โชอิชิ โยะโกะอิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โชอิชิ โยะโกะอิ
เกิดที่ ซาโอริ จังหวัดไอจิ จักรวรรดิญี่ปุ่น
เหล่าทัพ War flag of the Imperial Japanese Army.svg กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น
ยศสูงสุด จ่าสิบเอก
สังกัด กองพลทหารราบที่ 29
กรมทหารที่ 38
การยุทธ สงครามโลกครั้งที่สอง

โชอิชิ โยโคอิ (ญี่ปุ่น: Shōichi Yokoi 横井 庄一 Yokoi Shōichi ?; 31 มีนาคม ค.ศ. 1915 — 22 กันยายน ค.ศ. 1997) เป็นจ่าสิบเอกในกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเป็นหนึ่งในทหารพลัดหน่วยคนสุดท้ายที่ยอมจำนนหลังจากสงครามยุติลงใน ค.ศ. 1945

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

โยโคอิเกิดในซาโอริ จังหวัดไอจิ เป็นช่างตัดเสื้อฝึกหัดจนกระทั่งถูกเกณฑ์ทหารใน ค.ศ. 1941[1]

สงครามโลกครั้งที่สองและการใช้ชีวิตหลังสงครามยุติ[แก้]

"ถ้ำของโยโคอิ" แหล่งท่องเที่ยวและอนุสาวรีย์ซึ่งอุทิศให้แก่โยโคอิ ถูกพบบริเวณที่ตั้งของถ้ำดั้งเดิมที่น้ำตกตาโลโฟโฟรีสอร์ตปาร์ก ส่วนถ้ำดั้งเดิมถูกทำลายไปแล้วหลังเกิดพายุไต้ฝุ่น

หลังจากที่โยโคอิถูกเกณฑ์เข้าสู่กองทัพ เดิมเขารับราชการอยู่ในกองพลทหารราบที่ 29 ในแมนจูกัว ใน ค.ศ. 1943 เขาได้ถูกย้ายไปประจำในกรมทหารที่ 38 ในหมู่เกาะมาเรียนา เขามาถึงเกาะกวม ในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อกองทัพอเมริกันมีชัยเหนือทหารญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1944 โยโคอิได้ไปหลบซ่อนตัวกับทหารญี่ปุ่นอีกสิบนาย เขายังคงซ่อนตัวอยู่จนกระทั่ง ค.ศ. 1972[1] ทหารที่หลบซ่อนตัวอยู่เจ็ดจากสิบนายได้ผละออกไปแล้ว เหลือเพียงสามคนที่ยังซ่อนตัวอยู่เท่านั้น ในภายหลัง ทหารทั้งสามได้แยกกันอยู่ แต่ยังคงพบปะกันจนกระทั่ง ค.ศ. 1964 เมื่อโยโคอิพบว่าเพื่อนของเขาทั้งสองคนได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยการขาดอาหาร แปดปีสุดท้ายเขาต้องอาศัยอยู่เพียงลำพัง

โยโคอิเอาชีวิตรอดด้วยการล่าสัตว์ โดยส่วนใหญ่ในเวลากลางคืน เขาได้ใช้พืชท้องถิ่นในการทำเสื้อผ้า เตียง และเครื่องมือเก็บของ ซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างระมัดระวังในถ้ำ เป็นเวลากว่า 28 ปี เขาได้ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำใต้ดินในป่า[1] โดยหวาดกลัวที่จะออกมาจากที่ซ่อนแม้ว่าหลังจากพบใบปลิวที่มีเนื้อหาระบุว่าสงครามโลกครั้งที่สองยุติลงแล้ว[1]

การยอมจำนน[แก้]

ตอนเย็นของวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 1972 โยโคอิถูกค้นพบในป่า[2] โดยชายท้องถิ่นสองคน ได้แก่ จีซัส ดูเอนาส และมานูเอล เดอ กราเซีย ขณะได้ตรวจกับดักกุ้งตามแม่น้ำสายเล็กบนตาโลโฟโฟ เดิมพวกเขาสันนิษฐานว่าโยโคอิเป็นชาวบ้านจากตาโลโฟโฟ และนำตัวเขาออกจากป่าโดยมีรอยช้ำเล็กน้อย[1]

คำกล่าวของเขาเมื่อกลับถึงญี่ปุ่น "มันเป็นความละอายอย่างมากที่ผมกลับมาโดยยังรอดชีวิตอยู่" กลายเป็นคำกล่าวที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น[3]

ยาโอคิเป็นทหารญี่ปุ่นคนที่สามนับจากท้ายสุดที่ยอมจำนนหลังจากสงคราม

ชีวิตบั้นปลาย[แก้]

หลังจากการปรากฏตัวในสื่อหลายแห่งของญี่ปุ่น เขาได้แต่งงานและลงหลักปักฐานในชนบทของจังหวัดไอจิ หลังจากที่ได้อยู่เพียงคนเดียวในถ้ำเป็นเวลากว่า 28 ปี เขาได้กลายมาเป็นบุคคลโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยม และเป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรื่องราวของเขาได้ถูกนำไปทำแป็นสารคดีที่ชื่อว่า "โยโคอิและชีวิตลับบนเกาะกวมยี่สิบแปดปี" ต่อมา เขาได้รับเงินจำนวนเท่ากับ 300 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับเงินบำนาญอีกเล็กน้อย

ค.ศ. 1991 เขามีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ ซึ่งเขาถือว่าเป็นเกียรติที่สุดในชีวิตของเขา

โยโคอิเสียชีวิตใน ค.ศ. 1997 ด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือดด้วยวัย 82 ปี[4] ร่างของเขาถูกฝังอยู่ในสุสานนาโงยะ ใต้แท่งหินซึ่งแม่ของเขาได้ทำขึ้นใน ค.ศ. 1955

เชิงอรรถ[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "Shoichi Yokoi", Ultimate Guam.
  2. Mendoza, Patrick M. (1999). Extraordinary People in Extraordinary Times: Heroes, Heroes, and Villains, p. 71.
  3. Lewis, John. "Japan's WWII 'no surrender' soldier dies," CNN. September 23, 1997.
  4. Kristof, Nicholas D. "Shoichi Yokoi, 82, Is Dead; Japan Soldier Hid 27 Years," New York Times. September 26, 1997.

อ้างอิง[แก้]