โรงเรียนโพธิสารพิทยากร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนโพธิสารพิทยากร
ตราประจำโรงเรียนโพธิสารพิทยากร
ตราประจำโรงเรียนโพธิสารพิทยากร
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
(ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน)
14/2 หมู่ 2 ถนนพุทธมณฑล สาย 1 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Potisarnpittayakorn School
อักษรย่อ พ.ส. (PS)
ประเภท รัฐบาล
สถาปนา พ.ศ. 2499
ผู้ก่อตั้ง พระครูโพธิสารคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์
รหัส 1000101903
ผู้อำนวยการ นายวิโรฒ สำรวล[1]
ชั้นเรียน ม.1-ม.6
ภาษา ภาษาที่โรงเรียนได้จัดสอน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ฝรั่งเศส ภาษาฝรั่งเศส
ประเทศจีน ภาษาจีน
ญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น

สี          น้ำเงินชมพู
สโลแกน เรียนดี มีวินัย ใจนักกีฬา
เพลง มาร์ชโพธิสาร
สังกัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เว็บไซต์

โรงเรียนโพธิสารพิทยากร (อังกฤษ: Potisarnpittayakorn School) เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบสหศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งโดยพระครูโพธิสารคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่อยู่ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10170

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

  • ผู้อำนวยการ: นายวิโรฒ สำรวล
  • คติพจน์: "อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ"
  • ตราประจำโรงเรียน: เสมา กริช ใบโพธิ์
  • อักษรย่อ: พ.ส.
  • สีประจำโรงเรียน: สีน้ำเงิน - ชมพู

สีน้ำเงิน หมายถึง ความมีวินัย ความประพฤติเรียบร้อย นำมาซึ่งความสำเร็จ สีชมพู หมายถึง ความเพียรพยายามในการเรียน นำมาซึ่งความน่ารัก ลูก "โพธิสาร" ทุกคนที่ประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัย ความประพฤติเรียบร้อย มีความเพียรพยายามในการเรียน จะนำมาซึ่งความสำเร็จ และมีความน่ารัก เป็นที่เชิดหน้าชูตาของตนเอง บิดา มารดา วงศ์ตะกูล และโรงเรียนของเราสืบไปชั่วกลาลนาน

  • เพลงประจำโรงเรียน: มาร์ชโพธิสาร
  • ต้นไม้ประจำโรงเรียน:ต้น "ชมพูพันธ์ทิพย์"

ต้นชมพูพันธ์ทิพย์ จะออกดอกสีชมพูในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่จะเตรียมตัวสอบปลายภาคเรียนที่ 2 นักเรียนเก่าที่อยู่ชั้นสูงสุดของโรงเรียนจะจบการศึกษาไปพร้อมกับการร่วงโรยของดอกชมพูพันธ์ทิพย์ และโรงเรียนจะรับนักเรียนใหม่เข้ามาแทนพร้อมกับการที่มีใบอ่อนแตกกิ่งก้านสาขาใหม่ มีทรงพุ่มใหญ่โตขึ้นทุก ๆ ปี

แผนการเรียน[แก้]

ปัจจุบันโรงเรียนโพธิสารพิทยากร เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 ทั้งในภาคปกติ , IEP (Intensive English Program) และ EP (English Program)

  • EP ระดับชั้นละ 2 ห้อง สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แบ่งออกเป็นสายวิทย์ - คณิต และ ศิลป์ - คำนวณ
  • IEP ระดับชั้นละ 3 ห้อง สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แบ่งออกเป็นสายวิทย์ - คณิต , ศิลป์ - คำนวณ และ ศิลป์ - ภาษาฝรั่งเศส / จีน / ญี่ปุ่น
  • ภาคปกติ ระดับชั้นละ 5 ห้อง สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แบ่งออกเป็นสายวิทย์ - คณิต , ศิลป์ - คำนวณ , ศิลป์ - ภาษาฝรั่งเศส / จีน / ญี่ปุ่น และ เทคโนโลยีเพื่อชีวิต
โรงเรียนโพธิสารพิทยากรในสมัยแรก

ประวัติและความเป็นมา[แก้]

โรงเรียนโพธิสารพิทยากรเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบสหศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 ตั้งอยู่เลขที่ 14/2 หมู่ 2 ถนนพุทธมณฑล สาย 1 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 เปิดสอนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ตั้งอยู่บนที่ดินของนายผัน และ นางสอิ้ง ไทรพุฒทอง และที่ดินของวัดโพธิ์ ซึ่งบริจาคและยอมให้ใช้ประโยชน์ในการจัดตั้งโรงเรียน รวมเนื้อที่ ทั้งหมดประมาณ 6 ไร่ 2 งาน 40 ตารางวา ในครั้งแรกเปิดทำการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2499 โดยท่านพระครูโพธิสารคุณ (นวล ธมฺมธโร) หรือหลวงปู่นวล เจ้าอาวาสวัดโพธิ์สมัยนั้น เป็นผู้ริเริ่มโดยเรียนที่ศาลาวัดริมคลองบางระมาด ต่อมาได้บอกบุญเรี่ยไรจากชุมชน ประกอบกับเงินงบประมาณของทางราชการเพื่อสร้างอาคารไม้แบบอุดร 2 ชั้น ขนาด 12 ห้องเรียน จนสามารถเป็นสถานที่ประกอบการเรียนการสอนได้สมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2501

ในปีงบประมาณ 2525 โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ 318 ค. เป็นอาคารตึก 3 ชั้น 18 ห้องเรียนขึ้นอีก 1 หลัง ต่อมาในปีงบประมาณ 2526 ได้รับงบประมาณสร้างโรงฝึกงานแบบมาตรฐานขนาด 2 หน่วย 1 หลัง บ่อน้ำบาดาล 1 บ่อ ห้องน้ำห้องส้วม 2 หลัง สำหรับอาคารไม้ 2 ชั้นนั้นชำรุดทรุดโทรมลงมาก ทางโรงเรียนจึงได้ขออนุมัติทำการรื้อถอนเพื่อจะได้เสนอของบประมาณสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ทดแทนต่อไป

ปีการศึกษา 2527-2529 กรมสามัญศึกษาได้จัดให้โรงเรียนเข้าโครงการปรับปรุงโรงเรียนมัธยมศึกษา ขนาดเล็ก ( คปล. ) เป็นโรงเรียนในส่วนกลางโรงเรียนเดียวที่เข้าโครงการนี้ ซึ่งมีโรงเรียนทั่วประเทศ 240 โรงเรียน โดยกรมสามัญศึกษาได้คัดโรงเรียนที่มีนักเรียนน้อย เพื่อจะปรับปรุงใน 3 ด้าน คือ 1. ด้านตัวป้อนคือนักเรียน กรมสามัญศึกษาให้ความช่วยเหลือโดยการ - ยกเว้น บ.กศ. 50% - ให้หนังสือเรียน ยืมเรียนฟรี - ให้ชุดนักเรียน - จัดที่พักให้แก่นักเรียนที่อยู่ห่างไกล 2. ด้านบุคลากร กรมสามัญศึกษาจัดบุคลากรให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนทุกรายวิชาโดยใช้สูตร 2X + 2 ( X คือ จำนวนห้องเรียน) ในการจัดสรรอัตราครูให้แก่โรงเรียนในโครงการ 3. ด้านอาคารสถานที่ กรมสามัญศึกษาจัดงบประมาณช่วยปรับปรุงบริเวณอาคารสถานที่ให้เหมาะแก่การจัดการเรียนการสอนทัดเทียมกับโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ แก้ปัญหาเรื่องไฟฟ้าและประปาในโรงเรียน ผลปรากฏว่าโรงเรียนโพธิสารพิทยากรก็ยังมีนักเรียนเข้าเรียนน้อย ไม่สามารถพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ ในขณะนั้นมีเพียง 6 ห้องเรียนเท่านั้น

ปีการศึกษา 2529 กรมสามัญศึกษาจึงเห็นชอบให้ทำ “ โครงการความร่วมมือระหว่างโรงเรียนมัธยมศึกษาทางด้านวิชาการ ” โดยมี 3 โรงเรียนเข้ามาช่วยโรงเรียนโพธิสารพิทยากร คือ 1. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รับผิดชอบหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ ภาษาไทย พลานามัย และช่วยปรับปรุงห้องสมุด 2. โรงเรียนสตรีวิทยา รับผิดชอบหมวดวิชาภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาคณิตศาสตร์ และงานแนะแนว 3. โรงเรียนวัดน้อยใน รับผิดชอบหมวดวิชาศิลปศึกษา การงานอาชีพและอาคารสถานที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและโรงเรียนสตรีวิทยา จะรับนักเรียนให้เรียนต่อชั้น ม.4 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและสตรีวิทยา โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก แต่พิจารณาผลการเรียนใน 6 หมวดวิชา คือ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย พลานามัย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา และคณิตศาสตร์ เมื่อได้คะแนนสะสมเฉลี่ย 5 ภาคเรียน 2.50 ขึ้นไป และความประพฤติดี โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปีการศึกษา 2530 ปรากฏว่า สามารถรับนักเรียนได้เกินแผนที่กำหนดไว้และจัดแผนชั้นเรียนเป็น 5-2-2 จำนวนนักเรียน 325 คน

