แสงอุษา (นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แสงอุษา
Akatsuki
ไฟล์:Akatsukispread.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
แหล่งกำเนิด ญี่ปุ่น
สมาชิก เซ็ตซึ
โทบิ
อดีตสมาชิก โคนัน
โอโรจิมารุ
เดอิดาระ
ฮิดัน
คาคุสึ
ซาโซริ
อิทาจิ
เพน
คิซาเมะ

แสงอุษา (ญี่ปุ่น:  Akatsuki รุ่งสาง ?) คือองค์กรที่อยู่ในการ์ตูนนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ก่อตั้งขึ้นโดยมีสมาชิกเป็นนินจา ที่ถูกขับไล่หรือเนรเทศตัวเองออกจากหมู่บ้าน ไม่รับคำสั่งและกฎของหมู่บ้านใดๆทั้งสิ้น โดยมีข้อตกลงกันว่าจะร่วมมือในองค์กรด้วยเจตคติต่อโลกนิจจาทั้งหมดว่า สมควรลบล้างและสร้างขึ้นใหม่ โดยสมาชิกต่างคนต่างทำงานใดๆก็ตาม ทั้งในทางลับและการฆาตกรรมเพื่อสร้างฐานกำลังของตนเองร่วมถึงสอดแทรกการเมืองภายในและการสร้างหายะนะ กัดกร่อนทีละส่วน โดยมีแกนหลักคืออดีต กลุ่มบ้านอุจิวะ โทบิ

ภาพรวม[แก้]

ไฟล์:Akatsukispread.jpg
สมาชิกของแสงอุษารุ่นแรกที่ปรากฏตัวในเนื้อเรื่อง

สมาชิกระดับสูงเดิมมีด้วยกันทั้งหมด 10 คน ซึ่งหากมีสมาชิกคนใดเสียชีวิต ก็จะมีการหาสมาชิกใหม่ที่ฝีมือดีเข้ามาแทนที่ โดยแสงอุษายังมีสมาชิกระดับล่างเป็นอดีตนินจานับร้อยในหมู่บ้านนิจจาต่างๆอาเมะคากุเระแทบทั้งหมู่บ้าน ซึ่งหันมาภักดีกับเพน หัวหน้าแสงอุษา โดยสมาชิกระดับสูงทุกคนนั้นเป็นผู้ทรยศหมู่บ้านตนเองและเป็นที่ต้องการตัวในฐานะอาชญากรที่อันตรายระดับสูง

สมาชิกแสงอุษามักจะแบ่งทีมให้ทำงานกันเป็นคู่ โดยทีมจะถูกแบ่งตามความสามารถและพรสวรรค์ ออกปฏิบัติภารกิจลับของแสงอุษาร่วมกัน สมาชิกที่คู่หูเสียชีวิตไปก็ยังคงสามารถทำงานต่อไปได้จนกว่าจะมาคู่หูคนใหม่มาแทน อย่างน้อยที่สุด ความสัมพันธ์ระหว่างคู่หู ในบางครั้งเป็นรูปแบบของความเลื่อมใสในตัวอีกคนหนึ่ง หรือไม่ก็แค่ทำงานกับคู่หูของเขาเพื่อบรรลุจุดประสงค์ขององค์กรเท่านั้น โดยทั่วไป จะเห็นว่าสมาชิกแสงอุษาแต่ละคนไม่ได้กังวลกับชะตากรรมของคู่หูสักเท่าไหร่ พวกเขากังวลแค่การตายของบางคนจะมาจากใครก็ตามที่แข็งแกร่งพอที่จะฆ่าพวกเขาได้

แสงอุษาเป็นองค์กรที่รู้จักกันแพร่หลาย ด้วยการที่สมาชิกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตามแคว้นและหมู่บ้านต่างๆ ในโลกของนารูโตะ เนื่องจากสมาชิกแต่ละทีมต้องแยกกันออกไปตามสถานที่ต่าง จึงทำให้พวกเขาใช้วิธีประชุมกันทางโทรจิต ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องมีปฏิสัมพันธ์กัน สมาชิกจะใช้ร่างปลอมเพื่อพบกันที่รังลับของแสงอุษา รวมถึงการมาพบกันเพื่อประกอบพิธีลับบางอย่างซึ่งเกี่ยวกับจุดประสงค์ของแสงอุษา

เสื้อผ้า[แก้]

สมาชิกระดับสูงของแสงอุษาจะแต่งกายด้วยเสื้อคลุมที่เหมือนกันทุกคน คือเสื้อคลุมดำยาว มีลวดลายเป็นรูปเมฆสีแดงและข้างในเป็นสีแดง สมาชิกทุกจะทาสีที่เล็บมือและเล็บเท้า มักจะเห็นพวกเขาจะสวมหมวกฟางใบใหญ่ และมีกระดิ่งที่ห้อยลงมาเพื่อปกปิดใบหน้าเวลาที่เห็นพวกเขาออกไปปฏิบัติภารกิจ แต่หมวกมักจะถูกทิ้งไว้หลังจากพวกเขาหายตัวไป นอกจากนี้สมาชิกแต่ละคนยังคงสวมกระบังหน้าจากอดีตหมู่บ้านนินจาที่เขาสังกัด แต่จะทำสัญลักษณ์เส้นขีดฆ่าทับสัญลักษณ์ของหมู่บ้านไว้ (ซึ่งสมาชิกระดับล่าง เช่นบรรดาอดีตนินจาสังกัดหมู่บ้าน อาเมะคากุเระ ที่หันมาจงรักภักดีต่อเพน ก็จะกระทำสัญลักษณ์นี้ในแบบเดียวกัน) สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความผูกพันของพวกเขาต่ออดีตหมู่บ้านนั้นจะไม่มีอีกต่อไป สมาชิกของระดับสูงของแสงอุษาจะสวมแหวนที่เป็นเอกลักษณ์ และสมาชิกแต่ละคนจะไม่สวมแหวนในนิ้วที่ซ้ำกัน แหวนที่ปรากฏมีทั้งหมด 10 วงซึ่งจะมีการสลักตัวอักษรที่แตกต่างกันออกไป

ไฟล์:Akatsukihand.jpg
ตำแหน่งการยืน ตามลำดับแหวนของแสงอุษา
  • นิ้วโป้งขวา 零 Rei (ศูนย์) สวมโดย เพน
  • นิ้วชี้ขวา 青龍 Seiryū (มังกรฟ้า) สวมโดย เดอิดาระ
  • นิ้วกลางขวา 白虎 Byakko (เสือขาว) สวมโดย โคนัน
  • นิ้วนางขวา 朱雀 Suzaku (นกแดงชาด) สวมโดย อิทาจิ
  • นิ้วก้อยขวา 玄武 Genbu (เต่าดำ) สวมโดย เซ็ตสึ
  • นิ้วก้อยซ้าย 空陳 Kūchin (ความว่างเปล่า) อดีตถูกสวมโดย โอโรจิมารุ และถูกเขายึดแหวนไปด้วยไม่ได้คืนให้แสงอุษา
  • นิ้วนางซ้าย 南斗 Nanju (ดาวทิศใต้) สวมโดย คิซาเมะ
  • นิ้วกลางซ้าย 北斗 Hokuto (ดาวทิศเหนือ) สวมโดย คาคุสึ
  • นิ้วชี้ซ้าย 三台 santai (สามระดับ) สวมโดย ฮิดัน
  • นิ้วโป้งซ้าย 玉女 gyokunyo (พรหมจรรย์) สวมโดย โทบิ (ในอดีต - ซาโซริ เป็นผู้สวมใส่)

โดยเวลาที่แสงอุษามาพบกันเพื่อประกอบพิธีบางอย่างที่รังลับ ทุกคนจะยืนบนนิ้วมือของรูปปั้นอสูรลึกลับ ตามตำแหน่งเดียวกับแหวนที่พวกเขาสวมใส่ด้วย แหวนนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับวิชานินจากที่ใช้เมื่อเวลาประกอบพิธีกรรมและตำแหน่งของการยืนนั้น

เจตคติ[แก้]

แสงอุษา เป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดย อุจิวะ มาดาระ ในเบื้องต้นพบว่าทำงานลอบสังหารและจารกรรม นอกจากนี้สมาชิกบางคนยังมีจุดประสงค์แอบแฝงต่างหากในการเข้าร่วมกับแสงอุษา เช่น คาคุสึ เข้าร่วมเพราะว่ามันเป็นทางที่จะสามารถหาเงินได้อย่างง่ายๆ อย่างไรก็ตามในภายหลังมีการเปิดเผยจุดประสงคที่ดูเหมือนจะเป็นจุดประสงค์แท้จริงของแสงอุษาคือการ ครอบครองโลก โดยมีผู้นำคือ เพน แต่สุดท้ายก็เป็นการประโยชน์ของชายสวมหน้ากากที่ใช้ชื่อ อุจิวะ มาดาระ เพื่อก่อสงครามขึ้นมาเองและอาจไม่เป็นไปตามแผนของ อุจิวะ มาดาระ ตัวจริงด้วย

สัตว์หาง คือ ปีศาจขนาดยักษ์ 9 ตัวที่มีพลังมหาศาล และถูกหมายตาโดยเหล่าแสงอุษา สัตว์หางทั้งหมดได้แก่

