แอปเปิล
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ แอปเปิล (แก้ความกำกวม)
| แอปเปิล | |
|---|---|
| ผลแอปเปิล | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Plantae |
| (unranked): | Angiosperms |
| (unranked): | Eudicots |
| (unranked): | Rosids |
| อันดับ: | Rosales |
| วงศ์: | Rosaceae |
| วงศ์ย่อย: | Maloideae หรือ Spiraeoideae[1] |
| เผ่า: | Maleae |
| สกุล: | Malus |
| ชนิด: | M. domestica |
| ชื่อทวินาม | |
| Malus domestica Borkh., 1803 |
|
แอปเปิล (อังกฤษ: apple; ชื่อวิทยาศาสตร์: Malus domestica) เป็นผลไม้ในตระกูล Rosaceae แอปเปิลเป็นผลไม้ที่นิยมมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก เป็นไม้ผลเมืองหนาว มีต้นกำเนิดในบริเวณประเทศอิหร่านในปัจจุบัน จากนั้นจึงกระจายพันธุ์ไปยังเทือกเขาคอเคซัสและลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรติส แล้วแพร่หลายต่อไปในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกา และดินแดนอื่นทั่วโลก ในประเทศไทยปลูกได้ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่นที่ดอยอ่างขาง
ต้นแอปเปิลจะสูงประมาณ 5-12 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ใบเขียวเข้มเป็นมัน ขอบหยัก ดอกออกเป็นกลุ่มสีขาวอมชมพู ผลกลมรี มีรอยบุ๋มทั้งขั้วผลและท้ายผล ผลแอปเปิลมีเปลือกบาง สีแดง เขียว และเหลืองตามสายพันธุ์ เนื้อในเป็นเหมือนทรายละเอียดสีเหลืองนวล เมล็ดมีขนาดเล็ก สีดำ
เนื้อหา |
อนุกรมวิธาน [แก้]
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ [แก้]
แอปเปิลเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลัดใบ สูง 3 - 12 เมตร เรือนยอดกว้าง กิ่งหนาแน่น[2] ใบรูปไข่เรียงสลับ ยาว 5 - 12 ซม. กว้าง 3 - 6 ซม. ก้านใบยาว 2 - 5 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ใต้ใบปกคลุมด้วยขนนุ่มเล็กน้อย ดอกเกิดขึ้นพร้อมการแตกใบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ ดอกมีสีขาวแต้มสีชมพู และเข้มขึ้นเมื่อดอกใกล้โรย มีกลีบดอกห้ากลีบ เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 - 3.5 ซม. ผลสุกในฤดูใบไม้ร่วง โดยทั่วไปมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 - 9 ซม. กลางผลมีคาร์เพล (carpel) ห้าโพรงเรียงตัวในรูปดาวห้าแฉก แต่ละโพรงบรรจุไปด้วยเมล็ดหนึ่งถึงสามเมล็ด[2]
บรรพบุรุษ [แก้]
-
ดูบทความหลักที่ Malus sieversii
บรรพบุรุษต้นตระกูลของแอปเปิล (Malus domestica) คือ Malus sieversii ซึ่งพบเจริญเติบโตตามธรรมชาติในภูเขาของเอเชียกลางในตอนใต้ของประเทศคาซัคสถาน, ประเทศคีร์กีซสถาน, ประเทศทาจิกิสถาน, และ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน[3] การเพาะปลูกพืชชนิดนี้ มีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในป่าแถบไหล่เขาของเทือกเขาเทียนซาน (Tian Shan) ซึ่งเป็นที่ที่แอปเปิลมีการวิวัฒนาการมาเป็นเวลานาน และมีการอินโทรเกรสชัน (Introgression, การที่ชิ้นส่วนของโครโมโซมจากพืชชนิดหนึ่งถูกถ่ายทอดไปอยู่ในพืชอีกชนิดหนึ่ง โดยการผสมพันธุ์ข้ามชนิดหรือผสมข้ามสกุล) ทุติยภูมิของยีนจากพืชชนิดอื่นในเมล็ดพันธุ์จากการผสมเปิด เช่น ยีนจำนวนมากที่แลกเปลี่ยนกับแครปแอปเปิลยุโรป (Malus sylvestris) ซึ่งประชากรของแอปเปิลในปัจจุบันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแครปแอปเปิลยุโรปมากกว่าลักษณะที่ดูคล้ายกันของบรรพบุรุษ ซึ่งก็คือ Malus sieversii แม้ว่าปัจจุบันในสายพันธุ์บริสุทธิ์จะปราศจากการผสมกับลูกผสมที่มีลักษณะแครปแอปเปิลยุโรปเด่นกว่า[4][5][6] แต่อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าแอปเปิลอาจวิวัฒนาการมาจาก Malus sieversii เพียงชนิดเดียวเท่านั้น[7]
