แมนดี มัวร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แมนดี มัวร์
Mandy Moore 2011.jpg
งานประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 2011
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิด อะมานดา ลีจ มัวร์
วันเกิด 10 เมษายน ค.ศ. 1984 (30 ปี)
เกิดที่ ออรานโด, ฟลอริดา, สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง โฟล์ก,แด๊นส์-ป็อป,ป็อปร็อก, บับเบิลกัมป็อป
อาชีพ นักร้อง,นักแสดง, แฟชันดีไซเนอร์
ปี 1999 – ปัจจุบัน (เพลง)
2000 - ปัจจุบัน (แสดง)
ค่าย Epic, Sire, The Firm/EMI
เว็บไซต์ mandymoore.com

อะมานดา ลีจ "แมนดี" มัวร์ (อังกฤษ: Amanda Leigh "Mandy" Moore) (เกิดวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2527) เป็นนักร้อง, นักแต่งเพลง, นักแสดง และนักออกแบบชาวอเมริกัน แมนดีเติบโตในรัฐฟลอริดา เธอมีชื่อเสียงแต่ครั้งวัยรุ่นราวต้นคริสต์ทศรรษ 2000 เมื่อเธอออกอัลบั้มแนวป๊อปทีนในชื่อว่า โซเรียล, ไอวอนนาบีวิธยู และ แมนดีมัวร์ แมนดีเริ่มต้นชีวิตการแสดงในปี พ.ศ. 2545 เมื่อเธอได้แสดงภาพยนตร์ในเรื่องแรกที่ชื่อว่า ก้าวสู่ฝัน วันหัวใจพบรัก (อังกฤษ: A Walk to Remember) และเรื่อง โอ้พระเจ้า สาวจิ้นจุ๊บป่อง (อังกฤษ: Saved) ในด้านชีวิตส่วนตัว เธอมีความสัมพันธ์กับแอนดี ร็อดดิก นักเทนนิส[1], วิลเมอร์ วาลเดอร์รามา นักแสดง[2] และแซ็ก บราฟฟ์[3] ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อหลายแขนง ในส่วนงานดนตรี แมนดีได้ออกอัลบั้มภาษาอังกฤษชุดล่าสุดในชื่อว่า ไวด์ โฮป ในปี พ.ศ. 2550

ชีวิตในวัยเยาว์[แก้]

แมนดีเกิดที่ Nashua รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เป็นบุตรสาวของสเตซี นักข่าวของหนังสือพิมพ์ Orlando Sentinel ที่ทำงานเพียง 1 สัปดาห์ และ ดอน มัวร์ นักบินประจำสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์[4][5] บิดาของมัวร์เป็นชาวไอริช - เชอโรคี มารดาเป็นชาวอังกฤษ - อเมริกันจิวส์[6][7] แมนดีมีพี่น้อง 2 คน ได้แก่ Scott และ Kyle เธอเติบโตที่ลองวูด รัฐฟลอริดา อันเนื่องมาจากบิดาของเธอเป็นนักบิน[8] เธอได้รับการเลี้ยงดูในแบบศาสนาโรมันคาทอลิก (แม้ว่าปัจจุบันธอจะไม่ได้เป็นแบบคาโทลิกแล้ว)[9] แมนดีเข้าศึกษา ณ โรงเรียนไฮสคูล Bishop Moore[10] อันเป็นโรงเรียนคาทอลิกในออร์แลนโด และโรงเรียนไฮสคูล Lake Brantley ในเมือง Altamonte Springs รัฐฟลอริดา

แมนดีเริ่มสนใจการร้องเพลงหลังจากที่เธอได้ชมการแสดงประกอบดนตรีชุด Oklahoma! และได้รับการสนับสนุนจากปู่ย่าตายายในการร้องเพลง[7] การแสดงต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกของแมนดีคือการร้องเพลง "เดอะสตาร์สแปงเกิลด์แบนเนอร์" อันเป็นเพลงชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา ณ งานกีฬาฟลอริดา ซึ่งเป็นเหตุให้ประธานค่ายเอแอนด์อาร์ ค่ายในเครือของอีพิกสนใจให้เธอเข้าวงการ หลังจากพนักงานเฟดเอ็กซ์ เพื่อนของเขาได้ยินเธอร้องเพลงในสตูดิโอ[11] หลังจากนั้นเธอจึงเซ็นสัญญาข้อตกลงกับค่ายดังกล่าว

ประวัติ[แก้]

แมนดี มัวร์เกิดในเมืองนิวแฮมเชียร์และเติบโตมาในเมืองออร์แลนโด เธอมีผลงานเพลงออกอัลบั้มชุดแรกในปี 1999 ชื่อชุด So Real มีเพลงดังอย่าง "Candy" เพลงนี้ขึ้นสูงสุดอันดับ 6 บนชาร์ทของเกาะอังกฤษ จากนั้นในปี 2000 เธอออกอัลบั้มชุด I Wanna Be with You ที่เป็นการนำอัลบั้มเปิดตัวชุดแรกมาทำใหม่ และเพลงที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม "I Wanna Be with You" ขึ้นชาร์ทสูงสุดที่อันดับ 24 เพลงนี้ได้บรรจุอยู่ในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Center Stage ด้วย และอัลบั้มชุดที่ 3 "Mandy Moore" ออกวางขายในปี 2001

