โรมพินาศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Quo Vadis
โปสเตอร์ต้นฉบับของ โรมพินาศ
กำกับ เมอร์วีน เลอรอย
อำนวยการสร้าง แซม ซิมบาลิสต์
เขียน เฮนริก ซีนคีวิช (นวนิยาย)
เอส เอ็น บีฮ์แมน
ซอนยา เลเวียน
จอห์น ลี มาฮิน
นำแสดง โรเบิร์ต เทย์เลอร์
เดโบราห์ เคอร์
ปีเตอร์ อุสตินอฟ
ลีโอ เจ็นน์
ฟินเลย์ เคอร์รี
เฟลิกซ์ อีลเมอร์
อับราฮัม โซแฟร์
ดนตรีประกอบ มิคลอส รอสซา
กำกับภาพ โรเบิร์ต เซอร์ทีส์
วิลเลียม วี สแกลล์
ตัดต่อ ราล์ฟ อี วินเทอร์ส์
จำหน่าย/เผยแพร่ เมโทร โกลด์วีน เมเยอร์
ฉาย 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1951
ความยาว 171 นาที
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 7,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ

โรมพินาศ หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า ศึกรัก ศึกแผ่นดิน (ชื่อภาษาอังกฤษ: Quo Vadis) เป็นภาพยนตร์คลาสสิกอมตะเรื่องหนึ่ง ที่สร้างขึ้นโดยค่าย เมโทร โกลด์วีน เมเยอร์ (ชื่อภาษาอังกฤษ: Metro-Goldwyn-Mayer) ออกฉายใน ค.ศ. 1951 (พ.ศ. 2494)

ที่มาของชื่อ[แก้]

ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Quo Vadis นั้น มาจากคำในภาษาลาติน ซึ่งแปลว่า "คุณกำลังจะไปไหน?" ซึ่งมาจากต้นฉบับคัมภีร์ทางคริสต์ศาสนา มีบทหนึ่ง พระเยซู กับ นักบุญปีเตอร์ พระสันตะปาปาองค์แรก ได้สนทนากันที่ถนนแอปเปียน (อังกฤษ: Appian Way) นักบุญปีเตอร์ ถามว่า "Domine, quo vadis?" (แปลว่า พระเจ้า ท่านกำลังจะไปไหน?) พระเยซูตรัสตอบว่า "Whither I go, thou canst not follow me now; but thou shalt follow me afterwards" (แปลว่า "ที่ซึ่งเราจะไปนั้นท่านจะตามเราไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้ แต่ภายหลังท่านจะตามเราไป") (ยอห์น 13:36) ซึ่งนั่นหมายถึง นักบุญปีเตอร์จะตายในลักษณะเดียวกับที่พระเยซูจะสิ้นพระชนม์ ซึ่งภายหลัง นักบุญปีเตอร์ก็ถูกตรึงกางเขน

เนื้อเรื่อง[แก้]

เรื่องราวของ โรมพินาศ เกิดขึ้นในจักรวรรดิโรมัน ในรัชสมัยของ จักรพรรดินีโร ภาพยนตร์กล่าวถึงเรื่องของแม่ทัพโรม นามว่า มาร์คัส วินิเซียส (Marcus Vinicius) ที่กลับจากการทำศึก และได้พบรักกับหญิงสาวศาสนาคริสต์นามว่า "ลิเจีย" (Lygia) ซึ่งเป็นทาสในบ้านนายพลที่ปลดเกษียณแล้วคนหนึ่งของโรม แต่นายพลคนนั้นได้ดูแลลิเจียเยี่ยงลูกสาวมิใช่ทาส จักรพรรดินีโรทราบความ จึงออกคำสั่งในนามจักรพรรดิ ให้ลิเจียมาอยู่ในความปกครองของมาร์คัสแทนอดีตนายพล ลิเจียไม่เต็มใจนักที่จะไปเป็นของมาร์คัส แต่ในใจลิเจียก็รักมาร์คัสอยู่

