โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชื่อนี้เป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่นซึ่งเรียงโดยใช้ชื่อสกุลนำหน้าชื่อตัว
โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ
徳川家康
ปฐมโชกุนแห่งเอะโดะ
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 1603 – 1605
สมัยถัดไป โชกุน:
โทะกุงะวะ ฮิเดะทะดะ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 31 มกราคม ค.ศ. 1543(1543-01-31)
เสียชีวิต 1 มิถุนายน ค.ศ. 1616 (อายุ 73 ปี)
คู่สมรส ไซโก โนะ สึโบเนะ
ความสัมพันธ์ "บิดา:"
Matsudaira Hirotada
"มารดา:"
Odainokata
บุตร Matsudaira Nobuyasu
Kamohime
Yūki Hideyasu
Toku-hime
โทะกุงะวะ ฮิเดะทะดะ
Others

โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ (ญี่ปุ่น: 徳川家康 Tokugawa Ieyasu31 มกราคม พ.ศ. 20861 มิถุนายน พ.ศ. 2159 ?) คือผู้สถาปนาบะกุฟุ (รัฐบาลทหาร) ที่เมือง เอะโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) และ โชกุน คนแรกของ ตระกูลโทะกุงะวะ ที่ปกครองประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่สิ้นสุด ศึกเซะกิงะฮะระและเริ่มต้นยุคเอะโดะ เมื่อปี พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) กระทั่งเริ่ม ยุคเมจิ เมื่อปี พ.ศ. 2411 (ค.ศ. 1868)

อิเอะยะซุได้รับการแต่งตั้งเป็นโชกุนในปี พ.ศ. 2146 (ค.ศ. 1603) และออกจากตำแหน่งในอีกสองปีต่อมา แต่เขาก็ยังมีอิทธิพลเรื่อยมากระทั่งเขาเสียชีวิตลงเมื่อปี พ.ศ. 2159 (ค.ศ. 1616)

โทะกุงะวะ อิเอะยะซุเป็นไดเมียวคนหนึ่งที่สำคัญ เขาปราบปรามคู่แข่งโดยใช้กำลังทหารเข้าจัดการ หลังจากได้รับชัยชนะในสงครามที่เซะกิงะฮะระ อิเอะยะซุแต่งตั้งตนเองเป็นโชกุนคนแรกแห่งตระกูลโทะกุงะวะซึ่งตระกูลนี้ปกครองญี่ปุ่นจนถึงค.ศ. 1868 (พ.ศ. 2411) ก่อนจะหมดอำนาจลงและพระราชอำนาจก็กลับมาอยู่ที่องค์พระจักรพรรดิอีกครั้ง

ปฐมวัย[แก้]

แคว้นมิกะวะ

โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ เกิดในค.ศ. 1542 ที่ปราสาทโอะกะซะกิ (Okasaki-jō, 岡崎城) ในแคว้นมิกะวะ (Mikawa, 三河) จังหวัดไอจิในปัจจุบัน มีชื่อว่า ทะเกะชิโยะ (Takechiyo, 竹千代) อันเป็นชื่อบังคับของบุตรชายคนแรกของตระกูลมะสึไดระ เป็นบุตรชายคนแรกของ มะสึไดระ ฮิโระตะดะ (Matsudaira Hirotada, 松平広忠) ไดเมียวแห่งแคว้นมิกะวะ และนางโอะได (Odai-no-kata, 於大の方) บุตรสาวของไดเมียวแคว้นข้างเคียง สองปีต่อมาในค.ศ. 1544 นางโอะไดมารดาของทะเกะชิโยะได้หย่าขาดจากฮิโระตะดะผู้เป็นบิดาและกลับไปยังแคว้นเดิมของตน

ในช่วงกลางศตวรรษที่สิบหก สองตระกูลได้แก่ ตระกูลโอะดะ (Oda, 織田) และตระกูลอิมะงะวะ (Imagawa, 今川) ได้แข่งขันกันขึ้นมามีอำนาจในแถบคันไซ ตระกูลเล็กอย่างตระกูลมะสึไดระจึงต้องเข้าสักฝ่ายหนึ่ง ในค.ศ. 1548 โอะดะ โนะบุฮิเดะ (Oda Nobuhide, 織田信秀) ได้เข้ารุกรานแคว้นมิกะวะ ทำให้ฮิโระตะดะตัดสินใจนำตระกูลมะสึไดระเข้าสวามิภักดิ์ต่อตระกูลอิมะงะวะซึ่งนำโดย อิมะงะวะ โยะชิโมะโตะ (Imagawa Yoshimoto, 今川義元) โดยส่งบุตรชายคือทะเกะชิโยะอายุเพียงหกปีไปเป็นตัวประกันที่ปราสาทซุมปุ (Sunpu, 駿府) ในเมืองชิซุโอะกะ จังหวัดชิซุโอะกะในปัจจุบัน อันเป็นฐานที่มั่นของตระกูลอิมะงะวะ ในค.ศ. 1549 ฮิโระตะดะผู้เป็นบิดาได้เสียชีวิตลง ทะเกะชิโยะจึงต้องสืบทอดตำแหน่งไดเมียวแห่งมิกะวะ และผู้นำตระกูลมะสึไดระ ทั้งที่อายุเพียงเจ็ดปีเท่านั้น และต้องเป็นตัวประกันอยู่ที่ปราสาทซุมปุ

