มด (บุคคล)
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ มด (แก้ความกำกวม)
มด (อังกฤษ: witchcraft) หมายถึง หมอเวทมนตร์หรือหมอผี ถ้าเป็นชายเรียก "พ่อมด" ถ้าเป็นหญิงเรียก "แม่มด" หรือหญิงแก่เรียก "ยายมด" คำว่า "มด" นี้ ยังใช้เป็นคำประกอบกับคำ "หมอ" เป็น "มดหมอ" หมายความว่า หมอทั่ว ๆ ไป อีกด้วย[1]
[แก้] นิรุกติศาสตร์
คำว่า "มด" นั้น เท่าที่ปรากฏเก่าแก่ที่สุด มีในวรรณกรรมลิลิตพระลออันสันนิษฐานกันว่าแต่งขึ้นในกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ราวในระหว่าง พ.ศ. 1991−2026[2] โดยในตอนที่พระเพื่อนและพระแพงได้สดับคำร่ำลือเกี่ยวกับรูปโฉมของพระลอก็เกิดหลงรัก นางรื่นและนางโรยพระพี่เลี้ยงจึงอาสาไปติดต่อหายายมดมาทำเสน่ห์ให้พระลอหลงรักเจ้านายของตนบ้าง ซึ่งยายมดได้ปฏิเสธ อ้างว่าตนเคยทำใส่แต่สามัญชน ไม่เคยและไม่อาจหาญไปทำเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน แต่ก็ได้แนะนำให้ไปหาปู่เจ้าสมิงพรายซึ่งเป็นผู้มีวิชาอาคมแกร่งกล้ากว่าตน
ทั้งนี้ มีข้อสังเกตจากลิลิตพระลอว่า สมัยนั้นคำว่า "หมอ" ยังใช้ในความหมายเดียวกับ "มด" คือ ผู้มีเวทมนตร์คาถาด้วย ซึ่งในปัจจุบันคำว่า "มดหมอ" มีความหมายถึง หมอทั่ว ๆ ไปเท่านั้น
ลิลิตพระลอตอนดังกล่าวว่า[3]
"จึงแสวงหายายมด ไปจรดผู้ยายำ จำเอาแต่ผู้สิทธิ์ รู้ชิดใช้กลคล่อง บอกทำนองทุกสิ่งอัน ครั้น ธ ช่วยลุไสร้ ตูจะให้ลาภจงครัน จะให้รางวัลจงพอ ครั้นพระลอสมสองแล้ว อยู่ช่างยายมดแก้ว อะคร้าวใดปาน เปรียบเลย ฯ
| ๏ ยายฟังสารยายสั่นหัว | ยายเคยลองแต่ตัวชั่วตัวช้า | |
| ยายจักลองเจ้าหล้า | บ่ได้หลานเอย ฯ |
| ๏ ยายเคยใครอย่าไสร้ | ยายช่วยยายชักให้ | |
| ถ่องแท้ จักไป ฯ |
หมอว่าในใต้ฟ้า ทั่วแหล่งหล้าผู้ใด ใครจักเทียมจับคู่ ปู่เจ้าปู่สมิงพราย ธ ว่าให้ตายก็ตายทันเห็น ธ ว่าให้เป็นก็เป็นทันใจ จะลองใครใครก็มา จะหาใครใครก็ บ อยู่ จะไปสู่ท่านไสร้ ไว้ตูจะนำไป เฒ่าว่าทางไกลจรล่ำ วันนี้ค่ำสองนางเมือ พรุ่งเช้าเขือเขียวมา สองนางลาสองเฒ่า ไปบอกแก่สองเจ้า สองอ่อนท้าวยินดี ยิ่งนา ฯ"
[แก้] อ้างอิง
- ^ ราชบัณฑิตยสถาน. (2551, 9 กุมภาพันธ์). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2551. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: < http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp >. (เข้าถึงเมื่อ: 18 ตุลาคม 2551).
- ^ กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, กรมศิลปากร. (2540). วรรณกรรมสมัยอยุธยา เล่ม 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. หน้า (11).
- ^ กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, กรมศิลปากร. (2540). วรรณกรรมสมัยอยุธยา เล่ม 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. หน้า 394-395.