แอปเปิล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แอปเปิล
ผลแอปเปิล
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
(unranked): Angiosperms
(unranked): Eudicots
(unranked): Rosids
อันดับ: Rosales
วงศ์: Rosaceae
วงศ์ย่อย: Maloideae หรือ Spiraeoideae[1]
เผ่า: Maleae
สกุล: Malus
ชนิด: M. domestica
ชื่อทวินาม
Malus domestica
Borkh., 1803

แอปเปิล (อังกฤษ: apple; ชื่อวิทยาศาสตร์: Malus domestica) เป็นผลไม้ในตระกูล Rosaceae แอปเปิลเป็นผลไม้ที่นิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก เป็นไม้ผลเมืองหนาว มีต้นกำเนิดในบริเวณประเทศอิหร่านในปัจจุบัน จากนั้นจึงกระจายพันธุ์ไปยังเทือกเขาคอเคซัสและลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติส แล้วแพร่หลายต่อไปในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา และดินแดนอื่นทั่วโลก ในประเทศไทยปลูกได้ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่นที่ดอยอ่างขาง

ต้นแอปเปิลจะสูงประมาณ 5-12 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ใบเขียวเข้มเป็นมัน ขอบหยัก ดอกออกเป็นกลุ่มสีขาวอมชมพู ผลกลมรี มีรอยบุ๋มทั้งขั้วผลและท้ายผล ผลแอปเปิลมีเปลือกบาง สีแดง เขียว และเหลืองตามสายพันธุ์ เนื้อในเป็นเหมือนทรายละเอียดสีเหลืองนวล เมล็ดมีขนาดเล็ก สีดำ

อนุกรมวิธาน[แก้]

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

ดอก ผล และใบของต้นแอปเปิล (Malus domestica)

แอปเปิลเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 3 - 12 เมตร เรือนยอดกว้าง กิ่งหนาแน่น[2] ใบรูปไข่เรียงสลับ ยาว 5 - 12 ซม. กว้าง 3 - 6 ซม. ก้านใบยาว 2 - 5 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใต้ใบปกคลุมด้วยขนนุ่มเล็กน้อย ดอกเกิดขึ้นพร้อมการแตกใบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกมีสีขาวแต้มสีชมพู และเข้มขึ้นเมื่อดอกใกล้โรย มีกลีบดอกห้ากลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 - 3.5 ซม. ผลสุกในฤดูใบไม้ร่วง โดยทั่วไปมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 - 9 ซม. กลางผลมีคาร์เพล (carpel) ห้าโพรงเรียงตัวในรูปดาวห้าแฉก แต่ละโพรงบรรจุไปด้วยเมล็ดหนึ่งถึงสามเมล็ด[2]

บรรพบุรุษ[แก้]

บรรพบุรุษต้นตระกูลของแอปเปิล (Malus domestica) คือ Malus sieversii ซึ่งพบเจริญเติบโตตามธรรมชาติในภูเขาของเอเชียกลางในตอนใต้ของประเทศคาซัคสถาน, ประเทศคีร์กีซสถาน, ประเทศทาจิกิสถาน, และ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน[3] การเพาะปลูกพืชชนิดนี้ มีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในป่าแถบไหล่เขาของเทือกเขาเทียนซาน (Tian Shan) ซึ่งเป็นที่ที่แอปเปิลมีการวิวัฒนาการมาเป็นเวลานาน และมีการอินโทรเกรสชัน (Introgression, การที่ชิ้นส่วนของโครโมโซมจากพืชชนิดหนึ่งถูกถ่ายทอดไปอยู่ในพืชอีกชนิดหนึ่ง โดยการผสมพันธุ์ข้ามชนิดหรือผสมข้ามสกุล) ทุติยภูมิของยีนจากพืชชนิดอื่นในเมล็ดพันธุ์จากการผสมเปิด เช่น ยีนจำนวนมากที่แลกเปลี่ยนกับแครปแอปเปิลยุโรป (Malus sylvestris) ซึ่งประชากรของแอปเปิลในปัจจุบันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแครปแอปเปิลยุโรปมากกว่าลักษณะที่ดูคล้ายกันของบรรพบุรุษ ซึ่งก็คือ Malus sieversii แม้ว่าปัจจุบันในสายพันธุ์บริสุทธิ์จะปราศจากการผสมกับลูกผสมที่มีลักษณะแครปแอปเปิลยุโรปเด่นกว่า[4][5][6] แต่อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าแอปเปิลอาจวิวัฒนาการมาจาก Malus sieversii เพียงชนิดเดียวเท่านั้น[7]

