โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า (อังกฤษ: Next-Generation Network หรือ NGN) คือ ร่างกายของการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญในโครงข่ายส่วนที่เป็น core และ access. ความคิดทั่วไปที่อยู่เบื้องหลัง NGN ก็คือมีเพียงเครือข่ายการขนส่งเพียงหนึ่งเดียวเพื่อขนส่งข้อมูล และการบริการทั้งหมด (เสียง ข้อมูลและ สื่อทุกประเภท เช่นวิดีโอ ) โดยการ encapsulating เหล่านี้ให้เป็นแพ็คเกตคล้ายกับที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต. NGNs โดยทั่วไปจะถูกสร้างด้วย Internet Protocol ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดจะถูกทำให้อยู่ในรูป IP

รายละเอียด[แก้]

สัมมนานักวิจัย NGN ใน ฟิวชั่น ศูนย์เทคโนโลยี โดย NICT (ประเทศญี่ปุ่น)

นิยามของ NGN ตามที่ ITU -T กำหนดไว้ คือ:

  • คือเครือข่ายที่มีพื้นฐานเป็นแพ็คเกต ซึ่งสามารถให้บริการด้านโทรคมนาคมหลายชนิด และ สามารถใช้ประโยชน์จากบรอดแบนด์อย่างหลากหลายและให้คุณภาพของการบริการที่ใช้ เทคโนโลยีการขนส่งในที่ซึ่งฟังก์ชั่นที่เกี่ยวข้องกับบริการเป็นอิสระจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง กับการขนส่ง โดยที่ผู้ใช้ไม่ถูกจำกัดการเข้าถึงผู้ให้บริการที่แตกต่างกัน มีการสนับสนุนการใช้งานเคลื่อนที่ทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับบริการที่สม่ำเสมอและทั่วถึง[1]

จากมุมมองของการปฏิบัติ NGN เกี่ยวข้องกับการการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมหลักสามประการ ที่จะต้องมีการมองที่แยกจากกัน :

  • ใน core network, NGN หมายถึงการรวมตัวของหลายๆ transport networks (ที่ถูกกำหนดให้ใช้งานเฉพาะอย่างหรือแบบซ้อนทับ) ที่แต่ละเครือข่ายได้สร้างขึ้นในอดีตสำหรับการให้บริการที่แตกต่างกันเช่นบริการโทรศัพท์บ้าน, บริการข้อมูล และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ เป็นหนึ่ง core transport network (มักมีพื้นฐานมาจาก IP และ Ethernet) มันหมายถึงการ migrate ของเสียงจากสถาปัตยกรรม circuit-switched ( PSTN ) มาเป็น VoIP และ การ migrate ของบริการแบบตำนานดั้งเดิม เช่น frame relay, X.25, (ทั้งการ migrate ในเชิงพาณิชย์ของลูกค้าไปยังบริการ ใหม่ ๆ เช่น VPN IP หรือ การ migrate ทางเทคนิคโดยการเลียนสภาพการบริการ "ตามตำนาน" บน NGN)
  • ใน access network แบบมีสาย, NGN หมายถึงการ migrate จาก ระบบที่เสียงวิ่งคู่ไปกับ DSL บนสายโทรศัพท์เดียวกันในชุมสายท้องถิ่น ไปเป็น การติดตั้ง DSLAMs ที่มีพอร์ตเสียงหรือ VoIP ทำให้มันเป็นไปได้ ที่จะตัดโครงสร้างพื้นฐานของระบบเสียงออกจากชุมสาย
  • ใน access network เคเบิล (HFC), NGN convergence หมายถึง การmigrate ของระบบเสียงอัตราบิตคงที่ ไปเป็นมาตรฐาน CableLabs PacketCable ที่ให้ปริการ VoIP และ SIP ซึ่ง บริการทั้งสองนี้วิ่งอยู่บน DOCSIS ที่เป็นมาตรฐานเลเยอร์สายเคเบิลข้อมูล

ใน NGN ใดๆ มีการแยกอย่างชัดเจนระหว่างส่วนการขนส่ง(Transport Stratum) ของเครือข่ายและ ส่วนบริการ(Service Stratum)[2] ที่ทำงานบนการขนส่งนั้น ซึ่งหมายความว่า เมื่อใดก็ตามที่ผู้ให้บริการต้องการที่จะเปิดใช้งานบริการใหม่ เขาสามารถทำได้โดยการกำหนดโดยตรงที่ชั้นบริการโดยไม่พิจารณาชั้นของการขนส่ง - นั่นคือบริการจะเป็นอิสระจากรายละเอียดของการขนส่ง การใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น, รวมทั้งเสียง, มีแนวโน้มที่จะเป็นอิสระจาก access network ( การสลาย layer ของเครือข่าย และ layer ของ แอพพลิเคชั่น) และจะบรรจุฟังชั่นมากขึ้นไว้ในอุปกรณ์ผู้ใช้ปลายทาง (โทรศัพท์, PC, set-top box )