อาคารมุงจากของโรงเรียนโพธิสารพิทยากร

ปีการศึกษา 2531 รับนักเรียนได้เกินแผนโดยจัดแผนชั้นเรียนเป็น 7-5-2 จำนวนนักเรียน 563 คน

ปีการศึกษา 2532 สร้างอาคารเรียนชั่วคราว 4 ห้อง เต็นท์ 4 หลัง อาคารมุงจาก 1 หลัง เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้รื้อถอนอาคารไม้ 2 ชั้น แบบอุดร เพื่อเตรียมใช้เป็นสถานที่สร้างอาคารเรียนแบบพิเศษแทน

ปีการศึกษา 2533 ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 6 ชั้น เป็นเงินงบประมาณ 7,199,000 บาท แต่ไม่มีผู้มาประมูล จึงต้องทำการเปลี่ยนแปลงราคาใหม่ ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสัมมิทก่อสร้างประมูลได้ในราคา 11,450,000 บาท และผูกพันในปีงบประมาณ 2535-2538 จำนวน 19 ล้านบาท เพื่อให้อาคารหลังนี้มีทั้งห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ โรงฝึกงาน และสามารถใช้เป็นห้องประชุมได้ ชั้นบนเป็นดาดฟ้า มีลิฟต์ติดตั้ง 2 ตัว ในปีการศึกษานี้ อยู่ในระหว่างการก่อสร้างต่อได้รับงบประมาณตามโครงการพัฒนาชนบทและชุมชน ตามข้อเสนอของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ 2533 สร้างศาลาประชาสัมพันธ์ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร

ปีการศึกษา 2534 เนื่องจากความจำเป็นในเรื่องห้องเรียน จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น เป็น 1,338 คน ดังนั้นทางโรงเรียนจึงต้องใช้สนามฟุตบอลของโรงเรียนมาทำการก่อสร้างอาคาร หลังคาจาก 2 หลังและเพื่อให้นักเรียนไม่ต้องผจญกับความร้อนของอากาศ จึงเปลี่ยนอาคารเต็นท์ 5 หลัง มาเป็นอาคารจากหลังที่ 4 รวมมีอาคารจากทั้งสิ้น 6 ชุด 17 ห้องเรียน และยังต้องใช้ศาลาการเปรียญของวัดเป็นสถานที่เรียนอีกส่วนหนึ่งด้วยได้รับอนุมัติให้สร้างห้องน้ำ-ห้องส้วมแบบมาตรฐานเป็นของ นักเรียนชาย

อาคารเรียน 6 ชั้นที่สร้างขึ้นใหม่

ปีการศึกษา 2535 ได้รับอนุมัติให้สร้างห้องน้ำห้องส้วมแบบมาตรฐาน เป็นของนักเรียนหญิงและต่อเติมอาคารเรียนแบบพิเศษ 6 ชั้น จากปีงบประมาณ 2533 โดยได้รับงบประมาณเพิ่มอีก 21 ล้านบาท

ในปีการศึกษา 2536 ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยเมื่อมกราคม 2537 เนื่องจากบริเวณสนามบาสเกตบอลมีน้ำท่วมขังทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ทำให้เกิดปัญหากับนักเรียนที่เรียนอยู่บริเวณอาคารหลังคาจาก คุณวรพันธ์-คุณกรรณิการ์ ปิณฑวณิช จากบริษัทพร้อมมิตรคอนกรีต จำกัดได้บริจาคเงินจำนวน 228,400 บาท เพื่อเทคอนกรีตถมสนามให้สูงขึ้น และได้ทำพิธีมอบให้โรงเรียน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2536 โดยท่านรองอธิบดี ฯ สมหมาย เอมสมบัติ ( ขณะนั้นเป็นผู้ช่วยอธิบดีกรมสามัญศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา) เป็นประธานในพิธี และโรงเรียนได้ตั้งชื่อสนามบาสเกตบอลว่า “ สนามหลวงพิลาศวรรณสาร ” ซึ่งในปีเดียวกันได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวแบบถอดประกอบได้ 6 หลัง 12 ห้องเรียน และได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 6 ชั้น เต็มรูป เป็นหลังที่ 2 จึงได้รื้ออาคารหลังคาจากออก

