แร้งดำหิมาลัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แร้งดำหิมาลัย
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Aves
อันดับ: Falconiformes
(หรือ Accipitriformes, q.v.)
วงศ์: Accipitridae
สกุล: Aegypius
Savigny, 1809
สปีชีส์: A. monachus
ชื่อทวินาม
Aegypius monachus
(Linnaeus, 1766)

  • สีเขียว: สถานที่อยู่และขยายพันธุ์ในปัจจุบัน
  • สีเขียว ?: สถานที่ที่ไม่แน่ใจว่ายังมีการขยายพันธุ์อยู่หรือไม่
  • สีเขียว R: สถานที่ที่มีการขยายตัวในการขยายพันธุ์
  • สีน้ำเงิน: สถานที่อยู่อาศัยในฤดูหนาว
  • สีเทาเข้ม: สถานที่ที่เคยเป็นที่ขยายพันธุ์ในอดีต
  • สีเทาเข้ม ?: สถานที่ที่ไม่แน่ใจว่ายังมีการขยายพันธุ์อยู่หรือไม่

แร้งดำหิมาลัย (อังกฤษ: Black Vulture, European Black Vulture, Cinereous Vulture; ชื่อวิทยาศาสตร์: Aegypius monachus) เป็นนกล่าเหยื่อจำพวกอีแร้งขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง เป็นนกเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Aegypius[2]

ลักษณะ[แก้]

ขนาดลำตัวยาวประมาณ 102-104 เซนติเมตร ความยาวปีกจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งเกือบ 3 เมตร น้ำหนักหนักได้ถึง 7-12.5 กิโลกรัม ถือเป็นอีแร้งที่ใหญ่ที่สุดที่พบได้ในทวีปเอเชีย ตัวผู้และตัวมีลักษณะเหมือนกัน ทั่วตัวมีขนสีดำ ตรงบริเวณหัวถึงคอมีขนน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย บริเวณรอบ ๆ คอมีขนขึ้นฟูคล้ายพวงมาลัย นิ้วสีออกขาว ตัวที่ยังไม่โตเต็มวัยมีลำตัวด้านล่างสีน้ำตาลอ่อนกว่า

การกระจายพันธุ์[แก้]

ไม่ใช่นกประจำถิ่นของไทย นอกจากอพยพย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาวของแต่ละปีเท่านั้น มีการกระจายพันธุ์ในทวีปยุโรปจนถึงไซบีเรีย, จีน, อินเดีย

พฤติกรรมและการขยายพันธุ์[แก้]

ชอบอยู่ในที่โล่งและชอบอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ ชอบบินร่อนเป็นวงกลมในอากาศ หากินในเวลากลางวัน มีฤดูผสมพันธุ์ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ทำรังตามยอดไม้สูง ๆ แถบภูเขา รังมีขนาดใหญ่ ทำด้วยกิ่งไม้ วางไข่ครั้งละ 1 ฟอง แต่ไม่มีรายงานการทำรังวางไข่ในประเทศไทย กินอาหารจำพวกซากสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่อย่างพวก กวางหรือแอนทิโลป ในบางครั้งอาจจับสัตว์เลื้อยคลานหรือแมลงกินด้วยก็ได้

สถานภาพปัจจุบัน[แก้]

เป็นนกอพยพมาประเทศไทยช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ หายากและมีปริมาณน้อยมาก เคยพบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

กลางปี พ.ศ. 2550 มีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า มีแร้งดำหิมาลัยตัวหนึ่งอายุ 1 ขวบ ได้รับบาดเจ็บตกลงมาขณะอพยพมาจากประเทศจีน หน่วยงานอนุรักษ์ของไทยได้พยาบาลและฟื้นฟูสภาพ โดยตั้งชื่อให้ว่า "อนาคิน" แต่เมื่อได้ปล่อยไปแล้วโดยติดอุปกรณ์ติดตามดาวเทียมด้วย ปรากฏว่าอนาคินถูกยิงตกจนตายที่รัฐฉาน ประเทศพม่า[3]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]