ในค.ศ. 1556 ทะเกะชิโยะได้เข้าพิธี เง็มปุกุ และได้แต่งงานกับนางซึกิยะมะ (Tsukiyama-dono, 築山殿) หลานสาวของอิมะงะวะ โยะชิโมะโตะ พร้อมทั้งได้รับชื่อของผู้ใหญ่ว่า มะสึไดระ โมะโตะยะสุ (Matsudaira Motoyasu, 松平元康) และได้รับการปล่อยตัวให้กลับไปยังปราสาทโอะกะซะกิเพื่อปกครองแคว้นมิกะวะต่อไปในฐานะข้ารับใช้ของตระกูลอิมะงะวะ โมะโตะยะสุจับศึกครั้งแรกมีหน้าที่ส่งเสบียงเมื่อคราวที่โอะดะ โนะบุนะงะ (Oda Nobunaga, 織田信長) ยกทัพเข้าล้อมปราสาทเทะระเบะ (Terabe-jō, 寺部城) ในค.ศ. 1558 แต่ถูกทัพของโนะบุนะงะตีแตกไป ปรากฏว่าในค.ศ. 1560 อิมะงะวะ โยะชิโมะโตะ ได้ถูกทัพของโอะดะ โนะบุนะงะสังหารไปในยุทธการโอะเกะฮะซะมะ (Okehazama-no-tatakai, 桶狭間の戦い)

สมัยของโอะดะ โนะบุนะงะ[แก้]

เมื่ออิมะงะวะ โยะชิโมะโตะ เสียชีวิตไปนั้นทำให้อำนาจของตระกูลอิมะงะวะเสื่อมลง โมะโตะยะสุจึงผันตนเองเปลี่ยนฝ่ายย้ายไปเป็นข้ารับใช้ของโอะดะ โนะบุนะงะ โดยในค.ศ. 1563 ได้ให้บุตรชายของตนคือ มะสึไดระ โนะบุยะสุ (Matsudaira Nobuyasu, 松平信康) แต่งงานกับท่านหญิงโทะกุ (Toku-hime, 徳姫) บุตรสาวของโอะดะ โนะบุนะงะ ในค.ศ. 1564 โมะโตะยะสุได้ทำการปรามปรามกองทัพพระสงฆ์นักรบที่เรียกว่า อิกโก-อิกกิ (Ikkō-ikki, 一向一揆) ในแคว้นมิกะวะ ซึ่งเป็นกลุ่มของพระสงฆ์และชาวบ้านที่ยึดมั่นในพระพุทธศาสนามหายานนิกายแดนบริสุทธิ์และต่อต้านการปกครองของซะมุไร ในยุทธการอะซุกิซะกะ (Azukizaka-no-tatakai, 小豆坂の戦い) ในค.ศ. 1567 โมะโตะยะสุได้เปลี่ยนชื่อและชื่อตระกูลของตนเองเป็น โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ในค.ศ. 1569 ได้เอาชนะอิมะงะวะ อุจิซาเนะ (Imagawa Ujizane, 今川氏真) บุตรชายของอิมะงะวะ โยะชิโมะโตะ ในการล้อมปราสาทคะเกะงะวะ (Kakegawa) และในค.ศ. 1570 ได้ร่วมกับโอะดะ โนะบุนะงะในการต่อสู้กับตระกูลอะซะอิ (Azai, 浅井) และอะสะกุระ (Asakura, 朝倉) ในยุทธการอะเนะงะวะ (Anegawa-no-tatakai, 姉川の戦い) ซึ่งชัยชนะในครั้งนี้ทำให้โอะดะ โนะบุนะงะ มีอำนาจเหนือแถบคันไซอย่างสมบูรณ์

สงครามกับตระกูลทะเกะดะ[แก้]

