป็นสิ่งที่เทพเจ้าดื่ม และสิ่งที่ทำให้ผู้ดื่มกลายเป็นเทพเจ้า พระอินทร์และพระอัคนิ ถือว่าได้เสวยน้ำโสมอย่างบริบูรณ์ หากมนุษย์ได้ดื่มน้ำโสม ก็เชื่อว่าอาจจะได้รับความเป็นทิพย์เช่นเทพเจ้าด้วย

ในฤคเวท[แก้]

ในคัมภีร์ฤคเวท (8.48.3 แปลโดย Griffith) ระบุว่า

a ápāma sómam amŕtā abhūmâganma jyótir ávidāma devân
c kíṃ nūnám asmân kṛṇavad árātiḥ kím u dhūrtír amṛta mártyasya
เราได้ดื่มน้ำโสม และกลายเป็นอมตะแล้ว เราได้บรรลุถึงแสงสว่าง อันทวยเทพได้ค้นพบ
บัดนี้ คนร้ายใดเล่าจักทำร้ายเราได้ ดูก่อน เทพผู้เป็นอมตะ สิ่งที่มนุษย์ผู้ที่เกิดแล้วตายได้รับคือสิ่งใดเล่า

มณฑลที่ 9 แห่งฤคเวท มีชื่อเรียก "โสม มณฑล" ประกอบด้วยบทสวดที่กล่าวถึง "โสม ปวมาน" ทั้งหมด (โสมที่ทำให้บริสุทธิ์แล้ว) น้ำโสมที่ใช้ดื่มจะถูกเก็บรักษาและแจกจ่ายไปในหมู่คนธรรพ์ นอกจากนี้ฤคเวทยังกล่าวถึง สุโศมะ อรรชิกิยะ และภูมิภาคอื่นๆ ที่มีโสม (เช่นใน 8.7.29; 8.64.10-11) ศรรยนวัต ยังอาจเป็นชื่อสระ หรือบ่อน้ำ ที่สามารถพบโสมได้บริเวณริมตลิ่งหรือขอบสระ

พืชโสมนี้ มีบรรยายว่างอกงามอยู่บนเทือกเขา (คิริษฐะ) มีลำต้นยาว สีเหลือง น้ำดื่มจากโสมทำได้โดยนักบวชจะทุบต้นโสมด้วยหิน อันเป็นวิธีหนึ่งของการบำเพ็ญตบะ น้ำที่คั้นได้จะนำไปผสมกับส่วนผสมอื่น (เช่น น้ำผึ้ง หรือนม) ก่อนดื่ม

ในศาสนาฮินดู[แก้]

ในศิลปะของฮินดู มีภาพวาดเทพเจ้าโสมเป็นรูปโค หรือนก และบางครั้งก็เป็นตัวอ่อนมนุษย์ แต่ไม่ค่อยพบที่วาดเป็นมนุษย์ผู้ใหญ่ ในศาสนาฮินดูนั้น เทพโสม กำเนิดขึ้นเป็นเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ และมีความเกี่ยวข้องกับปรโลก พระจันทร์ถือถ้วยที่เทพเจ้าใช้ดื่มน้ำโสม ด้วยเหตุนี้ โสมจึงเป็นบุคลาธิษฐานของเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ หรือพระจันทร์ นั่นเอง พระจันทร์ข้างขึ้น หมายถึงโสมกำลังสร้างตัวขึ้นใหม่ พร้อมทื่จะถูกดื่มอีกครั้ง

ในตำนานเล่าว่า ชายาทั้ง 27 องค์ของเทพโสม เป็นธิดาของทักษะ เทพโสมลุ่มหลงภรรยาองค์หนึ่งที่ชื่อ โรหินี มากกว่าองค์อื่นๆ ทักษะจึงสาปให้โสมเหี่ยวแห้งและตายไป แต่บรรดาชายาของโสมมาขัดขวาง จึงทำให้การตายนั้นไม่ได้ตายสิ้นไป แต่จะปรากฏตัวเป็นช่วงๆ และกลายเป็นสัญลักษณ์ข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์นั่นเอง

สุศรุต นักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญอายุรเวทผู้มีชื่อเสียง ได้เขียนไว้ว่า โสมที่ดีที่สุดนั้น จะพบได้ในภูมิภาคลุ่มน้ำสินธุตอนบน และในกัษมีร์ (แคชเมียร์) (Susruta Samhita: 537-538, SS.CS. 29.28-31).