โรงอาบน้ำเกย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Charles Demuth: Bathhouse and Self-Portrait (1918)
Charles Demuth: Turkish bathhouse (1915)
Pool for men in the Central Bathhouse เวียนนา1889
Babylonia Prague
Pleasuredrome condoms

โรงอาบน้ำเกย์ (อังกฤษ: Gay bathhouse) หรือซาวน่าเกย์ (อังกฤษ: gay saunas) เป็นสถานที่ที่ผู้ชายสามารถไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่น แต่ไม่ใช่ผู้ชายทั้งหมดที่ไปโรงอาบน้ำเกย์จะเป็นเกย์ด้วยทั้งหมด ส่วนโรงอาบน้ำสำหรับผู้หญิงนั้นหายากกว่ามาก ในโรงอาบน้ำผู้ชายบางแห่งจะมีบางคืนที่ให้บริการสำหรับเลสเบี้ยนหรือผู้หญิงล้วน

โรงอาบน้ำมีหลากหลายทั้งเรื่องขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวก ตั้งแต่เล็ก ๆ จุคน 10 หรือ 20 คนต่อห้อง และมีล็อกเกอร์กะทัดรัดถึงซาวน่าหลายห้องที่มีห้องหลายแบบและหลายขนาด และมีห้องอบไอน้ำหลายห้อง มีอ่างจากุซซี และในบางครั้งมีสระว่ายน้ำ —แต่เกือบทั้งหมดมีห้องอบไอน้ำอย่างน้อยหนึ่งห้อง (หรือซาวน่าเปียก) เช่นเดียวกับฝักบัวอาบน้ำ ล็อกเกอร์ และห้องส่วนตัวเล็ก ๆ แตกต่างจากซ่อง โรงอาบน้ำหลายแห่งเป็นระบบสมาชิกเท่านั้น ลูกค้าจะจ่ายเฉพาะค่าใช้สิ่งอำนวยสะดวก และกิจกรรมทางเพศ (ถ้ามี) การบริการไม่ได้บริการโดยพนักงาน แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้าด้วยกันเอง ไม่มีการจ่ายเงินให้กัน มีโรงอาบน้ำเกย์หลายแห่งห้ามการขายตัว[1]

ประวัติ[แก้]

จากการบันทึกเรื่องการนัดพบมีเพศสัมพันธ์ของผู้ชายกับชายอื่นในโรงอาบน้ำ ต้องย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 15 ส่วนโรงอาบน้ำดั้งเดิมเมื่อ 6 ศตวรรษก่อนคริสต์ศักราช และมีการบันทึกโบราณว่ามีกิจกรรมทางเพศคนรักร่วมเพศในกรีซ[2] ในฝั่งตะวันตก ผู้ชายเกย์มักจะใช้โรงอาบน้ำมีเพศสัมพันธ์มาตั้งแต่ อย่างน้อยเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เวลานั้นกิจกรรมทางเพศของชายรักชายถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ในประเทศตะวันตกส่วนมาก ผู้ชายที่ถูกจับได้ว่ามีกิจกรรมรักร่วมเพศจะถูกจับและจะถูกประจานในที่สาธารณะ ผู้ชายเริ่มมีเพศสัมพันธ์บ่อยขึ้นตามสถานต่าง ๆ อย่าง โรงอาบน้ำ สวนสาธารณะ ตรอกซอกซอย รถไฟและป้ายรถประจำทาง โรงภาพยนตร์ ห้องน้ำสาธารณะ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ที่พวกเขาจะพบกับผู้ชายอื่นเพื่อมีเพศสัมพันธ์ มีเจ้าของโรงอาบน้ำหลายคนพยายามป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างลูกค้าคนอื่น เพื่อป้องกันการฟ้องร้องด้านกฎหมาย รวมถึงการสอดส่องการมีเพศสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ[3]

การบันทึกในยุคแรก[แก้]