เมื่อรวบรวมอำนาจในแถบคันไซได้อย่างเป็นปึกแผ่นแล้ว โอะดะ โนะบุนะงะ ได้เบนความสนใจไปยังแถบคันโตในทางตะวันออก ซึ่งในขณะนั้นตระกูลทะเกะดะ (Takeda, 武田) กำลังเรืองอำนาจ มีทะเกะดะ ชิงเง็น (Takeda Shingen, 武田信玄) และทะเกะดะ คะสึโยะริ (Takeda Katsuyori, 武田勝頼) บุตรชาย เป็นผู้นำ ในค.ศ. 1572 ทะเคะดะ ชิงเง็น ได้ยกทัพเข้าบุกแคว้นโทโตมิ (Tōtōmi, 遠江) อันเป็นดินแดนของตระกูลโทะกุงะวะ ในยุทธการมิกะตะงะฮะระ (Mikatagahara-no-tatakai, 三方ヶ原の戦い) จังหวัดชิซุโอะกะในปัจจุบัน แม้จะได้รับกำลังเสริมจากโอะดะ โนะบุนะงะ แต่การสู้รบในครั้งนี้เป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิเอะยะซุ จนต้องหลบหนีออกจากสมรภูมิพร้อมกำลังพลเพียงหยิบมือ แต่โชคดีที่ในปีต่อทะเกะดะ ชิงเง็น ได้เสียชีวิตลงในค.ศ. 1573 ในค.ศ. 1575 คะสึโยะริบุตรชายได้ยกทัพมาล้อมปราสาทนะงะชิโนะ (Nagashino, 長篠) ในแคว้นมิกะวะ (จังหวัดไอจิ) ซึ่งดูแลป้องกันโดยโอะกุไดระ ซะดะมะสะ (Okudaira Sadamasa, 奥平貞昌) ทั้งอิเอะยะซุและโอะดะ โนะบุนะงะต่างส่งทัพของตนเข้ากอบกู้ปราสาทอย่างเต็มที่ จนกระทั่งประสบชัยชนะสามารถขับทัพของตระกูลทะเกะดะออกไปได้

กล่าวถึงนางซึกิยะมะ ภรรยาของอิเอะยะซุ มักจะมีปัญหาขัดแย้งกับลูกสะใภ้อยู่เสมอ คือท่านหญิงโทะกุ ภรรยาของโนะบุยะสุ จนกระทั่งในค.ศ. 1579 ท่านหญิงโทะกุทนไม่ได้จึงเขียนจดหมายฟ้องโอะดะ โนะบุนะงะ บิดาของตน ว่านางซึกิยะมะ ซึ่งเป็นคนจากตระกูลอิมะงะวะ ได้ติดต่อและสมคบคิดกับทะเคะดะ คะสึโยะริ ในการทรยศหักหลังท่านโอดะ เมื่อทราบเรื่องอิเอะยะซุได้มีคำสั่งให้กักขังนางสึกิยะมะภรรยาเอกของตนไว้ ต่อมาไม่นานจึงมีคำสั่งจากโอะดะ โนะบุนะงะ ให้โนะบุยะสุ บุตรชายคนโตของอิเอะยะซุ กระทำการเซ็ปปุกุ และประหารชีวิตนางสึกิยะมะ ในข้อหาทรยศสมคบคิดกับตระกูลทะเกะดะ อิเอะยะซุจึงจำต้องสั่งประหารชีวิตภรรยาและบุตรชายของตนไป แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง นางไซโง (Saigō-no-Tsubone, 西郷の局) ภรรยาน้อยคนโปรดของอิเอะยะซุ ได้ให้กำเนิดบุตรชายคนที่สาม คือ นะกะมะรุ (Nakamaru) หรือภายหลังคือ โทะกุงะวะ ฮิเดะทะดะ (徳川秀忠, Tokugawa Hidetada)

ในค.ศ. 1582 ทัพผสมของตระกูลโอดะและตระกูลโทะกุงะวะ เอาชนะทัพของทะเกะดะ คะซึโยะริได้ ในยุทธการเท็มโมะกุซัน (Temmokuzan-no-tatakai, 天目山の戦い) จังหวัดยะมะนะชิในปัจจุบัน คะซึโยะริได้กระทำการเซ็ปปุกุหลังจากที่พ่ายแพ้ เป็นอวสานของตระกูลทะเกะดะ

สมัยของโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ[แก้]