จีโนม [แก้]
การใช้ประโยชน์และความเชื่อ [แก้]
| แอปเปิล คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก. (3.5 ออนซ์) |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พลังงาน 50 kcal 220 kJ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ร้อยละของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน สำหรับผู้ใหญ่ที่แนะนำในสหรัฐอเมริกา แหล่งที่มา: USDA Nutrient database |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
แอปเปิลใช้รับประทานเป็นผลไม้สด และใช้ปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น สลัด ซอสแอปเปิล แยม พาย หรืออบแห้ง ในไทยใช้ผลแอปเปิลเปรี้ยวมาทำอาหาร เช่น ใส่ในยำ น้ำพริก ทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
ชาวกรีกและโรมันเชื่อว่าแอปเปิลเป็นผลไม้แห่งความรักและความสวยงาม ในไบเบิลกล่าวถึงแอปเปิลว่าเป็นผลไม้ต้องห้ามในสวนอีเดนเป็นตัวแทนของบาป ในตำนานกรีก แอปเปิลเป็นผลไม้ต้องห้ามของ Hesperides [8][9][10]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Potter, D.; Eriksson, T.; Evans, R.C.; Oh, S.H.; Smedmark, J.E.E.; Morgan, D.R.; Kerr, M.; Robertson, K.R.; Arsenault, M.P.; Dickinson, T.A.; Campbell, C.S. (2007). Phylogeny and classification of Rosaceae. Plant Systematics and Evolution. 266(1–2): 5–43.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อapp - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อArchitecture_and_size_relations:_an_essay_on_the_apple_.28Malus_x_domestica.2C_Rosaceae.29_tree - ↑ Amandine Cornille et al.. "New Insight into the History of Domesticated Apple: Secondary Contribution of the European Wild Apple to the Genome of Cultivated Varieties". PLOS Genetics.
- ↑ Sam Kean (2012-05-17). "ScienceShot: The Secret History of the Domesticated Apple".
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อCoart - ↑ Velasco R., Zharkikh A., Affourtit J. et al. (2010). "The genome of the domesticated apple (Malus x domestica Borkh.)". Nature Genetics 42 (10): 833–839. doi:10.1038/ng.654. PMID 20802477.
- ↑ Wasson, R. Gordon (1968). Soma: Divine Mushroom of Immortality. Harcourt Brace Jovanovich. p. 128. ISBN 0-15-683800-1.
- ↑ Ruck, Carl; Blaise Daniel Staples, Clark Heinrich (2001). The Apples of Apollo, Pagan and Christian Mysteries of the Eucharist. Durham: Carolina Academic Press. pp. 64–70. ISBN 0-89089-924-X.
- ↑ Heinrich, Clark (2002). Magic Mushrooms in Religion and Alchemy. Rochester: Park Street Press. pp. 64–70. ISBN 0-89281-997-9.
- นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์. แอปเปิล ใน ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กทม. แสงแดด. 2550 หน้า 273 - 275
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: แอปเปิล |
- Apples ที่ ดีมอซ
- Apple Facts from the UK's Institute of Food Research
- National Fruit Collection (UK)
- Brogdale Farm (home of the UK's National Fruit Collection)
- Grand Valley State University digital collections- diary of Ohio fruit farmer Theodore Peticolas, 1863