1492 ที่ฟลอเรนซ์

ในฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ในปี 1492 ได้มีการขจัด "ต่อการร่วมเพศทางทวารหนัก" สถานที่ที่มีกิจกรรมทางเพศของพวกรักร่วมเพศ ที่เป็นที่รุ้จักอย่าง โรงเตี๊ยม, ห้องอาบน้ำ และ คาซินี (casini) ซึ่งศาลผู้นำตัดสินของเมือง (The Eight of Watch) พิพากษาคดีที่เกิดขึ้นเรื่องการร่วมเพศทางทวารหนัก และเมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1492 พวกเขาเตือนผู้จัดการโรงอาบน้ำให้ป้องกัน "เด็กผู้ชายที่น่าสงสัย" ในระยะเวลาสั้น ๆ จากเมษายน 1492 ถึงกุมภาพันธ์ 1494 พวกเขาพิสูจน์ได้ว่าชาย 44 คนผิดจริง ฐานมีความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศ[4]

1876 ที่ปารีส

ในฝรั่งเศส จากบันทึกของตำรวจในการจู่โจมเข้าโรงอาบน้ำพาริเซียน เกิดขึ้นในปี 1876 ใน Bains de Gymnase จาก Rue du Faubourg-Poissonnière มีชาย 6 คน อายุตั้งแต่ 14 ถึง 22 ปี ถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน รวมถึงผู้จัดการและพนักงานสองคน ในการสนับสนุนให้ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชาย[5]

1903 ที่นิวยอร์ก

ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1903 ตำรวจนิวยอร์กบันทึกการจู่โจมเข้าโรงอาบน้ำเกย์ ที่ชื่อ โรงอาบน้ำโรงแรมอาริสตัน ผู้ชาย 26 คน ถูกจับ และมี 12 คนมีข้อหาการร่วมเพศทางทวารหนัก มี 7 คนยอมจำคุกระหว่าง 4 ถึง 20 ปีในคุก[6]

โรงอาบน้ำเกย์ยุคแรก[แก้]

ในนิวยอร์กซิตี โรงอาบน้ำเอเวอราร์ดได้เปลี่ยนจากโบสถ์มาเป็นโรงอาบน้ำในปี 1888 และได้รับการสนับสนุนจากเกย์ จนในทศวรรษ 1920 ต่อมาในทศวรรษ 1930 มีชื่อเสียงขึ้นมา เป็นที่เลื่องลือในเรื่อง "มีคลาสที่สุด, ปลอดภัยที่สุด และเป็นที่รู้จักดีที่สุดในเรื่องอาบน้ำ"[7] ต่อมาถูกเพลิงไหม้ไปเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1977 มีชายเสียชีวิตเก้าคน ที่เหลือบาดเจ็บแสนสาหัส โรงอาบน้ำเอเวอราร์ด ปิดทำการในปี 1986[8] และที่เป็นที่นิยมเช่นกันในทศวรรษ 1910 โรงอาบน้ำโพรดิวซ์เอกซ์เชนจ์ และโรงอาบน้ำลาฟาเยตต์ (ตั้งอยู่ 403-405 ถนน Lafayette , ตั้งแต่ปี 1916 จัดการโดย ไอราและจอร์จ เกิร์ชวิน) โรงอาบน้ำเพนน์โพสต์ ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงแรมเพนน์โพสต์ มีชื่อเสียงเป็นสถานที่ของเกย์ในยุคทศวรรษ 1920 แต่ก็ยังขาดเรื่องห้องหับส่วนตัวและมีสภาพทรุดโทรม[7]

ในลอนดอน โรงอาบน้ำตุรกีซาวอย ตั้งอยู่ที่ 92 ถนนเจอร์มีนกลายเป็นแหล่งนิยม (เปิดในปี 1910 และยังคงเปิดจนถึงเดือนกันยายน ค.ศ. 1975) นักหนังสือพิมพ์ เอ.เจ. แลงกัธ เขียนไว้ว่า "โรงอาบน้ำที่ถนนเจอร์มีน เป็นเหมือนสังเวียนอันโชดช่วงของชายมีอายุ ที่ต้องการสลัดเหงื่อออกจากระบบและชายหนุ่มที่มาเพื่อเพลิดเพลินในแบบท่วงท่ากับผ้าขนหนูตุรกี และถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกตรวจตราอย่างเข้มงวดจากผู้ดูแล พวกเขาจัดแจงเรื่องสถานที่ให้กับชายหนุ่ม ก่อนที่จะเสิร์ฟด้วยชา"[9] แขกประจำรวมถึง ร็อก ฮัดสัน[10]

