แมคาเดเมีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แมคาเดเมีย
Macadamia integrifolia foliage and nuts
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
(unranked): Angiosperms
(unranked): Eudicots
อันดับ: Proteales
วงศ์: Proteaceae
สกุล: Macadamia
F.Muell.
Species

Macadamia claudiensis
Macadamia grandis
Macadamia hildebrandii
Macadamia integrifolia
Macadamia jansenii
Macadamia ternifolia
Macadamia tetraphylla
Macadamia whelanii
Macadamia neurophylla

แมคาเดเมีย (อังกฤษ: macadamia) เป็นไม้ยืนต้นจำพวกหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Protaceae ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Macadamia integrifolia แม้ว่าแมคาเดเมียจะมีลักษณะเหมือนถั่ว แต่มันกลับไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว เพราะไม่ได้อยู่ในวงศ์ Legume แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็เป็นต้นไม้ประเภทนัทที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมากและมีราคาสูง ต้นไม้ชนิดนี้จะให้ผลดีก็ต่อเมื่อปลูกบนพื้นที่ค่อนข้างสูงเท่านั้น แมคาเดเมียเป็นพืชหนึ่งในเก้าสายพันธุ์ของดอกพืชในตระกูลโพรทีเซียProtaceae, ซึ่งมีอยู่ตาม พื้นที่ทางภาคตะวันออกของ ออสเตรเลียนิวแคลิโดเนียและสุลาเวสีในอินโดนีเซีย

ข้อมูลโภชนาการของแมคาเดเมีย[แก้]

  • เมื่อเปรียบเทียบกับถั่วชนิดอื่น ๆ แล้ว เช่นอัลมอนด์และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แมคาเดเมีย มีไขมันสูงและโปรตีนต่ำแต่มีจำนวนของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงที่สุด ซึ่งมีประโยชน์มากมีปริมาณ 22% ของกรดโอเมก้า 7 ซึ่งมีผลทางชีวภาพคล้ายกับไขมันอิ่มตัว
  • นอกจากนี้ยังมีโปรตีน 9% คาร์โบไฮเดรต 9% และใยอาหาร 2% เช่นเดียวกับแคลเซียม ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม โซเดียม ซิลิเนียม เหล็ก วิตามินบี และไนอาซิน
  • แมคาเดเมียมีระดับของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงที่สุดในอาหารเชิงพาณิชย์ต่างที่เป็นธรรมชาติ
  • แมคาเดเมียไม่มีคอลเสลเตอรอล
  • แมคาเดเมียไม่มี Trans fatty acid

กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวเป็นไขมันที่ 'ดี' และได้มีการวิจัยไว้ว่า สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด รวมทั้งการเสริมสร้าง การปกป้องการเพิ่มขึ้นของปริมาณ lipoproteins ซึ่งระดับคอเลสเตอรอลและไลโปโปรตีนนั้น เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

การเก็บรักษา[แก้]

การเก็บเพื่อรักษาคุณภาพที่ดีของแมคาเดเมียนั้น แตกต่างจากถั่วประเภทอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจาก ส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อนสารอาหาร และปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในแมคาเดเมีย แมคาเดเมียที่ยังไม่ผ่านการอบนั้น ต้องเก็บรักษาในสภาพสิ่งแวดล้อมที่มีระดับความชื้น และออกซิเจนต่ำมาก ด้วยการลดระดับปริมาณออกซิเจนนั้น ทำให้ค่าเปอร์ออกไซด์นั้นลดลง ซึ่งค่าเปอร์ออกไซด์เป็นตัวชี้วัดกลิ่นหืนของแมคาเดเมีย ด้วยการลดระดับความชื้นนั้น ทำให้แมคาเดเมีย ไม่สูญเสียความกรอบนุ่มของเนื้อแมคาเดเมีย

เมื่อเปิดบรรจุภัณฑ์ของแมคาเดเมียแล้ว ควรเก็บรักษาไว้ในภาชนะสำหรับใส่อาหารที่ปิดสนิทหรือควรเก็บรักษาใน อุณหภูมิ ที่ใกล้เคียง ศูยน์องศาเซลเซียส เพื่อเป็นการลดระดับของ การดูดซับความชื้น และกลิ่นหืนได้

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]