โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์
Bunlualogo gray.png
"เรียนดี มีวินัย ใจเป็นธรรม"
เลขที่ 244 หมู่ที่ 5 ถนนสุรนารายณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Bunluawittayanusorn School
อักษรย่อ บ.ว.ส./ B.W.S.
ประเภท สหศึกษา
โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่
สถาปนา พ.ศ. 2521
รหัส 1030201360
สี      (แสด) -      (น้ำเงิน)
เพลง มาร์ชบุญเหลือวิทยานุสรณ์
เว็บไซต์


โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ (Bunluawittayanusorn School) อักษรย่อ (บ.ว.ส.) เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ประเภทสหศึกษา เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 244 หมู่ที่ 5 ถนนสุรนารายณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 30000 [1]


ประวัติ[แก้]

โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ เกิดขึ้นตามดำริของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เดือดร้อนขาดแคลนสถานที่เรียนและป้องกันนักเรียนมิให้หลั่งไหลเข้าสู่ตัวเมือง โดยเฉพาะปีการศึกษา 2521 มีนักเรียนที่จบชั้น ป.6 และ ป.7 ซึ่งยังขาดที่เรียนอีกประมาณ 1,000 คน ทางจังหวัดจึงได้ขออนุมัติเปิดโรงเรียนมัธยมศึกษาระดับจังหวัดแห่งที่ 4 ขึ้นที่ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยให้ชื่อ "โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์" และมีชื่อย่อ ว่า "บ.ล.ส." ภายหลังพบว่าซ้ำกับ โรงเรียนบ้านเหลื่อมพิทยาสรรค์ จึงเปลี่ยนมาใช้ "บ.ว.ส." แทน โดยจัดให้มีการสอบเข้าเรียน โดยใช้สนามสอบโรงเรียนวัดสระแก้ว ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นสนามสอบ ในขณะนั้นสถานที่ยังไม่พร้อม จึงได้ใช้ศาลาการเปรียญ วัดช่องอู่ เทศบาลตำบลจอหอ และสร้างอาคารชั่วคราวชั้นเดียวมุงสังกะสีขึ้นบริเวณสระน้ำข้างโบสถ์ รวมทั้งดัดแปลงชั้นล่างของกุฎิสงฆ์ เป็นห้องพักครูใหญ่ ใช้สนามรอบเมรุของวัดเป็นที่เรียนยิมนาสติก และโรงลิเกของวัดเป็นห้องเรียนวิชาดนตรี โดยมีครูใหญ่คนแรก ซึ่งรักษาการโดย อาจารย์พัฒนพงษ์ และเสียชีวิตในพ.ศ. 2521 จากนั้นได้มีอาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย มาทำหน้าที่แทน (ก่อนกลับไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยฝ่ายปกครองโรงเรียนเดิม) ภายหลังปีการศึกษา 2522 ครูใหญ่คนแรก คือ นายชวลิต ตัณฑเศรณีวัฒน์ ได้เข้าทำหน้าที่อย่างเป็นทางการ ภายหลังปีการศึกษา 2522 เทอม 2 อาคารเรียน คสล.สูง 3 ชั้นหลังแรกได้ดำเนินการสร้างจนแล้วเสร็จ จึงได้ย้ายมายังที่อยู่ปัจจุบันนับแต่เวลานั้น[2]


สัญลักษณ์ประจำสถานศึกษา[แก้]

ตราสัญลักษณ์[แก้]

"นางสาวบุญเหลือ"
อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ
  • ตราประจำโรงเรียน อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ[3]

ประวัตินางสาวบุญเหลือ[แก้]

นางสาวบุญเหลือ หรือ ย่าเหลือ ในฐานะวีรสตรี บุตรีของ หลวงเจริญ กรมการผู้น้อยแห่งเมืองนครราชสีมา  