ภาพภายนอกเมื่อมองไปยังอาคาร 1 , 3 และ 4 ที่สร้างขึ้นใหม่
ภาพอาคาร 2 และบริเวณสนามหน้าเสาธง

ปีการศึกษา 2537 เนื่องจากอาคารเรียนแบบพิเศษ 6 ชั้น หลังที่ 2 อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนที่ข้ามถนนมาจากอาคารชั่วคราวเกิดอุบัติเหตุ โรงเรียนจึงย้ายอาคารชั่วคราวมาสร้างหลังอาคารเรียนแบบพิเศษ 6 ชั้น หลังที่ 1 จำนวน 2 หลัง 4 ห้องเรียน และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างอาคารหลังที่ 3 จำนวน 12 ห้องเรียน ไว้กลางสนามตามเดิม เพื่อใช้เป็นที่เรียนของนักเรียน อาคารแบบพิเศษ 6 ชั้น ก่อสร้างเสร็จสิ้นเต็มรูปในเดือนมีนาคม ดังนั้น ในปีการศึกษา 2538 โรงเรียน จึงมีอาคารเรียนแบบพิเศษ 6 ชั้น 2 หลัง อาคารเรียน 3 ชั้น 1 หลัง ซึ่งเพียงพอต่อการให้บริการทางการเรียนการสอน

ปีการศึกษา 2538-2539 โรงเรียนก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ 5 ชั้น 1 หลัง ด้วยพื้นที่ของโรงเรียนมีจำกัด อาคารนี้จึงต้องสร้างบริเวณกลางสนาม (อาคารหลังคาจากเดิม) โดยเชื่อมต่อกับอาคารแบบพิเศษ 6 ชั้น สร้างเสร็จประมาณเดือนธันวาคม 2539

ปีการศึกษา 2540 ปรับภูมิทัศน์โรงเรียน โดยการจัดสวนหย่อมบริเวณซุ้มหลวงปู่นวล หน้าอาคารกาญจนาภิเษก ห้องน้ำ และสนับสนุนให้ครูและนักเรียนจัดสวนหย่อมภายในห้องเรียน ปลูกต้นพญาสัตบรรณหน้าโรงเรียน และปลูกต้นปาล์มบริเวณที่เข้าแถวเคารพธงชาติ

ปีการศึกษา 2541 สร้างศาลาที่พักผู้โดยสารและโรงจอดรถหน้าโรงเรียน จัดทำสวนหย่อมหน้าอาคาร 2 และปรับปรุงพื้นสนามลานเอนกประสงค์หน้าเสาธง

ปีการศึกษา 2542 สร้างเรือนเพาะชำ จัดทำสวนป่าหลังอาคาร 2 จัดทำห้องศูนย์วิทยบริการ ปรับปรุงพื้นห้องเรียนและห้องสำนักงาน โดยเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องทั้งหมด

ปีการศึกษา 2543 สร้างอาคารเรือนพยาบาลร่มโพธิ์ สร้างโรงผลิตน้ำดื่มชมพูพันธุ์ทิพย์ จัดทำรั้วหลังโรงเรียน ทำน้ำพุบริเวณลานบาสเกตบอล จัดสร้างห้องศูนย์วิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และได้เข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงานของกระทรวง วิทยาศาสตร์ โดยเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศของเดิม จำนวน 42 เครื่อง เป็นเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 และเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าให้เป็นหลอดไฟฟ้าชนิดประหยัดพลังงาน โดยใช้บัลลาสอิเลคทรอนิคส์ จำนวน 1500 V.

