แปดเทพอสูรมังกรฟ้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แปดเทพอสูรมังกรฟ้า
(มังกรหยก ภาค 5)  
ผู้ประพันธ์ กิมย้ง
ชื่อต้นฉบับ 天龍八部
ผู้แปล จำลอง พิศนาคะ, น.นพรัตน์
ฉบับอื่นๆ ไม่ทราบแน่ชัด
ภาษา จีน
ประเภท นิยายกำลังภายใน
ชนิดสื่อ นิยาย

แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (จีนแต้จิ๋ว: เทียนเล้งโป๊ยโป๋ว ; จีนกลาง: 天龍八部เทียนหลงปาปู้ ; อังกฤษ: Demi-Gods and Semi-Devils) เป็นนิยายกำลังภายในของกิมย้ง จำลอง พิศนาคะ แปลเรื่องนี้ในชื่อ มังกรหยก ภาคพิเศษ เพื่อให้เข้าชุดกับมังกรหยก แต่ชื่อที่เป็นที่รู้จักมากกว่าคือ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ซึ่งเป็นฉบับแปลของ น. นพรัตน์ ซึ่งเรื่องนี้ความจริงน่าจะเรียกว่ามังกรหยกภาค 1 มากกว่าเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องราวก่อนยุคของก้วยเจ๋งซึ่งเป็นตัวเอกในมังกรหยกภาค 1

"แปดเทพอสูรมังกรฟ้า" เป็นผลงานลำดับที่ 11 ของกิมย้ง นับตั้งแต่ชื่อเรื่อง และที่มาของแรงบันดาลใจ แสดงความใฝ่ใจในพุทธศาสนาของเขา ชื่อภาษาจีน "เทียนหลงปาปู้" หมายถึง เทพและอมนุษย์ 8 จำพวก ในตำนานของพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์เฉพาะตนแตกต่างกันไป ประกอบด้วย

  1. เทพ เป็นผู้มีบุญกุศล อาศัยอยู่ในสวรรค์ที่พรั่งพร้อม และอิ่มทิพย์ ทว่า ยังไม่อาจละกิเลสจากโลกียสุข เช่น ยังอยากได้หญิงงามของอสูร เป็นต้น
  2. อสูร เป็นอมนุษย์ในภพภูมิที่หยาบกว่าเทพ หากเป็นชายจะสุดอัปลักษณ์ หากเป็นหญิงจะมีรูปโฉมสะคราญ อสูรมักทำสงครามกับเทพบ่อยครั้ง เพราะต่างริษยาในกันและกัน อสูรอยากได้สวรรค์และความอิ่มทิพย์ของเทพ เทพอยากได้นางงามและภักษาหารรสโอชาของอสูร ต่างสัประยุทธ์กันจนฟ้าดินปั่นป่วน
  3. มังกร หรือนาค เป็นผู้สืบทอดพิทักษ์ศาสนา เปรียบกับพระชั้นผู้ใหญ่ หรืออุปถัมภกคนสำคัญ
  4. ครุฑ เป็นนกที่ยิ่งใหญ่ เมื่อกางปีกออกจะครอบคลุมดินฟ้าสามแสนหกหมื่นลี้ และมีฤทธิ์มาก สามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้แผ่นดินและจักรวาลได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ในหนึ่งวัน ต้องกินมังกร 1 ตัว และลูกมังกร 500 ตัวเป็นอาหาร มักกล่าวกันว่า วีรบุรุษคนสำคัญคือครุฑมาเกิด
  5. ยักษ์ เป็นภูตประเภทหนึ่ง อยู่ระหว่างพรมแดนของเทพ อสูร และมนุษย์ มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว เป็นกำลังที่เคลื่อนไหวได้ทั้งดีและชั่ว บางยักษ์ช่วยคุ้มครองมนุษย์ บางยักษ์ชอบจับมนุษย์กิน
  6. คนธรรพ์ เป็นเทพมังสวิรัติ ไม่แตะต้องเนื้อสัตว์สุรา แต่หลงใหลในความงามและกลิ่นหอม ส่วนตนมีฉายาและกลิ่นหอมชวนให้ผู้คนลุ่มหลง ทั้งยังแปลงกายเปลี่ยนรูปได้สุดหยั่งคะเน
  7. กินนร เป็นเทพที่ชอบร้องรำทำเพลง และสร้างสีสันสำราญใจให้แก่ชาวสวรรค์
  8. มโหราค เป็นอมนุษย์ชั้นต่ำต้อยที่สุด บ้างมีลำตัวเป็นมนุษย์ ศีรษะเป็นงู บ้างมีลำตัวเป็นงู ศีรษะเป็นมนุษย์ มีฤทธิ์มาก แต่ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วยนัก

