แอดวานซ์วอร์ส: ดูอัลสไตรค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Advance Wars: Dual Strike
Awdscover.jpg
ผู้พัฒนา อินเทลลิเจนท์ ซิสเตมส์
ผู้ผลิต นินเทนโด
ซีรีส์ นินเทนโดวอร์ส
แพลตฟอร์ม นินเทนโด ดีเอส
วันที่ออกจำหน่าย ญี่ปุ่น 23 มิถุนายน, 2548
สหรัฐอเมริกา 22 สิงหาคม, 2548
ยุโรป 30 กันยายน, 2548
ออสเตรเลีย 22 มีนาคม, 2549
แนว เกมวางแผนทีละรอบ
รูปแบบ ผู้เล่นเดี่ยว, ผู้เล่นหลายคน
เรตติง ESRB: E
PEGI: 7+
OFLC: PG
สื่อบันทึก ตลับเกมนินเทนโด ดีเอส 256 เมกะบิต
อุปกรณ์ ปุ่มทิศทางและหน้าจอสัมผัส

แอดวานซ์วอร์ส: ดูอัลสไตรค์ (อังกฤษ: Advance Wars: Dual Strike) เป็นวิดีโอเกมประเภทวางแผนทีละรอบ พัฒนาโดยอินเทลลิเจนท์ ซิสเตมส์และจัดจำหน่ายโดยนินเทนโด เป็นเกมสำหรับเครื่องนินเทนโด ดีเอส วางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ในยุโรปวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2548 และในออสเตรเลียวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2549

แอดวานซ์วอร์ส: ดูอัลสไตรค์ เป็นเกมลำดับที่สามในชุดแอดวานซ์วอร์ส (Advance Wars) ซึ่งเป็นชุดย่อยของเกมชุดนินเทนโดวอร์ส (Nintendo Wars)

ระบบการเล่น[แก้]

ในเกมนี้ ผู้เล่นต้องควบคุมกองกำลังของตัวเองเพื่อพิชิตกองทัพของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ยกเว้นบางภารกิจในโหมดผู้เล่นเดี่ยวที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ มีสองวิธีที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้าม คือทำลายหน่วยรบของฝ่ายตรงข้ามให้หมดหรือยึดกองบัญชาการของพวกเขา

หน่วยรบ Mech โจมตีหน่วยรบ Tank ของคู่ต่อสู้

ระบบการต่อสู้นั้นเป็นแบบสลับรอบเล่นตั้งแต่สองถึงสี่กองทัพ แต่ละทัพนำโดยผู้บัญชาการ (COs: Commanding Officers) ทำหน้าที่สั่งผลิตหรือออกคำสั่งให้หน่วยรบบนแผนที่ซี่งแบ่งออกเป็นช่องๆ ในแต่ละตา หน่วยรบแต่ละหน่วย ซึ่งมีทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ สามารถเคลื่อนที่ไปตามภูมิประเทศต่างๆ และจู่โจมหน่วยรบศัตรู หรือกระทำการอย่างอื่นได้ เช่น สั่งให้เรือดำน้ำดำลงลึก

อสังหาริมทรัพย์ที่ผู้เล่นครอบครอง ได้แก่ เมือง (City) ฐานทัพ (Base) ท่าเรือ (Port) สนามบิน (Airport) จะมอบเงินทุนให้ผู้เล่นในตอมเริ่มต้นของแต่ละตา ซึ่งเงินทุนนี้สามารถนำไปใช้ในการสร้างหน่วยรบใหม่ที่ฐานทัพ ท่าเรือ หรือสนามบิน (หรือเมืองในกรณีพิเศษ) ได้

นอกจากนี้ ยังม fog of war ปรากฏการณ์ที่ทำให้ผู้เล่นมองไม่เห็นหน่วยรบฝ่ายตรงข้ามที่อยู่นอกเหนือทัศนวิสัยของหน่วยรบผู้เล่น, สภาพอากาศ เช่นหิมะตกหรือฝนตก, พลังผู้บัญชาการ (CO powers) พลังพิเศษที่เรียกใช้โดยผู้บัญชาการเพื่อสนับสนุนกองทัพหรือส่งผลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เล่น ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้สามารถส่งผลถึงการแพ้ชนะของผู้เล่นได้

