โลกของนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ในเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ โลกแบ่งออกเป็นเป็นแคว้นต่างๆแยกตามการปกครอง แต่ละแคว้นจะมีหมู่บ้านนินจาลับซึ่งทำหน้าที่ตามแต่ผู้ปกครองแคว้นจะสั่ง

เนื้อหา

แคว้น[แก้]

ในชื่อของแคว้นจะมีคำว่า คุนิ (国) ที่หมายถึง ประเทศ หรือ แคว้น 5 แคว้นที่มีพื้นใหญ่และมีอิทธิพลสูง ปกครองโดย ไดเมียว โดยแต่ละแคว้นต่างก็มีหมู่บ้านนินจาลับ เพื่อเป็นกำลังทางยุทธศาสตร์ และป้องกันการแทรกแซงจากแคว้นข้างเคียง และมีหัวหน้านินจาในแต่ละแคว้นเป็นผู้ปกครองหมู่บ้านนินจาลับในตำแหน่งคาเงะอยู่ 5 คน ซึ่งมีอำนาจปกครองนินจาฝีมือสูงจำนวนมากในเขตของตน เรียกว่านินจา 5 แคว้นใหญ่ คาเงะทั้ง 5 ได้แก่ โฮคาเงะ (เงาไฟ) แห่ง ฮิโนะคุนิ, มิซึคาเงะ (เงาน้ำ) แห่ง มิซึโนะคุนิ, สึจิคาเงะ (เงาดิน) สึจิโนะคุนิ, ไรคาเงะ (เงาสายฟ้า) แห่ง คามินาริโนะคุนิ และ คาเซคาเงะ (เงาลม) แห่ง คาเซะโนะคุนิ

ฮิโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: ฮิโนะคุนิ , 火の国, "แคว้นแห่งไฟ"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านโคโนฮะ (หมู่บ้านลับแห่งใบไม้)

ถูกก่อตั้งขึ้นโดย

โฮคาเงะรุ่น 1 กับอุจิวะ มาดาระ

โฮคาเงะในแต่ละรุ่น

โฮคาเงะรุ่น 1 ฮาชิรามะ เซนจู เป็นปู่ของซึนาเดะ กับ นาวากิ ใช้พลังของไม้เป็นส่วนใหญ่ คาดว่าเป็นผู้ที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุด เพราะสามารถควบคุมสัตว์หางทั้งหมดไว้ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ไม่ได้กล่าวถึงนัก

โฮคาเงะรุ่น 2 น้องชายของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ถนัดใช้น้ำและเคยมีดาบแสงสายฟ้าเป็นอาวุธคู่กาย และเป็นผู้คิดค้นคาถาอัญเชิญสัมภเวสีคืนชีพ ชื่อจริงของเขาคือ โทบิรามะ เซนจู

โฮคาเงะรุ่น 3 เป็นคนของตระกูล "ซารุโทบิ" (猿飛)ลูกศิษย์ โฮคาเงะรุ่น 2 ได้กลับมารับตำแหน่งเป็นโฮคาเงะอีกครั้งหลังจากที่ โฮคาเงะรุ่นที่4 ได้เสียชีวิตไป เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นโฮคาเงะ ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เขารู้ทักษะทุกอย่างในโคโนฮะ รวมทั้งวิชา ปิดผนึกซากอสูร ของรุ่น4 เป็นโฮคาเงะที่แข็งแกร่งและอายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นอาจารย์ของสามนินจาในตำนาน(ซึนาเดะ จิไรยะ โอโรจิมารุ) ชื่อจริงของเขาคือ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น

โฮคาเงะรุ่น 4 เดิมชื่อ นามิคาเสะ มินาโตะ เขาเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ต่างๆ มากมาย และได้ชื่อว่าเป็นนินจาที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ของหมู่บ้านโคโนฮะ ฉายา "ประกายแสงสีทองแห่งโคโนะฮะ" เป็นศิษย์เอกของ 1 ใน 3 นินจาในตำนานจิไรยะ เนื่องจากสีผมที่โดดเด่นคือเหลืองทอง และเป็นผู้ที่มีความว่องไวสูงมาก รวมถึงฝีมือที่ร้ายกาจจนมีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่นินจาทุกแคว้น เป็นพ่อของอุซึมากิ นารูโตะ

โฮคาเงะรุ่น 5 นาเมคุจิ ซึนาเดะ เป็นหนึ่งในสามนินจาในตำนาน ลูกศิษย์โฮคาเงะรุ่น 3 และเป็นหลานของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ได้ชื่อว่าเป็นนินจาแพทย์ที่เก่งที่สุดในโลกนินจายุคปัจจุบัน ภายหลังการเสียชีวิตของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ได้มารับตำแหน่งเป็นโฮคาเงะ ซึนาเดะ มีความเชี่ยวชาญในด้านวิชานินจาแพทย์มาก และเป็นผู้วางรากฐานสำคัญของการพัฒนาในด้านวิชานินจาแพทย์ทำให้นินจาแพทย์ของโคโนฮะมีความโดดเด่นกว่าทุกแคว้น

โฮคาเงะรุ่น 6 ดันโซ ได้ขึ้นเป็นรุ่นที่6 อย่างไม่เป็นทางการ ในตอนที่เพนเข้าบุกโคโนฮะและซึนาเดะสลบไป เป็นหัวหน้าหน่วยราก ตาของเขามีเนตรวงแหวน1ข้าง ได้มาจากชิซุย เพื่อนของอิทาจิ [ปัจจุบันเสียชีวิตโดยถูกซาซึเกะฆ่า]