ในค.ศ. 1582 โอะดะ โนะบุนะงะ ถูกลอบสังหารที่วัดฮนโน (Honnō-ji, 本能寺) โดยอะเกะจิ มิสึฮิเดะ (Akechi Mitsuhide, 明智光秀) ในเวลานั้นอิเอะยะซุพำนักอยู่ที่บริเวณใกล้กับเมืองโอซะกะในปัจจุบัน พร้อมกับกำลังพลเพียงน้อยนิด เกรงว่าตนจะถูกลอบสังหารจึงได้เดินทางอย่างหลบซ่อนกลับไปยังปราสาทโอะกะซะกิ เมื่อถึงแคว้นของตนแล้วก็ได้ทราบข่าวว่า ฮะชิบะ ฮิเดะโยะชิ (Hashiba Hideyoshi, 羽柴秀吉 ภายหลังคือ โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ) ได้ทำการสังหารอะเกะจิ มิสึฮิเดะ ไปเสียแล้ว และได้ทำการยึดอำนาจเพื่อขึ้นปกครองญี่ปุ่น แต่อิเอะยะซุในฐานะที่เป็นข้ารับใช้คนสำคัญของโอะดะ โนะบุนะงะ และมีกำลังพลมาก ยังเป็นอุปสรรคขัดขวางการเถลิงอำนาจของฮะชิบะ ฮิเดะโยะชิ จนกระทั่งเมื่อโอดะ โนะบุคะสึ (Oda Nobukatsu, 織田信雄) บุตรชายคนที่สองของโอะดะ โนะบุนะงะ ซึ่งไม่พอใจการยึดอำนาจของฮิเดะโยะชิและต้องการที่จะสืบทอดตระกูลโอดะ จึงได้มาขอความช่วยเหลือจากอิเอะยะซุ ไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองจึงสู้รบกันในยุทธการโคะมะกิและนะงะกุเตะ (Komaki-Nagakute-no-tatakai, 小牧・長久手の戦い) ในค.ศ. 1584 แต่ไม่ปรากฏมีผู้แพ้ชนะเสียทีทั้งสองฝ่ายจึงเจรจาสงบศึก โดยที่ตระกูลโทะกุงะวะยอมที่จะเป็นพันธมิตรของฮิเดะโยะชิ และฮิเดะโยะชิได้ส่งน้องสาวของตนคือ ท่านหญิงอะซะฮี (Asahi-hime, 朝日姫) มาเป็นภรรยาเอกคนใหม่ของอิเอะยะซุ

ทั้งโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ และโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ต่างหวาดระแวงกันตลอดมา โดยเฉพาะในคราวสงครามกับตระกูลโฮโจ (Hōjō, 北条) ในค.ศ. 1590 ในแถบคันโต อิเอะยะซุได้เคยเป็นพันธมิตรกับโฮโจ อุจิมะซะ (Hōjō Ujimasa, 北条氏政) เมื่อครั้งสงครามกับตระกูลทะเคะดะ และได้ยกบุตรสาวของตนคือ ท่านหญิงโทะกุ (Toku-hime, 督姫) ให้ไปแต่งงานกับโฮโจ อุจินะโอะ (Hōjō Ujinao, 北条氏直) ทายาทของโฮโจ อุจิมาสะ ฮิเดะโยะชิทราบความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี และแม้จะขอทัพตระกูลโทะกุงะวะเป็นกำลังสำคัญแต่ก็มีความหวาดระแวงอย่างมาก จึงร้องขอให้อิเอะยะซุส่งบุตรชายคือ นะกะมะรุ มาเป็นตัวประกันที่ปราสาทโอซะกะ การล้อมปราสาทโอะดะวะระ (Odawara-seibatsu, 小田原征伐) ของตระกูลโฮโจ จังหวัดคะนะงะวะในปัจจุบัน จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายโทะโยะโตะมิ และโฮโจ อุจิมะซะได้กระทำการเซ็ปปุกุ ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ฮิเดะโยะชิเข้าควบคุมแถบคันโตได้อย่างสมบูรณ์ หลังจากศึกในครั้งนี้ฮิเดะโยะชิได้ตอบแทนอิเอะยะซุ ด้วยการขับตระกูลโทะกุงะวะออกจากแคว้นมิกะวะ อันเป็นฐานที่มั่นของตระกูลโทะกุงะวะมาเกือบหนึ่งร้อยปี และมอบดินแดนทางแถบคันโตอันห่างไกลและกันดารที่เคยเป็นของตระกูลโฮโจให้ปกครอง อิเอะยะซุจึงได้เลือกปราสาทเอะโดะ เป็นฐานที่มั่นใหม่ของตระกูลโทะกุงะวะ

อิเอะยะซุยังได้หลีกเลี่ยง ที่จะส่งกองทัพของตนเข้าร่วมการรุกรานอาณาจักรโชซ็อน (การรุกรานเกาหลีของญี่ปุ่น (พ.ศ. 2135-2141)) ของฮิเดะโยะชิในค.ศ. 1592 เป็นรักษากำลังทหารของตนเอง ไม่ให้เสียไปกับสงครามที่ไม่คุ้มค่า

ศึกเซะกิงะฮะระ[แก้]