ในช่วงเดียวกัน จักรพรรดินีโรทรงต้องการสร้างกรุงโรมให้มีความหรูหรา สวยงาม ทันสมัย แต่กรุงโรมตอนนั้น มีตึกรามบ้านช่องเต็มอยู่แล้ว จักรพรรดินีโรจึงทรงสั่งเผากรุงโรม เพื่อสร้างเมืองใหม่ให้เป็นอย่างที่พระองค์ต้องการ แต่เมื่อได้เผาไปแล้ว ประชาชนต้องการคำตอบถึงสาเหตุและบทลงโทษของผู้ที่เผาเมืองและทำให้พวกเขาเดือดร้อน จักรพรรดินีโร ทรงป้ายความผิดให้กับผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งมีอยู่ประมาณพันคนในช่วงนั้น ทรงสั่งให้จับชาวคริสต์ทุกคน ในขณะที่มาร์คัสเองก็ถูกจับกุมเพราะได้ไปออกคำสั่งปล่อยลิเจีย ซึ่งขัดต่อบัญชานีโร และนีโรก็ทรงสั่งอดอาหารสิงโตและเสือด้วย

เมื่อสิงโตและเสือหิวโซเต็มที่ จักรพรรดินีโร ทรงสั่งให้นำชาวคริสต์และเหล่าสัตว์ลงไปอยู่รวมกันในลานสนามกีฬา ท่ามกลางสายตาประชาชนนับหมื่นแสนที่หลงเชื่อคำตรัสหลอกลวงของนีโร เพื่อให้ชาวคริสต์ถูกเสือและสิงโตกินเสียให้หมด แต่ก่อนหน้านั้น ในช่วงที่ถูกขังในคุกนั้น มาร์คัสและลิเจียก็ได้ทำพิธีแต่งงานกัน

มาร์คัส ลิเจีย และเออร์ซุส (บอดี้การ์ดของลิเจีย) ถูกแยกออกมาต่างหาก โดยจะผูกมาร์คัสไว้ใกล้ๆ ที่ประทับของนีโร ผูกลิเจียไว้กับเสาในลานสนามกีฬา และปล่อยเออร์ซุสตัวเปล่าลงไปในสนามพร้อมกับวัวตัวผู้ 1 ตัว เพื่อให้เออร์ซุสสู้กับวัว หากเออร์ซุสแพ้ วัวจะขวิดเออร์ซุสและลิเจียสิ้นใจไปต่อหน้าต่อตามาร์คัสที่ถูกผูกไว้ในที่อัฒจรรย์ที่ประทับ

แต่เออร์ซุสสามารถชนะวัวที่ตัวใหญ่กว่าได้ ประกอบกับช่วงนั้น มาร์คัสดิ้นจนโซ่หลุดพอดี จึงวิ่งไปเฉลยความจริงให้ประชาชนรับรู้ เมื่อประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริง ก็ก่อการจลาจล จนนีโรตัดสินใจปลงพระชนม์พระองค์เอง

นักแสดงที่สำคัญ[แก้]

ชื่อนักแสดง รับบทเป็น
โรเบิร์ต เทย์เลอร์ มาร์คัส วินิเซียส
เดโบราห์ เคอร์ ลิเจีย
ปีเตอร์ อุสตินอฟ จักรพรรดินีโร
ลีโอ เจนน์ เปโตรเนียส
ฟินเลย์ เคอร์รี นักบุญปีเตอร์
เฟลิกซ์ อีลเมอร์ พลอทิอุส
อับราฮัม โซแฟร์ นักบุญเปาโล

เกร็ด[แก้]

  1. ปีเตอร์ อุสตินอฟ ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม จากบทบาทจักรพรรดินีโรในภาพยนตร์เรื่องนี้
  2. ราชินีภาพยนตร์ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ และ เกรกอรี เป็ก เคยถูกทาบทามให้รับบทลิเจีย และ มาร์คัส ตามลำดับ ก่อนที่จะเริ่มสร้างภาพยนตร์ แต่เมื่อผู้ผลิตภาพยนตร์ถูกเปลี่ยนเป็นคนอื่นมาแทน คนใหม่จึงเปลี่ยนเอา เดโบราห์ เคอร์ และ โรเบิร์ต เทย์เลอร์ มาแทน
  3. ถึงกระนั้น เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ ก็ได้เป็นตัวประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยรับบทเป็นชาวคริสเตียนคนหนึ่งที่ถูกลงทัณฑ์ในสนามกีฬา
  4. ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้เสื้อผ้านักแสดงถึง 32,000 ชุด ซึ่งมากจนเป็นสถิติโลก
  5. ในประเทศไทย เจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ยังมีขายตามร้านอยู่ มี 2 บริษัท คือ
    1. บริษัท เอ พี เอส อินเตอร์มิวสิค จำกัด ขายในชื่อ โรมพินาศ
    2. บริษัท ซีวีดี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขายในชื่อ ศึกรัก ศึกแผ่นดิน