แอสแซสซิน ครีด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอสแซสซิน ครีด
Assassin's Creed Logo.svg
โลโก้ของเกมซีรีส์ แอสแซสซิน ครีด
แนวเกม ประวัติศาสตร์แอ็คชันผจญภัย, โลกเปิด, ลอบฆ่า
ผู้พัฒนา ยูบิซอฟท์ มอนทรีออล
เกมลอฟท์
กริฟโตไนท์เกมส์
ผู้วางตลาด ยูบิซอฟท์
ผู้สร้าง Patrice Désilets
Jade Raymond
Corey May
วางจำหน่ายแรก แอสแซสซิน ครีด
13 พฤศจิกายน 2007
วางจำหน่ายล่าสุด แอสแซสซิน ครีด IV: แบล็คแฟล็ก

22 พฤศจิกายน 2013
เว็บไซต์ www.assassinscreed.com

แอสแซสซิน ครีด (อังกฤษ: Assassin's Creed) เป็นซีรีส์เกมสร้างจากนิยายอิงประวัติศาสตร์แนวแอ็กชันผจญภัย, ลอบฆ่า, โลกเปิด จำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 โดยจะปรากฏในรูปแบบวีดีโอเกมเพลย์สเตชัน 3 ,เอกซ์บอกซ์ 360 ,ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ ,แมคโอเอสเท็น ,นินเทนโด ดีเอส ,เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล ,เพลย์สเตชันวิต้า ,ไอโอเอส ,เอชพีเว็บโอเอส[1] ,แอนดรอยด์ ,โนเกียซิมเบียนวินโดวส์โฟน และวียู พัฒนาโดยยูบิซอฟท์ มอนทรีออล ที่มีชื่อแบบใช้มือถือที่พัฒนาโดยเกมลอฟท์ และไกรพ์โตไนต์ สตูดิโดส์ พร้อมด้วยพัฒนาเพิ่มเติมโดยยูบิซอฟท์ มอนทรีออล เป็นเกมซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากจากประชาชนทั่วไปและมีเสียงจากนักวิจารณ์ และขายได้มากกว่า 73 ล้านชุดนับถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 2013 กลายเป็นแฟรนไชส์เกมที่ขายดีที่สุดของยูบิซอฟต์[2] ซีรีส์เกมมีแรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่อง Alamut จากนักเขียนชาวสโลวีเนีย วลาดิเมีย บาร์ตอล (Vladimir Bartol)[3] และถือว่ามีรูปแบบพัฒนาต่อ (spiritual successor) จากซีรีส์ พรินซ์ออฟเปอร์เซีย[4]

การรับบท[แก้]

เกมแอสแซสซิน ครีดมีเนื้อเรื่องข้องเกี่ยวกับคู่ปรับระหว่างสมาคมลับยุคโบราณ 2 สมาคม ได้แก่ เหล่ามือสังหารหรือนักฆ่า (assassin) และอัศวินเทมพลาร์ (Knight Templar) และความสัมพันธ์แบบอ้อม ๆ กับเผ่าพันธุ์ก่อนมนุษยชาติเผ่าพันธุ์หนึ่งที่ซึ่งสังคมและโลกของพวกเขาถูกพายุสุริยะลูกมหึมาทำลายไป ในฉากยุคปัจจุบันของเกมคือปี ค.ศ. 2012 นำเสนอตัวละคร เดสมอนด์ ไมล์ส บาร์เทนเดอร์ที่มีบรรพบุรุษหลายชั่วอายุเป็นนักฆ่า แม้ว่าจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างนักฆ่า แต่เขากลับทิ้งครอบครัวไปใช้ชีวิตแบบปกติธรรมดา ทีแรกเขาถูกลักพักตัวโดยองค์การขนาดใหญ่ชื่อ แอ็บสเตอร์โก อินดัสตรี คราบอัศวินเทมพลาร์ยุคปัจจุบัน ผู้ซึ่งรู้เรื่องราวสายเลือดบรรพบุรุษของเดสมอนด์ เดสมอนด์ถูกบีบให้ใช้เครื่อง "แอนิมัส" (Animus) อุปกรณ์ที่พาเขาย้อนกลับไปหาความทรงจำของบรรพบุรุษของเขา จากนั้น แอ็บสเตอร์โกพยายามตามหาวัตถุโบราณหลายชิ้น หรือเรียกว่า "ชิ้นส่วนของเอเดน" (Pieces of Eden) ที่กุมอำนาจมหาศาลไว้ เพื่อที่จะได้ครอบครองมนุษยชาติและปรับเปลี่ยนโชคชะตา นำพามนุษยชาติสู่กลุ่มที่มีเพียงหนึ่งเดียว เดสมอนด์ยังได้พบกับเหล่านักฆ่ายุคปัจจุบันมากมาย จึงตัดสินใจร่วมมือกัน เดสมอนด์ใช้เครื่องแอนิมัสเวอร์ชันใหม่ (แอนิมัส 2.0) เพื่อเข้าถึงความทรงจำของบรรพบุรุษเพื่อหาชิ้นส่วนของเอเดนต่อไป เพื่อนำกลับคืนมาก่อนที่แอ็บสเตอร์โกจะเอาไป ขณะที่เขาสัมผัสกับประสบการณ์เหล่านี้ ความสามารถของเหล่าบรรพบุรุษได้รั่วไหลมาถึงตัวเดสมอนด์ผ่านทางกรรมพันธุ์ เรียกว่า บลีดดิงเอฟเฟกต์ (Bleeding Effect) ทำให้เขาได้รับทักษะของนักฆ่าจากบรรพบุรุษ ณ ขณะนั้นพร้อมกับความทรงจำและบุคลิกลักษณะมากมายเข้าไปในจิตใจของเขา