เทพอสูร 8 เหล่าในความเปรียบทางธรรม ยังหมายถึง ความเปิดกว้างโดยเมตตาของพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ว่าเผ่าพันธุ์วรรณะใด ล้วนมีสิทธิที่จะสดับฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า สามารถแสวงหาความเข้าใจ ความหลุดพ้นจากทุกข์ และบรรลุธรรมได้โดยเสมอภาคกัน

กิมย้งเขียนเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้าในปี พ.ศ. 2506-2510 และปรับปรุงพิมพ์เป็นเล่มในปี พ.ศ. 2521 ฉบับภาษาไทย จำลอง พิศนาคะ แปลสำนวนแรกในปี พ.ศ. 2522 ใช้ชื่อว่า "มังกรหยกภาคพิเศษ" แต่เนื้อหาและเหตุการณ์ตามท้องเรื่องไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับมังกรหยกทั้ง 3 ภาคเลย ฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์ช่วงก่อนมังกรหยกภาคแรกประมาณ 100 ปี

ก่อนหน้านั้น ราชวงศ์ซ้อง (ซ่ง) ดำเนินนโยบายลิดรอนอำนาจขุนศึก และนิยมลัทธิขงจื๊อใหม่ กำลังของส่วนกลางจึงไม่เข้มแข็งนัก ช่วงเวลาตามท้องเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า แผ่นดินจีนแบ่งออกเป็น 5 อาณาจักร ของหลายชนเผ่า

ตรงกลางคือต้าซ้องของชาวฮั่น ด้านเหนือคือต้าเหลียวของชาวชี่ตัน ด้านใต้คือต้าหลี่ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือคือซีเซี่ย และด้านตะวันตกเฉียงใต้คือถู่ฝาน ต่างฝ่ายต่างอยากกลืนอาณาจักรอื่น และอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้วอย่างเยี่ยน ก็มีคนคิดฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ ศึกสงครามจึงไม่สงบโดยง่าย

ตัวละครมีมาก เรื่องราวก็ซับซ้อน กิมย้งใช้วิธีเล่าถึงทีละคน ทีละเหตุการณ์ ไล่เรียงกันไป หากอุปมาเทพอสูร 8 เหล่า เป็นตัวละครต่างๆ อาจเปรียบได้ว่า