ที่มีส่วนสำคัญในการกอบกู้เมืองนครราชสีมาร่วมกับท้าวสุรนารี จากการเข้ายึดตีเมือง ของกองทัพเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ ปี พ.ศ. 2369 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ครอบครัวของหลวงเจริญ มีความใกล้ชิดสนิทสนม และเคารพนับถือ พระยาปลัดเมืองนครราชสีมา และคุณหญิงโม อีกทั้งพระยาปลัดเมือง และคุณหญิงโม ไม่มีบุตร และธิดา จึงได้รัก และเอ็นดู นางสาวบุญเหลือ ดุจว่าเป็นลูกหลานแท้ ๆ เมื่อ ปี พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์ แห่งนครเวียงจันทน์ ได้ยกกองทัพเข้าแผ่นดินไทย จนถึงเมืองนครราชสีมา โดยอ้างว่า มีพระราชโองการในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ยกทัพไปกรุงเทพ เพื่อช่วยรบกับอังกฤษ และเนื่องจากในขณะนั้น เจ้าเมืองนครราชสีมา และพระยาปลัดเมืองไม่อยู่ ไปราชการเมืองขุขันธ์ เจ้าอนุวงศ์จึงยกทัพ เข้ายึดเมืองนครราชสีมา ได้โดยง่าย แล้วกวาดต้อนผู้คนชาวนครราชสีมา เป็นเชลยขึ้นไปยังเวียงจันทน์ ในจำนวนเชลยเหล่านั้น มีคุณหญิงโม และ นางสาวบุญเหลือ รวมอยู่ด้วย ระหว่างที่กองทัพเจ้าอนุวงศ์ และทหารลาว หยุดพักค้างแรมระหว่างเดินทางไปเวียงจันทน์ ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2369 คุณหญิงโม ร่วมกับ นางสาวบุญเหลือ และหลวงณรงค์สงคราม หัวหน้าชาวเมือง ได้ใช้กลอุบาย โดยให้ชาวเมืองเลี้ยงสุราอาหารแก่ทหารลาวที่ควบคุมตัวมา เมื่อทหารเจ้าอนุวงศ์หลงกลกินเหล้าเมายาจนขาดสติเกือบหมดกองทัพ เมื่อได้โอกาสอันเหมาะสมแล้ว กำลังชาวนครราชสีมา ที่ทุ่งสัมฤทธิ์ทั้งชาย และหญิง ก็แย่งอาวุธโจมตีเข่นฆ่าทหารลาวจนล้มตายเป็นจำนวนมาก ทำให้แผนกอบกู้อิสรภาพของนครราชสีมา สำเร็จ และในเหตุการณ์ครั้งนั้น นางสาวบุญเหลือ ได้เสียสละพลีชีพด้วยการนำไม้ฟืนจากกองไฟ วิ่งหลอกล่อทหาร ตรงไปยังกองเกวียน กระสุนดินดำของกองทัพทหารลาว จนเกิดการระเบิด แสงเพลิงแดงฉานไปทั่วท้องทุ่งสัมฤทธิ์ ด้วยการตัดสินใจด้วยปฏิภาณอันห้าวหาญ เด็ดเดี่ยวในวีรกรรมครั้งนี้ ของ นางสาวบุญเหลือ ยังคงประทับแน่นอยู่ในความทรงจำ ของลูกหลานชาวนครราชสีมา ตลอดไม่รู้ลืม และต่อมาทางราชการ ได้ถือเอาวันที่ 4 มีนาคมของทุกปี เป็น วันไทยอาสาป้องกันชาติ เพื่อสดุดีวีรกรรมเหล่าวีรสตรีและวีรชนผู้กล้าที่ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย[4]

อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ[แก้]

จังหวัดนครราชสีมาและประชาชนพร้อมใจกันสร้างและทำพิธีเปิดอนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ ขึ้นที่โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 โดย ฯพณฯพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธาน และกำหนด ให้ทุกวันที่ 4 มีนาคมเป็นวันสดุดีวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้ร่วมกันสดุดี พร้อมทั้งเปลี่ยนผ้าตะเบงมานตามสีแห่งปี มอบพวงมาลัยและวางพวงมาลา ณอ นุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ

