โจตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โจตัน (Jotun) เป็นบริษัทผลิตสีจากประเทศนอร์เวย์ ที่ผลิตสีทาบ้านและผิวเคลือบแป้ง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ มีบริษัทในเครือ 67 บริษัท และ 39 โรงงานใน สแกนดิเนเวีย, ยุโรป, ตะวันออกกลาง, เอเชีย, อเมริกา, ออสเตรเลีย และ แอฟริกา

ชื่อของบริษัทโจตัน มาจากโยตุน (Jötunn) เทพในนิยายนอร์เวย์

สถานะปัจจุบัน[แก้]

โจตันเป็นบริษัทเอกชน ถือครองโดยส่วนตัว, มีพนักงาน 5,000 คน และมียอดขาย 6,710 ล้านโครนนอร์เวย์ (ประมาณ 33,550 ล้านบาท) ในปี พ.ศ. 2548 กลุ่มโจตันมีอัตราการเติบโต 10% ต่อปี

แผนกต่างๆ ของโจตัน[แก้]

โจตัน เดโคเรทีฟ มีหน้าที่คือ ตกแต่งสี รอยด่าง และ น้ำมันคราบเงา ส่งยังร้านค้าและร้านดีไอวาย ในแถบสแกนดิเนเวีย ในกลุ่มประกอบด้วยหน่วยตกแต่งซึ่งอยู่ในเครือของโจตันในประเทศ เดนมาร์ค นอร์เวย์ และ สวีเดน

โจตัน เพนท์ มีหน้าที่คือคือตกแต่งสี สำหรับตลาดนอกแถบสแกนดิเนเวียทั้งหมด และรวมไปถึงปกป้องการเดินเรือและปกป้องเครื่องห่อหุ้มสำหรับตลาดในตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โจตัน โคตติ้ง มีหน้าที่คือทำสำหรับปกป้องการเดินเรือและปกป้องเครื่องห่อหุ้มทั่วโลก รวมไปถึงการตกแต่งสีในตลาดท้องถิ่น ในยุโรป และตลาดบางที่ในเอเชีย ปกป้องการเดินเรือ โจตันเป็นเจ้าตลาดอันดับ 2 และการปกป้องเครื่องห่อหุ้มเป็นอันดับ 4

โจตัน พาวเดอร์ โคตติ้ง มีหน้าที่คือทำผิวเคลือบแป้ง โดยจัดเตรียมให้แก่สถาปนิก กรณีมีกิจธุระที่นำไปใช้เป็นประโยชน์ได และ ตลาดอุตสาหกรรม เพื่อปกป้องผิวหน้าโลหะ จากการกัดกร่อน และเพิ่มสไตล์เพื่อรูปลักษณ์ที่สวยงาม โจตันเป็นเจ้าตลาดอันดับ 4 ในหมวดนี้

ประวัติ[แก้]

จุดเริ่มต้นของโจตันเริ่มจากร้านจำหน่ายสีเล็กๆ ที่เปิดโดย "อ็อด เกลดิตส์" ในปี พ.ศ. 2463 ซึ่งเป็นเวลาที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมการล่าปลาวาฬ และเกลดิตส์ได้เริ่มทำงานในธุรกิจในการจัดหาสิ่งของให้แก่ผู้ทำธุรกิจล่าปลาวาฬในนอร์เวย์

ตอนที่เกลดิตส์ขายของให้แก่ผู้ทำธุรกิจล่าปลาวาฬนั้นได้งอกเงยขึ้น, เกลดิตส์เห็นลู่ทางที่อาจเกิดขึ้นได้ในการผลิตสี ให้แก่ผู้ค้าเดี่ยว ในเมืองกิมเล นอกเมืองแซนเดฟจอร์ด ที่นั่นเคยเป็นโรงงานน้ำมัน และได้ปิดตัวลงเพราะล้มละลาย - โรงงานน้ำมันนั้น ผลิตสิ่งป้องกันเพรียงหรือสาหร่ายใต้น้ำเกาะ และ สีทาเรือ ขายให้แก่ร้านขายสีเกลดิตส์

ในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2469 เกลดิตส์ได้เชิญชวนผู้ถือหุ้นเพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่ ด้วยทุนจดทะเบียน 60,000 โครนนอร์เวย์ (ประมาณ 300,000 บาท) บริษัทโจตัน ได้ก่อตั้งขึ้น และซื้อโรงงานของโรงงานน้ำมันที่ปิดตัวลง โดยเกลดิตส์เป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งโรงงานนั้นมีความทันสมัย และ คุณภาพสินค้าดีขึ้น และการขายก็เพิ่มพูนขึ้น