เมื่อ 16 ปีก่อน แคว้นฮิโนะได้ถูกโจมตีโดยปีศาจร้าย จิ้งจอกเก้าหาง (เคียวบิโนะโยโกะ) บ้านเมืองถูกทำลาย ผู้คนหลายร้อยโดนฆ่า ซึ่งรวมทั้งพ่อแม่ของนินจาในหมู่บ้านปัจจุบันรวมถึง อุมิโนะ อิรุกะ ปีศาจร้ายได้ถูกจัดการโดยหัวหน้าของหมู่บ้านโคโนฮะ โฮคาเงะรุ่นที่ 4 โดยได้เสียสละตัวเองผนึกปีศาจไว้ในร่างของเด็กเกิดใหม่ อุซึมากิ นารุโตะ ปัจจุบันมีโฮคาเงะรุ่นที่5 (ซึนาเดะ) เป็นผู้ปกครองอยู่ เป็นหมู่บ้านที่มากด้วยประวัติศาสตร์ และความลับมากมาย เป็นหมู่บ้านที่ให้กำเนิดนินจาเก่งๆมากมาย

สึจิโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: สึจิโนะคุนิ, 土の国, "แคว้นแห่งดิน"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านอิวะ (หมู่บ้านลับแห่งหิน)

ดินแดนแห่งดินเป็นหนึ่งในห้าแคว้นนินจา หมู่บ้านลับของดินแดนนี้คืออิวะงาคุเระมีคาเงะคือสึจิคาเงะ ซึ่งปัจจุบันคือสึจิคาเงะรุ่นสามเป็นผู้ปกครอง เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้คาถาดิน และเป็นผู้มีขีดจำกัดทางสายเลือดแบบพิเศษที่สามารถควบรวมธาตุดิน ลม และไฟ เป็นผู้ใช้วิชานินจาคาถาธุลี อิวะงาคุเระมีสัตว์หาง คือ 4หางและ 5หางไว้ในครอบครองซึ่งปัจจุบันถูกแสงอุษาแย่งชิงไปทั้งหมด

คาเซะโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: คาเซะโนะคุนิ, 風の国, "แคว้นแห่งลม"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านซึนะ (หมู่บ้านลับแห่งทราย) หมู่บ้านลับแห่งทรายหรือที่เรียกว่าซึนะงาคุเระ เป็นหนึ่งในหมู่บ้านนินจา 5 แคว้นใหญ่ และมีคาเงะ คือ คาเสะคาเงะ เป็นผู้นำ ในช่วงแรกได้ถูกไดเมียวแห่งแคว้นลมลดงบประมาณของซึนะลงและได้ส่งคำร้องภารกิจไปให้โคโนฮะแทนจึงเป็นเหตุให้ซึนะผูกมิตรกับแคว้นโอโตะร่วมมื่อกันโจมตีโคโนฮะแต่หลังจากพ่ายแพ้ให้แก่โคโนะฮะ และได้รู้ว่า คาเสะคาเงะ รุ่นสี่ ถูกโอโรจิมารุสังหารจึงได้ส่งคำขอโทษมายังโคโนฮะและได้เป็นพันธมิตรกันอีกครั้งซึ่งแน่นแฟ้นขึ้นจาการที่โคโนะฮะได้ช่วยเหลือ คาเสะคาเงะรุ่นที่ 5 ซึ่งคือกาอาระ

คามินาริโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: คามินาริโนะคุนิ, 雷の国, "แคว้นแห่งสายฟ้า"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านคุโมะ (หมู่บ้านลับแห่งเมฆ) เป็นหมู่บ้านลับของดินแดนแห่งสายฟ้าตั้งอยู่บนภูเขาสูงเต็มไปด้วยเมฆ มีผู้นำคือ ไรคาเงะ ซึ่งปัจจุบันมีไรคาเงะรุ่นที่ 4 เป็นผู้นำของแคว้น นินจาในคุโมะงาคุเระเชี่ยวชาญในการใช้คาถา สายฟ้า และเช่นเดียวกับ คิริ อิวะ ซึนะ และโคโนะฮะ คุโมะงาคุเระมีสัตว์หางอยู่ในครอบครองสองตน คือ สองหาง ซึ่งสถิตอยู่ในร่างของยูกิโตะ และแปดหาง ซึ่งสถิตอยู่ในร่างของคิลเลอร์ บี น้องชายของ ไรคาเงะเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในพลังสถิตร่าง ไม่กี่คนที่สามารถควบคุมสัตว์หางได้ชึ่งปัจจุบันสองหางได้ถูกแสงอุษาแย่งชิงไปแล้วแต่แปดหางสามารถหลบหนีมาได้ ย้อนกลับมาในช่วงแรกที่ผู้ นำของคุโมะและโคโนะฮะได้ทำสัญญาพันธมิตรกันผู้นำของคุโมะได้พยายามจับ ฮิวงะ ฮินาตะไป แต่ได้ถูกพ่อของฮินาตะสังหาร จึงเป็นเหตุให้ คุโมะเรียกร้องให้ส่งศพของพ่อของฮินาตะไปให้เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับชีวิตของผู้นำและหลีกเลี่ยงการเกิดสงครามระหว่างแคว้น แต่ตระกูนฮิวงะได้ส่งศพของพ่อของเนจิซึ่งเป็นฝาแฝดไปให้แทน ซึ่งทำให้คุโมะงาคุเระไม่ได้รับเนตรสีขาวเนื่องจากมันได้ถูกผนึกเมื่อเขาตาย

มิซึโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: มิซึโนคุนิ, 水の国 , "แคว้นแห่งน้ำ"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านคิริ (หมู่บ้านลับแห่งหมอก) คิริงาคุเระเป็นหมู่บ้านลับของดินแดนแห่งน้ำ ผู้นำของที่นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อมิซึคาเงะ นินจาคิริงาคุเระเชี่ยวชาญในการใช้คาถาน้ำ มิซึคาเงะปัจุบันคือรุ่น ห้า มีความสามารถในการใช้คาถา ไฟ น้ำและดินได้อย่างชำนาญ ซึ่งเป็นขีดจำกัดทางสายเลือดที่หาได้ยาก สัตว์หางของคิริงาคุเระคือ สามหาง สถิตอยูในร่างของ มิซึคาเงะรุ่นสี่ และ หกหาง สถิตอยู่ในอูตากาตะ ปัจจุบันสัตว์หางทั้งสอง ถูกแย่งชิงไปแล้วโดยแสงอุษา ในอดีตคิริงาคุเระถูกขนานนามว่า หมู่บ้าน "หมอกโลหิต"ซึ่งมาจากการฝึกนินจาของที่นี้ที่มีความรุนแรง และอำหิตมากเนื่องจากฝึกให้ผู้เข้ารับการคัดเลือกฆ่ากันเอง

แคว้นอื่นๆ[แก้]

โอโตะโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: โอโตะโนะคุนิ, 音の国, "แคว้นแห่งเสียง"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านโอโตะ (หมู่บ้านลับแห่งเสียง)

โอโตะโนะคุนิเป็นแคว้นใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งโดยโอโรจิมารุ เพื่อเป็นที่ทดลองวิชา ที่ซ่อนตัว และที่ซ่องสุมกำลัง เดิมแคว้นนี้มีชื่อว่า ทะโนคุนิ (田の国) หมายถึงแคว้นแห่งนาข้าว ก่อนจะถูกโอโรจิมารุเข้ายึดและกลืนพื้นที่

อุซึโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: อุซึโนะคุนิ, 渦の国, "แคว้นแห่งน้ำวน"
หมู่บ้านนินจา: [หมู่บ้านลับสายน้ำวน]

บ้านเกิดของ อุซึมากิ คุชินะ แม่ของนารุโตะ

อาเมะโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: อาเมะโนะคุนิ, 雨の国, "แคว้นแห่งฝน"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านอาเมะ (หมู่บ้านลับแห่งฝน)

เป็นหมู่บ้านที่พวกแสงอุษาใช้เป็นฐานปฏิบัติการและที่หลบซ่อนและเป็นหมู่บ้านเกิดของ นางาโตะ ยาฮิโกะ และโคนัน

ทากิโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: ทากิโนะคุนิ, 滝の国, "แคว้นแห่งน้ำตก"
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านทากิ (หมู่บ้านลับแห่งน้ำตก) บ้านเกิดของ คาคุซึ หนึ่งในสมาชิกแสงอุษาที่พ่ายแพ้ให้นารุโตะ

คุสะกิโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: คุสะโนะคุนิ , 草の国, "แคว้นแห่งทุ้งหญ้า"

คุมะโนะคุนิ[แก้]

ชื่อ: คุมะโนะคุนิ , "แคว้นแห่งดาว "
หมู่บ้านนินจา: หมู่บ้านโฮชิ (หมู่บ้านลับแห่งดาว)
หมู่บ้านที่นารุโตะ,เนจิ,ร็อก ลี,เท็นเท็นเคียทำภารกิจมากอ่นในตอนที 178

หมู่บ้านนินจา[แก้]

ท้ายคำของชื่อหมู่บ้านต่อไปนี้จากคำว่า งากุเระ (隠れ) หมายถึง ซ่อน และ ซะโตะ (里) หมายถึง หมู่บ้าน

หมู่บ้านโคโนฮะ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านโคโนฮะ, 木ノ葉隠れの里, โคโนฮะคะกุเระ โนะ ซะโตะ, ความหมาย: หมู่บ้านที่ซ่อนอยู่ในใบไม้
หัวหน้า: โฮคาเงะ
แคว้น: ฮิโนะคุนิ

เป็นหมู่บ้านที่พวกตัวเอกอาศัยอยู่ หมู่บ้านโคโนฮะ ที่ได้ถูกสร้างขึ้นโดย ท่านรุ่นที่ 1 ซึ่งท่านรุ่นที่ 1 ได้ใช้วิชาลับ คือวิชากำเนิดบ้านพฤษา สามารถกำเนิดต้นไม้มาได้ นินจารุ่นเก่าเคยกล่าวไว้ว่าจักระเป็นเหล่งกำเนิดชีวิต จุดเด่นของโคโนฮะคือรูปแกะสลักที่หน้าผา เป็นรูปหน้าโฮคาเงะทั้ง 4 เมือตอนกลางเรื่องรูปแกะสลัดของรุ่น 3 ได้แตกขึ้น นั้นเป็นลางร้าย แต่ตอนหลังนี้ได้มีรูปแกะสลักเพิ่มมา 1 รูป นั่นคือท่านซึนาเดะ หรือ รุ่นที่ 5 นั่นเอง

ที่ประตูทางเข้าของหมู่บ้านได้มีตัวอักษรฮิรางานะ あん (อัน) เขียนไว้ (ด้านละตัวอักษร) โดยมีความหมายว่า "ความสงบสุข" หรือ "การถอยทัพ" (เขียนเป็นตัวอักษรคันจิว่า 庵 )

หมู่บ้านสึนะ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านสึนะ, 砂隠れの里, สึนะคะกุเระ โนะ ซะโตะ, ความหมาย: หมู่บ้านที่ซ่อนอยู่ในทราย
หัวหน้า: คาเซะคาเงะ
แคว้น: คาเซะโนะคุนิ