ในแอนิมัส เดสมอนด์ได้เข้าไปในความทรงจำของนักฆ่ามากมาย ได้แก่ อัลทาเอียร์ อิบึน-ลาอาฮาด (Altaïr ibn-La'Ahad) นักฆ่าผู้อัปยศที่ต้องกู้ชื่อเสียงตนเองในระหว่างสงครามครูเสดครั้งที่ 3, เอซิโอ ออดิทอเร ดา ฟิเรนเซ (Ezio Auditore da Firenze) นักฆ่าในอิตาลีในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาในอิตาลี และเรอดูนเฮอเกดูน (Ratonhnhaké:ton) หรือ คอนเนอร์ เคนเวย์ (Conner Kenway) ครึ่งโมฮอว์กครึ่งนักฆ่าชาวบริติชในระหว่างการปฏิวัติอเมริกา จากเรื่องรางทั้งหมด เดสมอนด์ได้เรียนรู้ว่าทั้งหมดได้พาดพิงถึงคำทำนายวันสิ้นโลกปี ค.ศ. 2012 จากหัวข้อทดสอบจากเครื่องแอนิมัสรุ่นเก่า นั่นคือ หัวข้อ 16 (Subject 16) เหตุการณ์กลายเป็นว่าภัยพิบัติที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ทำลายมนุษยชาติยุคโบราณไปหมดสิ้น และเขาพบว่าความทรงจำของเขาจะเป็นกุญแจที่ทำให้โลกอยู่รอดจากพายุลูกที่สอง ในระหว่างนั้น เดสมอนด์ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ปกครองเผ่าพันธุ์โบราณได้แก่ จูปิเตอร์ มิเนอร์วา และจูโน หลังจากเดสมอนด์เสียชีวิตเพื่อรักษาโลกไว้ ต่อมาความทรงจำของเขาได้ไปอยู่ในไซเบอร์สเปซ[5] และแอ็บสเตอร์โกสามารถเข้าถึงความทรงจำเหล่านี้ได้ แอ็บสเตอร์โกได้เปิดหัวข้อใหม่และจ้างคนใหม่ให้ใช้เครื่องแอนิมัส หัวข้อใหม่เป็นการเรียกคืนความทรงจำของเอ็ดเวิร์ด เคนเวย์ (Edward Kenway) ปู่ของเรอดูนเฮอเกดูน และเป็นโจรสลัดในระหว่างยุคล่าอาณานิคมของอังกฤษ[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Assassin's Creed: Altair's Chronicles for Palm Pre". Gameloft. สืบค้นเมื่อ December 26, 2010. 
  2. "Facts & Figures". Ubisoft. สืบค้นเมื่อ 21 April 2012. 
  3. "Interview: Assassin's Creed". CVG. สืบค้นเมื่อ September 2, 2012. 
  4. "The Making Of: Assassin’s Creed". EDGE. สืบค้นเมื่อ March 3, 2013. 
  5. Bryan Vore (March 4, 2013). "Assassin's Creed IV: Black Flag". Gameinformer.com. สืบค้นเมื่อ March 4, 2013. 
  6. George, Richard (March 4, 2013). "The Dawn of Assassin’s Creed IV: Black Flag". IGN. สืบค้นเมื่อ August 30, 2013. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]