Campaign[แก้]

โหมด Campaign หรือโหมดเนื้อเรื่อง ประกอบด้วยภารกิจทั้งหมด 28 ภารกิจ ซึ่งดำเนินไปตามเนื้อเรื่องของเกม ซึ่งในภาคนี้ผู้บัญชาการจะได้รับค่าประสบการณ์ทุกครั้งที่ชนะคู่ต่อสู้ ค่าประสบการณ์นี้จะถูกนำไปใช้ในการจัดลำดับผู้บัญชาการ และเมื่อเก็บค่าประสบการณ์ถึงระดับหนึ่ง ผู้บัญชาการคนนั้นจะได้ทักษะพิเศษเพิ่มขึ้นด้วย

War room[แก้]

ในโหมดวอร์รูมประกอบด้วยภารกิจต่างๆ ที่เตรียมไว้แล้วจำนวนหนึ่ง โดยในแต่ละภารกิจผู้เล่นต้องต่อสู้กับผู้บัญชาการฝ่ายตรงข้ามด้วยผู้บัญชาการที่ผู้เล่นเลือกเอง บางแผนที่จำเป็นต้องปลดล็อกก่อน เมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการได้ค่าประสบการณ์และการจัดลำดับผู้บัญชาการแบบเดียวกับในโหมด Campaign ทุกแผนที่ที่เล่นแล้วสามารถเล่นใหม่ได้ในภายหลัง

Survival[แก้]

เป็นโหมดเกมใหม่ในภาคดูอัลสไตรค์ มีภารกิจ Survival อยู่สามแบบ ได้แก่ เงิน รอบ และเวลา แบบเงินจะมอบเงินให้ผู้เล่นจำนวนหนึ่งเพื่อใช้สร้างหน่วยรบใหม่ ในแบรอบผู้เล่นต้องสำเร็จภารกิจภายในจำนวนรอบที่กำหนด ในแบบเวลาผู้เล่นต้องสำเร็จภารกิจภายในเวลาที่กำหนด ผู้เล่นจะถูกจัดลำดับหลังจากเสร็จภารกิจ ซึ่งวิธีการจัดลำดับขึ้นอยู่กับแบบของภารกิจ

Combat[แก้]

ภาพการต่อสู้ในโหมดคอมแบต

โหมดการเล่นที่แตกต่างออกไปจากโหมดทั่วไปโดยสิ้นเชิง ผู้เล่นจะควบคุมหน่วยรบ 4 ชนิด (Mech, Recon, Tank และ Artillery) ในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม จะเป็นการสู้ในระบบเวลาจริงแทนที่การสลับรอบเล่น เป้าหมายยังคงเดิมคือการทำลายหน่วยรบของฝ่ายตรงข้ามให้หมดหรือยึดกองบัญชาการของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ในโหมดนี้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยบางประการที่แตกต่างออกไปจากโหมดธรรมดาด้วย

Versus และ Link[แก้]

ทั้งสองโหมดนี้เป็นโหมดผู้เล่นหลายคน ต่างกันที่ว่าโหมดเวอร์ซัสเป็นการเล่นหลายคนบนเครื่องดีเอสเครื่องเดียว ส่วนโหมดลิงก์เป็นการเล่นร่วมกันหลายคนผ่านการเชื่อมต่อระบบไร้สาย คนละเครื่อง ตั้งแต่สองถึงแปดเครื่อง

ก่อนเริ่มการต่อสู้ ผู้เล่นสามารถตั้งค่าสภาพอากาศ หมอกแห่งสงคราม จำนวนเงินที่ผู้เล่นได้รับตอนเริ่ม จำนวนเงินที่ผู้เล่นได้รับในแต่ละตาได้ด้วย

สิ่งใหม่ๆ ในภาคนี้[แก้]

แนวหน้าคู่[แก้]