ผู้ว่าราชการจังหวัด วางพวงมาลาและคล้องมาลัยสักการะนางสาวบุญเหลือ

อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมือง 12.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครราชสีมา -ชัยภูมิ ชาวนครราชสีมา ได้ร่วมสร้างขึ้น และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม2529 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือ และเหล่าบรรพบุรุษของชาวนครราชสีมา ที่ได้พลีชีพเพื่อปกป้องชาติ เมื่อครั้งวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ ในปี พ.ศ. 2369 นับเป็นอนุสรณ์สถานอีกแห่งหนึ่งที่ชาวนครราชสีมา ให้ความเคารพสักการะเป็นอย่างสูง

สีประจำสถานศึกษา[แก้]


หากมีปัญหาในการเล่นไฟล์นี้นี้ โปรดดูเพิ่มเติมที่หน้าช่วยเหลือด้านสื่อ


วิสัยทัศน์[แก้]

โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ สร้างศักยภาพผู้เรียนสู่เกณฑ์มาตรฐานสากล

พันธกิจ[แก้]

  • เสริมสร้างผู้เรียนให้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดชีวิต
  • คิดวิเคราะห์ มีความสามารถด้านเทคโนโลยี
  • มีคุณธรรม มีความเป็นประชาธิปไตย
  • ห่างไกลยาเสพติด
  • อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและมั่นใจในตนเอง

เป้าประสงค์[แก้]

  • 1.นักเรียนมีวิสัยใฝ่เรียนรู้ สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รู้จักคิดวิเคราะห์ เป็นคนมีคุณธรรม
  • 2.ครูมีทักษะการพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสม
  • 3.ผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนเปลงให้โรงเรียนมีกระบวนการบริหารจัดการที่ดีเกิดประโยชน์สูงสุด แก่น้กเรียนโดยอาศัยการทีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • 4.โรงเรียนเป็นโรงเรียนดี มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของชุมชนที่บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ที่เกิดจากการร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ ร่วมพัฒนา ร่วมสนับสนุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • 5.ผู้ปกครองและชุมชนให้การยอมรับ เชื่อถือ มีความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของและสนับสนุนการบริหารจัดการ

ข้อมูลทั่วไป[แก้]

  • โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ได้ผ่านการรับรอง โรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีประจำอำเภอ เพื่อรับรองเป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีประจำอำเภอ ปีการศึกษา 2556
  • โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ แชมเปี้ยนฟุตบอล แห่งเมืองนครราชสีมา
  • โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ วงโยธวาฑิต
                                                         ได้รางวัลระดับเหรียญทองแดง  การประกวดวงโยธวาฑิตนักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน ปีการศึกษา 2545
                                                         ได้รางวัลระดับเหรียญเงิน  รางวัลคฑากร ดีเด่น  การประกวดวงโยธวาฑิตนักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน ปีการศึกษา 2546
                                                         ได้รางวัลระดับเหรียญทอง การประกวดวงโยธวาฑิตนักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน ปีการศึกษา 2547
  • โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง สพฐ ปีการศึกษา 2548
  • โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ วงโยธวาฑิตเข้าร่วมแข่งขันชิงถ้วยประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ คว้า 2 รางวัลจากการประกวดวงบาสเธียร์เตอร์ (Brass Theater) รุ่นจูเนียร์ ดิวิชั่น (Junior Dividion) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประจำปีการศึกษา 2556 ณ MCC HALL เดอะมอลล์บางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อ 8 ธันวาคม 2556
       1. รางวัลระดับเหรียญเงิน  การประกวด Brass Theater ระดับมัธยมศึกษา  รุ่น  Junior division
       2. รางวัลความสามารถพิเศษ ประเภท Percussion  ยอดเยี่ยม  เป็นรางวัลพิเศษที่ได้รับเฉพาะวงที่มีความสามารถด้านทักษะการบรรเลงเครื่องกระทบที่โดดเด่น โรงเรียนเดียวที่ได้รับรางวัล

