โจว เจี๋ยหลุน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โจว เจี๋ยหลุน
Jay Chou 03.JPG
เจย์ โชว์ ในงานเอ็มทีวี เอเชีย เอด กรุงเทพ
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด 周杰倫
วันเกิด 18 มกราคม ค.ศ. 1979 (35 ปี)
เกิดที่ ไต้หวัน,ประเทศจีน
แนวเพลง ป็อป,ร็อค,อาร์แอนด์บี,ฮิปฮอป
อาชีพ นักร้อง, นักดนตรี, นักแต่งเพลง, โปรดิวเซอร์ทำเพลง, ผู้กำกับภาพยนตร์, นักแสดง,นายแบบ
เครื่องดนตรี เปียโน,ไวโอลิน,กลอง,เชลโล่,กีต้าร์,เบส,กู่เจิ้ง,เอ้อหู,ผีผา และฮาร์โมนิก้า
ปี ค.ศ. 2000 - ปัจจุบัน
ค่าย JVR MUSIC
เว็บไซต์ http://www.jay-chou.net/ http://www.jvrmusic.com.tw

โจวเจี๋ยหลุน (จีนตัวเต็ม: 周杰倫; จีนตัวย่อ: 周杰伦; พินอิน: Zhōu Jiélún) หรือ เจย์ โจว (อังกฤษ: Jay Chou) เกิดเมื่อ 18 มกราคม ค.ศ. 1979 เป็นนักร้อง ,นักแต่งเพลง ,นักดนตรี ,โปรดิวเซอร์ ที่มีชื่อเสียงในไต้หวัน

ประวัติ[แก้]

ชีวิตช่วงแรก[แก้]

เจย์ โจวเป็นที่ยอมรับในความสามารถทางดนตรีที่หาตัวจับยาก ทั้งแต่งเพลงและโพรดิวซ์เพลงเอง รวมทั้งเล่นดนตรีได้หลายชนิดทั้งเครื่องดนตรีตะวันตกและตะวันออก เขาผสมผสานสิ่งเหล่านี้ไว้ในงานเพลงของเขา ดนตรีของเจย์โดดเด่นทั้งด้านทำนองและเนื้อร้องที่ลุ่มลึก นอกจากงานเพลงแล้วเจย์ยังเป็นนักแสดงในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จระดับเอเชีย นั่นทำให้เขาสนใจในด้านการกำกับการแสดง เจย์ได้แสดงฝีมือการกำกับเอาไว้ในมิวสิกวิดีโอหลายๆเพลงของเขา ด้วยความสามารถเหล่านี้เองจึงทำให้เขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย ทั้งในไต้หวัน,จีน,ฮ่องกง,สิงคโปร์,มาเลเซีย,อินโดนีเชีย,ไทย และญี่ปุ่น เจย์ยังโด่งดังในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเลในสหรัฐอเมริกา,อังกฤษ,ออสเตรเลีย และแคนาดา

โจวเจี๋ยหลุน เกิดและโตในไต้หวัน ถูกเลี้ยงมาโดยแม่ของเขาซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ในโรงเรียนมัธยมในไต้หวัน ในวัยเด็กเจย์เป็นคนที่เรียนหนังสือไม่เก่งนัก แต่เป็นคนที่เก่งกาจในทางดนตรี เขาเริ่มเล่นเปียโน ตั้งแต่อายุ 3 ปี นอกจากนั้นยังเล่น กลอง,เชลโล่ และกีต้าร์ พ่อกับแม่หย่ากันตอนเขาอายุ 14 ทำให้เขาเป็นคนเงียบ และสันโดษ เจย์อาศัยอยู่กับแม่และคุณยาย เขาเรียนเอกเปียโนที่ Dan Jiang Senior High School ปี 1996 เจย์ไม่เรียนต่อที่มหาวิทยาลัย แต่เลือกที่จะเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร เขาเริ่มเข้าสู่วงการเพลง โดยโชว์ความสามารถเปียโน รายการการประกวด 超級任王 (Super New Talent King) ผู้ผลิตรายการเห็นความสามารถของเขาจึงชักชวนเข้าสู่วงการ ในฐานะนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ ให้กับศิลปินดังๆอย่าง โคโค่ ลี, หลิวเต๋อหัว, กัวฟู่เฉิง, วิเวียน ซู, โจลิน ไซ เป็นต้น

อาชีพนักร้อง[แก้]

