โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ
Logo watnoi.jpg
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ watnoinoppakhon School
อักษรย่อ น.ค.
ประเภท รัฐบาล สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ก่อตั้ง พ.ศ. 2505
รหัส 00100204
เว็บไซต์

โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ เป็นโรงเรียนสหศึกษาขนาดกลางระดับมัธยมศึกษา สังกัดสักนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ตั้งอยู่เลขที่ 2/1 ถ.พระราม 5แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 สถานศึกษารางวัลพระราชทานประจำปีพ.ศ. 2552

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ ตั้งขึ้นตามโครงการแก้ไขสถานการณ์เด็กไม่มีที่เรียนในจังหวัดพระนครธนบุรี สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2504 ด้วยเงินงบประมาณ ของกระทรวงศึกษาธิการเป็นเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยมอบให้จังหวัดพระนคร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างตามแบบสามัญ 004 ของกรม สามัญศึกษา จำนวน 1 หลัง 8 ห้องเรียน โดยทางวัดน้อยนพคุณได้มอบที่ดิน ของวัดเนื้อที่ 760 ตารางวา ให้เป็นที่สร้างอาคารเรียน เปิดสอนชั้นประถม ศึกษาตอนปลาย รับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 400 คน โดยจัดเป็นสหศึกษา และจัดสอนเป็นสองผลัด เริ่มเปิดเรียนวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 โดยมีนางสาวเทียบ สมานเชื้อ เป็นครูใหญ่คนแรก และ ฯพณฯ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสมัยนั้นมาเป็นประธาน ในพิธีเปิดป้ายอาคารเรียนหลังแรกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2504 จึงถือว่าวันที่ 11 สิงหาคม ของทุกปี เป็น วันรักโรงเรียน

ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม ในปีการศึกษา 2505 จำนวน 1หลังในวงเงิน 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และปีการศึกษา 2506 กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดสร้างอาคาร เรียนตามแบบ 017 ของ กรมสามัญศึกษาขึ้นอีก 1 หลัง ในวงเงิน 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) รวมเป็น 3 หลัง เพื่อขยายชั้นเรียนเพิ่มขึ้น โดยในปีการศึกษา 2507 สามารถจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 5 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 7 จำนวน 24 ห้องเรียน และได้จัดการศึกษาในระดับประถมศึกษา จนถึงปีการศึกษา 2520 รวม 17 ปี

การเปลี่ยนแปลง[แก้]

ปีการศึกษา 2507 นางเทียบ เกริกมธุกร ครูใหญ่คนแรกได้โอนไปรับราชการ ที่สภาการศึกษาแห่งชาติ ทางจังหวัดพระนครจึงแต่งตั้ง นางสมจิตร ไพบูลย์สุวรรณ รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่แทน และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ ่โรงเรียนวัดน้อยนพคุณเมื่อ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2508 การสอนดำเนิน มาจนถึงปีการศึกษา 2509 จึงเลิกสอนสองผลัด เปลี่ยนเป็นเรียนตลอดวันโดยใช้ ้ระบบหมุน เวียนนักเรียนไปตามห้องต่าง ๆ ในแต่ละชั่วโมง

ในปีการศึกษา 2515 นางสมจิตร ชลวณิช ครูใหญ่ได้ย้ายไปรักษาการในตำแหน่ง ครูใหญ่ โรงเรียนวัดชนะสงคราม และนางอารี ปิ่นบุญมา ครูใหญ่โรงเรียน วัดชนะสงครามมาดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ ปีการศึกษา 2516 จังหวัดพระนครให้โอน โรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษาที่เหลืออยู่ 19 โรง ไปสังกัดโรงเรียนประถมศึกษาส่วนกลาง โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ อยู่ในกลุ่ม โรงเรียนประถมศึกษาส่วนกลาง กลุ่ม 3 การสอนดำเนินมาจนถึงปีการ ศึกษา 2519 กรมสามัญศึกษามีนโยบายที่จะให้โรงเรียนประถมศึกษา เตรียมจัด การศึกษา เพื่อจะให้รับกับหลักสูตรใหม่ คือ 6 : 3 : 3 จึงอนุมัติให้เปิดชั้น ประถม ศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ห้องเรียน โดยลดชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ลง 2ห้องเรียน

ปีการศึกษา 2516 จังหวัดพระนครให้โอนโรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษาที่เหลืออยู่ 19 โรง ไปสังกัดโรงเรียนประถมศึกษาส่วนกลาง โรงเรียนวัดน้อย นพคุณอยู่ในกลุ่มโรงเรียนประถมศึกษาส่วนกลาง กลุ่ม 3 การสอนดำเนินมาจนถึงปีการศึกษา 2519 กรมสามัญศึกษามีนโยบายที่จะให้โรงเรียนประถม ศึกษาเตรียมจัดการศึกษา เพื่อจะให้รับกับหลักสูตรใหม่ คือ 6 : 3 : 3 จึงอนุมัติให้เปิดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ห้องเรียน โดยลดชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 ลง 2 ห้องเรียน