  1. เทพ คือ ต้วนเจิ้งหมิง-ฮ่องเต้ต้าหลี่ ต้วนเจิ้งฉุน-อ๋องต้าหลี่ และ เยลุกี-ฮ่องเต้ต้าเหลียว เป็นผู้มีบุญบารมี แต่ยังไม่อาจละวาสนาติดพัน เช่น ต้วนเจิ้งหมิงไม่อาจละพันธะที่ผิดต่อต้วนเหยียนชิ่ง ต้วนเจิ้งฉุนไม่อาจละหญิงงามได้สักนาง และเยลุกีก็อยากรุกรานแผ่นดินต้าซ้อง
  2. อสูร คือ ต้วนเหยียนชิ่ง-ผู้ถูกตัดสิทธิ์ในบัลลังก์ต้าหลี่อย่างไม่เป็นธรรม มู่หยงป๋อกับมู่หยงฟู่-บุตรชาย ยึดมั่นกับอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้ว จึงสร้างเวรก่อกรรมเพื่อทวงคืนสิ่งนั้น
  3. มังกร คือ เจ้าอาวาสวัดเทียนหลง ซึ่งชักนำต้วนเจิ้งหมิงให้สละบัลลังก์ใฝ่หาความสงบทางธรรม หรือเสียนขู่ไต้ซือแห่งวัดเส้าหลิน สมณะผู้สั่งสอนวิทยายุทธ์และปลูกฝังคุณธรรมให้แก่เฉียวฟง และอู๋หมิงไต้ซือ ช่วยคลี่คลายความแค้นระหว่างเซียวหยวนซานกับมู่หยงป๋อ
  4. ครุฑ คือ เฉียวฟง-ยอดคนผู้ยิ่งใหญ่และรันทด
  5. ยักษ์ คือ เหล่าจอมยุทธ์ฝีมือร้ายกาจ บ้างดี บ้างร้าย บ้างทั้งดีและร้าย อย่างบรรดาชาวยุทธ์ที่บางครั้งถูกปลุกปั่นให้ทำร้ายคนบริสุทธิ์ด้วยความเข้าใจผิด
  6. คนธรรพ์ คือ ต้วนอี้-ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร เพียงหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เหมือนกับซีจุ๊-หลวงจีนที่ทำผิดวินัยสงฆ์โดยไม่ตั้งใจ ต่อมาได้เป็นราชบุตรเขยของอาณาจักรซี่เซี่ย
  7. กินนร คือ เหล่านางงามของต้วนเจิ้งฉุน และบุตรสาวทั้งหลายของเขา ซึ่งงามหยดย้อย แต่ชีวิตเป็นทุกข์นัก เพราะต่างไม่อาจครองรักไว้คนเดียว
  8. มโหราค คือ โหยวตั้นจือ เป็นคนมีฝีมือ แต่น่าสงสารที่สุด เพราะขาดปัญญาชี้นำที่ถูกต้อง เขาหลงใหลในสตรีนางหนึ่ง แต่นางกลับทำลายใบหน้าของเขาจนอัปลักษณ์ และเอาเปรียบโดยตลอด

ตัวละครแต่ละจำพวก คล้ายต่างคนต่างอยู่ และมีปัญหาต่างกัน แต่กลับเชื่อมโยงเกี่ยวข้องและประหวัดเป็นปมเดียวกัน จากการมองพ้นคุณธรรมน้ำมิตรของชาวยุทธ์ ลดขนาดความสำคัญของประธานและกรรมในเรื่องเล่าให้เล็กลง แล้วหันมามองว่าแต่ละคน แต่ละเหตุการณ์ มีส่วนประกอบของปัจจัยอะไรบ้าง สืบเนื่องกันมาอย่างไร และแสดงธรรมชาติของมนุษย์ในสภาวการณ์หนึ่งอย่างไร

แปดเทพอสูรมังกรฟ้าจึงไม่ใช่นิยายกำลังภายในที่ว่าด้วยการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรม หากเป็นการต่อสู้ระหว่างคนกับชีวิตที่เป็นทุกข์จากกิเลสที่แตกต่างกัน และแปรเปลี่ยนไปสุดจะหยั่ง

เรื่องย่อ[แก้]

