โรเคียร์ ฟัน เดอร์ไวเดิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรเจียร์ ฟาน เดอ เวย์เด็น
El Descendimiento, by Rogier van der Weyden, from Prado in Google Earth.jpg
ชะลอร่างจากกางเขน” (ค.ศ. 1435) พิพิธภัณฑ์ปราโด, มาดริด, ประเทศสเปน
ชื่อเมื่อเกิด Rogier de le Pasture
วันเกิด ค.ศ. 1399/ค.ศ. 1400
ตูร์เน, ประเทศเบลเยียม
วันเสียชีวิต 18 มิถุนายน ค.ศ. 1464
เชื้อชาติ เฟล็มมิช
สาขา จิตรกรรม
ประเภทงาน จิตรกรรมแผง, บานพับภาพ
ยุค ยุคเนเธอร์แลนด์ตอนต้น
อิทธิพลต่อ ฮันส์ เม็มลิง, มาร์ติน เชินเกาเออร์

โรเจียร์ ฟาน เดอ เวย์เด็น (อังกฤษ: Rogier van der Weyden หรือ Rogier de le Pasture) (ค.ศ. 1399/ค.ศ. 1400 - 18 มิถุนายน ค.ศ. 1464) เป็นจิตรกรคนสำคัญของจิตรกรรมยุคเนเธอร์แลนด์ตอนต้นของประเทศเนเธอร์แลนด์ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ผู้เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญทางการเขียนภาพสีน้ำมัน และการเขียนบานพับภาพ

ชีวิต[แก้]

โรเจียร์ ฟาน เดอ เวย์เด็นเกิดที่ตูร์เนที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศเบลเยียมราวระหว่างปี ค.ศ. 1399 ถึงปี ค.ศ. 1400 พ่อและแม่ของโรเจียร์ชื่อ อองรี เดอ เลอ พาสเจอร์ และแอ็กเนส เดอ วอเทรโลส์ อองรีและแอ็กเนส มาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ทูร์เนก่อนที่โรเจียร์จะเกิด พ่อของโรเจียร์เป็นช่างทำมีด ในปี ค.ศ. 1426 โรเจียร์แต่งงานกับเอลิสซาเบ็ธผู้เป็นลูกสาวของช่างทำรองเท้าจากบรัสเซลส์ โรเจียร์กับเอลิสซาเบ็ธมีลูกด้วยกัน 4 คน สองคนแรกคือคอร์นิเลียสผู้ต่อมาบวชเป็นพระคาร์ธูเชียน (carthusian) และมาร์กาเร็ทธา ก่อนวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1435 โรเจียร์กับครอบครัวก็ย้ายไปบรัสเซลส์ซึ่งเป็นที่เกิดลูกสองคนหลัง เปียเตอร์ และยาน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1436 โรเจียร์ ฟาน เดอ เวย์เด็นก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น “ช่างเขียนประจำเมืองบรัสเซลส์” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีหน้ามีตาเพราะในเวลานั้นบรัสเซลส์เป็นที่ตั้งของราชสำนักของดยุคแห่งเบอร์กันดี ในโอกาสนั้นโรเจียร์ก็เปลี่ยนชื่อจากแบบฝรั่งเศส “de le Pasture” ไปเป็นแบบภาษาดัทช์ “van der Weyden”

การฝึกงาน[แก้]