หนึ่งในหมู่บ้านทั้ง 5 ที่มี คาเงะเป็นหัวหน้า คาเซะคาเงะต้องการที่จะเพิ่มกองกำลัง และได้วางแผนร่วมกับทางกองกำลังจากหมู่บ้านโอโตะ โจมตีหมู่บ้านโคโนฮะ แต่ภายหลังรู้ว่าเป็นความเข้าใจผิด จึงกลับมาเป็นพันธมิตรกับโคโนฮะตามเดิม และกาอาระก็ได้รับตำแหน่งเป็นคาเซะคาเงะ

หมู่บ้านคิริ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านคิริ
หัวหน้า: มิซึคาเงะ
แคว้น: มิซึโนะคุนิ

หมู่บ้านนี้เป็นหมุ่บ้านของนักดาบทั้งเจ็ดแห่งคิริงาคุเระและพลังสถิตร่าง 3 หาง

หมู่บ้านอิวะ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านอิวะ
หัวหน้า: สึจิคาเงะ
แคว้น: สึจิโนะคุนิ

หมู่บ้านนี้เป็นหมุ่บ้านของพลังสถิตร่าง 4 หาง และ 5 หาง

หมู่บ้านคุโมะ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านคุโมะ
หัวหน้า: ไรคาเงะ
แคว้น: คามินาริโนะคุนิ

หมู่บ้านนี้เป็นหมุ่บ้านของพลังสถิตร่าง 2 หาง และ 8 หาง

หมู่บ้านทากิ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านทากิ
แคว้น: ทากิโนะคุนิ

หมู่บ้านนี้เป็นหมุ่บ้านของพลังสถิตร่าง 7 หาง

หมู่บ้านอาเมะ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านอาเมะ
แคว้น: อาเมะโนะคุนิ

หมู่บ้านนี้เป็นหมุ่บ้านที่มักจะกลายเป็นสมรภูมิระหว่างแคว้นยักษ์ใหญ่อยู่บ่อยๆ

หมู่บ้านคุสะ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านคุสะ
แคว้น: คุสะกิโนะคุนิ

หมู่บ้านนี้เป็นหมุ่บ้านที่ไม่ค่อยจะมีบทบาทในสมรภูมิระหว่างแคว้นยักษ์ใหญ่สักเท่าไหร่

หมู่บ้านโอโตะ[แก้]

ชื่อ: หมู่บ้านโอโตะ
แคว้น: โอโตะโนะคุนิ

หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่โอโรจิมารุ ยึดและสร้างหมู่บ้านขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นฐานทัพลับที่ทดลองวิชาของโอโรจิมารุ และเพื่อฝึกนินจาของโอโรจิมารุ

ระดับชั้นของนินจา[แก้]

นักเรียนนินจา[แก้]

ในระหว่างช่วงแรกที่เรียนอยู่ในโรงเรียน ยังไม่นับว่าเป็นนินจา จนกระทั่งเรียนจบ โดยในช่วงที่เรียนอยู่จำเป็นต้องฝึกฝนการใช้อาวุธพื้นฐาน ได้แก่ คุไน และ ชูริเคน รวมไปถึงเรียนวิชานินจาพื้นฐาน คาถาแยกร่าง คาถาแปลงกาย และการฝึก จักระ โดยเมื่อเรียนจบจะได้ผ้าคาดหัว (ซึ่งอาจจะใช้ในลักษณะอื่น นอกจากคาดหัว) โดยมีแผ่นเหล็กตรงกลางพร้อมทั้งสัญลักษณ์ของหมู่บ้านนั้น (ซึ่งนารูโตะผ่านช่วงนี้มาได้อย่างยากลำบาก)

เกะนิน[แก้]

เกะนิน (下忍, นินจาล่าง) เป็นระดับต่ำสุดของนินจา โดยจะถูกส่งไปปฏิบัติการในระดับ D ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต่ำที่สุด ส่วนมากได้แก่เป็นแรงงาน หรืองานที่ไม่มีความเสี่ยง หรืองานในระดับ C ที่ทำงานของนินจาแต่ยังเป็นงานที่ไม่มีความเสี่ยง ในระดับเกะนิน ความแตกต่างของความสามารถของแต่ละคนสูง

จูนิน[แก้]

จูนิน (中忍; นินจากลาง) เป็นนินจาที่ผ่านการสอบโดยสามารถทำหน้าที่เป็นอาจารย์นินจาคนอื่น เช่น อุมิโนะ อิรุกะ หรือเป็นกองกำลังของหมู่บ้าน ปฏิบัติการในระดับ C และ B

การสอบจูนิน มี 3 ขั้นตอนคือ ขั้นแรกสอบข้อเขียนวัดระดับความรู้ ขั้นที่สองสอบความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ และขั้นที่สามคือการต่อสู้ตัวต่อตัวระหว่างผู้ที่ผ่านการสอบรอบสอง ในอดีตการสอบจูนินมีการสอบแยกกันไปตามแต่ละหมู่บ้าน หลังจากเกิดสงครามนินจา ทุกหมู่บ้านตัดสินใจจัดการสอบร่วมกันโดยเลือกหมู่บ้านขึ้นมาหมู่บ้านหนึ่ง เพื่อเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้าน ขณะเดียวกันเพื่อป้องกันสงครามระหว่างหมู่บ้านอีกทางหนึ่ง ภายหลังจากที่มีจำนวนนินจามากขึ้น ได้มีการจัดการสอบ ปีละ 2 ครั้ง

โจนิน[แก้]

เป็นนินจาที่มีความเชี่ยวชาญในวิชานินจาต่างๆทุกด้าน มักจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยในการปฏิบัติภารกิจ นอกจากนี้ ยังมีโจนินพิเศษ ที่เป็นโจนินที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ

คาเงะ[แก้]

คาเงะทั้ง 5 ของหมู่บ้านนินจา จากซ้ายไปขวา มิซึคาเงะ, คาเซะคาเงะ, โฮคาเงะ, ซึจิคาเงะ และ ไรคาเงะ

คาเงะ (影, "เงา") ผู้ที่เก่งที่สุดทั้ง 5 ของนินจาในแต่ละหมู่บ้าน และเป็นผู้ปกครองหมู่บ้าน โดยแบ่งแยกตามหมู่บ้าน

นินจาถอนตัว[แก้]

นินจาถอนตัว (抜け忍, นุเกะนิน) เป็นนินจาที่หายออกไปจากหมู่บ้าน โดยปกติจะเป็นพวกที่ทรยศและจะถูกล่า โดยนินจาล่าสังหาร เช่น โมโมจิ ซาบุซะ ซาสึเกะ แล้วก็พวกแสงอุษาด้วย

นินจาล่าสังหาร[แก้]

นินจาล่าสังหาร (追い忍, โอะอินิน) เป็นกลุ่มนินจาที่ตามฆ่านินจาถอนตัว โดยเมื่อเจอตัวจะฆ่าทิ้งและทำลายศพตรงนั้นทันที เช่น ฮาคุ (เมื่อก่อน แต่ตอนนี้ถอนตัวไปแล้ว)ไรกะ แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว

ซังนิน[แก้]

สามนินจาในตำนาน ได้แก่ โอโรจิมารุ(จ้าวอสรพิษ), จิไรยะ(เซียนกบ),นาเมคุจิ ซึนาเดะ(ธิดาทาก,เทพแห่งวิชาแพทย์)

หน่วยลับนินจา[แก้]

หน่วยลับนินจา(暗部 อันบุ) หน่วยนินจาที่จัดตั้งขึ้นมาสำหรับปฏิบัติการพิเศษ ระดับ S ซึ่งปฏิบัติตามคำสั่งของโฮคาเงะและจะคอยตามล่าผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีดำโดยเฉพาะโอโรจิมารุ เช่น คาคาชิ ริน(ปัจจุบันไม่เป็นแล้ว)

ANBU หรือ หน่วยลับนินจา นั้นมาจากชื่อภาษาญี่ปุ่นเต็มๆ ว่า Ansatsu Senjutsu Tokushu Butaiที่หมายถึง " หน่วยกำลังรบพิเศษ ล่าสังหาร " (หน่วย ANBU นี้คล้ายๆ กับหน่วย SWAT ของต่างประเทศ) นินจาในหน่วย ANBU จะสวมหน้ากากรูปสัตว์ชนิดต่างๆ , สวมเกราะที่แขน และมีรอยสักแสดงถึงการเป็นนินจาหน่วยลับที่ต้นแขนทุกคน

นินจาจากหน่วยลับนี้มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองหมู่บ้าน และรับภารกิจพิเศษต่างๆ ที่มีความเสี่ยงอันตรายสูง รวมถึงหน้าที่ลอบสังหารศัตรู ดังนั้น นินจาหน่วยลับจึงต้องมีฝีมือชั้นสูงเข้าขั้นระดับ S ( Extremely Strong ninja ) ซึ่งหน่วยลับนินจานี้จะขึ้นตรงกับ "คาเงะ" แต่ละแคว้น( ก็คือ หน่วยลับนินจาของหมู่บ้านโคโนฮะ แห่งแค้วนฮิโนะคุนิ ก็จะขึ้นตรงต่อโฮคาเงะ)

ในเรื่อง Naruto นั้น นินจาจากหน่วยลับจะพกดาบคาตานะ ( Katana ) เป็นดาบสไตล์ญี่ปุ่น โดยจะพกไว้ที่ด้านหลังของแต่ละคน และก็จะแบ่งเป็นหน่วยย่อย นั่นคือ มีหัวหน้าหน่วยย่อย 1 คน และสมาชิกใหม่ 3 คน รวมเป็น 4 คน..เหมือนๆกับกลุ่มของพวกนารูโตะละครับ ในบางครั้งสมาชิกในกลุ่มก็อาจจะมีนินจาระดับจูนิน ( Chunin ) อยู่ในกลุ่มด้วยแต่ก็ขึ้นกับลักษณะของภารกิจ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ นินจาที่จะเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยนั้นจะต้องเป็นระดับโจนินฝีมือเยี่ยมเท่านั้น...

นินจาหน่วยลับ ANBU ของโคโนฮะ ที่เด่นๆ ก็เช่น คาคาชิ , ยามะโตะ , โมริโนะ อิบิคิ ( ซึ่งเป็นครูประจำห้องสอบจูนิน ด่านแรกนั่นเอง) ...ครูอิบิคิ ที่หน้าบากและมีแผลเต็มตัว ..และมีน้องชายชื่ออิดาเตะ (ที่เริ่มออกโรงใน Naruto Animation ตอนที่ 102) ส่วนหมู่บ้านอื่นก็มี นินจาหน่วยลับ ครับ ที่พอจคุ้นหน้ากันหน่อย ก็คือ ซาบุสะ ( Zabuza ) ซึ่งเคยเป็นนินจา หมู่บ้านคิริงาคุเระ ( ออกโรงมาตั้งแต่ Naruto ภาค 1 ช่วงแรกๆ พร้อมกับ " ฮาคุ ")

นอกจากนี้ นินจา ANBU ก็จะมี " Bingo Book " ซึ่งจะมีรายชื่อและรูปของนินจาที่แต่ละแคว้นหมายหัว..(ใน Naruto ภาค Shippuden นั้น " ซาสึเกะ " ก็ ถูกจัดเข้าอยุ่ใน Bingo Book เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่อาจเป็นอันตรายต่อหมู่บ้าน)