ลานโพธิ์พุฒิภิรมในอดีต

ปีการศึกษา 2544 สร้างลานโพธิ์พุฒิภิรม ทาสีพื้นสนามลานอเนกประสงค์ จัดทำห้องศูนย์วัฒนธรรมไทย และห้องศูนย์วิชาภาษาญี่ปุ่น

ปีการศึกษา 2545 เป็นโรงเรียนแกนนำการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 ปรับปรุงโรงอาหารให้ได้มาตรฐานด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และสามารถให้บริการด้านโภชนาการแก่นักเรียนได้อย่างเพียงพอ โดยดำเนินการก่อสร้างและขยายโรงอาหารบริเวณชั้นล่างอาคาร 3 (โพธิสารคุณ) ด้านทิศตะวันออกและด้านทิศตะวันตก โรงเรียน ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากเงินบริจาค

ปีการศึกษา 2546 จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ (English Program : EP.) ระดับชั้น ม.1 จำนวน 2 ห้องจัดการเรียนการสอนในวิชาภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาทุกรายวิชา และวิชาคอมพิวเตอร์ (Mini English Program : M.E.P.) ระดับชั้น ม.1 จำนวน 2 ห้อง ม.4 จำนวน 1 ห้อง ปรับปรุงทางเดินเท้าข้างอาคาร 38 ปี (โพธิสารคุณ) พื้นเวทีเสาธง และเสาธงโรงเรียน พื้นที่ของโรงเรียนมีปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณสนามและลานอเนกประสงค์โดยรอบในภาวะฝนตก เป็นอุปสรรคสำหรับนักเรียนในการใช้สนามเล่นเพื่อออกกำลังกาย การจัดกิจกรรมสนับสนุนการเรียนการสอนและการสัญจรภายใน โรงเรียนจึงได้ระดมทรัพยากรจากชุมชนโดยการรับบริจาค จัดกิจกรรมการกุศลต่างๆ ดำเนินการปรับปรุงลานอเนกประสงค์โดยรอบโรงเรียน

ปีการศึกษา 2547 ปรับปรุงต่อเติมดาดฟ้าอาคารไทรพุฒทอง เพื่อจัดทำห้องออกกำลังกาย ห้องปิงปอง ห้องยืดหยุ่น โยคะ และจัดทำห้องเรียนชั้น 2 จำนวน 4 ห้องเรียน

ปีการศึกษา 2548 สร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์บริเวณหน้าเสาธง และดำเนินการติดตั้งเครื่องระบายความร้อนระบบไอน้ำที่โรงยิม

ปีการศึกษา 2549-2550 ปรับปรุงห้องเรียน E.P./I.E.P. ชั้น 5 ปรับปรุงห้องน้ำครู ซ่อมแซมห้องน้ำนักเรียนชาย – หญิง ชั้น 1 อาคาร 3 ตลอดจนปรับปรุงพื้นโรงอาหาร ซ่อมแซมผนัง โรงฝึกงานอุตสาหกรรม และทาสีอาคาร 3

ด้านหน้าของโรงเรียนโพธิสารพิทยากรในปัจจุบัน

ปีการศึกษา 2551-2556 ปูพื้นกระเบื้องและทาสีห้องเรียน 9 ห้องและปรับปรุงห้องน้ำนักเรียน อาคาร 3 ปรับปรุงห้องน้ำครู อาคาร 1 ชั้น 2 และห้องน้ำระหว่างชั้น 4 - 5 อาคาร 3 ซ่อมแซมและทาสีพื้นสนามหลวงพิลาศวรรณสาร ติดตั้งตาข่ายป้องกันนกอาคาร 4 ปรับปรุงเรือนเพาะชำสำหรับเก็บของ ปรับปรุงระบบไฟฟ้าอาคารเรียน ปรับปรุงเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาโรงอาหารเป็นเมทัลชีท จัดทำโต๊ะอาหารนักเรียนพร้อมเก้าอี้สแตนเลส จำนวน 104 ชุด จัดทำฉากเวทีหน้าเสาธงใหม่ จัดซื้อที่ดิน 5 ไร่ 23 ตร.วาด้านหลังโรงเรียน และปรับหน้าดิน รื้อถอนเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าพร้อมปักเสาพาดสายรอบที่ดินหลังโรงเรียน ปรับปรุงห้อง To Be Number One เป็นห้องอาเซียน

สนามหน้าเสาธงของโรงเรียนโพธิสารพิทยากร

ปีการศึกษา 2557 ปรับปรุงห้องประชาสัมพันธ์ ต่อเติมหลังคาเพื่อกันแดดและฝนบริเวณช่วงหน้าสนามหน้าเสาธง รวมทั้งทำหลังคาบริเวณทางเดินเข้าโรงเรียน ถึงบริเวณอาคาร 4 ปรับปรุงห้องน้ำอาคาร 1 ชั้น 2 และชั้น 3 และในขณะนี้ทางโรงเรียนได้เริ่มการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ซึ่งอยู่บริเวณหลังอาคาร 2 แล้ว[2]

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]