ภารกิจนี้มีสองแนวหน้า

ในภารกิจทั่วไป จอล่างของเครื่องดีเอสจะแสดงแนวหน้าหลัก จอบนแสดงลักษณะภูมิประเทศและข้อมูลหน่วยรบ อย่างไรก็ตาม ในบางภารกิจจอบนใช้ในการแสดงแนวหน้ารอง แนวหน้ารองคือการต่อสู้ที่สองที่ดำเนินไปพร้อมๆ กับแนวหน้าหลัก ซึ่งหน่วยรบในแนวหน้าหลักสามารถส่งขึ้นไปยังแนวหน้ารองได้

เมื่อต่อสู้กันในสองแนวหน้า ผู้บัญชาการหนึ่งคนของแต่ละทีมจะควบคุมหนึ่งแนวหน้า ผู้บัญชาการในแนวหน้ารองจะได้รับตาเล่นต่อจากแนวหน้าหลัก สลับกันไปเรื่อยๆ ถ้าการต่อสู้ในแนวหน้ารองจบก่อนในแนวหน้าหลัก ผู้บัญชาการที่ชนะจะลงมาสมทบกับพวกเดียวกันในแนวหน้าหลัก

ผู้บัญชาการ (CO)[แก้]

ในภาคนี้มีผู้บัญชาการที่ผู้เล่นเลือกใช้ได้ทั้งหมด 27 คน ผู้บัญชาการในภาคก่อนๆ ปรากฏตัวในภาคนี้ทุกคน ยกเว้น Sturm ซึ่งตายไปในภาคแบล็กโฮลไรส์ซิ่ง

Tagging[แก้]

Tagging คือการที่ใช้ผู้บัญชาการสองคนในทีมเดียวกัน ทำให้ผู้บัญชาการทั้งสองสามารถปิดจุดอ่อนของกันและกันได้ เช่น Colin สั่งซื้อหน่วยรบได้ในราคาที่ถูกลง 20% แต่ต้องเสียความแข็งแกร่งของหน่วยรบไป 10% ถ้าจับคู่กับผู้บัญชาการที่มีทักษะการรบที่แข็งแกร่ง ผู้เล่นจะได้กำไรจากหน่วยรบราคาถูกที่ไม่สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ โดยสลับให้ผู้บัญชาการคนที่สองออกมาก่อนจะสั่งโจมตี เมื่อหลอดพลังของผู้บัญชาการทั้งสองเต็มแล้ว พวกเขาสามารถใช้ Tag Power ซึ่งผู้บัญชาการทั้งสองจะใช้ Super CO Power ติดต่อกันในรอบเดียวกัน และทำให้ผู้เล่นได้เล่นติดต่อกันสองรอบด้วย

ด้วยสองจอของเครื่องนินเทนโด ดีเอส หน่วยรบ ภูมิประเทศ และผู้บัญชาการจะแสดงอยู่ในจอบน ส่วนสนามรบจะแสดงในจอล่าง

ค่าที่ส่งผลต่อการแทกเรียกว่า Tag Affinity มันเป็นค่าที่บ่งบอกว่าผู้บัญชาการทั้งสองเข้ากันได้ดีแค่ไหน ถ้าทั้งสองมี Tag Affinity หน่วยรบจะมีพลังเพิ่มขึ้นในขณะที่ใช้ Tag Power (ยกเว้น Sensei และ Hachi) และการใช้พลังนั้นจะมีชื่อเรียกพิเศษที่แสดงบนหน้าจอ เช่น Jake และ Rachel มี Tag Power ชื่อ "Orange Crush" ในทางกลับกัน ผู้บัญชาการบางคนมีความสัมพันธ์ที่แย่กับผู้บัญชาการคนอื่น ถ้าจับคู่ผู้บัญชาการที่ไม่เข้ากันจะส่งผลให้หน่วยรบมีพลังอ่อนลง

ผลตอบรับจากสื่อต่าง ๆ[แก้]

รีวิว
สำนักพิมพ์ การตอบรับ
GameSpot 9.2/10[1]
IGN 9.0/10[2]
Nintendo Power 9.0 (9.5 จากรายการรีวิว 12 เดือน)
Game Informer 9.25/10[3]

รางวัลที่ได้[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]