โรงเรียนมารีวิทย์ สัตหีบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนมารีวิทย์ สัตหีบ
KbdJoU574350-02.jpg
วิชาดี มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Maryvit Sattahip School
อักษรย่อ มรว. (MV)
ประเภท โรงเรียนเอกชน
ก่อตั้ง ค.ศ. 1995

ข้อมูลสังเขป[แก้]

โรงเรียนมารีวิทย์ เป็นโรงเรียนคาทอลิก ประเภทสหศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาชลบุรีเขต3 และกลุ่มโรงเรียนคาทอลิก สังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี โรงเรียนมีพื้นที่ 22 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา

ประวัติโรงเรียน[แก้]

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ผอ.ชวน กิติเกียรติศักดิ์ ได้ซื้อกิจการโรงเรียนดวงใจการศึกษา จากนางหัทยา สิริธีรสาสตร์ และเข้ามาดำเนินการโดยมีบาทหลวงบุญยงค์ วรศิลป์ เป็นผู้จัดการ และนายสุรพล อนนตพันธ์เป็นครูใหญ่ เปิดทำการสอนตั้งแต่ ก่อนประถมศึกษาถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนชายหญิงจำนวนทั้งสิ้น 178 คนมีครู 11 คน หลังจากที่ได้รับโอน กิจการโรงเรียนแล้วเริ่มมีการปรับปรุงอาคารเรียนจากไม้ชั้นเดียวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียวประกอบด้วย ห้องธุรการ 1 ห้อง และห้องเรียนขนาด 6 เมตร คูณ 8 เมตร จำนวน 9 ห้อง พื้นห้องปูกระเบื้อง นอกจากนั้นยังมีการปลูกต้นไม้รอบบริเวณโรงเรียน

ในปี พ.ศ. 2539 ผอ.ชวน กิติเกียรติศักดิ์ ได้เล็งเห้นว่าผู้ปกครองในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ให้ความสนใจในด้านระบบการเรียนการสอนของ โรงเรียน และนำบุตรหลานมาเรียนเพิ่มมากขึ้น คณะผู้บริหารโรงเรียนมีความเห้นว่าต้องขยายห้องเรียนให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน จึง จึงจำเป็นต้องซื้อที่ดินเพิ่มอีกจำนวน 1 ไร่ 1 งาน เพื่อที่จะสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2539 ได้ลงมืก่สร้างอาคาร เรียนคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ชั้นบนเป็นห้องเรียนจำนวน 5 ห้อง ชั้นล่างเป็นโรงอาหาร ห้องครัว ห้องขายของ และห้องปฏิบัติการคอมพิว เตอร์ 1 ห้อง มีเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ห้อง

ในปี พ.ศ. 2540 ผู้ปกครองในเขตพื้นที่อำเภอสัตหีบ ได้นำบุตรหลานมาเรียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อาคารเรียนและสถานที่ไม่เพียงพอกับ ปริมาณนักเรียน คณะผู้บริหารจึงตัดสินใจซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีก 2 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา และสร้างอาคารเรียนอนุบาลหลังใหม่

ในปี พ.ศ. 2541 ทางโรงเรียนได้ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยมากขึ้น และในปีนี้ก็เหมือนกับว่าเป็นปีแห่งการนำเทคโนโลยีเข้ามา ภายในโรงเรียน

ในปี พ.ศ. 2543 โครงการซื้อที่ดินเพื่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ได้ประสบความสำเร็จโดย นาวาเอกเฉลิมเกียรติ รามสูตร เจ้าของที่ดิน ได้เห็นความสำคัญของการศึกษาจึงตกลงขายที่ดินจำนวน 3 ไร่ 2 งาน 45 ตารางวา ให้กับโรงเรียน หลังจากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนจึง ดำเนินการให้วิศวกร และสถาปนิกเขียนแบบ และออกแบบอาคารเรียนหลังใหม่ให้เสร็จโดยไวซึ่งเป็นอาคารเรียน 4 ชั้น มีห้องเรียนทั้งหมด 36 ห้อง มีห้องคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง ห้องธุรการ 1 ห้อง ห้องพยาบาล 1 ห้อง ห้องวิชาการ ซึ่งปีนี้มีนักเรียนเพิมขึ้นเป็น 1,102 คน ครู 44 คน

ในปี พ.ศ. 2544 ทางโรงเรียนได้เป็นโรงเรียนนำร่องในการประเมินคุณภาพภายนอก จากผลการประเมินปรากฏว่าโรงเรียนมรมาตารฐานทาง ผู้เรียน ด้านครูผู้สอน และด้านผู้บรหารมีคุณภาพอยู่ในระดับดี

ในปี พ.ศ. 2547 ครูใหญ่ สุรพล อนนตพันธ์ ได้ลาออกเพื่อไปประกอบธุรกิจส่วนตัวจึงแต่งตั้งให้ นางหงษ์ทอง มณีขำเป็นครูใหญ่แทน และ ในปีนี้ได้มีการก่อสร้างอาคารเรียนมัธยมเพิ่มอีก 1 หลังเพื่อแยกอาคารมัธยมออกจากประถม มีห้องเรียนทั้งหมด 16 ห้องเรียนซึ่งดำเนินเปิด ใช้การแล้วในปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2548 ทางโรงเรียนได้นำเนินการก่อสร้างตึกกิจกรรม และสระว่ายน้ำโอลิมปิก 1 สระ ซึ่งภายในตึกกิจกรรมประกอบด้วย

  • ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงใหญ่
  • ชั้นที่ 2 เป็นโรงอาหาร และ store
  • ชั้นที่ 3 เป็นห้องดนตรีไทย ห้องดนตรีสากล ห้องดุริยางค์ ห้องนาฏศิลป์ ห้องสมุด และห้องโฮมเธียเตอร์
  • ชั้นที่ 4 เป็นหอประชุมขนาดใหญ่รองรับคนได้ประมาณ 1,200 คน

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงเรียนได้พัฒนาอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องทุกๆด้าน ทั้งด้านบุคลากรและอาคารสถานที่ ปรับปรุงสื่อต่างๆให้ทันสมัย ส่งเสริมด้านคุณธรรม เพื่อให้นักเรียนได้มีระเบียบวินัยมีมารยาทตามวิสัยของวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยทุกๆ 1 ปี จะมี การจัดเด็กเข้าค่ายจริยธรรม เพื่อให้เด็กมีคุณธรรม มีวินัย มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม จนเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ซึ่งตอนนี้ทางโรงเรียน มารีวิทย์สัตหีบ มีนักเรียนทั้งสิ้น 2,000 คน ครู 100 คน

ในปี พ.ศ. 2552 ได้มีการเรียนภาษาจีน มีครูจีน ทั้งหมด 5 คน

ในปี พ.ศ. 2553 ได้มีการเปิดเรียน ม.4 เป็นปีแรก

ตราสัญลักษณ์ชื่อภาษาอังกฤษของโรงเรียนมารีวิทย์สัตหีบ[แก้]

ตรา นี้เป็นเครื่องหมายแสดงเอกลักษณ์ ความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวของพวกเรา ชาวมารีวิทย์ โดยยึดเอาพระแม่มารีย์เป็นองค์อุปถัมภ์ของโรงเรียน ความหมายตราสัญลักษณ์นี้มีความหมายทั้งคติธรรม และแนวทางที่นำทุกคนไปสู่จุดหมายสูงสุดของการศึกษาในเครือมารีวิทย์ โดยมีองค์ประกอบคือ

โล่ หรือ Coat of Arms ที่อยู่ใจกลางของตราสัญลักษณ์นี้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงเกียรติยศ การยึดมั่นและการดำรงไว้ซึ่งคุณภาพแห่ง วิชาชีพ และศีลธรรม จรรยาตามแบบพระแม่มารีย์ ภายในโล่ยังแบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ

  • ส่วนที่หนึ่ง พระแม่มารีย์อุ้มพระกุมารเยซู หมายถึง ความรัก ความเมตตาอาทรอันเปี่ยมล้นของพระแม่ที่แสดงออกมาให้ประจักษ์ในการดูแล ปกป้อง คุ้มครองและอวยพรลูกๆทุกคนเสมอ
  • ส่วนที่สอง รัศมีสีขาวที่เปล่งออกมาจากพระแม่มารีย์และพระกุมารเยซู หมายถึง ฤทธิ์กุศลและคุณธรรมต่างๆ ซึ่งเราต้องฝึกฝนและปฏิบัติ จะได้มีจิตใจที่สะอาดบริสุทธิ์เช่นเดียวกับพระแม่มารีย์
  • ส่วนที่สาม กางเขนชัยที่อยู่บนสุดของตราสัญลักษณ์ หมายถึงชัยชนะต่อบาป การนำความรอดสู่มวลมนุย์ขององค์พระเยซูเจ้า และเป็นเครื่องหมายเตือนใจให้มีมานะพากเพียร บากบั่นต่อสู้อุปสรรคปัญหาต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อจนได้รับชัยชนะในที่สุด
  • ส่วนที่สี่ คำว่า Sedes Sapientiae เหนือพระรูปพระแม่มารีย์ (ภาษาลาติน อ่านว่า เซเดส ซาปิเอนซีเอ แปลว่า ที่พำนักแห่งความปรีชาฉลาด ซึ่งมีนัยหมายถึง พระแม่มารีย์ผู้กอปรด้วยความปรีชา รอบคอบ สุขุม เป็นที่ไว้วางใจและเป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้ ที่บรรดาลูกๆ ควรเอาอย่าง
  • ส่วนที่ห้า ชื่อโรงเรียนมารีวิทย์และพวงมาลัยประดับโล่ เป็นชื่อสถาบันและมาลัยเกียรติยศที่เตือนใจทุกคนให้กระทำความดีเพื่อเชิดชูและจรรโลงไว้ซึ่งเกียรติยศชื่อเสียงของสถาบันมิให้เสื่อมสลายไป

สีประจำโรงเรียน[แก้]

สีขาว-เขียว

  • สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่เกิดจาการฝึกฝนให้มีคุณธรรมมีจริยธรรม มีความซื่อสัตย์ จิตใจจะได้สะอาดบริสุทธิ์
  • สีเขียว หมายถึง มีความสดชื่น มีชีวิตชีวา มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากการใช้สติปัญญา ฝึกฝนให้มีความอดทน ขยันหมั่นเพียร และมีการเข้มแข็ง

ต้นไม้ประจำโรงเรียน[แก้]

"ต้นอโศก" เป็นต้นไม้ยืนต้นที่มีการเจริญเติบโตในแนวตั้งตรง ไม่แตกกิ่งก้านสาขา มีใบเรียวแหลมเรียงตัวขึ้นไปแบบเป็น ระเบียบจนถึงส่วนยอดที่แหลม เปรียบเสมือนกับการเรียนรู้ที่ควบคู่กับคุณธรรม เป็นรากฐานที่มั่นคงไม่มีที่สิ้นสุด

รายนามศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงที่จบจากโรงเรียนมารีวิทย์สัตหีบ[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]