แผ่นดินไหวโลมาพรีเอตา พ.ศ. 2532

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แผ่นดินไหวโลมาพรีเอตา พ.ศ. 2532
ทางด่วนสองชั้นไซเพรสส์เกิดการถล่มบริเวณโอกแลนด์
บริเวณที่ได้รับผลกระทบ
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2532
แมกนิจูด 7.0 Mw
ความลึก 11 ไมล์ (18 กิโลเมตร)
จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว: 37°02′24″N 121°52′37″W / 37.040°N 121.877°W / 37.040; -121.877พิกัดภูมิศาสตร์: 37°02′24″N 121°52′37″W / 37.040°N 121.877°W / 37.040; -121.877
ประเทศที่ได้รับผลกระทบ  สหรัฐอเมริกา
(บริเวณอ่าวแซนแฟรนซิสโก)
ระดับความรุนแรงที่รู้สึกได้ โดยมากระดับ V (รู้สึกได้อย่างชัดเจน) ถึง VII (ปรากฏความเสียหายน้อยถึงปานกลาง),
ในบริเวณใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวระดับ IX (ปรากฏความเสียหายอย่างหนัก) ถึง X (ปรากฏความเสียหายอย่างหนักหน่วงและรุนแรง) ตามมาตราเมร์กัลลี
ผู้ประสบภัย ได้รับบาดเจ็บ 3,757 คน, เสียชีวิต 63 คน

แผ่นดินไหวโลมาพรีเอตา (อังกฤษ: Loma Prieta earthquake) หรือ Quake of '89 เพราะเกิดในปี พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) หรือรู้จักกันในนาม The World Series Quake เพราะเกิดแผ่นดินไหวในช่วงที่มีการแข่งขันเบสบอลเวิลด์ซีรีส์ ซึ่งแผ่นดินไหวเกิดขึ้นขณะกำลังถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เมื่อเวลา 17.04 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2532 จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ในป่าของสวนสาธารณะประจำรัฐไนซีนมาร์ก, เคาน์ตีแซนตาครูซ และเป็นเขตที่ไม่มีคนอาศัย ห่างจากเมืองแซนตาครูซไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 16 กิโลเมตร ชื่อโลมาพรีเอตามาจากยอดเขาที่อยู่ในทิวเขาแซนตาครูซ

จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว[แก้]

จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ในป่าของสวนสาธารณะประจำรัฐไนซีนมาร์ก ซึ่งเป็นเขตที่ไม่มีคนอาศัยบริเวณของภูเขาแซนตาครูซ (พิกัดทางภูมิศาสตร์ : 37.04, -121.88) ประมาณ 4 กิโลเมตรทางเหนือของเมืองแอพโตส และประมาณ 16 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือของแซนตาครูซ ชื่อแผ่นดินไหวครั้งนี้ตั้งชื่อตามยอดเขาทางตะวันออกเฉียงเหนือของแซนตาแคลราเคาน์ตี

ผู้เสียชีวิต[แก้]

LomaPrieta-CypressStructure-failed-column.jpeg

ประชาชน 63 คนเสียชีวิตทันทีหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวและต่อมาก็มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในภายหลังจากการบาดเจ็บสาหัส 6 คนและอีกกว่า 3,757 คนได้รับบาดเจ็บในเวลาต่อมา เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวทั้งสิ้น หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็เริ่มออกปฏิบัติงานแต่เพราะความเสียหายในครั้งนี้รุนแรงและเป็นวงกว้างทำให้เจ้าหน้าที่มีงานล้นมือ ประชาชนที่รอดชีวิตจึงได้ออกมาช่วยเจ้าหน้าที่ในการกู้ภัยโดยส่วนใหญ่มุ่งไปที่ทางด่วนสองชั้นไซเพรสส์ (Cypress Street Viaduct) ได้ถล่มลงมาทำให้ทางด่วนที่อยู่ชั้นบนถล่มลงมาบีบอัดรถยนต์ที่แล่นจราจรอยู่เบื้องล่างจนเกิดความเสียหายรุนแรงและจากบริเวณนี้เองที่มีการเสียชีวิตจำนวนมาก และสะพานเชื่อมแซนแฟรนซิสโก-โอกแลนด์ ที่เป็นสะพานสองชั้นเองก็ถล่มเช่นกัน ทางด่วนและสะพานต่างๆ ต้องปิดการจราจรไปหลายเดือนจนเปิดการจราจรได้ใหม่ในวันที่ 18 พฤศจิกายน อีกทั้งยังมีระบบขนส่งมวลชน ท่าเรือเฟอร์รี ตลอดจนสะพานต่าง ๆ เช่น สะพานแซนมาเทโอ สะพานริชมอนด์-แซนราเฟล และสะพานโกลเดนเกต

เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว มันได้ทำลายการแข่งขันเบสบอลเวิลด์ซีรีส์แชมเปี้ยนชิปประจำปี พ.ศ. 2532 ซึ่งพึ่งจะเริ่มขึ้น และระหว่างเหตุการณ์นั้นเองทั้งสองทีมของการแข่งขัน (ทีมแซนแฟรนซิสโกไจแอนต์และทีมโอกแลนด์แอทเลติกส์) ก็ตื่นตกใจ ในวันนั้นพนักงานและคนทำงานทั่วไปต่างพากันกลับบ้านเร็วกว่าปกติหรือไม่ก็ไปช่วยกู้ภัยจนดึกดื่นในภายหลัง ปกติแล้วผู้คนต่างก็รู้กันดีถึงสภาพการจราจรที่เลวร้ายของชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเย็นและจากเหตุผลนี้เองก็ซ้ำเติมเหตุการณ์ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตก่อนที่จะถึงมือแพทย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การสื่อสารล้มเหลวเนื่องจากการขอความช่วยเหลือที่มากมายทำให้ระบบสื่อสารมวลชนล่ม ผู้เสียชีวิตในขั้นแรกอยู่ที่ประมาณ 300 คน และแถลงยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการออกมาในวันต่อมา

ความเสียหาย[แก้]

แผ่นดินไหวทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงตลอดตามแนวชายฝั่งอ่าวแซนแฟรนซิสโก โดยเฉพาะที่เมืองแซนแฟรนซิสโกและโอกแลนด์ แต่ก็ยังรวมถึงบริเวณอื่น ๆ ด้วยเช่น แอละเมดา แซนมาเทโอ แซนเบนีโตเคาน์ตี แซนตาครูซ และมอนเทอเรย์เคาน์ตี ส่วนความเสียหายของอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่อยู่บริเวญเขตมารีน่า 95 กิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เป็นผลมาจากความอ่อนนุ่มของชั้นดินบริเวณนั้นทำให้อาคารถล่มซึ่งบริเวณนี้เองเคยเป็นพิ้นดินถมมาก่อน และยังมีความเสียหายจากดินไถล รวมทั้งรอยแยกที่พื้นดินบริเวณแซนวอลเคโน บ้านเรือนกว่า 18,306 หลังและอาคารสำนักงานกว่า 2,575 หลังได้รับความเสียหายในแซนตาครูซ ซึ่งใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อาคาร 40 หลังถล่มลงมาคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 6 คน

ได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติทั้งจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวและพื้นที่ที่ถูกสั่นไหวรุนแรง นักธรณีวิทยาเองต่างก็รู้สึกประหลาดใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ภายหลังได้มีการตรวจวิเคราะห์พบว่าเกิดจากการสั่นไหวที่รุนแรงและคลื่นสะท้อนแผ่นดินไหวที่ลึกประมาณ 24 กิโลเมตร และเกิดจากพื้นผิวโลกที่ไม่ราบเรียบเสมอกัน และแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้มีการคาดการถึงตัวเลขความเสียหายออกมาประมาณ 6-13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มันกลายมาเป็นความเสียหายสูงที่สุดจากเหตุภัยพิบัติของประวัติศาสตร์สหรัฐฯ มันเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงและใหญ่ที่สุดที่เกิดกับรอยเลื่อนแซนแอนเดรอัสนับตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อปี ค.ศ. 2449 ภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้มีเงินช่วยเหลือหลั่งไหลมาช่วยบรรเทาทุกข์จำนวนมากและประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิล ยู บุช ลงนามในการให้เงินช่วยเหลือกว่า 3.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับรัฐแคลิฟอร์เนีย

LomaPrieta-Marina-crushed-car.jpeg
LomaPrieta-Marina.jpeg