นินจาแพทย์[แก้]

นินจาแพทย์ (医療忍者, いりょうにんじゃ, อิเรียวนินจา) มีหน้าที่รักษาอาการบาดเจ็บของนินจาคนอื่น ๆ ในทีม มีความรู้ในการปรุงยาแก้พิษ เช่น ซึนาเดะ ซึซึเนะ ซากุระ และอิโนะ โดยมีความสามารถในการหลบหนีสูงเพื่อใช้โอกาสในการรักษาให้กับตัวเองหรือคนที่บาดเจ็บในทีม โดยจะมีวิชาเฉพาะทางของนินจาแพทย์เอง เช่น เทพแห่งวิชาแพทย์ซึนาเดะ จะมีหมัดทลายภูผา,วิชาสร้างร่างคืนชีพที่จะทำให้เธอไม่มีวันตายในการต่อสู้ และวิชาลับเบียคุโก ,ชิซึเนะมีวิชาหมอกพิษ เป็นต้น

สัตว์หาง[แก้]

สัตว์หาง (尾獣, Bijū) ปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นตามตำนานปรัมปราจากเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ โดยใช้ตำนานของประเทศญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบ ซึ่งในเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะนั้นมีความแตกต่างจากตำนานดั้งเดิมเกี่ยวกับสัตว์หางอยู่มาก เช่นโดยทั่วไปคนญี่ปุ่นมักพูดซึง ฮัจจิบิในฐานะ งู ตามเรื่องเล่าในศาสนาชินโต แต่ในการ์ตูนถูกดัดแปลงเป็นปิศาจวัวที่มีครึ่งล่างเป็นปลาหมึกแทน

จุดกำเนิด[แก้]

เซียนหกวิถีได้ปกป้องโลกเอาไว้จากปีศาจตนหนึ่งซึ่งมี 10 หาง เซียนหกวิถีได้ทำการใช้วิชาผนึกและแยกร่างของ 10 หางออกไปตามลำดับพลังตั้งแต่ 1 หางไปจนถึง 9 หาง ส่วนผนึกสุดท้ายนั้นคือพระจันทร์ที่เป็นส่วนสุดท้ายหากนำสัตว์หางทั้งหมด เซียนหกวิถีจึงสร้างวิชานินจาอย่างหนึ่งขึ้นมานั้นคือคาถาผนึกสัตว์หาง และเพื่อผนึกสิบหางด้วยวิชานี้เซียนหกวิถีจึงเอาตัวเองผนึกสิบหางหรือก็คือ เซียนหกวิถีนั้นก็คือพลังสถิตย์ร่างของสิบหาง ด้วยเหตุนี้ก็เลยทำให้ผู้คนต่างยกย่องเซียนหกวิถี แต่เซียนหกวิถีก็ยังห่วงว่าหากตัวเองตายไปสิบหางก็จะคลายผนึกอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้หกเซียนเต๋าจึงใช้พลังของตนเองแบ่งจักระของสิบหางออกเป็น 9 ส่วนและปล่อยกระจายไปยังที่ต่างๆ ส่วนร่างจริงของสิบหางที่ถูกแบ่งจักระออกไปแล้วก็ถูกเอาขึ้นไปบนฟ้าจนกลาย เป็นดวงจันทร์ ด้วยพลังที่หลงเหลือของจิตของ 10 หางนั้นยังคาอยู่ในตัวผนึกสัตว์หางทุกตัวโดยมากน้อยไม่เท่ากัน

การควบคุมและการฝึกฝน[แก้]

วิชาที่ใช้ในการผนึกนั้นมีหลายแบบ

รูปแบบการผนึกสัตว์หาง[แก้]

วิธีต้นแบบของการผนึกคือการซ้อนทับวิญญาณสัตว์หางลงในวิญญาณของมนุษย์และสะกดด้วยจักระของเจ้าของ หรือ ใส่ลงไปในตัวของสัตว์หางด้วยจักระของผู้รับผนึก

ศาสตร์การรวบรวมวิญญาณสัตว์หาง[แก้]

โดยตั้งแต่ตอนที่กลุ่มแสงอุษาได้เริ่มรวมตัวเพื่อรวบรวมสัตว์หางลงใน ไรบิ เทพเจ้าสูงสุดผู้มีดวงตาดุจพลังเทพทั้งหมด 9 ดวงตาโดยการดึงสัตว์หางหลับออกจากร่างสถิตจะทำให้ร่างสถิตถูกดึงวิญญาณและพลังชีวิตออกไป ต้องสูญเสียชีวิตในที่สุด โดยในปัจจุบันสัตว์หางเกือบทั้งหมดถูกแย่งชิงและอยู่ในการครอบครองของกลุ่มแสงอุษา

รายนามสัตว์หาง[แก้]

ชูคาคุ[แก้]

ภาพวาดผู้สถิตร่าง

อิจิบิ โนะ ชูคาคุ (一尾の守鶴, Ichibi No Shukaku)

จำนวนหาง 
1
ร่างสถิต 
กาอาระ ถูกแสงอุษาสะกดแล้ว ยังไม่เสียชีวิต
พลังธรรมชาติ 
ปฐพี ทะเลทราย ดิน
รูปแบบ 
มีอีกชื่อหนึ่งว่าภูตทราย มีความสามารถในการควบคุมทราย เชื่อกันว่ามีระดับวิชาคาถาอยู่ในลำดับที่ 8 และมีปริมาณจักระอยู่ในลำดับที่ 9 เป็นเจ้าแห่งทะเลทราย ก่อนหน้าที่จะถุกแสงอุษาแย่งชิงไปเคยสถิตอยู่ในร่างของ กาอาระ