  • อิชิบิ หนึ่งหาง (一尾の守鶴, Ichibi No Shukaku) สัตว์หางรูปแบบแรคคูน ก่อนหน้าที่จะถูกจับเคยสิงอยู่ในร่างของ กาอาระ ซึ่งเป็น คาเซะคาเงะคนปัจจุบัน
  • นิบิ สองหาง (ニ尾の猫俣, Nibi no Nekomata) สัตว์หางรูปแบบแมว เคยสถิตอยู่ในร่างของ ยูกิโตะ นิอิ นินจาหญิงแห่งหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ ก่อนจะถูกแสงอุษาแย่งชิงมา ผู้จับกุมคือ ฮิดัน และ คาคุสึ
  • ซันบิ สามหาง สัตว์หางรูปร่างคล้ายตะพาบ (ในตำนานระบุว่าเป็นสัตว์คล้ายฉลามหรือเต่าผสมกุ้ง) พลังสถิตร่าง คือ ยากุระ แห่งคิริงาคุเระ ถูกจับโดย เดอิดาระ และ โทบิ
  • ยอนบิ สี่หาง สัตว์หางรูปแบบกอริลล่ายักษ์สีหางตัวสีแดง(หน้าคล้ายๆพลังสถิตร่าง)พลังสถิตร่ง คือ โรชิ แห่งหมู่บ้านอิวะงาคุเระ ผู้จับกุม คือ อิทาจิ และ คิซาเมะ
  • โฮโก ห้าหาง สัตว์หางรูปแบบกวางผสมสุนัขจิ้งจอก หัวแหลม ตัวสีขาว มีหูและหนวด ดูคล้าย เขา เจ้าของพลังสถิตร่างคือ ฮาน แห่งหมู่บ้านอิวะงาคุเระ
  • โรคุบิ หกหาง สัตว์หางหน้าตาคล้ายตัววีเซิลเป็นเจ้าแห่งสายฟ้า แต่จริงๆเป็นทาก ก่อนที่จะมาเป็นรูปร่างทาก มันกลายเป็นร่างอืนมาก่อน พลังสถิตร่าง คือ อูทาคาตะ แห่งหมู่บ้านคิริงาคุเระ ถูกจับโดย เพน
  • ชิชิบิ เจ็ดหาง สัตว์หางรูปร่างคลายตัวแมลงปอ มีเกาะเป็นเหล็ก พลังสถิตร่าง คือ ฟูแห่งหมู่บ้านทาคิงาคุเระ ถูกจับโดย คาคุสึ และ ฮิดัน
  • ฮาชิบิ แปดหาง สัตว์หางรูปแบบวัวกระทิงมีหางเป็นปลาหมึก ผนึกอยู่ในร่างของ คิลเลอร์ บี
  • คิวบิ เก้าหาง (九尾の妖狐, Kyūbi no Yōkō) สัตว์หางรูปแบบสุนัขจิ้งจอก ถูกผนึกอยู่ในร่างของ นารูโตะ เชื่อว่ามีพลังมากที่สุดในบรรดาสัตว์หางเจ้าของในอดีตคือแม่ของนารูโตะและเคยถูกแสงอุสาชิงตัวไปได้
  • เท็นโซ สิบหาง สัตว์หางตนที่ 10 ที่ชายสวมหน้ากากต้องการเรียกออกมา โดยถูกผนึกไว้บนดวงจันทร์ ด้วยวิชา ดาราสวรรค์ ระเบิดพิภพ (shibaku tensei)ต้องสังเวย สัตว์ทั้ง 9 หางก่อน (ดูเหมือนแค่ต้องการจักระก็พอ) เพื่อปลุกให้ 10 หางตื่น ตาของเท็นโซ มีเนตรวงแหวน และ สังสาระ รวมกันอยู่ (เนตรต้นของอุจิวะ และ เซ็นจู)

ดูเพิ่ม : สัตว์หาง

ทุกครั้งที่จับสัตว์หางมาได้ จะทำการดึงผนึกวิญญาณออกและนำสัตว์หางที่ถูกขังในร่างมนุษย์แยกออกจากวิญญาณและผู้ถูกขังสัตว์หากจะเสียชีวิต โดยนำ สัตว์หางผนึกลงในดวงตาเทวรูป

สมาชิกปัจจุบัน[แก้]

คือสมาชิกระดับสูงของแสงอุษาที่สวมแหวนและแต่งเครื่องแบบเสื้อคลุม ออกปฏิบัติภารกิจลับสำคัญและเป็นอันตรายอย่างสูง แต่ในตอนเตรียมการเข้าร่วมสงครามโลกนินจาครั้งที่4 ได้ยกเลิกเครื่องแบบแสงอุษา

เซ็ตซึ[แก้]

คู่หู : ตนเอง(เพราะมีตัวเองอยู่แล้ว2คนในร่างเดียว)

สถานะ : สมาชิกแสงอุษา

เซ็ตซึ (ゼツ Zetsu) เป็นสมาชิกแสงอุษาที่อ่อนแอ่ที่สุด ทำหน้าที่เป็นสายลับของแสงอุษา ความสามารถของเขาช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่ของเขาทำได้ง่ายเพราะว่าเขาสามารถแทรกตัวเข้าไปในสิ่งต่างๆและเดินทางไปที่ใดก็ได้ทันที เขายังสามารถย้ายร่างกายของเขาและเข้าแทรกแซงระหว่างที่กำลังทำพิธีกรรมลับของแสงอุษาซึ่งต้องการความปลอดภัยสูงไปด้วยได้ ทำให้เขาสามารถเฝ้าระวังแขกไม่ได้รับเชิญในขณะที่กำลังประกอบพิธี และเนื่องจากหน้าที่ที่เขาต้องทำ เซ็ตซึจึงเป็นสมาชิกแสงอุษาคนเดียวที่ไม่มีคู่หู ถึงอย่างนั้น เซ็ตซึก็ยังมีความสำคัญต่อสมาชิกคนอื่นๆ ในการรายงานความเคลื่อนไหว ซึ่งสมาชิกแต่ละคนจะส่งข่าวให้กับเซ็ตสึมากกว่าส่งให้เพนโดยตรง

หัวของเซ็ตซึถูกปกปิดด้วยกาบหอยแครงขนาดใหญ่ ที่ยังคงปกปิดร่างกายส่วนใหญ่ของเขาด้วย เซ็ตซึเป็นพวกกินเนื้อสดๆ คอยกินร่างที่พวกแสงอุษาไม่ต้องการให้ถูกพบเพื่อเก็บรักษาความลับ ทำให้เขามีหน้าที่เป็นนินจานักล่าด้วย เขายังทำหน้าที่เก็บแหวนของสมาชิกแสงอุษาที่ตายไปแล้ว โดยเซ็ตสึมีลักษณะเหมือนคนสองบุคลิกในร่างเดียว ซึ่งจะแบ่งร่างกายฝั่งขวาของเซ็ตซึเป็นสีดำในขณะที่ฝั่งซ้ายเป็นสีขาว จากเนื้อเรื่องจะพบว่าครึ่งสีดำของใบหน้าจะมีเสียงทุ้ม ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะมีเสียงแหลมกว่า และทั้งสองฝั่งมักจะพูดคุยกันเอง (ทางความคิด) และบ่อยครั้งที่มีความเห็นต่างกัน ในมังงะตอนที่ 553 เซ็ตซึสีขาวตายแล้ว เพราะถูกอุจิวะ ซาสึเกะใช้พลังของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ เซ็ตสึสีดำยังคงมีชีวิตอยู่ในสงครามที่โอบิโตะกำลังชุบชีวิตให้กับนินจาในสงคราม เซ็ตสึสีดำได้ควบคุมโอบิโตะเพื่อชุบชีวิตมาดาระ

แท้จริงแล้วเซ็ตซึเกิดจากการที่มาดาระอัญเชิญเทวรูปมารนอกรีด และฝังเซลล์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 จึงกำเนิด โคลนของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ขึ้นมาคุณภาพต่ำ เซ็ตซึโดยมีร่างกายแค่ซีกซ้าย เป็นตัวออริจินัล โดยออริจินัลมีอยู่ 2 ตัว คือ เซ็ตซึซีกซ้าย กับกุรุกุรุ ส่วนเซ็ตซึสีขาวตัวอื่นๆ ทำหน้าที่เก็บข้อมูลจากโลกภายนอก แต่เซ็ตซึสีขาวซีกซ้ายได้รับจักระจากมาดาระจนสร้างเซ็ตซึสีดำซีกขวาขึ้นมา เซ็ตสึที่มาดาระสร้างขึ้นมามี 2 ชนิด โดยตั้งชื่อว่าแต่ละชนิดไปคือ ตัวสีขาวชื่อว่าโจเซ็ตซึ แปลว่า พูดมาก ตัวสีดำชื่อว่าโดคุเซ็ตซึ แปลว่า คำสาป

โทบิ[แก้]

ปัจจุบัน : กลายเป็นพลังสถิตร่าง 10 หางแล้ว

ชื่อจริง:อุจิวะ โอบิโตะ

คู่หูในอดีต : กุรุกุรุ, เซ็ตซึ, เดอิดาระ(เสียชีวิต), อุจิวะ มาดาระ(สัมปเวสีคืนชีพ)

สถานะ : สมาชิกแสงอุษา หลังจากที่นางาโตะตายได้เป็นหัวหัวหน้าแสงอุษาคนต่อไป


โทบิ (トビ Tobi) ตัวจริงของโทบิ นั้นคือ อุจิวะ โอบิโตะ ซึ่งใครหลายคนคิดว่าตายไปแล้ว แท้จริงในสงครามครั้งที่ 3 โอบิโตะได้ถูกช่วยไว้โดย อุจิวะ มาดาระ โดยที่ มาดาระได้เล่าโอบิโตะว่ารอดจากการต่อสู้กับโฮคาเงะรุ่นที่1 แล้วได้ฝังร่างของเซ็ตซึ เพื่อรักษาโอบิโตะ หลังจากโอบิโตะรู้ข่าวจากเซ็ตซึว่าคาคาชิกับรินตกอยู่ในอันตราย โอบิโตะก็คิดจะไปช่วยแต่ว่ากลับเกิดเหตุการณ์ที่คาคาชิฆ่าริน ทำให้เนตรวงแหวนที่ตาซ้ายคาคาชิเชื่อมกับเนตรวงแหวนที่ตาขวาของโอบิโตะก็ได้เบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา จนโอบิโตะคลั่งก็กำจัดนินจาของคิริงาคุเระ หลังจากรินตายก็สับสนจนตัดสินใจเลือกที่จะร่วมมือแผนเนตรจันทรา มาดาระได้สอนคาถาต้องห้ามของอุจิวะและคาถาเซียน โอบิโตะก็ได้ตาซ้ายที่มาดาระ หลังจากที่มาดาระตาย โดยพยายามเข้าร่วมกับแสงอุษาแต่ไม่สำเร็จหลายครั้ง และโอบิโตะได้แอบรู้เรื่องโฮคาเงะรุ่นที่4 กำลังจะมีลูกจากการที่คาคาชิไปพูดที่สุสานของริน โดยวันที่นารูโตะเกิด โอบิโตะได้เข้าไปในฐานลับและลักพาตัวคุชินะ และเรียกคุรามะ(เก้าหาง)ออกมาจากตัวคุชินะพร้อมพาไปบุกหมู่บ้าน แตโดนขัดขวางโดยโฮคาเงะรุ่นที่4แล้วหนีไป

เข้าร่วมกับแสงอุษาหลังจากการตายของซาโซริ เขาเข้าแทนที่ในตำแหน่งคู่หูของเดอิดาระ บุคลิกของโทบิต่างจากสมาชิกคนอื่นๆของแสงอุษา ซึ่งมักจะจริงจังและอุทิศตัวเองกับภารกิจ แต่โทบิมีนิสัยที่ตลกขบขันและดูไร้ความกังวล ซึ่งนิสัยนี้สร้างความรำคาญให้กับเดอิดาระ และเขามักจะจัดการโทบิด้วยท่าแก้เผ็ดที่ตลกขบขันในทุกครั้งที่โทบิสร้างความรำคาญให้เขาโดยไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม คิซาเมะกลับชื่นชอบบุคลิกของโทบิที่สร้างความครึกครื้นรื่นเริงให้กับ “องค์กรที่มืดมน” ได้และเป็นผู้ที่นำจิ้งจอกเก้าหางมาบุกโคโนฮะนั่นเอง