ในทศวรรษ 1950 โรงอาบน้ำตุรกีเบอร์มอนด์เซย์ ได้รับการจัดอันดับโดย เคนเนธ วิลเลียมส์ "ว่าเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเลิศ" ในอนุทินของเขา[10]

โรงอาบน้ำเกย์สมัยใหม่[แก้]

ในทศวรรษ 1950 โรงอาบน้ำเกย์โดยเฉพาะ เริ่มเปิดในสหรัฐอเมริกา ถึงแม้มีปัญหากับตำรวจแต่โรงอาบน้ำเหล่านี้ก็ยังเป็นมิตรกับชาวรักร่วมเพศเป็นอย่างดี และยังคงมีมาถึงทุกวันนี้[3] เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับการเป็นเกย์[3] ซึ่งผู้สนับสนุนก็บ่งบอกว่าเป็นคนรักร่วมเพศ โรงอาบน้ำให้ความปลอดภัยหลายอย่างในการมีเพศสัมพันธ์มากกว่าสถานที่สาธารณะที่อื่น[3]

ในปลายทศวรรษ 1960 และ 1970 โรงอาบน้ำเกย์ซึ่งปัจจุบันมีเจ้าของและดำเนินการโดยเกย์ ได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่ การจัดตั้งครั้งนี้ถือเป็นสถาบันหลักของชาวเกย์ โรงอาบน้ำเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสถานที่นัดพบของเกย์อย่างไม่เป็นทางการ เป็นสถานที่ที่เหล่าเพื่อนพ้องได้พบเจอกันและพักผ่อน โรงอาบน้ำมักจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ตามวันไพรด์เดย์ และมักเปิดตามวันเทศกาลต่าง ๆ ด้วยอย่างเช่นวันขอบคุณพระเจ้า และวันคริสต์มาส ซึ่งพวกเกย์บางส่วนมักถูกปฏิเสธจากครอบครัวของเขาเนื่องจากอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่มีที่จะไป การบริการยังมีเรื่องการลงคะแนนเสียง อย่างในการเลือกตั้งในปี 1980 ที่โรงอาบน้ำนิวเซนต์มาร์ก ในนิวยอร์กซิตี ที่ได้ความร่วมมือจากสหพันธ์สตรีผู้ออกเสียง (League of Women Voters) ที่จัดการการผลักดันเรื่องการลงคะแนนเสียง[3]

ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โรงอาบน้ำ อบไอน้ำเกย์ เปิดในปี 1967 ที่โรงอาบน้ำไอน้ำแยกบอนดี ที่ 109 ถนนออกซ์ฟอร์ด[11] จากปี 1972 ถึงปี 1977 ก็มีโรงอบไอน้ำเกย์ เปิดอย่าง เคนส์คาราเตคลาสเซส (Ken's Karate Klasses) (มีชื่อเล่นว่า KKK) ที่ยังคงเปิดอยู่ในปี 2008 ซึ่งต่อมาเรียกว่า "Ken's at Kensington", นัมเบอร์ 253, คิงสตีม, ซิลลูเอตอเมริกันเฮลธ์เซนเตอร์, โคลท์ 107 เรครีเอชันเซนเตอร์, แบร์ฟุตบอย และ โรมันบาธ (มีชื่อเล่นว่า Roman Ruins) [12] ในเมลเบิร์น ออสเตรเลีย โรงอาบน้ำเกย์แห่งแรกเปิดที่ถนนลาโทรบ มีชื่อว่า สตีมเวิร์กส เปิดในปี 1979 และปิดไปเมื่อ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2008