8 เทพอสูรมังกรฟ้า เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามระหว่างแคว้นต้าซ่งและแคว้นเหลียว ทั้งสองแคว้นทำสงครามต่อเนื่องยาวนานจนปลูกฝังเป็นความแค้นลึกล้ำระหว่างเมืองทั้งสอง ในยุทธจักรมีคำกล่าว"เหนือเฉียวฟง ใต้มู่หยง" เค้าลางแห่งความวุ่นวายเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อเฉียวฟงประมุขพรรคกระยาจกถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรสังหารรองประมุขพรรคกระยาจกหม่าต้าหยวนและยังถูกเปิดโปงว่าเป็นชาวซิตัน ด้วยกระแสชาตินิยมจึงทำให้เฉียวฟงต้องออกจากพรรคกระยาจก เฉียวฟงออกสืบหาความเป็นมาของตนเองเพื่อจะหาผู้ที่ชาวยุทธ์เรียกขานว่า"ผู้นำผู้ยิ่งใหญ่"ผู้ที่สังหารบิดามารดาที่แท้จริงของตนเองจนกระทั่งพบว่าตนเองนั้นเป็นชาวซิตันแซ่เซียว เฉียวฟงจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นเซียวฟง แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตรจนเซียวฟงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้สังหารบิดามารดาบุญธรรมและอาจารย์ของตน แต่ยังมีผู้หนึ่งที่อยู่เคียงข้างเซียวฟงตลอดนั่นคืออาจูผู้เป็นสาวใช้ของจอมยุทธ์ใต้มู่หยงฟู่ แต่โศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้นจากความแค้นของเซียวฟงจนทำให้เกิดเรื่องราวอันน่าสลด สุดท้ายเซียวฟงได้ช่วยเหลือเยลู่กีฮ่องเต้ซิตันจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไต้อ๋องแห่งแคว้นเหลียว ณ เมืองต้าหลี่ ต้วนอี้บุตรชายอ๋องเจิ้นหนานต้วนเจิ้นฉุนแห่งต้าหลี่ได้หนีออกจากบ้านเนื่องจากถูกบิดาบังคับให้ฝึกวิทยายุทธ์ แต่ต้วนอี้ฝักใฝ่ทางธรรมมากกว่า แต่สุดท้ายก็ตกกระไดพลอยโจนได้ฝึกสุดยอดวิชาพรรคสราญรมย์และวิชาดรรชนีกระบี่หกชีพจรจนกลายเป็นยอดฝีมือ แต่ด้วยการที่ต้วนอี้ไม่มีพื้นฐานวรยุทธ์ จึงทำให้ยอดวิชาใช้ออกได้เป็นบางครั้งบางคราว ภายหลังต้วนอี้ถูกจิวม่อจื้อราชครูแค้วนถู่ฟานจับตัวไป จนเป็นสาเหตุให้ต้วนอี้ต้องเข้ามาพัวพันกับความวุ่นวายในยุทธจักรจนกระทั่งได้สาบานเป็นพี่น้องกับเซียวฟงและได้พบรักกับหวังอวี่เยี่ยน แต่ในใจหวังอวี่เยี่ยนนั้นรักเพียงญาติผู้พี่นามมู่หยงฟู่แห่งกูซูผู้ได้รับการขนานนามเป็นจอมยุทธ์ใต้เทียบเคียงกับเซียวฟง แม้ต้วนอี้จะไม่ได้รับรักตอบแต่ก็มีความพยายามติดตามมู่หยงฟู่และหวังอวี่เยี่ยนต่อไป

