โซเฟีย คอปโปลา
| Sofia Coppola | |
| ไฟล์:Sofia Coppola LA June 2009.jpg |
|
| ชื่อเกิด | โซเฟีย คาร์มินา คอปโปลา |
| เกิด | 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1971 (42 ปี) นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา |
| คู่สมรส | สไปค์ จอนซ์ (1999-2003) |
| คู่ครอง | โทมัส มาร์ส |
| อาชีพ | นักแสดง นักเขียนบท ผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง |
| ปีที่แสดง | 1972 - ปัจจุบัน |
| ส่วนเกี่ยวข้อง | ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา |
โซเฟีย คาร์มินา คอปโปลา นักแสดง นักเขียนบท ผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวอเมริกัน เป็นผู้กำกับภาพยนตร์สตรีคนที่สาม และสตรีชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Lost in Translation (2003) ต่อจากลินา เวิร์ทมูลเลอร์ (ชาวอิตาเลียน-สวิส ปี 1975 จากเรื่อง Seven Beauties) และเจน แคมเปียน (ชาวนิวซีแลนด์ ปี 1993 จากเรื่อง The Piano)
โซเฟีย คอปโปลาเกิดที่นิวยอร์ก เป็นบุตรคนสุดท้องของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา และเอเลนอร์ คอปโปลา จบการศึกษาด้านการออกแบบเสื้อผ้า และเคยเปิดบริษัทผลิตเสื้อผ้า "Milkfed" วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น [1]
เนื้อหา |
ผลงานแสดง[แก้]
เธอปรากฏตัวในภาพยนตร์หลายเรื่องของบิดาตั้งแต่เด็ก โดยในเรื่อง เดอะก็อดฟาเธอร์ (1972) ขณะยังเป็นทารก รับบทเป็นแอนโทนี ลูกชายของไมเคิล คอร์เลโอเน (อัล ปาชิโน) ในฉากรับศีลจุ่ม ในเรื่อง Peggy Sue Got Married (1986) รับบทเป็นน้องสาวของเพ็กกี ซู (แคทลีน เทอร์เนอร์) [2]
ในปี 1990 เธอรับบทเป็น มาเรีย คอร์เลโอเน ตัวเอกใน เดอะก็อดฟาเธอร์ ภาค 3 โดยรับบทนี้แทนวิโนนา ไรเดอร์ ที่ต้องถอนตัวเนื่องจากอาการป่วย เนื่องจากบทนี้เป็นบทสำคัญ และเธอขาดประสบการณ์ด้านแสดง ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อ่อนด้อย [2] และได้รับรางวัลราสเบอร์รี สาขานักแสดงประกอบหญิงยอดแย่ และสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดแย่ ประจำปี 1990 [3]
นอกเหนือจากผลงานที่บิดาเป็นผู้กำกับแล้ว เธอยังรับบทเล็ก ในภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง เช่น Frankenweenie (1984) ของทิม เบอร์ตัน, Inside Monkey Zetterland (1992), Star Wars Episode I (1999) ของจอร์จ ลูคัส และในมิวสิกวิดีโอหลายเรื่องที่กำกับโดยสไปค์ จอนซ์ อดีตสามี
ผลงานเขียนบทและกำกับภาพยนตร์[แก้]
โซเฟีย คอปโปลาเป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง New York Stories (1989) เป็นภาพยนตร์สั้นสามเรื่องที่กำกับโดยวูดดี อัลเลน มาร์ติน สกอร์เซซี และฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา โดยเธอเป็นผู้เขียนบทตอน "Life Without Zoe" ร่วมกับบิดา
เธอมีผลงานเขียนบทและกำกับภาพยนตร์มาแล้ว 5 เรื่อง ได้แก่ Lick the Star (1998), The Virgin Suicides (1999), Lost in Translation (2003), Marie Antoinette (2006) และ Somewhere (2010) [4] โดยเรื่อง Lost in Translation นำแสดงโดยบิล เมอร์เรย์และสกาเล็ต โยแฮนสัน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชาวอเมริกันที่ใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียว และพบกับความแปลกแยกทางวัฒนธรรม ภาษา และอุปสรรคในติดต่อสื่อสาร เธอเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้จากประสบการณ์จริง ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นคนเดียวหลังจากเรียนจบ [2] ภาพยนตร์ได้รับคำชื่นชม ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 17 รางวัล จากสามสถาบันหลัก คือรางวัลออสการ์ รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลบาฟตา [5]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ Lee, Helen (5 November 2007). "Did you know Sofia Coppola has a fashion line called MilkFed?". Sassybella.com. สืบค้นเมื่อ 2009-07-29. More than one of
|author=และ|last=specified (help) - ↑ 2.0 2.1 2.2 http://www.film.com/celebrities/sofia-coppola/biography/15034328
- ↑ Eleventh Annual RAZZIE® Awards (for 1990)
- ↑ The Coppola Smart Mob
- ↑ http://www.imdb.com/title/tt0335266/awards