ในสหราชอาณาจักร ซาวน่าเกย์มักถูกตำรวจจู่โจม ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 อย่างเช่น การจู่โจมเมื่อพฤษภาคม 1988 ที่บราวนีส์ ในสเตรตแฮม เจ้าของเข้าคุกนานกว่า 6 เดือนและถูกปรับ £5,000[13][14] และซาวน่าโรงแรมบรู๊กลินเฮาส์ ในแมนเชสเตอร์[15][16] ในทศวรรษ 1990 จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่นการจัดการ การลดลงของการฟ้องร้อง การเข้าใจในการเหยียดเพศ และความสนใจของอาชญากรรมที่ไม่มีเหยื่อ ซาวน่าเกย์กลายเป็นสถานที่ที่ดำเนินการได้โดยไม่มีภัย ถึงแม้ว่าทัศนคติของตำรวจจะมีความหมายว่าพวกเขายินยอมที่จะทำไม่รู้ไม่ชี้เพราะพวกเขายินดีให้มีกิจกรรมเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่จำกัด มากกว่ากิจกรรมนอกสถานที่ ที่พวกเขาฝ่าฝืนกิจกรรมรักร่วมเพศ กระทำอนาจาร

อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศ ที่สื่อมวลชนยังคงตราหน้าว่าเป็นสิ่งที่น่าอับอาย ในไอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1994 ซาวน่าอินค็อกนิโต ที่มีข่าวใหญ่ว่าซาวน่าเกย์มีพระเสียชีวิตโดยอาการหัวใจวาย และมีพระอีก 2 รูป พยายามช่วยเหลืออยู่ที่นั่น[17] ปัจจุบัน โรงอาบน้ำเกย์ หรือซาวน่า มักอยู่ในเมืองใหญ่ ๆ ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

อ้างอิง[แก้]

  1. Regina Brett (2006-07-21). "Let's emphasize 'safe' part of safe sex". Plain Dealer (Cleveland). "The Flex club opens in August. It's legal. No money is exchanged for sex. It's adults only. My copy of the U.S. Constitution still guarantees a right to privacy and freedom of assembly." 
  2. (De Bonneville, 1998)
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 GayTubs.com The history of gay bathhouses
  4. (Rocke, 1996) page 203
  5. (Higgs, 1999) page 25
  6. (Chauncey, 1995)
  7. 7.0 7.1 (Miller, 1995) page 143
  8. Bronstein, Scott (May 3, 1987). "4 New York Bathhouses still operate under city's program of inspections". New York Times. สืบค้นเมื่อ 2006-12-22. 
  9. (Gardiner, 1998)
  10. 10.0 10.1 (Houlbrook, 2005)
  11. (Wotherspoon, 1991)
  12. (Prior, 2004) PhD Thesis
  13. "Policing Gay Sex". Gay Times (Millivres) (138). March 1990. ISSN 0950-6101.  Quote:"The draconian sentence (six months jail and a £5,000 fine) on the owner and manager of Brownies sauna for keeping a disorderly house is a case in point."
  14. "Sauna owner appeals against prison sentence". Gay Times (Millivres) (127). April 1989. ISSN 0950-6101.  Quote from Judge Sir David Hughes-Morgan: "There was also, he said, an 'element of corruption'. 'Anyone who came off the street merely to take a sauna... would be able to see what was going on and be invited to take part. The possibilities are quite devastating and the sentence must demonstrate society's shock and horror at what was going on.'"
  15. "Christian sect joins police attack on gay sauna". Gay Times (Millivres) (117). June 1988. ISSN 0950-6101. 
  16. W.H. Caswell (1977-03-15). "Raids on sauna clubs" (59952). The Times. p. 17. 
  17. Alison O'Connor (1994-11-14). "Priest's body lay undetected for over two hours on floor of gay club, Medical student tried to revive curate who is thought to have had heart attack". Irish Times. p. 11. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]