ยุทธการเซะกิงะฮะระ

ในค.ศ. 1598 ไทโค โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยความชราภาพ เหลือบุตรชายคือ โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะริ (Toyotomi Hideyori, 豊臣秀頼) อายุเพียงห้าปี สืบทอดตระกูลโทะโยะโตะมิต่อมา ก่อนจะถึงแก่อสัญกรรมฮิเดะโยะชิผู้ซึ่งเกรงว่าบุตรชายของตนอายุน้อยจะถูกบรรดาไดเมียวผู้ทรงกำลังแก่งแย่งอำนาจไป ถึงได้แต่งตั้งให้ไดเมียวที่มีกำลังมากที่สุดจำนวนห้าคนเป็น ผู้อาวุโสทั้งห้า หรือ โงะไทโร (Go-Tairō, 五大老) เป็นผู้สำเร็จราชการแทน ประกอบด้วย โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ, มะเอะดะ โทะชิอิเอะ (Maeda Toshiie, 前田利家), โมริ เทะรุโมะโตะ (Mōri Terumoto, 毛利輝元), อุเอะสุงิ คะงะคะสึ (Uesugi Kagakatsu, 上杉景勝) และอุกิตะ ฮิเดะอิเอะ (Ukita Hideie, 宇喜多秀家) และฮิเดะโยะชิยังให้โงะไทโรกระทำการสัตย์สาบานว่าจะคอยช่วยเหลือฮิเดะโยะริบุตรชายของตนจนกว่าจะเติบใหญ่

อย่างไรก็ตามเมื่อไทโคฮิเดะโยะชิถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว เกิดความระแวงสงสัยและการคาดการณ์ว่าอิเอะยะซุจะยึดอำนาจขึ้นเป็นผู้ปกครองญี่ปุ่นเสียเอง จึงเกิดกลุ่มขุนนางตระกูลโทะโยะโตะมิที่ต่อต้านอำนาจของอิเอะยะซุ นำโดยอิชิดะ มิสึนะริ (Ishida Mitsunari, 石田三成) คนรับใช้คนสนิทของไทโคฮิเดะโยะชิ ฝ่ายอิเอะยะซุไม่รอช้าได้จัดเตรียมเสาะแสวงหาพันธมิตรต่างๆไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ในค.ศ. 1599 มะเอะดะ โทะชิอิเอะ ขุนนางที่อาวุโสที่สุดในโงะไทโรซึ่งคอยเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้ถึงแก่อสัญกรรมลง ทำให้บรรดาขุนนางซะมุไรในญี่ปุ่นแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน คือ

  • ฝ่ายของมิสึนะริ ประกอบด้วยไดเมียวจากทางตะวันตกของญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ จึงเรียกว่า ฝ่ายทัพตะวันตก (Saigun, 西軍) ได้แก่ อิชิดะ มิสึนะริ, โมริ เทะรุโมะโตะ, อุเอะสุงิ คะงะคะสึ, อุกิตะ ฮิเดะอิอะ, ฯลฯ
  • ฝ่ายของอิเอะยะซุ ประกอบด้วยไดเมียวจากทางตะวันออกของญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ จึงเรียกว่า ฝ่ายทัพตะวันออก (Tōgun, 東軍)
ดูบทความหลักที่: ยุทธการเซะกิงะฮะระ

ในค.ศ. 1600 อุเอะสุงิ คะงะคะสึ ได้แสดงความกระด้างกระเดื่องต่ออิเอะยะซุอย่างชัดเจน โดยการสะสมกำลังพลและสร้างป้อมปราการโดยไม่ได้รับอนุญาต อิเอะยะซุจึงยกทัพหมายจะปราบตระกูลอุเอะสุงิ แต่ในเวลาเดียวกันนั้นเองได้ทราบข่าวว่ามิสึนะริมีความเคลื่อนไหวในแถบคันไซ ยึดปราสาทฟุชิมิ (Fushimi, 伏見) ในเมืองเกียวโตอันเป็นศูนย์การปกครองของโทะโยะโตะมิ ทำให้อิเอะยะซุเปลี่ยนใจยกทัพไปทางตะวันตกเพื่อเข้ายึดปราสาทโอซะกะอันเป็นที่อยู่ของโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะริ โดยอิเอะยะซุเดินทัพมาตามเส้นทางโทไก (Tōkaidō, 東海道) เลียบมาตามชายฝั่งทางด้านใต้ของเกาะฮอนชู และให้ฮิเดะตะดะทายาทของตนเดินทัพไปตามเส้นทางนะกะเซ็น (Nakasen-dō, 中山道) เพื่อไปสมทบกันที่โอซะกะ แต่มิสึนะริทราบข่าวการยกทัพของอิเอะยะซุ จึงได้ยกทัพออกจากเกียวโตมาพบกับทัพของอิเอะยะซุที่ทุ่งเซะกิงะฮะระ (Sekigahara, 関ヶ原) ในจังหวัดกิฟุในปัจจุบัน

ในสมรภูมิ อิเอะยะซุได้เกลี้ยกล่อมให้ขุนพลฝ่ายทัพตะวันตกคนหนึ่ง ชื่อว่า โคะบะยะกะวะ ฮิเดะอะกิ (Kobayakawa Hideaki, 小早川秀秋) ทรยศเปลี่ยนฝ่ายมาเข้ากับฝ่ายตะวันออก ทำให้ทัพฝ่ายตะวันตกต้องพ่ายแพ้ในการรบที่เซะกิงะฮะระ อิชิดะ มิสึนะริ ถูกจับกุมตัวได้และถูกประหารชีวิต