ในปี 2000 เขาได้ออกอัลบั้มแรก Jay (周杰倫同名專輯) ภายใต้สังกัด Alfa Music อัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จในไต้หวัน รวมไปถึง จีน ฮ่องกง มาเก๊า ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ ทำให้เจย์สามารถพิชิตรางวัล Best New Artist และ Best Album จาก Golden Melody Awards ซึ่งเปรียบเหมือนรางวัลแกรมมี่แห่งวงการเพลงไต้หวัน

เมื่ออัลบั้มที่ 2 ออก Fantasy (范特西) ก็ทำให้เขาขึ้นสู่อันดับสูงสุดในวงการเพลงเอเชีย อัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับจากนักฟังเพลงทั่วเอเชีย มีเพลงฮิตอย่าง Love Before The Century (愛在西元前-Ai Zai Xi Yuan Qian), Silence (安靜-An Jing) และ Dad, I'm Back (爸,我回來了-Ba Wo Hui Lai Le) ซึ่งเนื้อร้องที่เกี่ยวกับความรุนแรงภายในครอบครัวนั้น จับใจผู้ฟังอย่างมาก

อัลบั้มที่ 3 Eight Dimensions (八度空間) ในปี 2002 ก็ประสบความสำเร็จยิ่งกว่า ในอัลบั้มนี้เจย์ตอกย้ำสถานะการเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชียด้วยการคว้ารางวัล Best Asian Artist จากเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส เจแปนและคว้า Golden Melody Awards ไปถึง 5 สาขา ตามติดด้วยการคว้า Favorite Artist Taiwan จากเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดส ที่ทุกคนประทับใจในการแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขาในงานวันนั้น ด้วยความสำเร็จอย่างมหาศาลในอัลบั้มชุดนี้ เจย์ได้รับเกียรติจากนิตยสาร TIME ให้ขึ้นปกในเดือนมีนาคม 2003 พร้อมกันนี้เจย์ยังได้เซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเป๊บซี่และ โทรศัพท์มือถือพานาโซนิก อีกด้วย

อัลบั้มที่ 4 ในปี 2003 ตั้งตามชื่อแม่ของเขา Ye Hui Mei (葉惠美) โดยเขาไม่กลัวเลยที่จะทดลองสิ่งใหม่ ในเพลง In The Name Of The Father (以父之名-Yi Fu Zhi Ming) เขาได้นำกลิ่นอายของเพลงตะวันออกผสานเสียงร้องแบบโอเปร่าได้อย่างลงตัว และในอัลบั้มชุดที่สี่นี้เจย์ก็คว้า Golden Melody Awards ในสาขา Best Album และ Best Music Video มาครอง พร้อมกับเปิดการแสดงที่ MGM Grand Caesar Palace เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งบัตรขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว ในปีนี้เจย์ได้ออกทัวร์รอบโลกทั้งใน เอเชีย อเมริกา และแคนาดา

อัลบั้มที่ 5 ในปี 2004 ชื่อ Common Jasmin Orange อัลบั้มนี้ เจย์ได้ใช้กรอบของบทกลอนของกวีชื่อ สีมู่หรง บทกลอนมีชื่อว่า "ชีหลี่เซียง" (七里香 Common Jasmin Orange หรือ หอมไกล 7 ลี้) โดย เจย์ นำชื่อของบทกลอนนี้มาเป็นชื่ออัมบั้มและซิงเกิ้ลแรกที่มีชื่อเดียวกัน เพลงนี้ได้ฟางเหวินซาน มาเขียนเนื้อร้องให้ ซึ่งจะคล้ายๆกับการเขียนบทกลอน ซึ่งการนำกลอนมาใช้ในงานครั้งนี้เปรียบเสมือนว่าเจย์กำลังจะนำคลื่นกระแสเพลงที่เป็นกลอนกลับมาอีกครั้ง ในอัลบั้มชุดนี้เจย์ได้รับรางวัล World’s Best-Selling Chinese Artist จาก World Music Awards ที่ลาสเวกัส พร้อม World Tour ที่มีไฮไลท์อยู่ที่การเปิดการแสดงที่ Shrine Auditorium ในลอสแอนเจลิส สถานที่แจกรางวัลออสการ์อันโด่งดัง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2005 เจย์ โชว ได้รับรางวัล Favorite Artist Taiwan เป็นครั้งที่สอง จากงาน MTV Asia Aid ที่ Impact Arena กรุงเทพฯ ในค่ำคืนนั้นเจย์เล่นเปียโนในเพลง Snail ที่มีความหมายให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยสึนามิ และเพลง Common Jasmin Orange เพลงเด่นจากสตูดิโออัลบั้มล่าสุดของเขา