หลังจากเหตุการณ์การปะทะกับซาสึเกะของเดอิดาระและโทบิ เขาได้ย้อนกลับไปออกคำสั่งกับ เพน ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแสงอุษา และเขาได้บอกว่าตนคือ อุจิวะ มาดาระ ในระหว่างการสนทนา จุดประสงค์ที่ก่อตั้งแสงอุษาขึ้นเพื่อซ่อนความเคลื่อนไหวและจุดประสงค์ไว้เบื้องหลังองค์กร บุคลิกและการพูดของมาดาระนั้นต่างกับโทบิอย่างสิ้นเชิง โดยมักจะใช้คำที่สุภาพน้อยกว่าและคำพูดแสดงถึงความเย่อหยิ่งของตัวร้าย ตามเนื้อเรื่องนั้นเขายังคงปกปิดตัวจริงและอยู่ในฐานะของโทบิต่อไป ในการปะทะกับกลุ่มของนินจาโคโนฮะในภายหลังจากการเปิดเผยตัวกลับไปแสดงนิสัยเหมือนโทบิตามเดิม

ด้วยใบหน้าที่แท้จริงของโทบิยังคงเป็นปริศนา ยกเว้นแต่ผมสีดำที่ชี้ขึ้นเท่านั้น เขาสวมหน้ากากที่ปกปิดใบหน้ายกเว้นตาขวาของเขาที่มีเนตรวงแหวน เขายังมีกลอนหรือเข็มที่แขนเสื้อของชุด ตอนนี้ถูกทับด้วยเสื้อคลุมของแสงอุษา นอกจากนี้โทบิยังเป็นคนเดียวที่ไม่ได้สวมกระบังหน้าเหมือนนินจาคนอื่น วิชานินจาที่เผยออกมาแล้วคือ วิชานินจาย้ายมิติ ที่สามารถย้ายตนเองหรือผู้อื่นไปอยู่ในมิติที่คล้ายห้องเต็มไปด้วยกล่อง และสามารถไปที่ไหนก็ได้ตามต้องการ วิชานี้ยังสามารถปล่อยให้การโจมตีทะลุผ่านตัวเขาและทนต่อการโจมตีทางกายภาพ โดยมีเวลาแค่ 5 นาที ในตอนปะทะกับกลุ่มนินจาโคโนฮะที่ออกตามตัวซาสึเกะและต้องการหลอกใช้ซาสึเกะไปทำลายโคโนฮะถึงแม้อิทาจิจะห้ามไว้แล้วเต่ก็ไม่สำเร็จ

ในสงครามนินจาครั้งที่ 4 โอบิโตะได้สู้กับนารูโตะและบี แล้วคาคาชิกับไกตามมาสมทบ ในตอนที่อิทาจิได้หยุดคาถาสัมผเวสีคืนชีพโอบิโตะได้ให้เทวรูปมารนอกรีตกินหม้อกับไหที่ผนึกกินคาคุและคินคาคุที่มีจักระเก้าหาง และหนวดปลาหมึกของแปดหาง เพื่อเปลี่ยนให้เทวรูปมารนอกรีตเป็นสิบหาง และก็สู้ต่อกับพวกนารูโตะ แล้วก็โดนการโจมตีจนหน้ากากแตกจนเผยตัวจริงว่าคืออุจิวะ โอบิโตะ แล้วอุจิวะ มาดาระก็ตามมาสมทบอยู่ข้างโอบิโตะ และสิบหางคืนชีพขึ้นมา สู้กับพันธมิตรนินจาที่มาสมทบให้พวกนารูโตะ ในช่วงที่คาคาชิใช้คามุยตัดหัวของ 10 หาง โอบิโตะได้ใช้คามุยดูดตนกับคาคาชิไปในมิติที่ตนสร้างขึ้น และสู้กันโดยโอบิโตะได้บอกว่าตนรู้ความจริงของรินก่อนตาย ก็คือรินถูกพวกคิริงาคุเระจับไปเป็นพลังสถิตร่างของ 3 หาง พร้อมกับเรื่องที่คาคาชิไปช่วยออกมาแต่ทั้งหมดถูกจัดฉากคือพวกคิริงาคุเระแกล้งทำเป็นไล่ล่าเพื่อให้คาคาชิพารินกลับโคโนฮะและทำให้ 3 หางในตัวรินอาละวาด แต่รินบอกให้คาคาชิบอกฆ่าตนเพื่อให้แผนของคิริงาคุเระล้มเหลว ในตอนที่ถูกคิริงาคุเระล้อมคาคาชิพยายามจัดการกับพวกคิริงาคุเระ แต่รินรับการโจมตีแทน และหลังจากนั้นคาคาชิได้สู้ชนะโอบิโตะ แต่โอบิโตะหนีออกมาจากมิติของตน และถูกมาดาระควบคุมให้ใช้คาถาชุบชีวิตมาดาระขึ้นมา เพื่อให้มาดาระมีชีวิตเป็นพลังสถิตร่าง ถูกมินาโตะขัดขวาง แต่ว่าโอบิโตะขัดขืนมาดาระจนใช้คาถาที่ทำให้ตนเป็นพลังสถิตร่างของสิบหางแทน จนมีพลังเพิ่มขึ้นสามารถจัดการกับพวกโฮคาเงะอย่างง่ายดาย ทำให้โฮคาเงะรุ่นที่ 4 แขนขาดไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายจนตายไป เพราะได้ความสามารถใหม่ที่ได้เป็นพลังสถิตร่างของสิบหาง คือ วิชาที่ทำให้วิชานินจาทั้งหมดไปสู่ความว่างเปล่า ต่อให้ร่างกายที่เป็นสัมภเวสีคืนชีพได้รับบาดแผลก็จะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ และจะตายลงไป แต่ว่าวิชานี้มีจุดอ่อนคือไม่สามารถสลายวิชานินจาเซียนได้ และนารูโตะได้ใช้พลังสัตว์หางผสมกับวิชาเซียน ร่วมมือกับนินจาในสงครามจนสู้ชนะโอบิโตะและดึงสัตว์หางทั้ง 7 ออกมาจากตัวโอบิโตะได้ และคุยกับนารูโตะถึงเรื่องที่ตนไม่ยอมรับว่าตนเป็นใคร แต่ว่าโอบิโตะไม่ตายเพราะในร่างยังมีเทวรูปมารนอกรีตที่ทำให้ร่างเป็นอมตะ ได้คุยกับคาคาชิและมินาโตะถึงเรื่องนารูโตะจนทำให้โอบิโตะตัดสินใจที่จะใช้วิชาชุบชีวิตให้กับนินจาที่ตายในสงครามเพื่อแลกกับชีวิตของตน แต่ว่าก็ถูกเซ็ตสึสีดำที่สังเกตการณ์มาตลอดเข้าควบคุมร่างโอบิโตะให้ชุบชีวิตให้มาดาระ จนโอบิโตะปางตาย และถูกควบคุมโดยเซ็ตสึดำโดยเซ็ตสึสีดำพยายามเอาเนตรสังสาระข้างซ้ายจากโอบิโตะ แต่โอบิโตะพยายามขัดขืนโดยคิดจะให้คาคาชิทำลายแล้วกาอาระได้พาซากุระที่พยื้อชีวิตนารุโตะที่ถูกดึงคุรามะออกจากร่าง โฮคาเงะรุ่นที่ 4 คิดส่งคุรามะอีครึ่งใส่นารูโตะ แต่เซ็ตสึสีดำมารับแทน แต่เพราะร่างหลังควบคุมโอบิโตะจึงทำให้โอบิโตะได้รับจักระจากสัตว์หางจึงรอดตาย แล้วมาดาระก็มาเซ็ตสึสีดำก็พยายามออกจากร่างโอบิโตะเพื่อเอาเนตรส่งให้มาดาระ แต่ถูกโอบิโตะชิงร่างกลับมาได้ และโอบิโตะถามว่าสำหรับมาดาระแล้วตนคืออะไร แล้วมาดาระก็ตอบว่า โอบิโตะคือมาดาระคนใหม่ที่ทำตามเจตจำนงของมาดาระ แล้วโอบิโตะก็เดินไปหามาดาระ แต่กาอาระ คาคาชิ และมินาโตะก็ขัดขวางแต่ขัดขวางไม่สำเร็จ ซึ่งมินาโตะก็โดนมาดาระตัดแขนอีกข้างไม่สามารถฟื้นฟูได้ แล้วโอบิโตะก็ใช้มือแทงมาดาระแล้วชิงพลังที่เป็นวิชาที่ทำให้วิชานินจาทั้งหมดไปสู่ความว่างเปล่า พร้อมกับชิงเศษเสี้ยวของหนึ่งหางกับแปดหางไปได้ และบอกว่าตนคือ อุจิวะ โอบิโตะที่คิดอยากเป็นโฮคาเงะเหมือนเมื่อก่อน แล้วก็คาคาชิก็ร่วมช่วยโอบิโตะ โดยส่งโอบิโตะไปมิติที่โอบิโตะเป็นคนสร้างเพื่อไปหาซากุระกับนารูโตะเพื่อมอบคุรามะที่ตนมีแค่ครึ่งให้นารูโตะเพื่อรอดชีวิต

 

อดีตสมาชิก[แก้]

อดีตสมาชิกคือ สมาชิกที่ถอนตัวออกจากกลุ่ม หรือสมาชิกที่เสียชีวิตในการปฏิบัติภารกิจ

โคนัน[แก้]

สาเหตุ : ถูกโทบิฆ่าตายในมังงะตอนที่ 510 และอะนิเมะตอนที่ 473 (ตำนานวายุสลาตันตอนที่ 253)

สถานะ : อดีตสมาชิกแสงอุษา

คู่หูในอดีต : เพน (นางาโตะ)

เทพธิดารับใช้ ใช้วิชาเทพผู้ใช้กระดาษ ใช้กระดาษเป็นอาวุธ โคนัน เป็นคุโนะอิจิเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มแสงอุษา มีเอกลักษณ์ที่ดอกไม้ประดับบนผม และมักจะเห็นเธออยู่ข้างเพนเป็นประจำ อดีตของโคนัน เธอและเพื่อนอีกสองคน คือ นางาโตะและยาฮิโกะ เป็นเด็กกำพร้าที่สูญเสียครอบครัวไปในสงครามระหว่างแคว้นในหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ และในอดีตนั้นพวกเธอทั้งสามก็ได้พบกับ สามนินจาแห่งโคโนะฮะ ซึ่งหลังจากพบกัน จิไรยะก็ตัดสินใจที่จะดูแลเด็กๆทั้งสามคน และรับเธอกับเพื่อนเป็นศิษย์ชั่วคราว เพื่อให้พวกเขาเข้มแข็งพอที่จะดูแลตัวเองได้ พวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นเวลาสามปี จนถึงวันที่จิไรยะมั่นใจว่าเด็กๆเติบโตขึ้นจนดูแลตัวเองได้แล้ว เขาก็จากมา พร้อมกับย้ำให้เด็กๆรู้ว่า พวกเขาได้เติบโตขึ้นแล้ว และต่อไปในภายหน้าก็ต้องใช้ความสามารถของตัวเองเปลี่ยนแปลงหมู่บ้านและโลกใบนี้ด้วยตัวเองให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอและเพื่อนถูกเข้าใจว่าตายในสงครามไปแล้ว สำหรับบทบาทในองค์กรแสงอุษา โคนันถือได้ว่าเป็นคนที่มีความสำคัญในฐานะ คู่หูและผู้ช่วยส่วนตัวของหัวหน้า เธอเป็นคนเดียวที่ได้อยู่ข้างกายเขาตลอดเวลาและไม่เคยเห็นเธอออกไปรับภารกิจข้างนอกเหมือนสมาชิกคนอื่นเลย รวมทั้ง โคนันเป็นคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เรียกชื่อ เพน ห้วนๆได้ด้วย