ยุทธการเซะกิงะฮะระเป็นยุทธการที่มีความสำคัญที่สุด และเป็นการสู้รบระหว่างซะมุไรอย่างมหึมาครั้งสุดท้าย ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ชัยชนะยุทธการเซะกิงะฮะระ มีอำนาจเหนือญี่ปุ่นอย่างเบ็ดเสร็จ ปราศจากไดเมียวผู้ใดที่สามารถต่อต้านอำนาจ

โชกุนอิเอะยะซุ[แก้]

ปราสาทเอะโดะ ปัจจุบันคือพระราชวังอิมพีเรียล

เนื่องจากโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ สามารถอ้างการสืบเชื้อสายไปถึงตระกูลมินะโมะโตะของพระจักรพรรดิเซวะ หรือ เซวะเง็นจิ (Seiwa Genji, 清和源氏) ได้ จึงเข้าข่ายมีสิทธิ์สามารถดำรงตำแหน่งโชกุนได้ ในค.ศ. 1603 โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ จึงได้รับการแต่งตั้งจากราชสำนักเกียวโต ให้ดำรงตำแหน่งเซอิไทโชกุน (Seii Taishōgun, 征夷大将軍) เป็นปฐมโชกุนแห่งตระกูลโทะกุงะวะ หรือเอะโดะบะกุฟุ (Edo bakufu, 江戸幕府) อันจะปกครองประเทศญี่ปุ่นไปอีกประมาณสองร้อยห้าสิบปี โดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองเอะโดะ (Edo, 江戸) หรือโตเกียวในปัจจุบัน

อิเอะยะซุได้อ้างอำนาจการปกครองเหนือไดเมียวทั้งหมดที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่น โดยให้ไดเมียวเหล่านั้นมากระทำสัตย์สาบาทเป็นข้ารับใช้ของบะกุฟุ โดยอิเอะยะซุได้จำแนกไดเมียวออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ ไดเมียวฟุได (Fudai, 譜代) คือไดเมียวที่เป็นข้ารับใช้เก่าแก่ของตระกูลโทะกุงะวะมาแต่สมัยเซ็งโงะกุ หรือตระกูลที่เข้ามาเป็นข้ารับใช้ของตระกูลโทะกุงะวะก่อนยุทธการเซะกิงะฮะระ และไดเมียวโทะซะมะ (Tozama, 外様) คือไดเมียวที่ไม่ได้เป็นข้ารับใช้ของตระกูลโทะกุงะวะ หรือเข้ามาเป็นข้ารับใช้ของตระกูลโทะกุงะวะหลังยุทธการเซะกิงะฮะระ โชกุนอิเอะยะซุได้มอบดินแดนแคว้นๆต่างๆให้ไดเมียวเหล่านี้ไปปกครอง เรียกว่า ฮัน (Han, 藩) โดยโชกุนอิเอะยะซุได้มอบฮันในจุดยุทธศาสตร์สำคัญให้ไดเมียวจากตระกูลโทะกุงะวะหรือไดเมียวฟุไดไปปกครอง ส่วนไดเมียวโทะซะมะนั้น ก็คือเจ้าครองแคว้นไดเมียวทั้งหลายในสมัยเซ็งโงะกุ ซึ่งมีอาณาเขตกว้างใหญ่อยู่ก่อนแล้ว

ในช่วงต้นศตวรรษที่สิบเจ็ด ได้มีชาติตะวันตกชาติใหม่มาติดต่อขอทำการค้ากับญี่ปุ่น ได้แก่ฮอลันดาและอังกฤษ ซึ่งมาถึงเมืองนางาซากิในค.ศ. 1600 โดยโชกุนอิเอะยะซุได้ให้นายวิลเลียม อดัมส์ (William Adams) ชาวอังกฤษต่อเรือแบบตะวันตกให้แก่ญี่ปุ่นเป็นลำแรกจนสำเร็จในค.ศ. 1604 นับแต่นั้นมาโชกุนอิเอะยะซุจึงอนุญาตให้พ่อค้าต่างๆล่องเรือสำเภาแบบตะวันตกไปค้าขายยังอาณาจักรต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า เรือตราแดง (Red Seal Ship, Shuinsen, 朱印船) โชกุนอิเอะยะซุดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับฮอลันดาและอังกฤษ ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะขับไล่มิชชันนารีชาวโปรตุเกสและสเปนอันเป็นคู่แข่งการค้าของฮอลันดา ขับไล่และปราบปรามชาวคาทอลิก

บั้นปลายชีวิต[แก้]