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ร่วมเล่นหนังเรื่อง Initial D ที่สร้างมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น เจย์ได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่จาก 42nd Golden Horse Awards และ ได้รับรางวัลจากการแสดงจาก 25th Hong Kong Film Awards ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากในเอเชียและประเทศตะวันตก โดยเขาได้ร่วมแสดงกับนักแสดงชั้นนำอย่าง แอน ซูซูกิ, เฉินเสี่ยวชุน, เฉินกวนซี, หยูเหวินเล่อ, ตู้เหวินเจ๋อ และ หวงซิวเซิน

อัลบั้ม Initial J อัลบั้มรวมฮิตออกจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเท่านั้น รวม 11 เพลงฮิตจากอัลบั้มต่างๆของเขา และ 8 มิวสิกวิดีโอ

เจย์ โชว์ จากอัลบั้ม November's Chopin

อัลบั้มที่ 6 ชื่อ November's Chopin (十一月的蕭邦) ออกจำหน่ายเดือนพฤศจิกายน ปี 2005 โดยมีเพลง "Nocturne" (夜曲) ที่ได้รับอิทธิพลจากโชแปง ซึ่งเป็นนักคีตกวีคนโปรดของเจย์

มกราคม 2006 ได้ออก EP ชุด Huo Yuan Jia (霍元甲) ที่เป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง Fearless ของ เจ็ต ลี หรือ หลี่เหลียนเจี๋ย ซึ่งเป็นนักแสดงในดวงใจของเจย์

อัลบั้มที่ 7 Still Fantasy (依然范特西) ออกวางขายวันที่ 5 กันยายน 2006 โดยมี Faraway (千里之外 Qian Li Zhi Wai) เป็นซิงเกิ้ลแรก

อัลบั้มที่ 8 On The Run (我很忙) ออกวางขายวันที่ 2 พฤศจิกายน 2007 ที่ไต้หวันและฮ่องกง โดยมี "The Cowboy On The Run" (牛仔很忙)เป็นซิงเกิ้ลแรก "Rainbow" (彩虹)เป็นซิงเกิ้ลที่สอง และ "Unparalleled" (無雙) เป็นซิงเกิ้ลที่สามที่ออกเผยแพร่ทางวิทยุฮิตเอฟเอ็ม และอัลบั้มนี้ก็เป็นอัลบั้มแรกที่เจย์ ผลิตออกมาภายใต้บริษัทใหม่ซึ่งเป็นบริษัทของเขาเองคือ JVR Music ในมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Cowboy On The Run’ กับแนวคาวบอย เอ็มวีตัวนี้ที่ทุ่มทุนไปกว่า 3.5 ล้านเหรียญไต้ไหวัน โดยได้เจย์ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดงเองด้วย[1]

อัลบั้มที่ 9 Capricorn (魔杰座) ออกวางขายที่ฮ่องกงและไต้หวัน วันที่ 15 ตุลาคม 2008 โดยมี Rice Aroma (稻香) เป็นซิงเกิ้ลแรก ซึ่งแต่งเนื้อร้องและทำนองโดยเจย์

อัลบั้มที่ 10 The Era (跨時代) ออกวางขายที่ฮ่องกงและไต้หวัน วันที่ 18 พฤษภาคม 2010 โดยมี Superman Can't Fly (超人不會飛) เป็นซิงเกิ้ลแรก ซึ่งแต่งเนื้อร้องและทำนองโดยเจย์

ผลงานด้านอื่น[แก้]

นอกจากนี้เจย์ได้ร่วมแสดงหนังจากผู้กำกับ จางอี้โหมว เรื่อง ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง (Curse of the Golden Flower) ร่วมกับนักแสดงระดับโลกอย่าง โจวเหวินฟะ และ กงลี่ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ทุ่มทุนสร้างกว่า 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนจากจีน ให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2007 และเจย์ยังจะแสดงนำในเรื่อง สแลมดังก์ ที่สร้างจากการ์ตูนญี่ปุ่นยอดฮิตชื่อเดียวกัน แต่เนื่องจากเนื้อหาในภาพยนตร์ได้มีการนำเอาศิลปะกังฟูมาใช้ประกอบกับการเล่นบาสเก็ตบอล ปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น กังฟูดังก์

