โทะกุงะวะ อิเอะนะริ
-
ชื่อนี้เป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่นซึ่งเรียงโดยใช้ชื่อสกุลนำหน้าชื่อตัว
| โทะกุงะวะ อิเอะนะริ 徳川家斉 |
|
|---|---|
| โชกุนแห่งเอะโดะ | |
| สมัยก่อนหน้า | โทะกุงะวะ อิเอะฮะรุ |
| สมัยถัดไป | โชกุน: โทะกุงะวะ อิเอะโยะชิ |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 5 ตุลาคม พ.ศ. 1773 |
| เสียชีวิต | 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1841 |
| บิดา | โทะกุงะวะ ฮะรุซะดะ |
| มารดา | お富の方 |
โทะกุงะวะ อิเอะนะริ (ญี่ปุ่น: 徳川 家斉 Tokugawa Ienari, 5 ตุลาคม ค.ศ. 1773 - 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1841 ?) เป็น โชกุน คนที่ 11 แห่ง ตระกูลโทะกุงะวะ (ช่วงสมัย: ค.ศ. 1787 ถึง ค.ศ. 1837) เป็นโชกุนที่มีดำรงตำแหน่งอยู่ยาวนานที่สุดของระบอบโชกุนตระกูลโทะกุงะวะ หรือ เอะโดะบะกุฟุ
ใน ค.ศ. 1740 โชกุนโทะกุงะวะ โยะชิมุเนะ ได้แต่งตั้งบุตรชายคนที่สี่คือ โทะกุงะวะ มุเนะตะดะ (Tokugawa Munetada, 徳川宗尹) ให้เป็นหัวหน้าตระกูลโทะกุงะวะสาขาฮิโตะสึบะชิ (Hitotsubashi-Tokugawa-ke, 一橋徳川家) เป็นหนึ่งในโงะซันเกียว (Gosangyō, 御三卿) ทั้งสามตระกูลที่สามารถสืบทอดตำแหน่งโชกุนได้ในกรณีที่ตระกูลโทะกุงะวะสาขาหลักได้สูญสิ้นไป
โทะกุงะวะ อิเอะนะริ เป็นบุตรชายคนโตของ โทะกุงะวะ ฮะรุซะดะ (Tokugawa Harusada, 徳川治済) บุตรชายของโทะกุงะวะ มุเนะตะดะ เท่ากับว่าอิเอะนะริเป็นเหลนของโชกุนโทะกุงะวะ โยะชิมุเนะนั่นเอง หลังจากที่บุตรชายเพียงคนเดียวของโชกุนโทะกุงะวะ อิเอะฮะรุได้เสียชีวิตลง ทำให้โชกุนอิเอะฮะรุไม่มีทายาทสืบทอดตำแหน่งโชกุน ในค.ศ. 1781 โชกุนอิเอะฮะรุและขุนนางในบะกุฟุจึงตัดสินใจเลือกโทะกุงะวะ อิเอะนะริ ให้เป็นทายาทและบุตรบุญธรรมของโชกุนอิเอะฮะรุ โชกุนอิเอะฮะรุถึงแก่อสัญกรรมใน ค.ศ. 1786 ในปีต่อมา ค.ศ. 1787 อิเอะนะริจึงได้สืบทอดตำแหน่งเป็นโชกุนคนต่อมา ในค.ศ. 1789 เกิดกบฏของชาวไอนุบนแคว้น Menashi บนเกาะฮกไกโด และบนเกาะ Kunashir (Menashi-Kunashir Rebellion)
ในสมัยของโชกุนอิเอะนะริ การปกครองของญี่ปุ่นอยู่ภายใต้อิทธิพลของขุนนางหลายคนในแต่ละช่วง;