เธอได้ย้ายสังกัดค่ายเพลง มาอยู่ค่าย The Firm และ L.A. management company ที่จับมือกับ EMI Music และออกแบบโครงสร้างการจัดการเรื่องค่าลิขสิทธิ์เพื่อดูแลผลประโยชน์ให้ศิลปินได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น อัลบั้มชุดที่ 4 'Coverage' ออกเมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นอัลบั้มที่นำเพลงเก่าของศิลปินนักร้องนักแต่งเพลงในประวัติศาสตร์วงการเพลงป๊อปร็อกของคนอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ มาร้องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินอย่าง Joni Mitchell และ Joan Armatrading ต่อจากนั้นมัวร์มีผลงาน ภาพยนตร์หลายเรื่องอย่าง 'A Walk to Remember' (ปี 2000), ภาพยนตร์ที่ได้รับเสียงชื่นชมย่างท่วมท้นจากนักวิจารณ์เรื่อง 'Saved' (ปี 2005) และภาพยนตร์ของ Paul Weitz เรื่อง 'American Dreamz' (ปี 2006)

อัลบั้มชุดที่ 5 Wild Hope เธอได้ร่วมงานกับ James Renald และ Chantal Kreviazuk มีเพลงเปิดตัวอย่างเพลง "Extraordinary" เปิดตัวครั้งแรกบนเว็บมายสเปซของเธอเมื่อ 29 มกราคม ค.ศ. 2007 มัวร์แต่งเพลงต่างๆ อย่าง "All Good Things" และ "Looking Forward to Looking Back" ร่วมกับวง the Weepies

ผลงาน[แก้]

อัลบั้มสตูดิโอ[แก้]

อัลบั้มรวมเพลง[แก้]

ดีวีดี[แก้]

  • 2544 - แมนดีมัวร์ - เดอะเรียลสตอรี
  • 2547 - เดอะเบสต์ออฟแมนดีมัวร์


งานแสดง[แก้]

วันที่ออกฉาย
ชื่อเรื่อง
ผู้กำกับ
บทบาท
ชื่อตัวละคร
หมายเหตุ
2000 Magic Al and the Mind Factory บริททานี่ ฟอสเตอร์ - Brittany Foster
2001 The Princess Diaries - บันทึกรักเจ้าหญิงมือใหม่ แกร์รี่ มาแชล ลาน่า โธมัส - Lana Thomas
2001 Dr.Dolittle 2 - ด็อกเตอร์จ้อ สื่อสัตว์โลกมหัศจรรย์ 2 Girl Bear Cub งานพากษ์เสียง
2002.01.25 A Walk to Remember - ก้าวสู่ฝันวันหัวใจพบรัก อดัม แชงค์แมน บทนำ เจมี่ ซัลลิแวน - Jamie Sullivan
2002.09.17 Kingdom Heart เอริธ เกนสบอโร - Aerith Gainsborough งานพากษ์เสียง (เกม)
2003.07.17 How to Deal - เซอร์นัก...รักซะ บทนำ ฮอลลี่ มาร์ติน - Halley Martin
2004.01.09 Chasing Liberty - คว้าให้ได้...หัวใจหารัก บทนำ แอนนา ฟอสเตอร์ - Anna Foster
2004.09.16 Saved! - โอ้พระเจ้า สาวจิ้นตุ๊บป่อง ฮิลารี่ เฟย์ - Hilary Faye
2005.01.14 Racing Stripes - ม้าลายหัวใจเร็วจี๊ดด แซนดี้ - Lureen Newsome Twist งานพากษ์เสียง
2006.04.21 American Dreamz แซลลี่ เคนดู - Sally Kendoo
2006.08.29 Brother Bear 2 - มหัศจรรย์หมีผู้ยิ่งใหญ่ 2 ตอน อานุภาพแห่งรัก นิต้า - Nita งานพากษ์เสียง
2007.08.09 Because I Said So - หารักใหม่ให้คลิกใจแม่ ไมเคิล ลีห์แมน บทนำ (ร่วมกับไดแอน คีตัน) มิลลี่ ไวล์เดอร์ – Milly Wilder
2007.07.03 License to Wed เคน ควาพิส เซดี้ โจนส์ - Sadie Jones
2007.10.10 Dedication จัสติน เธอร์โร ลูซี่ ไรลี่ – Lucy Reilly
2007.09.24 How I Met Your Mother เอมี่ - Amy ละครชุดทางโทรทัศน์
2010.10.24 Disney Rapunzel เจ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ ไบรอน ฮาร์เวิร์ด, นาธาน กรีโน่ ราพันเซล - Rapunzel งานพากย์เสียง

อ้างอิง[แก้]

  1. "Moore to Sing About Roddick Heartbreak on New Album". ContactMusic.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help); Unknown parameter |accessmonthday= ignored (help)
  2. "Actor Wilmer Valderrama Visits. 03/27/06. 7:35am". MarksFriggin.com.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help); Unknown parameter |accessmonthday= ignored (help)
  3. "Correction: Braff and Moore Not Engaged". IMDb Movie/TV News.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help); Unknown parameter |accessmonthday= ignored (help)
  4. Mandy Moore steps up her career with `A Walk to Remember'
  5. "Mandy Moore". Yahoo! Movies.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help); Unknown parameter |accessmonthday= ignored (help)
  6. Moore, Mandy (as told to Kuster, Elizabeth) (August 2003). "60 Things I Want to Do Before I'm 30". Seventeen: 187. 
  7. 7.0 7.1 Mills, Nancy (April 16 2006). "Mandy's So Moore-Ish". You magazine (-): 30–33. 
  8. Friedman, Devin (June 2006). "Mandy's Moment". ELLE (-): 226. 
  9. "What Mandy Did". TeenAge magazine: 28. 2004. 
  10. Cindy, Pearlman (July 2003). "Mandy Moore knows How to Deal, even if she does still live at home". Chicago Sun-Times. 
  11. Gostin, Nicki (April 24 2006). "Mandy's Newsmakers: Mandy Moore, Britney Spears". Newsweek. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]