ส่วนผลงานภาพยนตร์จากผลงานการกำกับของเจย์เองคือเรื่อง รักเรา กัลปาวสาน (Secret)[1] ซึ่งเจย์ได้นำแสดงร่วมกับ เกย ลุน เม่ย[2]

นอกจากนี้ เจย์ยังมีชื่อเป็นศิลปินที่ร่วมใน พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ที่จัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ร่วมกับ เซลีน ดิออน และศิลปินอีกมาก ณ สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นการร่วมงานกับจาง อี้โหมว เป็นครั้งที่สอง ต่อจากภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2549 แต่ไม่ได้ไปแสดงโดยให้เหตุผลว่าไม่ถนัดแนวนี้ เมื่อต้นปี 2552 ได้ถูกสัมภาษณ์ในรายการ Talk asia ของสถานีข่าว CNN ในฐานะนักร้องที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเอเชีย

ผลงานเพลง[แก้]

อัลบั้ม[แก้]

  • Jay (周杰倫同名專輯) — วันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000
  • Fantasy (范特西) — วันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2001
  • The Eight Dimensions (八度空間) — วันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2002
  • Ye Hui Mei (葉惠美) — วันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2003
  • Common Jasmin Orange (七里香) — วันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 2004
  • November's Chopin (十一月的蕭邦) — วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005
  • Still Fantasy (依然范特西) — วันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 2006
  • On The Run (我很忙) — วันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007
  • Capricorn (魔杰座) — วันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2008
  • The Era (跨時代) — วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2010
  • Exclamation Mark (驚嘆號) — วันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2011
  • Opus 12 (12新作) — วันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ.2012

EP[แก้]

  • FANTASY PLUS — วันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 2001
  • Hidden Track (尋找周杰倫EP) — วันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2003
  • Fearless (霍元甲EP) Huo Yuan Chia — วันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2006
  • Curse of the Golden Flower (黃金甲EP) — วันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2006

อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

  • Hidden Track (尋找周杰倫) — วันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2003
  • Secret OST. (不能說的祕密電影原聲帶) — วันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 2007

ผลงานการแสดง[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อภาษาจีน บทบาท
2003 เพลงรักเพรียกหา เจย์ โจว Hidden Track 尋找周杰倫 "โจวเจี๋ยหลุน"
2005 ดริฟท์ติ้ง ซิ่งสายฟ้า Initial D 頭文字D "ทาคุมิ ฟูจิวาระ"
2006 ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง Curse of the Golden Flower 滿城盡帶黃金甲 "เจ้าชาย Jai - Yuan Jie"
2007 รักเรา... กาลปาวสาน Secret 不能說的秘密 "เย่เซียงหลุน - 葉湘倫"
ผู้กำกับ
ผู้อำนวยการสร้าง
ผู้แต่งเรื่อง
2008 กังฟูดังค์ ศึกบาส ทะยานฟ้า Kung Fu Dunk 功夫灌籃 "ฟางซื่อเจี๋ย - 方世杰"
2009 โคตรคนค้นโคตรสมบัติ The Treasure Hunter 刺陵 "เฉียวเฟย - 橋飛"
2010 ยาจกซู ตำนานหมัดเมา True Legend 蘇乞兒 "เทพวูซู- 武神" และชายขี้เมาในร้านเหล้า
2011 หน้ากากแตนอาละวาด The Green Hornet 青蜂侠 "คาโต้-Kato"
2012 เถื่อน เฉือนระห่ำ The Viral Factor 逆戰 "หม่าเฟย-จอน"
2013 สตาร์เทรค ทะยานสู่ห้วงมืดstar trek into darkness 蘇逆 "ซูลู-Sulu"

ละครโทรทัศน์[แก้]

ปี ชื่อ ชื่อภาษาจีน บทบาท
2010 Pandaman 熊貓人 "นายอำเภอ" [3]
ผู้กำกับ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Jay Chou – Jay Chou On The Run sonybmg.co.th
  2. Secret เจย์ โชว์ และปาฏิหาริย์ของตัวโน้ต โดย ต่อพงษ์ เว็บไซต์ manager.co.th 23 พฤศจิกายน 2550 10:19 น.
  3. "Jay Chou creates super-pandamen". Xinhua News Agency. February 18, 2009. สืบค้นเมื่อ October 22, 2009. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]