ในปี พ.ศ. 2520 กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะแปรสภาพโรงเรียนประถมศึกษาส่วนกลาง พิจารณาเห็นว่า ประชาชนมีความต้องการให้บุตรหลาน ได้มี โอกาสศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษามากขึ้น จนโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีอยู่ไม่อาจที่จะรับได้หมด และไม่สามารถขยายโรงเรียนมัธยมศึกษาได้เพียงพอต่อ ความต้องการได้ และในปีการศึกษา 2521 ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา เป็นระบบ 6 : 3 : 3 คือ จัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา 6 ปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี

ดังนั้น เพื่อรับสภาพการดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงเห็นสมควรให้ขยายการศึกษาระดับมัธยมศึกษาสายสามัญให้ แพร่หลายยิ่งขึ้น โดยแปรสภาพโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกองการประถมศึกษา กรมสามัญศึกษา จำนวนหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน เขตเทศบาล และกรุงเทพมหานคร เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 23 แห่งประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 กระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศจัดตั้ง โรงเรียน มัธยมศึกษา สังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา เป็นการสอนตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น สายสามัญ รวม 129 โรงเรียน( โรงเรียนวัดน้อย นพคุณ เป็นโรงเรียนลำดับที่ 126 ) ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2520 ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน 2520 ลงนามโดยนายภิญโญ สาธร รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ

ดังนั้น ในปีการศึกษา 2520โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ จึงเปิดการสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.ศ. 1) จำนวน 2 ห้องเรียน มีนักเรียนชาย 29 คน นักเรียน หญิง 58 คน รวม 87 คน โดยมีนางอารี ปิ่นบุญมา อาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ (ประถมศึกษา) รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ ( มัธยมศึกษา ) โดยไม่เปิดรับนักเรียนชั้นประถม ศึกษาตอนต้น

ปีการศึกษา 2521 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยุบเลิกโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกองการประถมศึกษา กรมสามัญศึกษา เพื่อรวมกับโรงเรียนมัธยม ศึกษา จำนวน 22 โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนวัดน้อยนพคุณเป็นหนึ่งในจำนวน 22 โรง ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2521 และได้รับอนุมัติให้เปิดสอนในระดับ มัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) จำนวน 4 ห้องเรียน เปิดสอนตามหลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2521 และในปีนี้เอง กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกเลิกโรงเรียน ประถมศึกษา สังกัดกองการประถมศึกษา กรมสามัญศึกษา ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 ในปีนี้จึงมีการเปิดสอนดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบ่งเป็น ม.ศ. 1 จำนวน 4 ห้องเรียน, ม.1 จำนวน 4 ห้องเรียน และ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 (ม.ศ. 2) จำนวน 2 ห้องเรียน รวมกับชั้น ประถมศึกษาเดิมคือ ป.3 จำนวน 2 ห้องเรียน และ ป.6 จำนวน 6 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 18 ห้องเรียน

ในปีการศึกษา 2524 ไม่มีการเปิดสอนระดับมัธยมศึกษา (ม.ศ.) และในปีการศึกษา 2525 ไม่มีการเปิดสอนในระดับประถมศึกษา จึงมีการเปิดสอนเพียง ม.1, ม.2 และ ม.3 รวมทั้งสิ้น 20 ห้องเรียน

ปีการศึกษา 2526 วัดน้อยนพคุณได้ให้โรงเรียนเช่าที่ดินซึ่งเป็น กรรมสิทธิ์ของวัดเพิ่มขึ้น รวมที่ดินของโรงเรียนที่ต้องเช่าจากวัดทั้งหมด จำนวน 2 ไร่ 2 งาน 98 ตารางวา ซึ่งในปีการศึกษานี้โรงเรียนได้รับ งบประมาณจากกรมสามัญศึกษา สร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 5 ชั้น พร้อมครุภัณฑ์ เป็นเงินทั้งสิ้น 13,349,000.- บาท (สิบสามล้านสามแสนสี่หมื่นเก้าพันบาทถ้วน)

การศึกษา 2527 โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ ได้รับอนุมัติจากกรมสามัญศึกษา ให้เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2524 จำนวน 2 ห้องเรียนและโรงเรียนวัดน้อยนพคุณจึงเปิดทำการสอนครบทุกชั้น ตั้งแต่ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2529

ปัจจุบันโรงเรียนวัดน้อยนพคุณอยู่ใต้การบริหารของผอ.วรรณดี นาคสุขปาน

การเรียนการสอน[แก้]

โรงเรียนวัดน้อยนพคุณเปิดการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาดังนี้
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เปิดการสอนภาคปกติ จำนวน 8 ห้องเรียน และภาคภาษาอังกฤษ(English Program) 1 ห้องเรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เปิดการสอนภาคปกติ จำนวน 8 ห้องเรียน และภาคภาษาอังกฤษ(English Program) 1 ห้องเรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เปิดการสอนภาคปกติ จำนวน 7 ห้องเรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เปิดการสอนแผนวิทย์-คณิต 1 ห้องเรียน ศิลป์-คำนวณ 1 ห้องเรียน ศิลป์-ญี่ปุ่น 1 ห้องเรียน ศิลป์-ฝรั่งเศส 1 ห้องเรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เปิดการสอนแผนวิทย์-คณิต 1 ห้องเรียน ศิลป์-คำนวณ 1 ห้องเรียน ศิลป์-ภาษา 1 ห้องเรียน ศิลป์-สังคม 1 ห้องเรียน
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เปิดการสอนแผนวิทย์-คณิต 1 ห้องเรียน ศิลป์-คำนวณ 1 ห้องเรียน ศิลป์-ภาษา 1 ห้องเรียน ศิลป์-สังคม 1 ห้องเรียน