ส่วนประกอบเทคโนโลยีพื้นฐาน[แก้]

NGN มีพื้นฐานมาจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต รวมถึง Internet Protocol ( IP) และ Multiprotocol Labeling Switching ( MPLS ). ที่ระดับ แอพพลิเคชั่น, Session Initiation Protocol ( SIP ) ดูเหมือนว่าจะรับหน้าที่ต่อจาก ITU -T H.323

ในตอนแรก H.323 เป็นโปรโตคอลที่นิยมมากที่สุด แต่ความนิยมได้ลดลงใน "คู่สายท้องถิ่น " เนื่องจากความสามารถในการทำงานเกี่ยวกับ การแปลที่อยู่เครือข่าย (Network Address Traslation) และ firewall ที่ไม่ดีมาแต่เดิม ด้วยเหตุผลนี้เองเมื่อบริการ VoIP ในประเทศได้รับการพัฒนา SIP จึงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในเครือข่ายเสียง ที่ซึ่งทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ให้บริการเครือข่ายหรือ telco, ผู้ให้บริการที่ใหญ่ที่สุดจำนวนมากจะใช้ H.323 เป็นโปรโตคอลทางเลือกใน แบ็คโบนหลักของพวกเขา ด้วย การเปลี่ยนแปลงล่าสุดสำหรับ H.323 ตอนนี้มันเป็นไปได้สำหรับอุปกรณ์ H.323 ที่จะกลับนำมาใช้ได้อย่างง่ายดายและ ทำงานกับ NAT และ Firewall ได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเปิดโอกาสให้ H.323 กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของบริษัทโทรคมนาคมได้มีการวิจัยและการสนับสนุน IP มัลติมีเดียระบบย่อย (IMS )อย่างกว้างขวาง ซึ่งจะช่วยให้ SIP ได้รับโอกาสที่สำคัญของการเป็นโปรโตคอลที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด

สำหรับการใช้งานเสียง หนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดใน NGN คือ Softswitch-อุปกรณ์ที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ ใช้เพื่อควบคุมการใช้โทรศัพท์แบบ Voice over IP (VoIP) และจะช่วยให้มีการบูรณาการที่ถูกต้องของโพรโทคอลที่แตกต่างกันภายใน NGN. ฟังก์ชั่นที่สำคัญที่สุดของ Softswitch คือการสร้างการอินเตอร์เฟซกับเครือข่ายโทรศัพท์ที่มีอยู่แล้ว คือ PSTN ผ่าน Signalling Gateways และ Media Gateways อย่างไรก็ตาม คำว่า Softswitch อาจถูกกำหนด ความหมายแตกต่างกันโดยผู้ผลิตอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน และ มีหน้าที่แตกต่างกันบ้าง

บางคนอาจพบคำว่า'ผู้รักษาประตู'ในบทความ NGN ค่อนข้างบ่อย คำนี้เดิมเป็นอุปกรณ์ VoIP ซึ่งแปลงเสียง(โดยใช้ เกตเวย์) และข้อมูล จากรูปแบบ switched-circuit แอนะล็อก (PSTN) หรือ switched-circuit ดิจิทัล (SS7) ไปเป็นแบบ packet-based (IP) มันควบคุมเกตเวย์หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งเกตเวย์. ทันที่ที่อุปกรณ์ชนิดนี้เริ่มใช้ Media Gateway Control Protocol มันจะเปลี่ยนชื่อเป็น Media Gateway Controller ( MGC )

Call Agent เป็นชื่อทั่วไปสำหรับอุปกรณ์/ระบบควบคุมการโทร

IP Multimedia Subsystem (IMS ) เป็นมาตรฐานสถาปัตยกรรม NGN สำหรับความสามารถในการให้บริการสื่ออินเทอร์เน็ต ที่กำหนดโดยสถาบันมาตรฐานโทรคมนาคมยุโรป (ETSI) และ 3rd Generation Partnership Project (3GPP)

การนำใช้งาน[แก้]