โคนันมีความสามารถในการใช้กระดาษและสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นกระดาษ ดูเหมือนจะเป็นความสามารถที่มาจากความชอบส่วนตัวของเธอในการพับกระดาษ (origami) เมื่อเธอเปลี่ยนตัวเองเป็นกระดาษแล้ว ก็จะสามารถควบคุมได้แบบแยกเป็นเดียว หรือ รวมกระดาษเหล่านั้นเข้าเป็นรูปร่างต่างๆก็ได้ เช่น ผีเสื้อ ดอกไม้ จรวดกระดาษ หรือ อาวุธโจมตี เป็นต้น นอกจากนี้ เธอยังเคยสร้างปีกทั้งสองข้างจากกระดาษด้วย ซึ่งเมื่อเธอเข้าสู่รูปร่างแบบนี้แล้วก็จะถูกเรียกว่า เทพธิดาผู้ส่งสาร ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักทั่วไปในหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ เนื่องจากเป็นรูปร่างที่จะปรากฏในฐานะผู้ส่งสารของเพน ที่เปรียบเสมือนพระเจ้านั่นเอง อย่างไรก็ตามวิชาของเธอก็มีจุดอ่อนตรงที่ จะถูกน้ำหรือของเหลวไม่ได้ เพราะจะทำให้กระดาษติดกันและสูญเสียความแข็งในการจับยึดตัวเองเข้าด้วยกัน

หมายเหตุ : 1ในลูกศิษย์ของจิไรยะก่อนมินาโตะ

โอโรจิมารุ[แก้]

สถานะ : เนื่องจากเขาขโมยแหวนไปด้วย ทำให้สมาชิกแสงอุษาเหลือเพียง 9 คน และไม่มีใครเข้ามาแทนที่(แต่เพนมาแทนที่ในฐานะหัวหน้าองค์กร

คู่หูในอดีต : ซาโซริ

โอโรจิมารุ (大蛇丸 Orochimaru) นินจาที่ถอนตัวจากโคโนฮะคะกุเระ เขาได้เข้าร่วมแสงอุษาหลังจากที่ออกมาจากโคโนฮะ และจับคู่กับซาโซริโอโรจิมารุพยายามใช้ความสามารถของเขาในการขโมยร่างอิทาจิที่เข้ามาเป็นสมาชิกในตอนหลังเพราะต้องการเนตรวงแหวนของตระกูลอุจิวะและซาโซริต้องการร่างมาเป็นหุ่นของเขา แต่อิทาจิตอบโต้และมีพลังเหนือกว่าโอโรจิมารุ (และอาจเป็นเพราะคนหนึ่งแทนหมู่บ้านหนึ่งก็ได้) และทำให้โอโรจิมารุอับอายจึงคิดหนีออกจากองค์กรหลังจากนั้น โอโรจิมารุได้นำมือข้างที่ขาดจากการต่อสู้และแหวนแสงอุษาที่ใส่อยู่ไปด้วย เนื่องจากเขาเป็นผู้รู้ความลับและแผนการของแสงอุษาหลาย สมาชิกของแสงอุษาจึงมีแผนการที่จะกำจัดเขาอยู่ในกำหนดการด้วยเช่นกัน

(สาเหตุที่เรียกว่าตายได้แล้วเพราะว่า โดนอิทาจิใช้ดาบโทซึกะแทงเข้าทำให้ถูกผนึกเข้าไปในโลกแห่งคาถาลวงตานิรันดร์) หลังจากที่อิทาจิใช้อิซานามิกับคาบูโตะหยุดคาถาสัมปเวสีคืนชีพ ซาสึเกะได้ใช้ไคจาโฮอินเพื่อเรียกโอโรจิมารุออกมาจากตัวอังโกะ ทำให้อักขระสาปในตัวอังโกะหายไป โดยไม่สนใจในสงคราม และเอาจักระของตัวเองออกจากคาบูโตะ แล้วนำทางพวกซาสึเกะไปเอาหน้ากากของยมทูต ที่วัดของตระกูลอุซึมากิ จากนอกโคโนฮะแล้วไปที่ห้องใต้ดินของศาลเจ้านาคาโนะของอุจิวะ เพื่อทำพิธีให้ยมทูตสิงร่างโอโรจิมารุสลายคาถาสะกดปิดผนึกซากอสูร เพื่อที่จะนำแขนกลับมา ได้ใช้คาถาสัมปเวสีคืนชีพเพื่อเรียกโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ถึง 4 ออกมาโดยใช้เซ็ตซึสีขาวที่ออกมาจากตัวของซาสึเกะถึง 6 ตัว โดยใช้ 4 ตัวสังเวย แล้วย้ายร่างเข้าไปในซ็ตซึสีขาว 1 ใน 2 ตัวที่เหลือ แล้วโฮคาเงะบอกคำตอบที่ซาสึเกะต้องการ จนซาสึเกะตัดสินใจจะเข้าร่วมสงครามเพื่อปกป้องสิ่งที่อิทาจิปกป้องไว้ โอโรจิมารุที่คลายการควบคุมสัมภเวสีคืนชีพ โฮคาเงะทั้ง4 จูโกะ ซุยเงสึ และคารินที่ออกมาจากโคโนฮะเพื่อมาหาซาสึเกะ โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ถามว่าทำไมถึงช่วยซาสึเกะ โอโรจิมารุตอบว่าตอนที่อยู่ในตัวของคาบูโตะได้รู้บางอย่างว่าสิ่งที่คาบูโตะทำคือความสมบูรณ์แบบแล้วล้มเหลว แต่ตอนนี้สนใจซาสึเกะที่ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป ซึ่งไม่เหมือนคาบูโตะที่ไม่ยอมเลียนแบบตน ทั้งหมดเหิญไปด้วยคาถาของโทบิรามะเข้าร่วมสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 ในสงครามได้นำพาคารินกับซุยเงสึไปหาพวกคาเงะเพื่อรักษา เพราะบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับอุจิวะ มาดาระ พร้อมกับบอกเหตุผลที่ช่วยซาสึเกะเพราะตนต้องการู้ว่าซาสึเกะจะเลือกทางแบบไหนต่อไป

เดอิดาระ[แก้]

สาเหตุ : เสียชีวิตในการปะทะกับซาสึเกะ

สถานะ : อดีตสมาชิกแสงอุษา

คู่หูในอดีต : ซาโซริ, โทบิ

เดอิดาระ (デイダラ Deidara) นินจาที่ถอนตัวจากอิวะคะกุเระ ก่อนที่จะเข้าร่วมกับแสงอุษา เดอิดาระเป็นผู้ก่อการร้ายวางระเบิดรับจ้าง ซึ่งงานของเขาดึงดูดความสนใจของเพน และได้ส่งสมาชิกแสงอุษาคนอื่น มารับตัวเดอิดาระมาเป็นสมาชิกใหม่ แม้ว่าเดอิดาระจะปฏิเสธแต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเข้าร่วมกลุ่มหลังจากที่พ่ายแพ้ต่ออิทาจิ นอกจากนี้เดอิดาระยังคงมีตั้งใจที่จะกลับมาเอาชนะอิทาจิให้ได้ในอนาคต จึงได้ฝึกฝนเทคนิกพิเศษเพื่อเอาชนะวิชาลวงตาของอิทาจิไปด้วย เดิมทีเดอิดาระปรากฏตัวเป็นคู่หูของซาโซริ ซึ่งมีความมาสารถทางศิลปะและเข้าใจสิ่งที่เดอิดาระนับถือ เดอิดาระจับคู่กับโทบิหลังการตายของซาโซริ โดยเดอิดาระมองโทบิเหมือนกับรุ่นน้องหรือลูกศิษย์ แม้ว่านิสัยของโทบิจะทำให้เดอิดาระรำคาญ แต่เดอิดาระก็ดูแลโทบิเป็นอย่างดี คอยกันโทบิออกมาจากอันตราย แม้กระทั่งช่วงสุดท้ายของชีวิตเขาก็ยังระรึกขอโทษโทบิในใจ (ในการระเบิดตัวตายซึ่งกินวงกว้างและอาจจะทำให้โทบิตายไปด้วยเพราะหนีไม่ทัน)

วิชาต่อสู้ของเดอิดาระคือ ใช้ฝ่ามือซึ่งมีปากในการสร้างดินระเบิด (起爆粘土 Kibaku Nendo) ดินที่ผสมจักระที่จะระเบิดเมื่อเขาออกคำสั่ง โดยคำสั่งที่เขาใช้ก็คือ คัตสึ (喝 "Scold") โดยแรงระเบิดนั้นขึ้นอยู่กับจักระที่เขาใช้เข้าไปในดิน ดินของเขาสามารถออกมาในรูปแบบใดหรือขนาดใดก็ได้ จากขนาดเล็กมากจนถึงร่างเลียนแบบตัวเขาที่สูงเสียดฟ้า เดอิดาระชอบพูดว่างานสร้างสรรค์ของเขาเป็นศิลปะ เชื่อว่าสิ่งที่สวยงามที่สุดคือการระเบิด ความเลื่อมใสในศิลปะของเขานั้นทำให้เขาเชื่อว่ามันไม่มีทางแพ้ได้และทำให้เขากลายเป็นคนที่มั่นใจมากเกินไป เดอิดาระจะปรับรูปแบบการใช้ระเบิดตามลักษณะของภารกิจ โดยเขาจะกำหนดขนาดระเบิดระหว่าง C1 ถึง C4 ซึ่ง C1 คือระเบิดที่ธรรมดาๆ และ C4 คือระเบิดที่รุนแรงที่สุดและมีการโจมตีที่ซับซ้อนที่สุด นอกจากนี้เดอิดาระยังมีวิชาลับคือปากที่บริเวณหน้าอกที่เมื่อใส่ดินเข้าไปก็จะเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นระเบิดมีชีวิตที่มีรัศมีการทำลาย 10 กิโลเมตร เดอิดาระตัดสินใจใช้วิชานี้ในการต่อสู้กับซาสึเกะหลังจากพบกับความยากลำบากในการเอาชนะ และเขามั่นใจว่าวิชานี้จะชนะเพื่อพิสูจน์ว่าศิลปะของเขาอยู่ในระดับสูงสุด

ฮิดัน[แก้]

