โกลเดนฮาร์เวสต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โกลเดนฮาร์เวสต์ลิมิเตด
ออเรนจ์สกายโกลเดนฮาร์เวสต์
ประเภท บริษัทมหาชน
ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1970
บุคลากรหลัก เรย์มอนด์ โจว
เลินนาร์ด โฮ
อุตสาหกรรม ภาพยนตร์
ผลิตภัณฑ์ ภาพยนตร์
เจ้าของ เรย์มอนด์ โจว
เลินเนิร์ด โฮ
เว็บไซต์ http://www.goldenharvest.com

โกลเดนฮาร์เวสต์ (อังกฤษ: Golden Harvest, จีน: 橙天嘉禾) หรือ ออเรนจ์สกายโกลเดนฮาร์เวสต์ (Orange Sky Golden Harvest, 橙天嘉禾娛樂集團有限公司, ชื่อย่อ: OSGH) ชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน เป็นบริษัทสร้างภาพยนตร์สัญชาติฮ่องกง

โกลเดนฮาร์เวสต์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1970 โดย เรย์มอนด์ โจว และเลินเนิร์ด โฮ ถือได้ว่าเป็นเป็นบริษัทของเอเชียแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนของตลาดบันเทิงในซีกโลกตะวันตกในช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะภาพยนตร์ของบรู๊ซ ลี และเฉินหลง ซึ่งก่อนที่จะเป็นโกลเดนฮาร์เวสต์โจว และโฮเคยเป็นผู้บริหารของชอว์บราเดอร์มาก่อน แต่ได้ลาออกจากชอว์บราเดอร์ในปี ค.ศ. 1970 เพื่อจะสร้างสตูดิโอเป็นของตัวเอง ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากของโกลเดนฮาร์เวสต์ได้แก่ Fists of Fury, Police Story, Project A, Young and Dangerous, The Storm Riders เป็นต้น และก็ได้สร้างนักแสดงชื่อดังมากมาย เช่น บรู๊ซ ลี, เหมียว เข่อซิ่ว, เฉินหลง, หง จินเป่า, หยวนเปียว, เจ็ท ลี, ดอนนี่ เยน, คาเรน ม็อก, หลิว เต๋อหัว, โจว ซิงฉือ, เจิ้ง อี้เจี้ยน เป็นต้น จนได้ชื่อว่ามีอิทธิพลอย่างมากสำหรับวงการภาพยนตร์ของเอเชียในทศวรรษที่ 70-90

ต่อมาวงการภาพยนตร์ฮ่องกงซบเซา โกลเดนฮาร์เวสต์เริ่มผลิตงานน้อยลง จนยุติการสร้างภาพยนตร์ไปในที่สุด และขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ของบริษัทไปให้กับ สตาร์ ทีวี ในปี ค.ศ. 1993 ที่ต่อมาภาพยนตร์เหล่านั้นได้ถูกเผยแพร่ผ่านชื่อสังกัดว่า ฟอร์จูน สตาร์ เอนเตอร์เทนเมนต์ (เอชเค) ลิมิเตด โดยมีบริษัท ไชน่า มีเดีย แคปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารมวลชนรายใหญ่เป็นเจ้าของ

ส่วนโกลเดนฮาร์เวสต์ได้หันไปลงทุนกับธุรกิจโรงภาพยนตร์แทน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2007 เรย์มอน โจว ได้ขายหุ้นส่วนใหญ่ของตัวเองไปให้กับบริษัท ออร์เรนจ์ สกาย ในอีก 2 ปีต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ออเรนจ์สกายโกลเดนฮาร์เวสต์จนถึงปัจจุบัน

ในปี ค.ศ. 2012 โกลเดนฮาร์เวสต์ได้ประกาศที่จะนำภาพยนตร์ที่เคยประสบความสำเร็จในอดีตกลับมาสร้างใหม่ ปีละ 1-2 เรื่อง เริ่มจาก Fly Me to Polaris ภาพยนตร์รักโรแมนติกแฟนตาซี ในปี ค.ศ. 1999 ที่แสดงนำโดย เริ่น เสียนฉี และจาง ป๋อจือ[1] [2]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]