ผลงาน[แก้]

โรงเรียนวดน้อยนพคุณมีผลงานที่โดดเด่น ดังนี้
1.ได้รับรางวัลโรงเรียนดีเด่น กรมสามัญศึกษา ปี 2536
2.โรงเรียนวัดน้อยนพคุณมีชื่อเสียงอย่างมากในกีฬาบาสเก๊ตบอล และในปี 2552 ทีมบาสเกตบอลหญิงโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ คว้าแชมป์ บาสเกตบอล 3.สปอนเซอร์ไทยแลนด์ รอบคัดเลือกภาคนครหลวง ปี 2552 รุ่นอายุ 13 15 และ 18 ปี ครบทั้ง 3 รุ่น
4.โรงเรียนวัดน้อยนพคุณได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนคุณธรรมชั้นนำจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 1 ในปี 2550
5.ได้รับรางวัลองค์กรเยาวชนดีเด่นในการป้อกกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2552 จากนายกรัฐมนตรี
6.ได้รับรางวัลต้นแบบ ห้องสมุดมีชีวิต ปี 2551 จาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครเขต 1
7.โครงการพระราชทาน “ธนาคารขยะรีไซเคิล สายใยรักแห่งครอบครัว” โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ ได้รับรางวัล ยกย่องเป็นกิจกรรมดีเด่นในการ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม จาก สพท.กทม. เขต ๑ ปี 2552
8.โครงการนาระบบ ICT มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ได้รับรางวัล โรงเรียนมีผลงานที่แสดงถึงวิธีปฏิบัติที่ดี (good practice) จาก สพฐ. ปี 2550
9.โครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ได้รับรางวัล สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา ขนาดกลาง ที่มีผลการดาเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนดีเด่น จาก สพท.กทม. เขต ๑ปี 2548
10.ได้รับรางวัล โรงเรียนแกนนาจัดการเรียนร่วมที่ประสบความสาเร็จในด้านบริหารจัดการ จาก สพฐ. ปี 2551
11.ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา จาก สมศ. จากการประเมินรอบ 2 ปี 2552
12.ครูอโณทัย ฤกษ์ประกอบ ได้รับรางวัล ครูแนะแนวดีเด่นระดับมัธยมศึกษา จาก กระทรวงแรงงาน ปี 2552
13.ครูนวลจันทร์ ศรีโสธร ได้รับรางวัลครูกลุ่มสาระฯการงานอาชีพดีเด่น จาก คุรุสภา ปี 2552
14.นางบุญศรี ทรัพย์เวชการ รางวัลครูภาษาไทยหัวใจพัฒนา เนื่องในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี ๒๕๕๒ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสานักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๑
15.ครูพงษ์ศักดิ์ แก้วใจดี รางวัลผู้ฝึกสอน การแข่งขันกีฬา บาสเกตบอลสปอนเซอร์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ภาคนครหลวง จากสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานปี ๒๕๕๒
16.นายวรวิทย์ โสสุทธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดเรียงความ เรื่อง “รักษ์ทาเนียบ รักษ์ประวัติศาสตร์ และ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” จาก สานักนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๒
17.นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง ในการแข่งขัน กิจกรรมการทาอาหารคาว ( อาหารจานเดียว ) อาหารหวานเพื่อสุขภาพงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ “ เก่งสร้างชาติ ” Our Best For Thailand ปี ๒๕๕๒ ได้รับมอบ ถ้วยรางวัลจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรศึกษาธิการ
18.ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง ในการแข่งขัน กิจกรรมการทาอาหารคาว ( อาหารจานเดียว ) อาหารหวานเพื่อสุขภาพงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ “ เก่งสร้างชาติ ” Our Best For Thailand ปี ๒๕๕๒ ได้รับมอบ ถ้วยรางวัลจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
19.นายณัฐพง ดวงวงษา นางสาวสุดารัตน์ ทองอ่อนและนายวรวิทย์โสสุทธิ์ ได้รับยกย่องว่า มีความประพฤติดีงาม จากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ปี 2551
20.นายกิตติภณ พิศาลวรกิจ และ น.ส.วิชชุดา วรเดชพิทักษ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ระดับเหรียญทอง กิจกรรมประกวดมารยาทงามอย่างไทย งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปี 2551
21.นายวรวิทย์ โสสุทธิ์ ได้รับรางวัลชมเชยอับดับที่ 1 การแข่งขันเพชรยอดมงกุฎประวัติศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 2552
22.นางสาววรณัน กาญจนกันทร์ ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปงานชุมนุมลูกเสือแปซิฟิก ครั้งที่ 26 ปี 2552

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]