สาเหตุ : โดนกับดักของชิกามารุแล้วนำหัวไปฝังไว้ใต้ดินแล้วปิดผนึกไว้

สถานะ : อดีตสมาชิกแสงอุษา

คู่หูในอดีต : คาคุสึ

ฮิดัน (飛段 Hidan) คู่หูปากดีของคาคุสึ ฮิดันเป็นสาวกของศาสนาจาชิน (เทพปีศาจ) เป็นศาสนาที่บูชาเทพเจ้าซึ่งมีชื่อเดียวกับชื่อลัทธิ และเชื่อว่าทุกสิ่งจะอยู่ภายใต้การพิพากษาลงทัณฑ์ของเทพปีศาจ โดย ฮิดันจะต้องภาวนาต่อจาชินทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้ เพื่อขอพรสำหรับการสังหารที่ลุล่วงหรือขอการประทานอภัยหากเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่าคู่ต่อสู้ โดยหลังจากการต่อสู้ ฮิดันจะทำพิธีกรรมต่ออีกเป็นเวลา 30 นาทีตามความเชื่อทางศาสนาและจบด้วยการแทงตัวเองที่หน้าอกขณะที่นอนอยู่กับพื้น โดยเขาจะได้รับการมีชีวิตอมตะเป็นการตอบแทน ฮิดันสามารถรอดชีวิตจากการบาดเจ็บสาหัสได้แม้กระทั่งถูกตัดหัวก็ตาม (แต่ถึงจะรอดชีวิตก็ต้องมีการเย็บเชื่อมต่อมันกลับเข้าหากันเพื่อกลับมาใช้ร่างกายตามปกติ) โดยคาคุสึจะใช้ความสามารถในการช่วยต่อชิ้นส่วนที่ขาดจากกันให้และทำให้บาดแผลของเขารักษาได้ทันเวลา การที่ฮิดันมีชีวิตอมตะนั้นก็เป็นประโยชน์ต่อคาคุสึเช่นกัน เพราะคาคุสึนั้นมักจะอารมณ์ไม่มั่นคงและอาจสังหารคู่หูได้โดยง่าย แต่กับฮิดันเขาสามารถโจมตีฮิดันได้เท่าที่เขาต้องการโดยไม่ต้องกังวลว่าคู่หูจะตาย ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ชอบทำงานร่วมกันและมีปากเสียงกันเสมอ แต่จากความสามารถเหล่านี้ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมในอุดมคติเลยทีเดียว

ระหว่างการต่อสู้ ฮิดันจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ศัตรูเกิดบาดแผลเลือดไหลและหาทางสัมผัสกับเลือดนั้น(แม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม) หลังจากนั้นเขาจะวาดสัญลักษณ์บนพื้นเพื่อใช้วิชาลับในการเชื่อมต่อร่างกายของเขาเข้ากับศัตรู โดยวิชานี้ ฮิดันจะจำแลงกายคล้ายกับยมทูตและ ร่างกายของตัวเขาเองจะมีความสามารถคล้ายตุ๊กตาวูดู(ตุ๊กตาสาปแช่ง) ทำให้การโจมตีทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายของฮิดัน ไปส่งผลบาดเจ็บที่ศัตรูแทน ฮิดันสนุกนานกับการโจมตีร่างกายตัวเองโดยไม่บาดเจ็บและส่งผลไปที่ศํตรูแทน และมักจะจมลงด้วยการแทงที่หัวใจของตัวเองเพื่อสังหารศัตรู โดยวิชานินจานี้จะถูกทำลายถ้าหากฮิดันเคลื่อนที่ออกจากสัญลักษณ์ที่เขาวาดขึ้นบนพื้นและจะกลับมาใช้ได้อีกครั้งเมื่อกลับเข้าไปอยู่ในเขตของสัญลักษณ์เท่านั้น ชิกามารุคิดหาวิธีต่อกรกับวิชานี้หลังจากที่ฮิดันใช้มันฆ่า ซารุโทบิ อาสึมะ อาจารย์ของเขา และสุดท้ายฮิดันก็ติดกับแผนการที่ชิกามารุวางหมากมาเป็นอย่างดี และถูกนำหัวไปฝังไว้ในหลุมลึกใต้ดินและปิดผนึกไว้ด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ ภายในอาณาเขตดูแลของตระกูลนารา แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าเขาตายหรือไม่ แต่ก็ทำให้เขาสิ้นสภาพการเป็นสมาชิกของแสงอุษาไป

คาคุสึ[แก้]

สาเหตุ : เสียชีวิตในการปะทะต่อสู้กับทีม7 และ ทีม10

สถานะ : อดีตสมาชิกแสงอุษา

คู่หูในอดีต : ฮิดัน

คาคุสึ (角都 Kakuzu) นินจาที่ถอนตัวจากทากิคะกุเระ และเป็นคู่หูของฮิดัน เขามีนิสัยโลภและต้องการเงิน(แม้จะอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับองค์กรแสงอุษา) ดังนั้นการหาเงินคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคาคุสึ โดยวิธีหาเงินที่เขาชอบคือการล่าค่าหัว โดยเฉพาะค่าหัวของนินจาฝ่ายดีที่ถูกตั้งขึ้นในตลาดมืด(คล้ายๆการที่มาเฟีย หรือโจรลงขันกันตั้งค่าหัวตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่สำคัญของทางการ) คาคุสึสามารถจดจำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับเงินรางวัลค่าหัวและข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมาย คาคุสึถูกตั้งฉายาว่า “ขุมทรัพย์แห่งแสงอุษา” เพราะมุมมองเกี่ยวกับเงินทองของเขานี่เอง อย่างไรก็ตามหน้าที่ที่แท้จริงของเขายังเป็นปริศนา แม้ว่าแสงอุษาจะเป็นแหล่งรายได้ที่ดี แต่คาคุสึก็เกลียดความจริงที่ว่าเขาต้องมีคู่หู โดยปกติแล้วเวลาที่คาคุสึเกิดความโมโห เขามักจะเผลอฆ่าทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวรวมถึงคู่หูในทีมด้วย เพราะเหตุนี้ทำให้เขาต้องมาจับคู่จับฮิดัน(ซึ่งมีร่างอมตะ) และแม้ว่าพวกเขาจะไม่ค่อยถูกกันนัก แต่ความเป็นอมตะของฮิดันทำให้เขากลายเป็นคู่หูในฝันของคาคุสึ

ร่างกายของคาคุสึถูกปกคลุมด้วยเส้นใยประหลาดสีดำและหนาทึบจำนวนมาก ซึ่งมีประโยชน์ในการต่อสู้ทั้งในระยะใกล้และไกล นอกจากนี้มันยังมีปลายแหลมและพุ่งเข้าทิ่มแทงเนื้อได้โดยอัตโนมัติ คาคุสึสามารถขโมยและยึดเอาหัวใจของศํตรูมาไว้ในร่างกายตัวเองได้ เขาสามารถเก็บหัวใจอื่นไว้กับตัวเองได้ถึง4ดวงและใช้หัวใจที่สดใหม่เข้ามาเปลี่ยนเป็นพลังงานชีวิตไปเรื่อยๆได้อย่างไม่จำกัดโดยผนึกมันไว้ที่หน้าการรูปสัตว์บริเวณหลัง4อัน หัวใจเหล่านี้ยังมีประโยชน์ทำให้คาคุสึสามารถใช้วิชานินจาธาตุต่างๆตามเจ้าของเดิมได้ และแต่ละหน้ากากสามารถแยกจากร่างกายของเขาออกไปสร้างเป็นร่างโจมตีได้อย่างอิสระและสามารถยิงระเบิดธาตุที่ทรงพลังใส่คู่ต่อสู้ได้ คาคุสึสามารถใช้หัวใจแต่ละอันทดแทนหัวใจที่อาจจะถูกทำลายไปได้ด้วย โดยปกติคาคุสึจะใช้พลังธาตุดินในการป้องกันซึ่งทำให้เขาทนทานต่อการโจมตีทางกายภาพอย่างมาก คาคุสึพ่ายแพ้จากการต่อสู้กับกลุ่มนินจาโคโนฮะที่ทำลายหน้ากากทั้งหมดลง หลังจากสิ้นท่าเพราะการโจมตีอันรุนแรงของนารุโตะทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวหนีไปไหนได้

ซาโซริ[แก้]

สาเหตุ : เสียชีวิตในการปะทะต่อสู้ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ถูกสังหารโดยซากุระและย่าจิโย (ย่าโจ)และยอมตาย

สถานะ : อดีตสมาชิกแสงอุษา

คู่หูในอดีต : เดอิดาระ, โอโรจิมารุ

ซาโซริ (サソリ Sasori) นินจาที่ถอนตัวจากซึนะคะกุเระ ซาโซริรักย่าโจ หลังจากการตายของพ่อแม่ ซึ่งย่าโจเป็นผู้ที่สอนเขาทุกอย่างเกี่ยวกับการใช้คาถาเชิดหุ่นในการต่อสู้ และด้วยวิชาที่เขาได้รับนี้ เขาจึงสร้างหุ่นเชิดที่คล้ายพ่อแม่ของเขาออกมาเพื่อที่จะรับรู้ถึงความรักจากพวกเขา แต่ว่าพวกมันก็เป็นแค่หุ่นกระบอกที่ไม่มีความรู้สึก เขารู้สึกว่าเป็นความพยายามที่ล้มเหลวและหลังจากนั้นซาโซริก็ได้ทิ้งพวกมันไว้และออกจากหมู่บ้านไปเข้าร่วมกับแสงอุษา และจับคู่กับโอโรจิมารุ โดยเขาเป็นหนึ่งในคนที่วางแผนสังหารโอโรจิมารุภายหลังจากการถอนตัวออกจากองค์กรของโอโรจิมารุด้วย ภายหลังซาโซริจับคู่กับ เดอิดาระและค่อนข้างเข้าคู่ทำงานร่วมกันได้ดีกว่าแต่ก่อนเช่นการที่เดอิดาระค่อนข้างมีความนับถือในความสามารถของซาโซริ แม้ว่าทั้งสองคนจะมีมุมมองของศิลปะที่แตกต่างกัน (เดอิดาระชื่นชมงานปั้นที่ถูกทำลายด้วยระเบิดในทันที แต่ซาโซริชื่นชมงานสร้างหุ่นกระบอกที่คงอยู่ยาวนาน) เดอิดาระยอมรับซาโซริในฐานะอาจารย์ของเขาจนถึงวาระสุดท้าย แม้ว่าซาโซริจะไม่เคยชื่นชมความคิดของเขา