มาทาทาบิ[แก้]

ภาพวาดผู้สถิตร่าง

นิบิ โนะ เนโกะมาตะ (ニ尾の猫俣, Nibi no Nekomata)

จำนวนหาง 
2
ร่างสถิต 
ยูกิโตะ นิอิ ถูกแสงอุษาสะกดแล้ว เสียชีวิตแล้ว
พลังธรรมชาติ : ทะเล ลม หมอก
รูปแบบ 
สัตว์หางเจ้าแห่งวิญญาณ รูปแบบแมว มี2หาง พลังโจมตีแบบหมอก สามารถล่องหนและเพิ่ทพลังจากม่านหมอกได้

เชื่อกันว่าพลังคาถาอยู่ในอันดับ4แต่จักระอยู่อันดับ8 ถูกจับโดย คาคุสึและฮิดัน(ขนาดใช้ร่างสัตว์หางยังโดนจับ)

อิโซบุ[แก้]

ซัมบิ

ซานบิ โนะ อิโซนาเดะ (三尾, Sanbi)

จำนวนหาง 
3
ร่างสถิต 
มิซึคาเงะรุ่น ที่ 4 หมู่บ้านคิริงาคุเระ ท่านยางุระ ถูกแสงอุษาสะกดแล้ว เสียชีวิต
พลังธรรมชาติ 
ทะเล ชีวิต พิษ เหล็ก
รูปแบบ 
สัตว์สามหาง ปีศาจหอยมีเกาะเป็นกระดองเต่าและหอยเม่น มีพลังในการควบคุมพื้นน้ำและสร้างม่านพิษ

ซุน โกคู[แก้]

ภาพวาดผู้สถิต ร่าง

ยอนบิ โนะ โซโค (四尾, Yonbi)

จำนวนหาง 
4
ร่างสถิต 
โรชิแห่งหมู่บ้านอิวะงาคุเระ ถูกแสงอุษาสะกดแล้ว เสียชีวิต
พลังธรรมชาติ 
ลาวา เพลิงกาล ปฐพี ดิน พฤกษา
รูปแบบ 
ในเรื่องมีรูปร่างเป็นกอริลลายักษ์สี่หาง โรชิได้ออกเดินทางเที่ยวทั่วโลกเพื่อแสวงหาพลังที่แท้จริงของตนเอง เขาได้ใช้ ยอนบิ โนะ โซโค ในการสร้างพลังธาตุลาวาซึ่งสามารถละลายได้ทุกสิ่ง เกิดจากการหลอมเพลิงกาลรวมกับปฐพี

ผู้จับกุม อิทาจิและคิซาเมะ

โคคุโออุ[แก้]

ภาพวาดผู้สถิต ร่าง

โกบิ โนะ โฮโก (五尾, gobi)

จำนวนหาง 
5
ร่างสถิต 
สถิตอยู่ในร่าง ของ ฮานแห่งหมู่บ้านอิวะงาคุเระ
พลังธรรมชาติ 
ดิน ปฐพี พฤกษา ชีวิต เหล็ก สายฟ้า ทองคำขาว หมอก สายน้ำเน่า
รูปแบบ 
กวางผสมหมาจิ้งจอกเป็นเทพแห่งการสร้างภาพลวงตาและมีความสามารถในการใช้พฤกษาในการต่อสู้

ไซเค็น[แก้]

โรคุบิ โนะ ไรจู (六尾, rokubi)

จำนวนหาง 
6
ร่างสถิต 
อูทาคาตะ แห่งหมู่บ้านคิริงาคุเระ
พลังธรรมชาติ 
ดิน ปฏพี พฤกษา
รูปแบบ 
หกหาง สัตว์หางรูปแบบทาก สามารถดำดินและดึงพลังธรรมชาติมาใช้ในการลอกตัวและเดินกลางอากาศจากฟองอากาศ รวมทั้งมีความสามารถในการดูดจักระของผู้ที่ต่อสู้ด้วย

ผู้จับกุม เพน6วิธีและโคนัน (โดนมิสไซสไปทีเดียวถึงกับสลบและโดนจับ)ไม่ใช้ฮะ ตอนนั่น อูทาคาตะ แปลร่างเป็นพลังสถิตร่าง 6หาง แล้วต่อสู้ ก็โดนมิสไซสยิงจนสลบ ตอนนั่นมันแค่ให้ดูสั่นๆๆและตอนอยู่ภาคสงครามมันเปิดให้ดูยาวฮะ

โจเมย์[แก้]

ภาพวาดผู้สถิต ร่าง ชิจิบิ โนะ คาคุ (七尾, shichibi)

จำนวนหาง 
7
ร่างสถิต 
ฟู แห่งหมู่บ้านทากิงาคุเระ
พลังธรรมชาติ 
ลม เพลิงกาล พิษ ชีวิต
รูปแบบ 
เจ็ดหาง สัตว์หางรูปร่างคลายแมลงปอ มีเกราะเป็นเหล็ก ผลิตพิษและควบคุมลมฟ้าอากาศ

ผู้จับกุม คาคุสึและฮิดัน

กิวคิ[แก้]

ภาพวาดผู้สถิต ร่าง

ฮัจจิบิ โนะ ยามาตะ (八尾, Hachibi)

จำนวนหาง 
8
ร่างสถิต 
คิลเลอร์ บี นินจาคุโมะกาคุเระ ตราสถิตไหมรกต ถูกแสงอุษาสะกดกึ่งหนึ่ง แต่หลบหนีไปแล้ว
พลังธรรมชาติ 
ทะเล
รูปแบบ 
อสูรวัวหางปลาหมึก ตามตำนานญี่ปุ่นมีอีกชื่อว่า ยามาตะ โนะ โอโรจิมารุ (แปลว่า งูขาว) ซึ่งเป็นงูที่มีแปดหัวแปดหาง แตกต่างจากในเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ยามาตะเป็นผู้ที่พลังในการทำลายและสามารถควบคุมได้ง่ายที่สุด