หลักฐานที่ปรากฏกล่าวว่าทูร์เนมอบไวน์เป็นค่าครูให้แก่ครูบานามว่า “ครูโรเจียร์ เดอ เลอ พาสเจอร์” เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 1426 แต่มาเมื่อถึงวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1427 บันทึกของชมรมช่างเขียนกล่าวว่า โรเจียร์ เดอ เลอ พาสเจอร์ เข้าฝึกงานกับเวิร์คชอพของโรแบร์ต แค็มแพ็งพร้อมกับจาค ดาเรท์ ห้าปีต่อมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1432 โรเจียร์ เดอ เลอ พาสเจอร์ก็ได้รับตำแหน่งเป็น มาสเตอร์ หรือจิตรกรเต็มตัว แต่ก็เป็นที่สงสัยกันว่า ผู้ฝึกงานของแค็มแพ็งชื่อโรเจเลท์ (Rogelet) จะเป็นคนคนเดียวกับมาสเตอร์โรเจียร์ผู้ได้รับไวน์เป็นค่าครูเมื่อปี ค.ศ. 1426 หรือไม่ และระหว่างปี ค.ศ. 1426 ถึงปี ค.ศ. 1427 โรเจียร์มีอายุได้ยี่สิบปีกว่าและแต่งงานแล้ว ซึ่งเมื่อคำนึงถึงอายุผู้ฝึกงานกันแล้วทำให้สันนิษฐานกันว่า โรเจเลท์น่าจะเป็นจิตรกรที่อายุน้อยกว่าที่มีชื่อเดียวกัน แต่ในระหว่างทศวรรษที่ 1420 ระบบการปฏิบัติงานของชมรมช่างเขียนที่เมืองทูร์เนออกจะมีปัญหา ฉะนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าการฝึกงานเมื่ออายุมากกว่าปกติของโรเจียร์/โรเจเลท์อาจจะเป็นเพียงหลักฐานที่เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น นอกจากนั้นจาค ดาเรท์เองก็มีอายุราวยี่สิบปีกว่าและพักพิงและทำงานอยู่กับแค็มแพ็งมาอย่างน้อยก็ร่วมยี่สิบปี ข้อสันนิษฐานอีกข้อหนึ่งก็คืออาจจะเป็นไปได้ว่าโรเจียร์อาจจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นจิตรกรเต็มตัวมาก่อนหน้านั้นแล้วและไวน์ที่ได้รับก็อาจจะเป็นการฉลองโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น นอกไปจากนั้นแล้วเมื่อคำนึงถึงลักษณะ คุณภาพ และองค์ประกอบของงานที่สมบูรณ์แบบของโรเจียร์แล้วก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่สนับสนุนประเด็นการสันนิษฐานข้อหลังนี้ สถานะทางสังคมและทางสติปัญญาในบั้นปลายชีวิตของโรเจียร์ก็ดูจะเหนือกว่าการเป็นเพียงช่างในสมัยนั้น โดยทั่วไปแล้วลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงานที่บันทึกไว้ของจาค ดาเรท์และงานเขียนที่ว่ากันว่าเป็นงานของโรแบร์ต แค็มแพ็งและโรเจียร์ ฟาน เดอ เวย์เด็นทำให้สันนิษฐานกันว่าโรเจียร์ ฟาน เดอ เวย์เด็นเป็นลูกศิษย์ของโรแบร์ต แค็มแพ็ง

อาชีพ[แก้]

หลังจากที่ไปตั้งหลักฐานอยู่ที่บรัสเซลส์แล้วโรเจียร์ก็เริ่มสร้างชื่อเสียงจนในที่สุดก็กลายเป็นจิตรกรคนสำคัญคนหนึ่งของยุโรป ซึ่งจะเห็นได้จากหลักฐานของอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนต่างๆ ที่โรเจียร์เป็นเจ้าของ นอกจากนั้นก็ยังมีหลักฐานปรากฏว่าโรเจียร์มีความสนิทสนมกับเจ้านายและคนสำคัญต่างๆ ในยุโรปจะเห็นได้จากงานภาพเหมือนของดยุคแห่งเบอร์กันดีหลายองค์ รวมทั้งพระญาติพระวงศ์, ข้าราชสำนัก และบุคคลผู้ผู้มีฐานะร่ำรวยและมีอำนาจในเวลานั้น

งานแท่นบูชามิราฟลอรส์ (Miraflores Altarpiece) อาจจะเป็นงานที่รับจากพระเจ้าฮวนที่ 2 แห่งคาสตีลเพราะพระเจ้าฮวนทรงอุทิศให้สำนักสงฆ์แห่งมิราฟลอรส์ในปี ค.ศ. 1445 ในปี ค.ศ. 1450 โรเจียร์อาจจะเดินทางไปแสวงบุญที่กรุงโรมที่ทำให้มีโอกาสได้ทำความคุ้นเคยกับศิลปินและผู้อุปถัมภ์ศิลปินชาวอิตาลี ซึ่งจะเห็นได้จากการที่สมาชิกในตระกูลเอสเตและตระกูลเมดิชิจ้างให้โรเจียร์เขียนภาพหลายภาพ และบิอังคา มาเรีย วิสคอนติ ดัชเชสแห่งมิลาน ถึงกับส่ง ซาเน็ตโต บูกัตโต (Zanetto Bugatto) ผู้เป็นช่างเขียนประจำสำนักไปบรัสเซลส์เพื่อให้ไปศึกษาการเขียนภาพกับโรเจียร์ ความมีชื่อเสียงของโรเจียร์ไปในประเทศต่างๆ ในยุโรปก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างคริสต์ทศวรรษที่ 1450 และ 1460 นักปราชญ์เช่นคูซานัส ฟิลาเรเต และ เฟเชียสกล่าวสรรเสริญโรเจียร์อย่างเลิศลอยว่าเป็น ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ในบรรดาจิตรกรทั้งหลาย