ซาโซริเชี่ยวชาญในการสร้างหุ่นเชิดที่ทำมาจากศพ โดยการเอาเครื่องในออกและใช้วิธีถนอมรักษา(สตาฟ)มันไว้ไม่ให้เน่าเปื่อย ปกติซาโซริจะอยู่กับหุ่นเชิดฮิรูโกะ (ヒルコ Hiruko) ซึ่งเป็นหุ่นเชิดที่เขาเข้าไปซ่อนตัวอยู่ข้างในเหมือนกับชุดสวมในการแสดงละคร โดยหุ่นที่เขาชอบใช้ในการต่อสู้มากที่สุดและถือเป็นไพ่ตายอย่างหนึ่งก็คือหุ่นของคาเสะคาเงะรุ่นที่ 3 อดีตผู้นำแห่งซึนะคะกุเระที่ถูกลักพาตัวและสังหารก่อนที่เดอิดาระจะออกมาจากหมู่บ้าน เนื่องจากซาโซริรู้จักกับรุ่นที่ 3 เมื่อครั้งยังมีชีวิตทำให้ซาโซริสามารถใช้ความสามารถเลียนแบบได้เหมือนจริงและสมบูรณ์มาก กระนั้นหุ่นมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือร่างกายของเขาเองเนื่องมาจากเขาได้ดัดแปลงร่างกายของเขาให้กลายเป็นหุ่นเชิดเช่นกัน เหตุนี้ทำให้เขาคงความหนุ่มที่ผิดธรรมชาติไว้ได้ และร่างกายหุ่นเชิดของซาโซริยังมีความสามารถที่จะควบคุมหุ่นเชิดได้ถึงร้อยตัวพร้อมกัน ซาโซริก็สร้างกล่องสำหรับเก็บหัวใจและผนึกไว้ที่หน้าอกของหุ่นเชิดที่ใช้เป็นร่างกายของตัวเอง โดยหากเกิดการโจมตีที่ไม่ส่งผลให้กล่องหัวใจนี้ได้รับความเสียหาย ซาโซริก็จะยังคงรอดชีวิตไม่มีวันตายและย้ายมันไปยังร่างหุ่นเชิดอื่นๆได้เสมอทำให้เขาไม่มีวันตายเช่นกัน นอกจากนี้อาวุธที่หุ่นเชิดใช้(รวมทั้งอาวุธที่ซ่อนอยู่ในกลไกต่างๆของหุ่น) ยังเป็นอาวุธที่มีพิษและเป็นพิษที่ซาโซริเป็นคนผสมเองโดยมีพิษที่ร้ายแรงขนาดทำให้ร่างกายของเป้าหมายอัมพาตและจะตายลงหลังจากนั้นภายใน 3 วัน ซาโซริพ่ายแพ้และเสียชีวิตหลังจากการต่อสู้ที่ยาวนานกับย่าโจที่ร่วมมือกับซากุระ ในระหว่างการปะทะกับนินจาของโคโนฮะที่ออกติดตามชิงตัว กาอาระ ที่ถูกลักพาตัวไปกลับคืนมา

อิทาจิ[แก้]

สาเหตุ : เสียชีวิตในการปะทะต่อสู้กับซาซึเกะ

สถานะ : อดีตสมาชิกแสงอุษา

คู่หูในอดีต : โฮชิงากิ คิซาเมะ

อุจิวะ อิทาจิ (うちは イタチ Uchiha Itachi) เป็นนินจาที่ถอนตัวจาก โคโนฮะคะกุเระ และมีคู่หูคือ โฮชิกาคิ คิซาเมะ โดยระหว่างที่เขายังอยู่ที่โคโนฮะ เขาเป็นนินจาที่มีพรสววรค์และพัฒนาจนกลายเป็นนินจาที่เก่งกาจอย่างรวดเร็ว และทำให้กลายเป็นคนที่เด่นและได้รับความสนใจจากคนในตระกูลเป็นอย่างมาก สัตว์อัญเชิญของอิทาจิคืออีกา

อิทาจิ เดิมเป็นนินจาในหน่วยลับของ โคโนฮะงาคุเระ และมีความเป็นอัจฉริยะสูงมากได้เข้าหน่วยตั้งแต่อายุยังน้อย อิทาจิเกิดปัญหาขัดแย้งกับคนในตระกูลโดยเดิมที เขาถูกสงสัยว่าเป็นผู้สังหาร อุจิวะ ชิซุย เพื่อนสนิทและเป็นญาติในตระกูลอุจิวะด้วยกัน เพื่อเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา และต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกรผู้ฆ่าล้างตระกูล ทำให้ต้องถอนตัวออกจากหมู่บ้านไปเป็นนินจาถอนตัว และเข้าร่วมกับองค์กร แสงอุษาในที่สุด โดยมีเพียง ซาสึเกะ น้องชายแท้ๆเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ในครั้งนั้น

แม้ว่าสถานะของเขาจะเป็นอาชญากรที่ต้องการตัวและฆาตกร อิทาจิก็ไม่ได้แสดงออกถึงความชื่นชอบในความรุนแรงหรือการต่อสู้ อิทาจิมักจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ และเลือกต่อสู้เท่าที่จำเป็นทำนั้น โดยหากหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วเขาก็จะจบมันอย่างรวดเร็วที่สุด อิทาจิมักจะคงลักษณะสงบนิ่งไม่แสดงออกแม้ในยามที่ต่อสู้ เขามักจะอยู่ในลักษณะตั้งรับและคอยสวนกลับการโจมตีเสมอ อิทาจิสามารถจับการเคลื่อนไหวของศัตรูด้วยเนตรวงแหวน โดยใช้มันเพื่อประเมินท่าทางของคู่ต่อสู้และโต้ตอบอย่างรวดเร็วด้วยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาซึ่งเป็นวิชาเนตรพิเศษของเขา และด้วยเนตรพิเศษนี้ยังทำให้อิทาจิสามารถใช้วิชาเนตรพิเศษอื่นๆ เช่น อ่านจันทรา (Tsukuyomi 月読) วิชาคาถาลวงตาที่สร้างเหตุการณ์จำแลงแต่สามารถสร้างความเสียหายทางร่างกายและจิตใจของศัตรูได้, เทวีสุริยา (Amaterasu 天照) วิชาทรงพลังที่เรียกเปลวเพลิงสีดำที่ร้อนกว่าดวงอาทิตย์ 10 เท่าและสามารถเผาผลาญได้ทุกสิ่งตามทิศทางที่ดวงตามองเห็น และจะเผาผลาญไม่หยุดจนกว่าเป้าหมายจะดับสิ้น และ เทพวายุ (Susanoo 須佐能乎) วิชาลับขั้นสูงของเนตรพิเศษที่จะอัญเชิญดาบและโล่ของเทพเจ้ามาใช้ในการต่อสู้ด้วย อิทาจิมีความชานาญในพื้นฐานวิชาลวงตาเป็นอย่างดี และยังสามารถหลอกคู่ต่อสู้ด้วยการสบตาเท่านั้น นอกจากนี้เขายังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการทำสัญลักษณ์มือเพื่อสร้าง"อิน" และใช้วิชานินจาได้โดยศัตรูไม่ทันระวังตัว ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้วหลังจากการต่อสู้กับซาสึเกะ และได้ถ่ายทอดวิชาเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาให้กับซาสึเกะไว้ โดยวิชาเนตรนี้จะทำงานอัตโนมัติกลายเป็นเทวีสุริยาทุกครั้งเมื่อสบตากับเนตรวงแหวนของโทบิ เพื่อป้องกันมาดาระไม่ให้เข้าใกล้ซาสึเกะ

หลังจากการเสียชีวิตของอิทาจิ ซาสึเกะได้ฟังการเล่าเรื่องของโทบิเกี่ยวกับอิทาจิว่า แท้จริงการสังหารหมู่ครั้งนั้นเกิดจากการที่อิทาจิต้องการปกป้องหมู่บ้านโคโนฮะ เพราะตระกูลอุจิวะคิดจะก่อสงครามเพื่อปฏิวัติรัฐประหารยึดครองอำนาจในหมู่บ้าน อิทาจิต่อสู้โดยได้รับความช่วยเหลือจากโทบิเพื่อหยุดยั้งคนในตระกูล และปกปิดเรื่องทั้งหมดเป็นความลับพร้อมถอนตัวออกจากหมู่บ้านและทำสัญญากับโฮคาเงะรุ่นที่3 ให้ช่วยดูแลซาสึเกะ ซึ่งเรื่องทั้งหมดมีเหตุมาจากความบาดหมางของผู้นำตระกูลอุจิวะ อุจิวะ มาดาระ และ ผู้นำตระกูลเซนจู เซนจู ฮาชิรามะ หรือ โฮคาเงะรุ่นที่1 โทบิเล่าว่าฮาชิรามะต้องการทำลายตระกูลอุจิวะ โทบิเล่าให้ซาสึเกะฟังเพื่อโน้มน้าวซาสึเกะมาเป็นพวกและร่วมกันก่อสงครามกับโคโนฮะ

ส่วนสาเหตุของอุจิวะ ชิซุย ชิซุยคิดไว้ว่าจะมีศึกชิงเนตรของเขาขึ้น เขาจึงลบตัวตนของตัวเอง และทำเหมือนดวงตาของเขาถูกทำลาย อิทาจิได้ช่วยชิซุยโดยการเป็นเป้าหมายที่น่าสงสัยของหมู่บ้าน ครั้งสุดท้ายที่อิทาจิเจอชิซุย เนตรข้างขวาของชิซุยโดนดันโซชิงไปแล้ว เขามอบตาข้างซ้ายที่เหลืออยู่ให้อิทาจิ บอกว่าให้ใช้ปกป้องหมู่บ้าน และหายตัวไป อิทาจิปลูกเนตรของชิซุยไว้ในอีกา โดยปลูกถ่ายคาถาปกป้องหมู่บ้าน และเก็บไว้ในตัวนารูโตะ โดยอิทาจิตั้งใจใช้กับซาสึเกะเมื่อซาสึเกะคิดจะทำลายหมู่บ้าน ถูกใช้ในมังงะตอนที่ 549 ตอนที่อิทาจิโดนคาถาสัมปเวสีคืนชีพของคาบูโตะควบคุมให้สู้กับนารูโตะและบี ซึ่งอิทาจิโดนคาถาลวงตาเนตรของชิซุยทำให้คาถาสัมปเวสีคืนชีพของคาบูโตะถูกยกเลิกหลังจากที่ผนึกนางาโตะได้อิทาจิก็ทำลายอีกาที่มีเนตรของชิซุย และแยกทางกับนารูโตะและบี เพื่อไปหาคาบูโตะเพื่อที่จะสั่งให้หยุดคาถาสัมปเวสีคืนชีพโดยซาสึเกะตามเพื่ออยากรู้ความจริงแต่ต้องร่วมมือกันเพื่อสู้กับคาบูโตะ อิทาจิใช้อิซานามิกับคาบูโตะหยุดคาถาสัมปเวสีคืนชีพ และได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่ทำไปนั้น แล้วก็หายจากไป ตามทุกคนที่โดนคาถาสัมปเวสีคืนชีพ ยกเว้น อุจิวะ มาดาระ

เพนหรือนางาโตะ[แก้]

