โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์
โรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ เป็นกลุ่มโรงภาพยนตร์ ซึ่งเกือบทั้งหมด มีที่ตั้งอยู่ในย่านสยามสแควร์ ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย (จนถึงต้นปี พ.ศ. 2532) โรงภาพยนตร์สยาม โรงภาพยนตร์ลิโด และ โรงภาพยนตร์สกาลา
[แก้] ประวัติ
เครือเอเพ็กซ์ ก่อตั้งโดย นายพิสิฐ ตันสัจจา นักธุรกิจเจ้าของกิจการโรงภาพยนตร์ ที่ประสบความสำเร็จ จากการริเริ่มเข้าปรับปรุง "ศาลาเฉลิมไทย" โรงละครริมถนนราชดำเนินกลาง ใกล้แยกป้อมมหากาฬ ให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ มีความจุประมาณ 1,500 ที่นั่ง รวมถึงการนำเข้าระบบต่างๆ สำหรับโรงภาพยนตร์ เช่น ระบบสามมิติ, ระบบซีเนมาสโคป, ระบบทอคค์-เอโอ, ระบบซีเนรามาเลนส์เดี่ยว, ระบบซีเนรามาสามเลนส์พร้อมกัน และระบบ 70 มิลลิเมตร เข้ามาติดตั้งในประเทศไทย
ขณะกำลังก่อสร้างศูนย์การค้าสยามสแควร์ นายกอบชัย ซอโสตถิกุล ผู้บริหารสูงสุด บริษัท เซาท์ อีสต์ เอเชีย ก่อสร้าง จำกัด (ซีคอน) ที่รับเหมาออกแบบ และก่อสร้างอาคารต่างๆ ภายในสยามสแควร์ ติดต่อมายังนายพิสิิฐ เพื่อเสนอให้ลงทุน เปิดกิจการโรงภาพยนตร์ ภายในสยามสแควร์ บนพื้นที่ริมถนนพระรามที่ 1 ทั้งนี้ อาคารโรงภาพยนตร์ทั้งสามแห่ง มีนายพิสิฐ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ส่วนนายกอบชัย เป็นผู้ออกแบบและก่อสร้าง
โรงภาพยนตร์สยาม ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์แห่งแรกในย่านนี้ ความจุ 800 ที่นั่ง แต่เดิมจะใช้ชื่อว่า โรงภาพยนตร์ "จุฬา" แต่มีผู้คัดค้าน เนื่องจากไปพ้องกับ พระนามในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ "จุฬาลงกรณ์" ซึ่งเป็นการมิบังควร และยังพ้องกับชื่อของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกด้วย เปิดฉายเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2509 โดยเสนอภาพยนตร์เรื่อง รถถังประจัญบาน (Battle of the Bulge)
ส่วน โรงภาพยนตร์ลิโด ความจุ 1,000 ที่นั่ง เปิดฉายเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2511 โดยเสนอภาพยนตร์เรื่อง ศึกเซบาสเตียน (Games For San Sebastian) และ โรงภาพยนตร์สกาลา ซึ่งตั้งอยู่ภายในสยามสแควร์ แต่มีระยะห่างจากถนนพระรามที่ 1 เพียงไม่กี่เมตร และได้รับการกล่าวขวัญว่า มีสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ที่สวยงามโดดเด่น ผสมผสานระหว่าง รูปแบบตะวันตก และตะวันออก ความจุ 1,000 ที่นั่ง เปิดฉายเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2512 โดยเสนอภาพยนตร์เรื่อง สองสิงห์ตะลุยศึก (The Undefeated)
โรงภาพยนตร์ทั้งสามแห่ง เป็นผู้ริเริ่มจัดฉายภาพยนตร์ เพื่อสมทบทุนการกุศล โดยนำรายได้เต็มมูลค่า ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยกราบบังคมทูลเชิญ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม ทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร ในรอบปฐมทัศน์ อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง Oliver และ Hello Dolly ทั้งนี้ ในอีกวโรกาสหนึ่ง กราบทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จทอดพระเนตร รอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่อง Lost Horizon เพื่อนำรายได้เข้าสมทบ "ทุนประชาธิปก"
ในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2513 ผู้บริหารโรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ มีนโยบายให้ผลิต และจัดพิมพ์หนังสือแจกฟรี เรียกว่า สูจิบัตรข่าวภาพยนตร์ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โรงภาพยนตร์ ตลอดจนภาพยนตร์ที่จัดฉาย ในเครือเอเพ็กซ์ โดยชื่อหนังสือจะเปลี่ยนไปทุกเดือน จากการนำชื่อเรียกย่อของเดือนมาตั้งต้น แล้วจึงตามด้วยคำสร้อยที่เปลี่ยนไป เช่น ฉบับปฐมฤกษ์ มีชื่อว่า "ตุลาบันเทิง" ฉบับอื่นๆ เช่น มกราสกาลา หรือ ตุลาราตรี เป็นต้น
หนังสือดังกล่าว มีขนาดแท็บลอยด์ ออกเป็นรายเดือน โดยชื่อของศูนย์การค้าย่านนี้ที่ว่า "สยามสแควร์" มีที่มาจาก คอลัมน์ซุบซิบเรื่องราวต่างๆ ของบุคคลในวงการบันเทิง และบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคม ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดย นายพอใจ ชัยเวฬุ ที่มีชื่อว่า สยามสแควร์ มาก่อนแล้วนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีนักเขียนรับเชิญ ที่โด่งดังอีกหลายท่าน อาทิ นายประมูล อุณหธูป, นายวิลาศ มณีวัต, นายสุจิตต์ วงษ์เทศ, นายขรรค์ชัย บุนปาน เป็นต้น
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2536 โรงภาพยนตร์ลิโด เกิดเหตุเพลิงไหม้ จึงต้องก่อสร้างปรับปรุงใหม่ เป็นโรงภาพยนตร์ขนาดเล็ก (มัลติเพล็กซ์) จำนวนสามโรง และเปิดทำการอีกครั้ง ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2537 ต่อมาราวปี พ.ศ. 2544 โรงภาพยนตร์ทั้งสามแห่ง ทยอยติดตั้ง ระบบเสียง เซอร์ราวด์ ดอลบี ดิจิตอล เอสอาร์ดี ดีทีเอส เอสดีดีเอส รวมทั้งทยอยติดตั้ง ระบบปรับอากาศโอโซน เพื่อฟอกอากาศให้บริสุทธิ์สดชื่น นอกจากนี้ โรงภาพยนตร์ทั้งสามแห่ง ยังเปิดพื้นที่ใต้ถุนโรงภาพยนตร์ โดยแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ให้ผู้ประกอบการรายย่อย เช่าเปิดเป็นร้านค้าต่างๆ โดยส่วนมากจะจำหน่ายเสื้อผ้า และเครื่องประดับตามแฟชัน
อนึ่ง เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เมื่อกำลังทหาร พร้อมอาวุธและรถหุ้มเกราะ เข้ากดดันการชุมนุมของ กลุ่ม นปช. บริเวณแยกราชประสงค์ จนกระทั่ง แกนนำ นปช.ต้องประกาศยุติการชุมนุม และเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ จนเกิดการจลาจลขึ้นทั่วกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มเสื้อแดงได้วางเพลิงอาคารสำคัญต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงเข้าวางเพลิงสถานที่ราชการ ในเขตปริมณฑลและต่างจังหวัดด้วย
ในเวลาบ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้เข้าวางเพลิงอาคารโรงภาพยนตร์สยาม แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมผู้วางเพลิง รวมถึงไม่สามารถเข้าดับเพลิงได้ เนื่องจากมีความไม่ปลอดภัย เพราะมีการใช้อาวุธปืน ยิงตอบโต้ไปมาบริเวณที่เกิดเหตุตลอดเวลา จนกระทั่งอาคารเริ่มทรุดตัวและพังถล่มลงมา ในเวลา 15.45 น.[1] ทั้งนี้ ภาพยนตร์เรื่้อง มหาประลัย คนเกราะเหล็ก 2 (Iron Man 2) เป็นเรื่องล่าสุดที่เข้าฉาย ก่อนโรงภาพยนตร์สยาม จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้
[แก้] อ้างอิง
- ^ โรงหนังสยาม เพลิงไหม้ อาคารถล่มแล้ว ข่าวไทยรัฐออนไลน์