- ค.ศ. 1787 - ค.ศ. 1793 โรจูมะสึไดระ ซะดะโนะบุ (Matsudaira Sadanobu, 松平定信) เป็นผู้นำในการปฏิรูปปีคันเซ (Kansei-no-kaikaku, 寛政の改革) ยกตัวอย่างเช่นการประกาศให้ลัทธิขงจื้อเป็นศาสนาประจำชาติญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการใน ค.ศ. 1790 ในค.ศ. 1792 ญี่ปุ่นมีการติดต่อกับจักรวรรดิรัสเซีย (Russian Empire) เป็นครั้งแรก โดยเรือรัสเซียนำโดยอดัม แลกซ์แมน (Adam Laxman) มาเทียบท่าเมืองมะสึมะเอะ (Matsumae, 松前) บนเกาะฮกไกโด เพื่อส่งตัวชาวญี่ปุ่นพลัดหลงคืนและเจรจาขอทำการค้าขายกับญี่ปุ่นจากเกาะฮกไกโด แต่เนื่องจากนโยบายปิดประเทศที่ดำเนินมานาน โรจูมะสึไดระ ซะดะโนะบุ จึงปฏิเสธไป แต่ให้อนุญาตให้เรือสินค้ารัสเซียไปเทียบท่าที่นะงะซะกิแทน การยอมให้สิทธิการค้าแก่รัสเซียทำให้โรจูมะสึไดระ ซะดะโนะบุ เป็นที่ตำหนิติเตียนมาก จนต้องลาออกจากบะกุฟุไปใน ค.ศ. 1793
- ค.ศ. 1793 - ค.ศ. 1817 โรจูมะสึไดระ โนะบุอะกิระ (Matsudaira Nobuakira, 松平信明) ในค.ศ. 1804 รัสเซียพยายามที่จะเปิดประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งนำโดยนิโคไล เรซานอฟ (Nikolai Rezanov) แต่ไม่สำเร็จ ในค.ศ. 1808 เกิดเหตุการณ์เรือรบอังกฤษชื่อว่าแฟทอน (Phaeton) บุกเข้าเมืองท่านะงะซะกิใช้กำลังบังคับเอาเสบียงและอาวุธ โนะบุอะกิระถึงแก่อสัญกรรมในค.ศ. 1817
- ค.ศ. 1817 - ค.ศ. 1834 มิซุโนะ ทะดะอะกิระ (Mizuno Tadaakira, 水野 忠成) ใน ค.ศ. 1825 บะกุฟุออกกฎหมายขับไล่เรือต่างชาติ (Ikokusen-Uchiharai-rei, 異国船打払令) ให้โจมตีขับไล่และสังหารเรือต่างชาติและชาวต่างชาติทันทีเมื่อพบเห็น มิซุโนะ ทะดะอะกิระ เสียชีวิตใน ค.ศ. 1834 มี
- ค.ศ. 1834 - ค.ศ. 1837 มิซุโนะ ทะดะคุนิ (Mizuno Tadakuni, 水野 忠邦) กบฏของโอชิโอะ เฮฮะจิโร่ (Ōshio Heihachirō, 大塩平八郎) ที่เมืองโอซาก้าในค.ศ. 1837 ในปีเดียวกันเรือรบชื่อว่ามอร์ริสัน (Morrison) ของสหรัฐอเมริกา มาเทียบท่ายังจังหวัดคะโงะชิมะ (Kagoshima) ในแคว้นซะสึมะ และอ่าวอุระงะ (Uraga, 浦賀) ฝ่ายญี่ปุ่นได้ตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการยิงปืนใหญ่ถล่มใส่ เรียกว่า เหตุการณ์มอร์ริสัน (Morrison Incident)
ในค.ศ. 1837 โชกุนอิเอะนะริสละตำแหน่งโชกุนให้แก่บุตรชายคนที่สอง คือ โทะกุงะวะ อิเอะโยะชิ (Tokugawa Ieyoshi, 徳川家慶) และดำรงตำแหน่งโอโงโช (Ōgōshō, 大御所) ไปอีกเป็นเวลาสี่ปีจนกระทั่งโอโงโชอิเอะนะริถึงแก่อสัญกรรมในค.ศ. 1841
อ้างอิง[แก้]
| สมัยก่อนหน้า | โทะกุงะวะ อิเอะนะริ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| โทะกุงะวะ อิเอะฮะรุ | โชกุนแห่งเอะโดะบะกุฟุ (ค.ศ. 1787-ค.ศ. 1837) |
โทะกุงะวะ อิเอะโยะชิ |