สาเหตุ : เสียชีวิตเพราะคืนชีพทุกคนในโคโนฮะที่ตายเพราะเพน

สถานะ : อดีตหัวหน้าแสงอุษา

คู่หูในอดีต : โคนัน

หมายเหตุ : 1ในลูกศิษย์ของจิไรยะก่อนมินาโตะและนารูโตะ

เพน (ペイン Pain) หัวหน้าของแสงอุษา วิชาลับของเขาคือการมีร่าง 6 ร่างที่ใช้จิตเดียวกัน รู้จักกันในชื่อ เพน 6วิถี (ペイン六道 Pain Rikudō) ลักษณะที่เหมือนกันคือผมสีส้ม มีการเจาะเพื่อใส่แม่เหล็กในการส่งต่อจักระจำนวนมากตามร่างกาย และทุกร่างมีเนตรสังสาระ (輪廻眼 Rinnegan) เชื่อกันว่าเป็นวิชาเนตรดั้งเดิมที่ถูกค้นพบในโลกนินจาเป็นวิชาแรก มีรูปร่างเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้นในดวงตา มีความสามารถช่วยให้ผู้ครอบครองสามารถใช้วิชานินจาได้ทุกชนิดและควบคุมจักระได้ทั้งหมด 6 ชนิด และยังทำให้ร่างทั้ง 6 ใช้ทัศนะวิสัยร่วมกันในการมอง ทำให้ร่วงทั้ง 6 สามารถร่วมมือกันโจมตีและป้องกันการโจมตีจากศัตรู โดยร่างแต่ละร่างของเพนในปัจจุบัน ล้วนเป็นนินจาที่จิไรยะเคยพบระหว่างที่เขาเดินทางไปยังที่ต่างๆ ตัวอย่างความสามารถของแต่ละร่าง ดังนี้

1.วิถีสวรรค์
- ข่ายเทพพิชิตฟ้า สามารถผลักดันทุกสิ่งให้ออกไปแล้วสามารถรวมพลังแล้วสะท้อนไปเหมือนระเบิดได้
- หมื่นลักษณ์เหนี่ยวสวรรค์ สามารถดึงดูดทุกสิ่งให้เข้ามาได้
- ดาราสวรรค์ระเบิดพิภพ เพนจะปล่อยลูกบอลสีดำออกไปเพื่อสร้างแรงโน้มถ้วงมหาศาลดึงสสารทุกสิ่งอัดเข้าหากันได้
2.วิถีอสูร ร่างนี้เหมือนมนุษย์ดัดแปลง ร่างกายเป็นอาวุธ เช่น ยิงแขน ปล่อยจวรด เป็นต้น
3.วิถีเปรต สามารถดูดพลังนินจาทุกอย่างได้
4.วิถีมนุษย์ สามารถอ่านความคิดของคนที่โดนจับและดูดวิณญานได้
5.วิถีเดรัชฉาน สามารถอัญเชิญสัตว์ต่างๆออกมาได้ เช่น ปู นก กระทิง สุนัขสามหัว แรด เป็นต้น
6.วิถีนรก สามารถชุบชุบชีวิตเพนร่างอื่นได้

เดิมทีผู้ครอบครองเนตรสังสาระที่จิไรยะพบคือนางาโตะ (長門 Nagato) เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งจากหมู่บ้าน อาเมะงาคุเระ ที่ระเห็จจากสงครามเช่นเดียวกับยาฮิโกะและโคนัน โดยพวกเขาพบกับจิไรยะและทีม(โอโรจิมารุ และ ซึนาเดะ) หลังทีมจิไรยะเสร็จภารกิจและเดินทางกลับโคโนฮะ จิไรยะได้ดูแลและสอนวิชานินจาพื้นฐานให้พวกเขาเพื่อเอาตัวรอด ก่อนที่จะย้อนกลับไปยังหมู่บ้านโคโนฮะ เหตุการณ์ที่เชื่อว่าเกิดชึ้นหลังจากนั้นไม่นานคือ นางาโตะเริ่มเชื่อว่าวัยเด็กที่ทรมานของเขาได้สอนเขา และเริ่มมองเห็นตัวเองเป็นพระเจ้าที่สอนให้โลกรู้จักการต่อสู้อย่างไร้ความหมาย หลังจากนั้นนางาโตะก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นองค์กรขนาดเล็กและถูกพวกฮันโซและดันโซแห่งหน่วยลับหักหลัง เป็นเหตุให้ยาฮิโกะต้องตาย เพนปรากฏตัวในอาเมะคะกุเระและเริ่มสงครามกลางเมืองกับรัฐบาลในตอนนั้น เพนยุติสงครามโดยการสังหารผู้นำหมู่บ้าน ฮันโซ และมีการปฏิบัติภารกิจอย่างเด็ดขาดเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้ที่จะกลับมาแก้แค้นเหลืออยู่ในหมู่บ้าน เพนฆ่าครอบครัว, เพื่อน, และคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของฮันโซ และสถาปนาตัวเองเป็นพระเจ้า โดยมีนินจาจำนวนมากหันมาจงรักภักดีต่อเพน และทำสัญลักษณ์ขีดฆ่าที่กระบังหน้าเข้าร่วมเป็นแสงอุษาโดยยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านและยินดีปฏิบัติตามคำสั่งของเพนทุกประการ โดยเพนใช้หมู่บ้านเป็นฐานทัพของเขาในการปฏิบัติงานของแสงอุษา ซึ่งแม้ว่าเขาจะสั่งการให้กับสมาชิกคนอื่นๆ โดยตรง และมีอำนาจเหนือพวกสมาชิกอื่นในฐานะหัวหน้า แต่โดยพฤติกรรมแล้วเพนก็ได้รับคำสั่งมาจากโทบิ (ในนามแห่ง อุจิวะ มาดาระ) อีกทอดหนึ่ง
เพนได้ข้อแลกเปลี่ยนกับนารูโตะว่าถ้าชุบชีวิตให้กับคนในหมู่บ้านที่เพนเข้ามาบุกแล้วนารูโตะจะต้องปล่อยเขาไป แต่ด้วยจักระที่หมดทำให้เขาสิ้นใจไป แท้จริงแล้วนางาโตะไม่ได้มีเนตรสังสาระแต่ถูกอุจิวะ มาดาระเอาเนตรสังสาระของตัวเองมาเปลี่ยนให้นางาโตะ ตอนก่อนที่นางาโตะสลบไม่รู้ตัวว่าตนฆ่านินจาโคโนฮะที่เป็นคนฆ่าพ่อแม่ของนางาโตะ โดยสาเหตุที่มาดาระทำแบบนั้นเพราะคิดว่าตนจะได้ให้โอบิโตะสั่งให้นางาโตะชุบชีวิตมาดาระขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม แต่นางาโคะกลับชุบชีวิตให้กับคนในหมู่บ้านโคโนฮะ

คิซาเมะ[แก้]

สาเหตุ : ฆ่าตัวตาย หลังจากถูกไก ยามาโตะ killer B และ นารุโตะสอบปากคำ

คู่หูในอดีต : อุจิวะ อิทาจิ (เสียชีวิต)

สถานะ : สมาชิกแสงอุษา

โฮชิงากิ คิซาเมะ (干柿 鬼鮫 Hoshigaki Kisame) มีลักษณะนิสัยชอบที่จะต่อสู้อย่างไม่หวั่นเกรงเสมอในขณะที่ อิทาจิคู่หูของเขากลับเลือกที่จะสู้เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น คิซาเมะ ทำงานกับอิทาจิได้เข้าขากันเป็นอย่างดีเมื่อเปรียบเทียบกับคู่หูทีมอื่นๆในแสงอุษา เขามีความเคารพและยินดีทำสิ่งที่อิทาจิบอกให้ทำทันทีและมักจะเป็นห่วงในสุขภาพของอิทาจิเสมอ คิซาเมะเป็นนินจาถอนตัวจาก คิริงาคุเระ ซึ่งควานหาตัวเขาอย่างหนักเพราะว่า คิซาเมะเคยวางแผนที่จะล้มล้างอำนาจของรัฐบาลและมีส่วนในเหตุการณ์สังหารหมู่ของแคว้น เดิมที คิซาเมะ ทำงานให้คิริงากุเระ ในฐานะสมาชิกกลุ่ม เจ็ดนักดาบแห่งสายหมอก ซึ่งเป็นกลุ่มแห่งนินจาที่ใช้อาวุธขนาดยักษ์ในการต่อสู้ อาวุธของคิซาเมะมีชื่อว่า ซาเมะฮาดะ (鮫肌, "หนังฉลาม") เป็นดาบที่ปกคลุมด้วยเกล็ดที่ใช้โกนผิวหนังแทนที่การตัดและมันสามารถดูดจักระได้ โดยดาบซาเมะฮาดะจะยอมรับให้คิซาเมะถือเท่านั้น ถ้ามีคนอื่นๆ พยายามที่จะถือมัน หนามแหลมจะแทงออกมาจากด้ามจับและมันจะกลับไปหาคิซาเมะทันที นิสัยของเขาซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นนิสัยของพวกเจ็ดนักดาบแห่งสายหมอกคือชื่นชอบการตัดส่วนต่างๆ ของคู่ต่อสู้ เช่นกรณี ที่คิซาเมะบอกว่าการตัดขาของอุซึมากิ นารุโตะจะทำให้เขาแบกได้ง่ายขึ้น

คิซาเมะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายฉลาม มีผิวสีน้ำเงินทั้งตัว ตาสีขาวคู่เล็ก ใบหน้ามีครีบอยู่ด้วย และฟันรูปสามเหลี่ยม แม้แต่ชื่อของเขา คิซาเมะ แปลว่า ฉลามปีศาจ รูปร่างที่คล้ายฉลามของเขายังสัมพันธ์ต่อความสามารถที่เขาใช้ในการต่อสู้ด้วย เช่น เขาจะก่อให้น้ำกลายเป็นร่างฉลามเพื่อทำการโจมตีคู่ต่อสู้ ถ้าหากไม่มีน้ำในที่ที่เขาต่อสู้ คิซาเมะสามารถใช้ คาถาน้ำ คลื่นน้ำระเบิดจู่โจม (水遁・爆水衝波 Suiton: Bakusui Shōha) เพื่อสร้างทะเลสาบเพื่อใช้ในการโจมตี คิซาเมะยังมีจักระจำนวนมหาศาล และมีมากที่สุดในบรรดาสมาชิกของแสงอุษา เขามักจะใช้พลังแค่ 30% ในการต่อสู้ ซึ่งก็เทียบเท่ากับพลังสถิตของจิ้งจอกเก้าหางของนารุโตะในตอนที่ใช้ระหว่างสอบจูนิน คิซาเมะ นั้นมีร่างปีศาจเมื่อรวมร่างกับดาบหนังฉลามซึ่งเทียบเท่าพลังสถิตร่าง มีร่างเป็นปีศาจฉลามและได้รับฉายาว่า สัตว์หางที่ไม่มีหาง

ครั้งแรกที่คิซาเมะถูกไรคาเงะและ Killer B ตัดหัว ทำให้ทุกคนนึกว่าคิซาเมะนั้นได้ตายไปแล้ว แต่ที่จริงนั่นคือร่างของ เซ็ตสึสีขาว ที่โคลนนิ่งร่างมากจากคิซาเมะ ตอนที่สู้อยู่กับ Killer B ทำให้ทุกคนนึกว่าคิซาเมะนั้นได้ตายไปแล้ว แต่แท้จริงนั้นยังไม่ตาย คิซาเมะนั้นตายจริงๆหลังจากแฝงร่างเข้าไปกับดาบหนังฉลามซึ่ง killer B ได้เก็บไปตอนที่นึกว่าคิซาเมะได้ตายไป หลังจากนั้นได้ออกมาตอนที่นารุโตะไปเก็บตัว และถูกไกเล่นงาน จับมาสอบสวน จากนั้นจึงใช้พละกำลังสุดท้ายใช้คาถาคุกน้ำแล้วสร้างปลาฉลามมากัดกินตัวเอง