ลักษณะสำคัญของภาพเขียนโดยโรเจียร์ก็คือการที่ทำให้ผู้ดูรู้สึกสะเทือนอารมณ์ ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากภาพเขียน “ชะลอร่างจากกางเขน” (พิพิธภัณฑ์ปราโด, มาดริด, ประเทศสเปน) ที่เชื่อกันว่าเขียนโดยโรเจียร์ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 งานชิ้นนี้ผู้จ้างอาจจะเป็น “สมาคมนายขมังธนูแห่งนักบุญจอร์จ” (Saint Georges Guild of the crossbowmen) สำหรับวัด “Onze-Lieve-Vrouw van Ginderbuiten” ที่ลูแวง แต่นักวิชาการบางท่านเช่น แม็กซ์ เจ ฟรีดเลนเดอร์ (Max J. Friedländer) และเมื่อไม่นานมานี้ ฟีลิกซ์ ทึร์ลเลอมันน์ (Felix Thürlemann) สันนิษฐานจากการเปรียบเทียบลักษณะงานว่าเป็นงานของโรแบร์ต แค็มแพ็งมิใช่โรเจียร์ ฟาน เดอ เวย์เด็นตามที่สันนิษฐานกันมาก่อนหน้านั้น

อิทธิพล[แก้]

ลักษณะงานที่เต็มไปด้วยชีวิตจิตใจและการแสดงออก และการเขียนเกี่ยวกับเรื่องศาสนาเป็นลักษณะการเขียนของโรเจียร์ที่มีอิทธิพลไปทั่วยุโรปไม่แต่จะเป็นฝรั่งเศสและเยอรมันแต่ยังรวมไปถึงอิตาลีและสเปน ฮันส์ เม็มลิงเป็นจิตรกรที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากโรเจียร์ แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดที่กล่าวว่าเม็มลิงเป็นลูกศิษย์ของโรเจียร์ นอกไปจากนั้นโรเจียร์ก็ยังมีอิทธิพลต่อ มาร์ติน เชินเกาเออร์ (Martin Schongauer) จิตรกรและช่างภาพพิมพ์โลหะชาวเยอรมันผู้มีผลงานไปทั่วยุโรปตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15

ผลงาน[แก้]

ผลงานสำคัญๆ ที่สันนิษฐานกันว่าเป็นงานของโรเจียร์ งานเกือบทั้งหมดประกอบด้วยงานจิตรกรรมแผง และหลายชิ้นเป็นงานบานพับภาพสอง, สาม และหลายชิ้น แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่างานบานพับภาพบางส่วนก็สูญหายไปหรือถูกแบ่งเป็นชิ้นๆ แยกกันไปเป็นของพิพิธภัณฑ์ต่างทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา งานทุกชิ้นเป็นภาพสีน้ำมันบนแผงไม้โอ้คนอกไปจากบรรยายว่าเป็นวัสดุอื่น

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1425 ถึงปี ค.ศ. 1430

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1430 ถึงปี ค.ศ. 1432

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1430 ถึงปี ค.ศ. 1435

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1435 ถึงปี ค.ศ. 1440

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1440 ถึงปี ค.ศ. 1445

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1445 ถึงปี ค.ศ. 1450

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1450 ถึงปี ค.ศ. 1455

งานประมาณระหว่างปี ค.ศ. 1455 ถึงปี ค.ศ. 1464

อ้างอิง[แก้]

  • Ibiblio.org: Rogier van der Weyden [1]
  • Web Gallery of Art: Rogier van der Weyden [2]

ดูเพิ่ม[แก้]

สมุดภาพ[แก้]