ในสหราชอาณาจักร ตัวย่ออีกตัวหนึ่งที่เป็นที่นิยมได้รับการแนะนำโดย BT (British Telecom) ว่าเป็น 21CN (เครือข่ายศตวรรษที่ 21, บางครั้งถูกเรียกผิดเป็น C21N ) - นี้เป็นอีกตำหลวมๆ สำหรับ NGN และหมายถึงความคิดริเริ่มของ BT ในการปรับใช้งาน สวิทช์และเครือข่าย NGN ในช่วง 2006-2008 (จุดมุ่งหมายของ BT ในปี 2008 BT จะมี สวิทช์ที่เป็น IP ทั้งหมด) อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ก็ถูกปล่อยปละละเลยในความยินดีที่จะเก็บรักษาอุปกรณ์รุ่นปัจจุบันเอาไว้

บริษัทแรกในสหราชอาณาจักรที่จะกระจายการใช้งาน NGN ก็คือ THUS (มหาชน) ซึ่งเริ่มต้น ติดตั้งหลังปี 1999. NGN ของ THUS จึงมี 10,600 กิโลเมตรของสายเคเบิลใยแก้วนำแสง ที่มีมากกว่า 190 จุดของการแสดงตนทั่วสหราชอาณาจักร. core network ที่ใช้ใยแก้วนำแสง ใช้เทคโนโลยี dense wavelength-division multiplexing ( DWDM ) เพื่อให้แบนด์วิดธ์ที่ปรับได้มากถึงหลายร้อยกิกะบิตต่อวินาที เพื่อสอดคล้องกับความต้องการในการเจริญเติบโต. นอกเหนือจากนี้ backbone network ของ THUS ยังใช้เทคโนโลยี MPLS เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการทำงานที่เป็นไปได้สูงสุด บริการแบบ IP/MPLS-based จะขนส่งเสียง, วิดีโอและ ข้อมูลผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่คอนเวอร์เจนส์นี้ ที่อาจช่วยให้องค์กรสามารถเพลิดเพลินไปกับค่าใช้จ่ายใน โครงสร้างพื้นฐานที่ต่ำลง เช่นเดียวกับการเพิ่มความยืดหยุ่นและฟังชั่นการทำงาน. การจราจร สามารถถูกจัดลำดับความสำคัญ กับ คลาสของการให้บริการ (Classes of Service) ควบคู่กับการ ให้บริการระดับสัญญา (Service Level Agreements, SLAs ) ที่หนุนการรับประกันคุณภาพการ ประสิทธิภาพการบริการ(quality of service) NGN ของ THUS รองรับ เจ็ด Classes of Service ซึ่งในนั้น 4 class มีให้บริการอยู่แล้วใน MPLS IP VPN ปัจจุบัน

ในประเทศเนเธอร์แลนด์, เคพีเอ็น กำลังพัฒนา NGN ในโปรแกรมการเปลี่ยนรูปแบบเครือข่าย ที่เรียกว่า all-IP. Next Generation Network ยังขยายเข้าไปในโดเมนการส่งข้อความ และในไอร์แลนด์ Openmind Networks ได้ออกแบบ สร้างขึ้น และ นำไปใช้ใน การควบคุม การจราจร เพื่อรับมือกับความต้องการ และข้อกำหนดของเครือข่าย all-IP

ในบัลแกเรีย BTC ( บริษัทโทรคมนาคมบัลแกเรีย) ได้ดำเนินการ NGN ให้เป็นเครือข่ายต้นแบบของการให้บริการโทรคมนาคมบนโครงการขนาดใหญ่ในปี 2004 ความยืดหยุ่นโดยเนื้อแท้ และ scalability ของวิธีการของ core network ใหม่ เป็นผลให้มีการเพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนของบริการแบบคลาสสิก เช่น POTS / ISDN , Centrex , ADSL , VPN, เช่นเดียวกับ การดำเนินงานที่มีแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นสำหรับบริการ Ethernet/VPN ในเมืองใหญ่และทางไกล และ Ethernet/VPN ข้ามชาติ, และแอพพลิเคชั่น WebTV/IPTV

ในแคนาดา Wind Mobile ที่ Globalive เป็นเจ้าของ กำลังปรับใช้ แบคโบนไร้สาย เป็น all-IP สำหรับการให้บริการโทรศัพท์มือถือ

อินเดียได้มีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ NGN ที่โอริสสา ซึ่งใช้ความสามารถของอุปกรณ์ที่ใช้ Internet Protocol สำหรับในการทดสอบการทำงานร่วมกันและการสอดคล้องกัน

ดูเพิ่มเติม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. [1], ITU-T Recommendation Y.2001 (12/2004) - General overview of NGN, Updated : 2010-09-22
  2. [2], โครงข่ายโทรคมนาคมยุคหน้า โดย ดร.ไพโรจน์ เติมสินธุ์สุวรรณ