มู่หยงฟู่เป็นทายาทเชื้อพระวงศ์แค้วนต้าเยี่ยนที่ถูกกลืนโดยแค้วนต้าซ่ง ด้วยเหตุนี้มู่หยงฟู่จึงได้รับการปลูกฝังจนมีปณิธานที่จะกู้ชาติ มู่หยงฟู่ศึกษาวิชาดาวเคลื่อนดาราคล้อยและรอบรู้วิทยายุทธ์หลายสำนัก เขามักจะคบหากับชาวยุทธ์เพื่อจะหากำลังมากอบกู้เมืองเยี่ยนของตน ในอีกด้านหนึง อิ้วถานจื่อผู้เป็นบุตรชายของเจ้าบ้านทั้งสองแห่งหมู่บ้านผู้กล้าต้องออกเร่ร่อนตามล้างแค้นเซียวฟงไปถึงแคว้นเหลียว เหตุเนื่องจากเซียวฟงพาอาจูไปหาหมอเทวดาที่หมู่บ้านผู้กล้าและได้ปะทะกับชาวยุทธ์จนเป็นสาเหตุให้เจ้าบ้านผู้กล้าทั้งสองต้องจบชีวิตลง แต่อิ้วถานจื่อถูกทหารซิตันจับมาได้และได้มาพบกับเซียวฟง อิ้วถานจื่อบังเอิญเก็บคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นที่เซียวฟงทำตกไว้ได้และได้หลงรักอาจื่อผู้เป็นน้องสาวอาจูโดยบังเอิญ แต่อาจื่อผู้มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตได้นำหน้ากากเหล็กที่เพิ่งหลอมเสร็จมานาบหน้าของอิ้วถานจื่อจนเชื่อมติดเป็นเนื้อเดียวกัน แต่กระนั้นอิ้วถานจื่อก็ได้ติดตามรับใช้อาจื่อด้วยความภักดี อาจื่อมักจะให้สัตว์พิษกัดอิ้วถานจื่อเพื่อฝึกวิชา อิ้วถานจื่อจึงฝึกคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นเพื่อขับพิษจนกลายเป็นยอดฝีมือ อิ้วถานจื่อได้รับการสนับสนุนจากฉวนกวนชิงแห่งพรรคกระยาจกจนได้เป็นประมุขพรรคกระยาจกคนใหม่ อิ้วถานจื่อถูกยุยงให้ท้าประลองกับวัดเส้าหลินเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดงานชุมนุมชาวยุทธ์ในวัดเส้าหลินขึ้น ฝ่ายหลวงจีนน้อยวัดเส้าหลินนามซีจุ๊นำเทียบเชิญไปส่งให้เหล่าชาวยุทธ์และได้บังเอิญเข้าร่วมงานหมากล้อมและได้พบกับยอดฝีมือหลายคนรวมทั้งต้วนอี้ ซีจุ๊บังเอิญแก้กลหมากล้อมของอู๋หยาจื่อได้ เขาจึงได้รับการถ่ายทอดพลังเจ็ดสิบปีจากอู๋หยาจื่อและได้รับตำแหน่งเจ้าสำนักสราญรมย์ต่อจากอู๋หยาจื่อ ซีจุ๊ทำตามคำสั่งเสียของอู๋หยาจื่อจนได้เข้าไปพัวพันกับความแค้นของนางเฒ่าทาริกาเทียนซานและหลี่ชิวสุ่ย ทั้งสองได้ต่อสู้กันจนตกตายตามกัน ก่อนตายนางเฒ่าทาริกาได้มอบตำแหน่งเจ้าสำนักเทียนซานให้ซีจุ๊ ซีจุ๊ได้ฝึกวิชาสำนักสราญรมย์และเทียนซานจนแตกฉานกลายเป็นยอดฝีมือ ภายหลัง เซียวฟง ซีจุ๊ และต้วนอี้ได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกัน ซีจุ๊ได้อภิเษกกับองค์หญิงแห่งซีเซี่ย ต้วนอี้ได้เป็นฮ่องเต้แห่งต้าหลี่และอภิเษกกับหวังอวี่เยี่ยน แต่สำหรับเซียวฟง มู่หยงฟู่ และอิ้วถานจื่อนั้นจบลงด้วยโศกนาฏกรรม มู่หยงฟู่ทำการกู้ชาติไม่สำเร็จจนสติฟั่นเฟือน อิ้วถานจื่อต้องพิการและเสียชีวิตเพื่อสังเวยความรักอันบริสุทธิ์ที่มีต่ออาจื่อ ส่วนเซียวฟงนั้นต้องเสียสละตนเองเพื่อให้แคว้นซ่งและเหลียวทั้งสองแคว้นยุติสงครามไม่รุกรานต่อกัน

ตัวละครสำคัญ[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

ตัวละครอื่น[แก้]