การแผ่ขยายตัว[แก้]

ในปี พ.ศ. 2505 กิจกรรมสากลได้เริ่มต้นขึ้น โจตันซึ่งเป็น 1 ในผู้จัดหาสิ่งปกป้องการเรือให้สำหรับพ่อค้าขายปลีกในนอร์เวย์ โดยลิเบีย เป็นประเทศแรกที่โจตันได้จัดตั้งโรงงานขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งลิเบียเป็นประเทศที่เก่งเรื่องการสำรวจน้ำมัน และสัญญาณนั้นจะพัฒนาเร็ว. "อ็อด แกลดิตส์ จูเนียร์" เป็นผู้บริหารโจตัน และเขาได้ตั้ง "บริษัท ลิเบียนอร์เวเจียนอินดัสเตรียล จำกัด"

การรวมกิจการ[แก้]

ในช่วงหลังของยุค 60 เวลาเป็นสิ่งที่ยากเย็นของบริษัทโจตัน ตลาดสีของนอร์เวย์เข้าสู่จุดอิ่มตัว, โจตันแข่งขันสู้กับกำมือของลูกค้า, ผู้ขายสีและผู้ใช้ได้ผลประโยชน์ แต่ผู้ผลิตไม่ได้ผลประโยชน์

ทุนของโจตันนั้นได้ผันแปร ผู้ผลิตรายอื่นพร้อมรับปัญหาทุนจากการตลาดที่มากเกินจนรับได้ เพื่อให้ได้สัดส่วนการตลาดให้มากขึ้น ผู้ผลิตบางรายใช้เงินจำนวนมากในการตลาดโดยปราศการพิจารณา จากการที่บริษัทผลิตสีรายใหญ่ได้รับสัดส่วนการตลาดมากขึ้นและทำให้ตลาดมั่นคง, ในไม่นานกลายเป็นความชัดเจนในตลาดสีนอร์เวย์นั้นมีอันตรายเมื่อสัดส่วนการตลาดหายไปจากผู้ผลิตรายใหญ่

นอร์เวย์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการบริโภคต่อหัวมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และคุณภาพสินค้าและราคาสินค้าที่มาจากนอร์เวย์นั้นสูง แม้แต่ผู้ผลิตรายย่อย นอร์เวย์เป็นประเทศที่เป็นที่ดึงดูดในด้านที่เป็นผู้ผลิตสีรายใหญ่ โจตันได้ควบกิจการบริษัทสีรายย่อยจำนวน 4 บริษัทในปี พ.ศ. 2515

"อ็อด แกลดิตส์ จูเนียร์" ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของโจตัน วางแผนโครงการ และตั้ง "โจตุงรับเปน แห่งนอร์เวย์" ในปี พ.ศ. 2515

ตราสัญลักษณ์[แก้]

โจตัน เป็นชื่อของยักษ์ที่ชอบต่อสู้กับเทวดา ตามตำนานนอร์เวย์ และ ภูเขาโจตันไฮเมน. ตราสัญลักษณ์ในช่วงแรกให้เป็นรูปค้อน โดยเอารูปค้อนของธอร์ พระเจ้าแห่งฟ้าร้อง

ตลอดในยุค 30 ตราสัญลักษณ์ได้เปลี่ยนเป็นรูปยักษ์ขนส่งค้อนธอร์ เอาไว้เหนือไหล่, ค้อน ในปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ซึ่งหมายถึง คอมมิวนิสต์ (เช่นธงของสหภาพโซเวียตซึ่งมีค้อนประกอบ)

ต่อมา ได้ตัดสินใจว่า ยักษ์นั้นเป็นสัญลักษณ์ที่น่าเกลียด และบางช่ววงได้ใช้รูปของกวางเรนเดียร์เป็นสัญลักษณ์แทน โดยมีภูเขาโจตันไฮเมนเป็นพื้นหลัง และต่อมาสัญลักษณ์ได้เปลี่ยนอีกครั้งเป็นรูปนกเพนกวิน ซึ่งเป็นที่สงสัย คือ นกเพนกวินเป็นนักล่าปลาวาฬในแอนตาร์กติกา

โลโก้ได้เปลี่ยนอีกครั้งในยุค 70 โดยใช้รูปโลกวาดรอบๆ นกเพนกวิน โดยให้ความสำคัญกับโลก

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]