===จีโนม=retrieved 19 October 2011.</ref>-->

การใช้ประโยชน์และความเชื่อ[แก้]

อาดัมกับอีฟและผลแอปเปิล โดย Albrecht Dürer ค.ศ. 1507
แอปเปิล
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก. (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 50 kcal   220 kJ
คาร์โบไฮเดรต     13.81 g
- น้ำตาล  10.39 g
- เส้นใย  2.4 g  
ไขมัน 0.17 g
โปรตีน 0.26 g
น้ำ 85.56 g
วิตามินเอ  3 μg  0%
วิตามินบี1  0.017 mg   1%
วิตามินบี2  0.026 mg   2%
ไนอะซิน  0.091 mg   1%
วิตามินบี5  0.061 mg  1%
วิตามินบี6  0.041 mg 3%
กรดโฟลิก (B9)  3 μg  1%
วิตามินซี  4.6 mg 8%
แคลเซียม  6 mg 1%
เหล็ก  0.12 mg 1%
แมกนีเซียม  5 mg 1% 
ฟอสฟอรัส  11 mg 2%
โพแทสเซียม  107 mg   2%
สังกะสี  0.04 mg 0%
ร้อยละของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน
สำหรับผู้ใหญ่ที่แนะนำในสหรัฐอเมริกา
แหล่งที่มา: USDA Nutrient database

แอปเปิลใช้รับประทานเป็นผลไม้สด และใช้ปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น สลัด ซอสแอปเปิล แยม พาย หรืออบแห้ง ในไทยใช้ผลแอปเปิลเปรี้ยวมาทำอาหาร เช่น ใส่ในยำ น้ำพริก ทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย

ชาวกรีกและโรมันเชื่อว่าแอปเปิลเป็นผลไม้แห่งความรักและความสวยงาม ในไบเบิลกล่าวถึงแอปเปิลว่าเป็นผลไม้ต้องห้ามในสวนอีเดนเป็นตัวแทนของบาป ในตำนานกรีก แอปเปิลเป็นผลไม้ต้องห้ามของ Hesperides [8][9][10]

อ้างอิง[แก้]

  1. Potter, D.; Eriksson, T.; Evans, R.C.; Oh, S.H.; Smedmark, J.E.E.; Morgan, D.R.; Kerr, M.; Robertson, K.R.; Arsenault, M.P.; Dickinson, T.A.; Campbell, C.S. (2007). Phylogeny and classification of Rosaceae. Plant Systematics and Evolution. 266(1–2): 5–43.
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ app
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ Architecture_and_size_relations:_an_essay_on_the_apple_.28Malus_x_domestica.2C_Rosaceae.29_tree
  4. Amandine Cornille et al.. "New Insight into the History of Domesticated Apple: Secondary Contribution of the European Wild Apple to the Genome of Cultivated Varieties". PLOS Genetics. 
  5. Sam Kean (2012-05-17). "ScienceShot: The Secret History of the Domesticated Apple". 
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ Coart
  7. Velasco R., Zharkikh A., Affourtit J. et al. (2010). "The genome of the domesticated apple (Malus x domestica Borkh.)". Nature Genetics 42 (10): 833–839. doi:10.1038/ng.654. PMID 20802477. 
  8. Wasson, R. Gordon (1968). Soma: Divine Mushroom of Immortality. Harcourt Brace Jovanovich. p. 128. ISBN 0-15-683800-1. 
  9. Ruck, Carl; Blaise Daniel Staples, Clark Heinrich (2001). The Apples of Apollo, Pagan and Christian Mysteries of the Eucharist. Durham: Carolina Academic Press. pp. 64–70. ISBN 0-89089-924-X. 
  10. Heinrich, Clark (2002). Magic Mushrooms in Religion and Alchemy. Rochester: Park Street Press. pp. 64–70. ISBN 0-89281-997-9. 
  • นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์. แอปเปิล ใน ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กทม. แสงแดด. 2550 หน้า 273 - 275

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]