คุรามะ[แก้]

ภาพวาดผู้สถิต ร่าง

คิวบิ โนะ โยโค (九尾の妖狐, Kyubi)

จำนวนหาง 
9
พลังธรรมชาติ 
เพลิงกาล
ร่างสถิต 
โดยอดีตโฮคาเงะรุ่นที่สี่ ใช้คาถาอัญเชิญทูตมรณะในการดึงวิญญาณของเก้าหางแล้วใช้คาถาผนึกหกวิถี กักขังจิ้งจอกเก้าหางไว้ในร่างของนารุโตะตั้งแต่ยังเป็นทารก ท่านรุ่นที่สี่นั้นก็คือพ่อของนารูโตะเช่นกัน ร่างสถิตของเก้าหางคนแรกก็คือภรรยาของท่านรุ่นที่ 1 ร่างสถิตคนที่สองก็คือแม่ของนารูโตะ และต้องกลายเป็นเก้าให้ในวันที่คลอดนารูโตะเนื่องจากการคลอดลูกทำให้ผนึกคลายตัวออกจนหมดแล้ว โอบิโตะก็มาทำลายสมาธิของท่านรุ่นที่ 4 ในขณะจะกำลังจะปิดผนึกให้เหมือนเดิมโดยการจับนารูโตะที่พึ่งคลอดเป็นตัวประกัน ทำให้รุ่นที่ 4 ช่วยนารูโตะได้ แต่คุชินะถูกพาตัวไปเพื่อคลายผนึกปลดปล่อยคุรามะออกมาทำลายหมูบ้านแต่รุ่นที่ 4 ก็ยับยั้งได้โดยใช้คาถาสะกดปิดผนึกซากอสูร จนทำให้นารูโตะกลายเป็นพลังสถิตร่างแค่ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งอยู่ในตัวรุ่นที่ 4 ที่เสียชีวิตถูดเปิดเผยในสงคราม
รูปแบบ 
สัตว์หางรูปแบบจิ้งจอก มีความเชื่อกันว่ามีพลังมากที่สุดในบรรดาสัตว์หาง หมายถึงปริมาณจักระและระดับของวิชาคาถาอยู่ในระดับสูงสุด แค่ร่างครึ่งหนึ่งของคุรามะมีพลังมากกว่ากิวคิ

เท็นโซ(สิบหาง)[แก้]

ร่างก่อนหน้า 
พระจันทรและหินจันทรา(ผนึกสะกดมนตรา เซียนหกวิถี)
จำนวนหาง 
10
ร่างสถิต 
ในอดีตร่างสถิตของสิบหางคนแรกก็คือเซียนหกวิถี ในสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 พลังสถิตร่างคนที่ 2 คือ อุจิวะ โอบิโตะ และคนที่ 3 คือ อุจิวะ มาดาระ
พลังธรรมชาติ 
ทะเล ลม เพลิงกาล พฤกษา ทองคำ หมอก ท้องฟ้า ปฐพี ชีวิต พิษ จันทรา เหล็ก สายฟ้า
รูปแบบ 
นำสัตว์หางทั้งหมดนำมารวมกับเทวรูปมารนอกรีต และพระจันทร์ ถึงจะได้ร่างสมบูรณ์
ความเป็นมาของ 10 หาง 
แท้จริง 10 หางเป็นต้นไม้ยักษ์ศักดิ์ที่ผู้คนบูชาเป็นต้นไม้เทพเจ้า วันหนึ่งต้นไม้นั้นออกผลไม้ที่ว่ากับว่าจะออกผลใน พันปีมีครั้งหนึ่ง ในตอนนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ โอซึซึกิ คางูระ ที่ชนะในสงครามใช้ชิงผลไม้นั้นมาแล้วใช้พลังนั้นทำให้สงครามลดน้อยลง ลูกชายที่เกิดจากผู้หญิงคนนั้นได้มีจักระเกิดขึ้นมา มีชื่อว่า โอซึซึกิ ฮาโกโรโมะ หลังจากนั้นต้นไม้ก็โกรธเกรี้ยวที่มีคนชิงผลไม้ ต้องการคืน จนกลายร่างเป็น 10 หาง โอซึซึกิ ฮาโกโรโมะ ได้ต่อสู้และสามารถหยุด 10 หางโดยผนึก 10 หางไว้ในร่างได้สำเร็จ จนหลังจากนั้นทุกคนชายคนนั้นว่าเซียนหกวิถี แต่เซียนหกวิถีเกรงกลังว่า ถ้าตนตายผนึกจะคลายแล้วสิบหางออกมา จึงได้ทำการแยกส่วน 10 หาง เป็นสัตว์หาง ทั้ง 9 ตัว โดย 9 ตัวมีหาง ตั้งแต่ 1-9 หาง พร้อมกับร่างและชื่อที่แตกต่างกัน โดยสัตว์หางทุกตัวต่างก็กระจัดกระจายกันไป ทั่วโลก โดยมีชีวิตที่เป็นอมตะ โดยร่างหลักของสิบหางได้กลายเป็นเทวรูปมารนอกรีต เซียนหกวิถีได้สะกดไว้ด้วยหินทรงกลมขนาดยักษ์แล้วปล่อยขึ้นฟ้าในโคจรอยู่ใกล้โลก ก็ คือดวงจันทร์จนถึงทุกวันนี้