ห้องเรียนพิเศษ[แก้]

บรรยากาศภายในโรงเรียน

ข้อมูลอาคาร-สถานที่[แก้]

พื้นที่ของโรงเรียน 42 ไร่ 1 งาน 70 ตารางวา

  • อาคารเรียน ถาวร 5 หลัง แบ่งเป็น
  • อาคาร 1 กลุ่มวิชาการ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องประชุม จำนวน 3 ชั้น
  • อาคาร 2 กลุ่มภาษาต่างประเทศ กลุ่มการงานอาชีพฯ ศิลปะ จำนวน 4 ชั้น
  • อาคาร 3 กลุ่มวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 ชั้น
  • อาคาร 4 กลุ่มคณิตศาสตร์ กลุ่มงานแนะแนว ห้องสมุด จำนวน4ชั้น
  • อาคาร 5 กลุ่มสัมคมศึกษา กลุ่มภาษาไทย ห้องพักนักกีฬา จำนวน6ชั้น
  • อาคารเรียนชั่วคราว 2 หลัง หลังที่ 1 : ห้องวงโยธวาทิต ห้องคหกรรม ห้องศิลปกรรม หลัง 2 : ห้องการงานอาชีพ ห้องเกษตรศาสตร์
  • โรงอาหาร 1 หลัง
  • หอประชุม 1 หลัง
  • โรงฝึกงาน 1 หลัง
  • ห้องน้ำนักเรียน ชาย 2 หลัง หญิง 1 หลัง
  • บ้านพักครู จำนวน 8 หลัง

การเดินทาง[แก้]

รถที่ผ่านเส้นทางมาโรงเรียน

  • รถโดยสารประจำทาง สาย นครราชสีมา-ราชภัฏ-จอหอ-โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์
  • รถโดยสารประจำทาง สาย 4 นครราชสีมา-โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์
  • รถโดยสารประจำทาง สายนอก เมืองนครราชสีมา-พุดซา
  • รถโดยสารปรับอากาศ สายโนนไทย-นครราชสีมา
  • รถโดยสารปรับอากาศ สายชัยภูมิ-นครราชสีมา

ทำเนียบผู้อำนวยการ[แก้]

ผู้อำนวยการโรงเรียน
ระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง รายนาม
พ.ศ. 2521-พ.ศ. 2532 นายชวลิต ตัณฑเศรณีวัตน์
พ.ศ. 2532-พ.ศ. 2535 นายจารุ โรจนรังสิมันตุ์
พ.ศ. 2535-พ.ศ. 2541 นายสะอาด นาคาเริงฤทธิ์
พ.ศ. 2541-พ.ศ. 2543 นายเชียร ศิลนะชัย
พ.ศ. 2543-พ.ศ. 2545 นายประสาน มั่งประยูร
พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2550 นายสุกิจ ชันษา
พ.ศ. 2550-พ.ศ. 2552 นายอุทัย หวังอ้อมกลาง
พ.ศ. 2553-พ.ศ. 2556 นายจำนงค์ กันไชยสัก
พ.ศ. 2556-ปัจจุบัน นายเอื้อ ทรวงโพธิ์

คณะผู้บริหาร[แก้]

คณะผู้บริหารโรงเรียน
รายนาม ตำแหน่ง
นายเอื้อ ทรวงโพธิ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา
นายสม แคงสันเทียะ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานกิจการนักเรียน
นางจินดา เสือบุญ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานวิชาการ
นายเกียรติศักดิ์ ขอเหนี่ยวกลาง รองผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการ
นายศักดิ์ชาย สุขม่วง ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานแผนงาน-งบประมาณ
นายวัฒนา วงศ์พวงเพชร ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานงานบริหารทั่วไป
นายภูมินทร์ สุกุมลจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการศึกษา

โรงเรียนประจำจังหวัด จังหวัดนครราชสีมา[แก้]

ภาพอาคาร/สถานที่ภายในโรงเรียน[แก้]

บริเวณสนามกีฬาของโรงเรียน


อ้างอิง[แก้]