สมาชิกระดับล่าง[แก้]

  • นินจาถอนตัวของหมู่บ้านอาเมะคากุเระแทบทั้งหมู่บ้านที่รอดชีวิตจากสงครามกลางเมืองและหันไปจงรักภักดีกับเพนในฐานพระเจ้าที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลก ปัจจุบันหลังจากที่เพนตายนินจาถอนตัวของหมู่บ้านอาเมะคากุเระได้ออกจากแสงอุษา
  • ยูระ (เสียชีวิตแล้ว) โจนินจากหมู่บ้าน ซึนะคะกุเระ เป็นนินจาที่ยังคงภักดีต่อซาโซริ และหักหลังหมู่บ้าน เสียชีวิตจากการต่อสู้กับนารุโตะในฐานะ ร่างแทน ของอิทาจิระหว่างที่ทีมนารุโตะบุกไปชิงตัวกาอาระที่ถูกแสงอุษาจับตัวไป
  • โจนินของ ซึนะคะกุเระอีกคนที่เป็นร่างแทน ของคิซาเมะ เสียชีวิตในการปะทะกับทีมไก
  • ยาคุชิ คาบูโตะ ลูกน้องของ โอโรจิมารุ เดิมได้เข้าไปแทรกแทรงเป็นสปายให้แสงอุษา ลูกน้องของซาโซริมาก่อนแต่หักหลังและหันไปเข้ากับโอโรจิมารุเต็มตัว ในอดีตคาบูโตะถูกเก็บมาจากสงครามแห่งเขาคิเคียว โตมาที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า จน 3 ปีผ่านไป คาบูโตะเข้าร่วมกับรากเพื่อให้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าให้ได้เงินเพื่อฟื้นฟูตลอด 5 ปี คาบูโตะเข้าแฝงตัวเป็นนินจาของหมู่บ้านอื่น หลายแคว้นเพื่อเอาข้อมูลให้ราก แต่ ยาคุชิ โนโนอุ มาเธอร์ของที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เคยเป็นสมาชิกของรากรู้เหตุผลของคาบูโตะจากดันโซ จึงพยายามให้คาบูโตะเป็นอิสระ แต่ความจริงือ รากคิดว่าคาบูโตะรู้มากเกินไปจึงพยายามให้คาบูโตะกับโนโนอุ ฆ่ากันเอง จนคนที่รอดคือ คาบูโตะ และได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากโอโรจิมารุ และคาบูโตะอยากรู้ว่าตัวเองคือใคร โอโรจิมารุ จึงมอบประวัติใหม่ให้ และแฝงตัวเข้า แสงอุษา พร้อมกับแฝงตัวเป็นเกะนินของโคโนฮะ หลังจากที่ซาสึเกะฆ่าโอโรจิมารุ คาบูโตะได้ฝังเซลล์ของโอโรจิมารุไว้ในร่างตน และมอบบันทึกสมาชิกของแสงอุษาให้นารุโตะ และในสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับแสงอุษา ได้ใช้คาถาสัมปเวสีคืนชีพ เรียกเหล่านินจาที่มีชื่อเสียงที่ตายไปออกมา และถูกอิทาจิใช้อิซานามิ พร้อมกับโดนอ่านจันทราเพื่อหยุดคาถาสัมปเวสีคืนชีพ ปัจจุบันโดนขังไว้ในวังวนของอิซานามิ จะออกมาไม่ได้จนกว่าคาบูโตะเลิกคิดเลียนแบบเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตนเอง แล้วกลับมาเป็นตัวเอง ในสงครามช่วงที่มาดาระถูกคืนชีพเป็นพลังสถิตร่างของสิบหาง คาบูโตะก็มาช่วยชีวิตซาสึเกะที่อยู่ในสภาพปางตายเพราะถูกมาดาระแทงที่หัวใจ พร้อมกับบอกทีมเหย่ยวที่โอโรจิมารุเป็นเป็นคนนำแทนบอกว่า ไม่สนใจเรื่องชิงร่างของซาสึเกะมาเป็นของตน หลังจากที่ตนติดอยู่ในวังวนของอิซานามิทำให้ตนที่ไม่อาจเข้าใจและยอมรับตนได้ โอโรจิมารุใช้ประโยชน์จากตรงนั้นหลอกคาบูโตะ จนทำให้สูญเสียตัวตนไป แต่เพราะอิทาจิใช้อิซานามิได้บอกกับตนว่า ตนไม่ใช่ใครนอกจากตน ทำให้พบสถานที่ที่สามารถกลับไปได้แล้ว ทำให้ตนไม่อยากสูญเสียสถานที่ควรจะกลับไปจึง ทำให้ความรู้สึกที่อิทาจิอยากปกป้องซาสึเกะตรึงไว้ในใจของตน ดังนั้นสิ่งที่ตนต้องทำคือช่วยชีวิตของซาสึเกะ
  • กองทัพเซ็ตซึสีขาว 100,000 ตัว เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาจากงานวิจัยของอุจิวะ มาดาระอัญเชิญเทวรูปมารนอกรีด และฝังเซลล์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ไว้ในร่างเทวรูปมารนอกรีด จึงกำเนิด โคลนของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ขึ้นมาคุณภาพต่ำ มีความสามารถเปลี่ยนร่างเป็นคนอื่นได้ ทั้งร่างกายและจักระ โดยที่ไม่มีใครสามารถสัมผัสแยกจักระออกมาได้ และสามารถย้ายร่างกายของเขาไปตามสิ่งของเช่นประตู พื้นดิน ต้นไม้ เป็นต้น โดยเซ็ตซึทุกตัวสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันทางโทรจิตให้เซ็ตซึด้วยกันในรัศมีจำกัดได้ ตอนที่ถูกมาดาระสร้างขึ้นมากองทัพเซ็ตซึ มีรูปร่างไม่สมประกอบเพราะว่าแต่ละตัวนั้น บ้างก็มีแขนข้างแค่ข้างเดียว หรือไม่มีขาบ้างเป็นต้น ทำหน้าที่เก็บข้อมูลจากโลกภายนอกจากแต่ละที่มาโดยให้มาดาระ และสามารถใช้เป็นอวัยวะหรือชิ้นส่วนร่างกายเทียม เช่นเมื่อแขนขาขาดสามารถเอาชิ้นส่วนของเซ็ตซึมาฝังใส่ไว้กับตัวจนเป็นร่างกายได้ แต่พวกเซ็ตซึไม่สามารถงอกแขนขาให้กับตนเองใหม่เมื่อขาดไปแล้วได้ แต่ถ้าเอาชิ้นส่วนไปใส่คนอื่นที่บาดเจ็บสามารถฟื้นฟูเหมือนการบริจาคร่างกายได้ หลังจากที่มาดาระตายได้อยู่ในอาณัติของโอบิโตะเพื่อรอมาดาระคืนชีพ ในสงครามโลกนินจาครั้ง 4 อุจิวะ โอบิโตะได้เอายามาโตะที่เคยเป็นหนูทดลองของโอโรจิมารุที่สามารถใช้คาถาไม้ได้เหมือนโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ทำให้กองทัพเซ็ตสึมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทำให้มีรูปร่างจากที่ไม่สมประกอบทำให้มีรูปร่างที่สมบูรณ์ ใช้กองทัพเซ็ตซึสีขาว 100,000 ตัว เข้าร่วมสงคราม กับพวกนินจาที่ถูกคืนชีพโดยคาถาสัมปเวสีคืนชีพของคาบูโตะ
  • กุรุกุรุ(เซ็ตซึหน้าม้วน เป็นเซ็ตซึที่มีหน้าม้วนเหมือนหน้ากากที่โอบิโตะเคยใส่ตอนเข้าแสงอุษา) เป็นหนึ่งในกองทัพเซ็ตซึสีขาวที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยฝีมือของมาดาระ ทำหน้าที่ร่วมกับเซ็ตซึสีขาวซีกซ้ายคอยเฝ้าดูแล รักษาโอบิโตะ และต่อมาได้ให้โอบิโตะสวมร่างชั่วคราวเพื่อให้มีร่างกาย กุรุกุรุมีอีกความสามารถที่แตกต่างจากเซ็ตซึสีขาวตัวอื่นๆคือสามารถห่อหุ้มร่างของคนให้ไม่มีร่างกายทำให้มีร่างกายได้ และสามารถควบคุมร่างที่ตนห่อหุ้มได้ด้วย ในสงครามโลกนินจาครั้งที่ 4 หลังจากที่โอบิโตะถูกเซ็ตซึสีดำควบคุมให้คืนชีพมาดาระ ได้ใช้ร่างของยามาโตะเพื่อมีร่างและจักระ ได้สู้กับพวกนินจาพันธมิตร และเสียท่าให้กับกลุ่มเหยี่ยวที่มีโอโรจิมารุเป็นคนสั่งการแทนซาสึเกะ

ชื่อ กุรุกุรุ ของเซ็ตซึตัวนี้เป็นชื่อที่โอบิโตะเป็นคนตั้งเพราะว่าหน้าตาแตกต่างจากเซตซึตัวอื่นเพราะว่าหน้าม้วน จึงตั้งไปว่า กุรุกุรุ ที่แปลว่าม้วนหรือหมุน

การเข้าร่วมแสงอุษาของกลุ่มเหยี่ยว[แก้]

กลุ่มเหยี่ยว(ทากะ) ในอดีตคือกลุ่มงู(เฮบิ) ซึ่งคือการรวมตัวกันของสมาชิกระดับท็อปที่เคยเป็นนินจาใต้บังคับบัญชาของโอโรจิมารุ นำโดย อุจิวะ ซาสึเกะ และมีผู้ติดตามอีกสามคนคือ ซุยเง็ตสึ คาริน และจูโกะ โดยจุดมุ่งหมายเดิมของกลุ่มงูคือการออกตามล่าอุจิวะ อิทาจิ จนกระทั่งซาสึเกะสามารถสังหารอิทาจิได้สำเร็จ แต่ภายหลังจากที่ซาสึเกะได้รับฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับอิทาจิจาก อุจิวะ โอบิโตะ ภายใต้หน้ากากของโทบิ ทำให้ซาสึเกะก็ตัดสินใจนำพาพรรคพวกเข้าร่วมกับแสงอุษาในนามกลุ่มเหยี่ยว และเปลี่ยนมาใช้ชุดฟอร์มเสื้อคลุมแบบแสงอุษาแต่ยังคงเอกลักษณ์ให้เห็นถึงความแตกต่างบางส่วนไว้เหมือนเดิม รวมทั้งซาสึเกะได้พูดกับเพื่อนทั้งสามคนไว้ในเนื้อเรื่องว่าเป็นเพียงการเข้าร่วมเพื่อใช้ประโยชน์จากแสงอุษาเท่านั้น[1]

อ้างอิง[แก้]

  1. Naruto Chaptor 411, Weekly Shonen Jump