โยตะ ซะโต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โยตะ ซาโตะ)
โยตะ ซะโต
Yota sato.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง โยตะ ซะโต
ฉายา Magic Box
วันเกิด 1 เมษายน ค.ศ. 1984 (30 ปี)
สถานที่เกิด โมะริโอะกะ
จังหวัดอิวะเตะ
ประเทศญี่ปุ่น
ส่วนสูง 171 เซนติเมตร
รุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท
ค่ายมวย เคียวเอ้ยิม
ผู้ฝึกสอน เคอิชิโระ คะนะฮะระ
สถิติ
ชก 30
ชนะ 26
ชนะน็อก 12
แพ้ 3
เสมอ 1

โยตะ ซะโต (ญี่ปุ่น: 佐藤洋太, อังกฤษ: Yota Sato) นักมวยสากลชาวญี่ปุ่น เป็นอดีตแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท (115 ปอนด์) ของสภามวยโลก (WBC) ในสังกัดเคียวเอ้ยิม (สังกัดเดียวกับยูริ อาร์บาชาค็อฟ)

ซะโต เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1984 ที่เมืองโมะริโอะกะ จังหวัดอิวะเตะ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มชกมวยครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2004 ด้วยการแพ้คะแนน 4 ยก ต่อนักมวยชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง ที่โครักกุเอ็น ฮอลล์ ในกรุงโตเกียว ซึ่งต่อมาซะโตก็ได้แพ้อีกหนึ่งครั้งเมื่อปี ค.ศ. 2005 และเสมออีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 2009 ต่อมาซะโตได้ครองแชมป์ญี่ปุ่นในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท[1]

ซะโต ได้ตำแหน่งแชมป์โลกด้วยการเอาชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ 12 ยก ด้วยคะแนน 114-112, 116-110, และ 114-112 ต่อ สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย นักมวยชาวไทย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 2012 ที่โครักกุเอ็น ฮอลล์ ซึ่งซะโตเป็นผู้ท้าชิงในฐานะรองแชมป์โลกอันดับที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านั้นซะโตมีสถิติการชกที่ไม่แพ้หรือเสมอใครติดต่อมาถึง 18 ครั้ง มีส่วนสูง 171 เซนติเมตร สูงกว่าสุริยันถึง 10 เซนติเมตร และเป็นฝ่ายใช้ช่วงชกที่ยาวกว่าชกวงนอกตลอด อีกทั้งในยกที่ 3 ซะโตสามารถชกสุริยันลงไปให้กรรมการนับ 8 ได้ถึง 2 ครั้งด้วย ซึ่งภายหลังเมื่อทราบผลการตัดสิน ซะโตถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ และกล่าวว่าขอมอบตำแหน่งนี้เป็นของขวัญให้แก่ชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัยสึนามิเมื่อปีที่ผ่านมา[2]

ซะโต ป้องกันตำแหน่งแชมป์ได้ 2 ครั้ง ด้วยการเอาชนะคะแนน ซิลเวสเตอร์ โลเปซ นักมวยชาวฟิลิปปินส์ และชนะคะแนน เรียว อะกะโอะ นักมวยชาวญี่ปุ่นด้วยกันมาได้ ซึ่งซะโตสามารถป้องกันตำแหน่งไว้ได้ด้วยการเอาชนะอย่างขาดลอยทั้ง 2 ครั้ง และได้พัฒนาฝีมือการชกขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อป้องกันตำแหน่งกับ ศรีสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย นักมวยชาวไทยที่จังหวัดศรีสะเกษ ตามสัญญาที่มีให้กันก่อนหน้านั้น ซึ่งทางซะโตได้ตั้งเงื่อนไขไว้ 4 ข้อ คือ 1. ต้องชกในเวทีในร่ม ติดเครื่องปรับอากาศ 2. ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส 3. ขอพักในโรงแรมห้าดาวที่จังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น เนื่องจากมีร้านอาหารญี่ปุ่น 4. กรรมการต้องมาจากชาติแถบทวีปยุโรปหรืออเมริกาเท่านั้น [3]

นอกจากนี้แล้วยังถือว่าเป็นนักมวยชาวญี่ปุ่นคนแรกในรอบเกือบ 50 ปี ที่เดินทางมาป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกในประเทศไทย โดยคู่สุดท้ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อต้นปี ค.ศ. 1964 เป็นการชกระหว่าง ฮิโรยูกิ เอบิฮาร่า กับโผน กิ่งเพชร ที่เวทีราชดำเนิน ผลปรากฏว่าโผนเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป

โยะตะ ซะโต ชกกับศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 และเป็นฝ่ายถูกศรีสะเกษเดินหน้าเข้าหาและออกหมัดสลับลำตัวกับใบหน้าตลอด โดยเฉพาะในปลายยกที่ 7 ที่โดนถลุงอยู่ฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่ยอมลงไปให้กรรมการนับ จนกระทั่งกรรมการมายุติการชกลงในต้นยกที่ 8 เสียแชมป์ไปในการชกครั้งนี้[4]

อ้างอิง[แก้]