ในค.ศ. 1605 โชกุนอิเอะยะซุได้สละตำแหน่งโชกุนให้แก่โทะกุงะวะ ฮิเดะตะดะ บุตรชายที่เป็นทายาทของตน โดยที่อำนาจการปกครองที่แท้จริงยังคงอยู่ที่อิเอะยะซุ เปลี่ยนมาดำรงตำแหน่งเป็นโอโงโช (Ogōshō, 大御所) หรือโชกุนผู้สละตำแหน่ง และย้ายมาพำนักที่ปราสาทซุมปุ (อันเป็นปราสาทที่อิเอะยะซุเคยพำนักเมื่อครั้งเป็นตัวประกันของตระกูลอิมะงะวะ) โดยการยกให้โชกุนฮิเดะตะดะบริหารปกครองอยู่ที่เมืองเอะโดะ ทำให้โอโงโชอิเอะยะซุสามารถจัดการกับการค้าขายกับชาติตะวันตกได้ ในค.ศ. 1609 โอโงโชอิเอะยะซุออกประกาศอนุญาต (Handelpas) ให้บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (Dutch East India Company, VOC) เข้ามาตั้งสถานีการค้าที่เมืองท่าฮิระโดะ (Hirado, 平戸) นอกชายฝั่งเมืองท่านางาซากิ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการค้าขายระหว่างญี่ปุ่นกับฮอลันดาไปอีกสองร้อยห้าสิบปี (ชาวฮอลันดายังคงอยู่ที่ฮิระโดะจนกระทั่งถูกย้ายออกไปที่เกาะเดะจิมะในสมัยของโชกุนโทะกุงะวะ อิเอะมิสึ)

ในค.ศ. 1614 เกิดข่าวลือว่าโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะริ บุตรชายของโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ ซึ่งได้เติบใหญ่อยู่ที่ปราสาทโอซะกะ ได้วางแผนกับมารดาของตนคือ นางโยะโดะ (淀殿, Yōdō-dono) ซ่องสุมกำลังคนเพื่อที่จะฟื้นฟูตระกูลโทะโยะโตะมิให้กลับมาปกครองญี่ปุ่นอีกครั้ง ในค.ศ. 1615 โอโงโชอิเอะยะซุร่วมกับโชกุนฮิเดะตะดะ ยกทัพขนาดมหึมาไปทำการล้อมปราสาทโอซะกะ ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จนกระทั่งฝ่ายโทะโยะโตะมิพ่ายแพ้ ฮิเดะโยะริกระทำการเซ็ปปุกุเสียชีวิต โดยท่านหญิงเซ็ง (Sen-hime, 千姫) ภรรยาของฮิเดะโยะริผู้ซึ่งเป็นหลานสาวของอิเอะยะซุได้รับการช่วยเหลือออกมาก่อน

ศาลเจ้านิกโกโทโช ในจังหวัดโทชิงิ

โอโงโชโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ถึงแก่อสัญกรรมในค.ศ. 1616 ที่ปราสาทซุนปุ อายุ 73 ปี หลังจากที่ถึงแก่อสัญกรรมแล้วโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้า มีชื่อว่า โทโช ไดงอนเง็น (Tōshō Daigongen, 東照大権現) เป็นพระโพธิสัตว์ที่ลงมาโปรดสัตว์บนโลกมนุษย์ มีศาลเจ้าคือ ศาลเจ้านิกโกโทโช (Nikkō Tōshō-gū, 日光東照宮) ในเมืองนิกโก จังหวัดโทะชิงิในปัจจุบัน

ครอบครัว[แก้]

  • บิดา: มะสึไดระ ฮิโระตะดะ (松平広忠 Matsudaira Hirotada ? ค.ศ. 1529 - 1549)
  • มารดา: นางโอะได-โนะ-กะตะ (於大の方 Odai-no-kata ? ค.ศ. 1528 - 1602)
  • ภรรยาเอก: นางซึกิยะมะ-โดะโนะ (築山殿 Tsukiyama-dono ? ค.ศ. 1542 - 1579) บุตรสาวของเซะกิงุชิ ชิกะนะงะ (関口親永 Sekiguchi Chikanaga ?)
    • บุตรชายคนแรก: มะสึไดระ โนะบุยะสุ (松平信康 Matsudaira Nobuyasu ? ค.ศ. 1559 - 1579)
    • บุตรสาวคนแรก: คะเมะ-ฮิเมะ (亀姫 Kame-hime ? ค.ศ. 1560 - 1625) สมรสกับ โอะกุไดระ โนะบุมะซะ (奥平信昌 Okudaira Nobumasa ?)
  • ภรรยาเอก: นางอะซะฮิ-ฮิเมะ (朝日姫 Asahi-hime ? ค.ศ. 1543 - 1590) น้องสาวของโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ
  • ภรรยาน้อย: โคโตะกุ-โนะ-ซึโบะเนะ (小督局 Kōtoku-no-Tsubone ? ค.ศ. 1548 - 1620) หรือนางโชโช-อิง (長勝院 Chōshō-in ?)
    • บุตรชายคนที่สอง: ยูกิ ฮิเดะยะซุ (結城秀康 Yūki Hideyasu ? ค.ศ. 1574 - 1607) ไปเป็นบุตรบุญธรรมของโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ และต่อมาเป็นบุตรบุญธรรมของยูกิ ฮะรุโตะโมะ (結城晴朝 Yūki Harutomo ?)
  • ภรรยาน้อย: ไซโง-โนะ-ซึโบะเนะ (西郷局 Saigō-no-Tsubone ? ค.ศ. 1552 - 1589)
    • บุตรสาวคนที่สอง: นางโทะกุ-ฮิเมะ (督姫 Toku-hime ? ค.ศ. 1565 - 1615) สมรสกับ โฮโจ อุจินะโอะ (北条氏直 Hōjō Ujinao ?) และต่อมาสมรสกับอิเกะดะ เทะรุมะซะ (池田輝政 Ikeda Terumasa ?)
    • บุตรชายคนที่สาม: โทะกุงะวะ ฮิเดะตะดะ (ค.ศ. 1579 - 1632) โชกุนคนที่ 2
    • บุตรชายคนที่สี่: มะสึไดระ ทะดะโยะชิ (松平忠吉 Matsudaira Tadayoshi ? ค.ศ. 1580 - 1607)
  • ภรรยาน้อย: นางทะเกะ (Take)
    • บุตรสาวคนที่สาม: ฟุริ-ฮิเมะ (振姫 Furi-hime ? ค.ศ. 1580 - 1617) หรือ นางโชเซ-อิง (正清院 Shōsei-in ?) สมรสกับกะโม ฮิเดะยุกิ (蒲生秀行 Gamō Hideyuki ?) และต่อมาสมรสกับอะซะโนะ นะงะอะกิระ (浅野長晟 Asano Nagaakira ?)
  • ภรรยาน้อย: นางโอะซึมะ (Otsuma) หรือชิโมะยะมะ-โดะโนะ (下山殿 Shimoyama-dono ? ค.ศ. 1564 - 1591)
    • บุตรชายคนที่ห้า: ทะเกะดะ โนะบุโยะชิ (武田信吉 Takeda Nobuyoshi ? ค.ศ. 1583 - 1603) ไปเป็นบุตรบุญธรรมของทะเกะดะ โนะบุฮะรุ (武田信治 Takeda Nobuharu ?)
  • ภรรยาน้อย: ชะอะ-โนะ-ซึโบะเนะ (茶阿局 Chaa-no-Tsubone ? ? - ค.ศ. 1621)
    • บุตรชายคนที่หก: มะสึไดระ ทะดะเทะรุ (松平忠輝 Matsudaira Tadateru ? ค.ศ. 1592 - 1683)
    • บุตรชายคนที่เจ็ด: มะสึไดระ มะสึชิโยะ (松平松千代 Matsudaira Matsuchiyo ? ค.ศ. 1594 - 1599)
  • ภรรยาน้อย: นางคะเมะ (Kame) ค.ศ. 1573 - 1642
    • บุตรชายคนที่แปด: มะสึไดระ เซ็งชิโยะ (松平仙千代 Matsudaira Senchiyo ? ค.ศ. 1595 - 1600)
    • บุตรชายคนที่เก้า: โทะกุงะวะ โยะชินะโอะ (徳川義直 Tokugawa Yoshinao ? ค.ศ. 1601 - 1650) ไดเมียวแห่งคิโยะสุ หนึ่งในโงะซังเกะ
  • ภรรยาน้อย: นางมัง (Man) หรือโยจูอิง (養珠院 Yōjū-in ? ค.ศ. 1580 - 1653)
    • บุตรชายคนที่สิบ: โทะกุงะวะ โยะริโนะบุ (徳川頼宣 Tokugawa Yorinobu ? ค.ศ. 1602 - 1671) ไดเมียวแห่งคิอิ หนึ่งในโงะซังเกะ เป็นปู่ของโทะกุงะวะ โยะชิมุเนะ โชกุนคนที่ 8
    • บุตรชายคนที่สิบเอ็ด: โทะกุงะวะ โยะริฟุสะ (徳川頼房 Tokugawa Yorifusa ? ค.ศ. 1603 - 1661) ไดเมียวแห่งมิโตะ หนึ่งในโงะซังเกะ
ก่อนหน้า โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ถัดไป
ยุคเซ็งโงะกุ 2leftarrow.png Tokugawa family crest.svg
โชกุนแห่งเอะโดะบะกุฟุ
(ค.ศ. 1603-ค.ศ. 1605)
2rightarrow.png โทะกุงะวะ ฮิเดะทะดะ